ชื่อห้องกระทู้(รวม)ตอบ(รวม)ชม(รวม)คำอธิบายPREFIXID
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์43518729913เรื่องราวของส่วนกลางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสายตรงถึงอธิการบดีCA109999


หมายเลขหัวข้อ
16481ข่าวด่วน!..สกอ. ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย
จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก]
ล่าสุด=[10/20/2006 12:42:08 AM] ตอบ= [91] ชม= [8050]  
แจ้งลบ

Page: 1 
[Page=1/1]

ข้อความที่=269113

สกอ.ประกาศผลจัดกลุ่มมหาวิทยาลัย7กลุ่ม
==========
http://www.komchadluek.net/2006/08/31/e001_42866.php?news_id=42866
สกอ.ประกาศผลในการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยแล้ว เพื่อประเมินศักยภาพมหาวิทยาลัยไทย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเลือกสถาบันอุดมศึกษาที่จะศึกษาต่อของนักศึกษาต่อได้

(31ส.ค.)ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้นำข้อมูลจากการรวบรวมของโครงการฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย มาแบ่งกลุ่มโดยดัชนีชี้วัดด้านการวิจัย และการเรียนการสอน และได้อันดับจำแนกตาม 7 กลุ่มสาขาวิชา

เลขาธิการกกอ. กล่าวว่า ในการจัดอันดับครั้งนี้ เพื่อให้มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณธะ ที่มีสิทธิพึงรับรู้ข้อมูลของมหาวิทยาลัยและยังจะนำไปใช้ประโยชน์ ในการเลือกสถาบันอุดมศึกษาที่จะศึกษาต่อได้ และเพื่อให้มหาวิทยาลัยนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนากระตุ้นการผลิตงานวิจัยของสถาบันได้ และเพื่อนำมาใช้ประกอบการสร้างกติกาในการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรให้กับสถาบันอุดมศึกษา

ต่อข้อถามผู้สื่อข่าวถึงการไม่ยอมรับของสถาบันอุดมศึกษาในผลการประกาศครั้งนี้นั้น ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช กล่าวว่า ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร แต่ผมคิดว่ามันน่าเชื่อถือได้ ถึงเราไม่จัดอันดับก็มีคนอื่น ประเทศอื่นมาจัดอันดับให้เราตลอดเวลาอยู่แล้ว ดังนั้นแทนที่จะให้คนอื่นมาทำ เราก็ทำของเราเองโดยให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้ส่งข้อมูลมาเอง สกอ.เพียงนำมาวิเคราะห์ต่อ



ส่วนเรื่องการยอมรับในดัชนีชี้วัดนั้น ใครไม่เชื่อก็สามารถโต้เถียงกันในทางวิชาการ เพราะผู้วิจัยเองได้นำดัชนีที่ใช้ไปสอบถามความเห็นกับนักวิชาการในมหาวิทยาลัยหลายแห่งก่อนนำมาใช้จริง อย่างไรก็ดี ตัวดัชนีนี้ไม่มีอะไรที่จะเป็นสากล และไม่หยุดนิ่งต้องมีการปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งดัชนีที่ใช้ในปีนี้แล้ว เมื่อถึงปีหน้าก็ต้องมีการปรับใหม่เช่นกัน

“สถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐ และเอกชนต่างเป็นสมบัติสาธารณะทั้งสิ้น แม้เอกชนจะมีการบริหารด้วยเอกชนเอง แต่การจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยได้ต้องได้รับการอนุมัติจากสาธารณชนก่อน จึงมีหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนได้รับทราบผลการดำเนินงาน”เลขาธิการกกอ. กล่าว

ทั้งนี้ ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยครั้งนี้ เป็นการจัดเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยราชภัฎ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และม.มหาวิทยาลัยเอกชนบางส่วน ซึ่งมีสถาบันอุดมศึกษาส่งข้อมูลมาให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพียง 51 แห่ง จากมหาวิทยาลัยของรัฐทั้งหมด 138 สถาบัน

เมื่อผลการจัดอันดับแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยในด้านการวิจัย ปรากฏว่า กลุ่มที่ 1 มหาวิทยาลัยที่มีคะแนนรวมมากกว่า 75% ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เชียงใหม่(มช.) ม.มหิดล(มม.) ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) และม.เทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)

กลุ่มที่2 คะแนนรวม70-75% ประกอบด้วย ม.เกษตรศาสตร์(มก.) ม.ขอนแก่น(มข.) ม.นเรศวร(มน.) และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กลุ่มที่ 3 คะแนนรวม 65-69 % ม.บูรพา(มบ.) ม.ศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) ม.ศิลปากร(มศก.) ม.สงขลานครินทร์(มอ.) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)

กลุ่มที่ 4 คะแนนรวม 55-64 % ประกอบด้วย ม.ทักษิณ ม.แม่โจ้ ม.แม่ฟ้าหลวง(มฟล.) ม.มหาสารคาม(มมส.) ม.วลัยลักษณ์(มวล.) ม.อุบลราชธานี(มอบ.) มหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.) นครราชสีมา มรภ.เลย มรภ.วไลยอลงกรณ์ มรภ.สวนดุสิต มรภ.อุดร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(สจพ.)

กลุ่มที่ 5 คะแนนรวมน้อยกว่า 55% ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) กรุงเทพ มทร.ธัญบุรี มทร.พระนคร มทร.ศรีวิชัย มรภ.จันทรเกษม มรภ.เชียงใหม่ มรภ.เทพสตรี มรภ.ธนบุรี มรภ.นครปฐม มรภ.นครศรีธรรมราช มรภ.นครสวรรค์ มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.พระนคร มรภ.พิบูลสงคราม มรภ.ยะลา มรภ.ราชนครินทร์ มรภ.สกลนคร มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง มรภ.อุตรดิตถ์ มทร.สุวรรณภูมิ วิทยาลัยตาปี วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ

เมื่อจัดอันดับคณะต่างๆ ที่มีศักยภาพด้านการวิจัย ในกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ อันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยคะแนนรวม 50.73% อันดับ 2 คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล คะแนน 47.30 % อันดับ 3 สถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ ม.มหิดล 47.05%

ในกลุ่มสาขาเทคโนโลยี อันดับ 1 บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม คะแนน 47.41 % อันดับ 2 ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คะแนน 44.74 % อันดับ 3 สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.มหิดล คะแนน 42.30%

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ อันดับ 1 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ม.เชียงใหม่ 47.82% อันดับ 2 คณะเวชศาสตร์ เขตร้อน มม. 46.00 อันดับ 3 วิทยาลัยการสาธารณสุข จุฬาฯ

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์ อันดับ 1 คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ คะแนน 37.43% อันดับ 2 คณะสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล คะแนน 35.29% อันดับ 3 โครงการบัณฑิตศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ คะแนน 33.57%

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ อันดับ 1 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล 42.21% อันดับ 2 คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 37.38% อันดับ 3 คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 37.11%

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ อันดับ 1 คณะอุตสาหกรรมเกษตร มอ. 40.60% อันดับ 2 สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ 38.12% อันดับ 3 สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มทส. 37.38%

กลุ่มสาขาศึกษาศาสตร์ อันดับ 1 คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ 32.40% อันดับ 2 คณะศึกษาศาสตร์ มน. 30.77% อันดับ 3 คณะศึกษาศาสตร์ ม.บูรพา 30.05 %

ส่วนการจัดอันดับแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยในด้านการการเรียนการสอน ปรากฎกว่า กลุ่มที่ 1 ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มข. มช. มม. กลุ่ม 2 ได้แก่ มก. มจธ. มทส. มทร.กรุงเทพ กลุ่ม 3 ม.ทักษิณ มฟล. มวล. มศก. มอ. มอบ. มทร.ศรีวิชัย นิด้า กลุ่ม 4 ได้แก่ มบ. มมส. ม.แม่โจ้ มศว มทร.ธัญบุรี มทร.พระนคร มรภ.นครปฐม มรภ.วไลยอลงกรณ์ มรภ.สวนดุสิต สจล. สจพ. มทร.สุวรรณภูมิ

กลุ่ม5 ได้แก่ มรภ.จันทรเกษม มรภ.เชียงใหม่ มรภ.ธนุบรี มรภ.นครราชสีมา มรภ.นครศรีธรรมราช มรภ.นครสวรรค์ มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.พระนคร มรภ.พิบูลสงคราม มรภ.ยะลา มรภ.ราชนครินทร์ มรภ.เลย มรภ.สกลนคร มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง มรภ.อุดรธานี มรภ.อุตรดิตถ์ วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ วิทยาลัยตาปี

เมื่อแบ่งเป็นกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ อันดับ 1 คณะวิทยาศาสตร์ มม. 62.69% อันดับ 2 วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ 56.56% อันดับ 3 คณะวิทยาศาสตร์ มช. 56.46%

ในกลุ่มสาขาเทคโนโลยี อันดับ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ 53.85% อันดับ 2 คณะพลังงานและวัสดุ มจธ. 53.10% อันดับ 3 คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ. 51.65%

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ อันดับ 1 คณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี มม. 66.76% อันดับ 2 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มม. 65.53% อันดับ 3 คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มม. 64.89%

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์ อันดับ 1 คณะมัณฑศิลป์ มศก. 55.49% อันดับ 2 คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มม. 54.36% อันดับ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มช. 54.35

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ อันดับ 1 สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาฯ 60.44% อันดับ 2 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ 56.40% อันดับ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มก. 54.60%

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ อันดับ 1 คณะเกษตร กำแพงแสน มก. 52.31% อันดับ 2 คณะอุตสหกรรมเกษตร มก. 52.02 % อันดับ 3 สำนักวิชาอุตสหกรรมเกษตร มฟล. 52.01%

กลุ่มสาขาศึกษาศาสตร์ อันดับ 1 คณะศึกษาศาสตร์ มก. 51.24% คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ 51.24 อันดับ 3 คณะครุศาสตร์ มรภ.นครปฐม 51.11 %

[1] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [8/31/2006 3:07:15 PM] [Hits counter=32198147] แจ้งลบ

ข้อความที่=269114

ภาวิช ชี้ “จุฬาฯ มช. มข. มหิดล” สุดยอดการเรียนการสอน
==========
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9490000110735
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 สิงหาคม 2549 13:29 น.

“จุฬาฯ ม.เชียงใหม่ มหิดล ม.ขอนแก่น” ได้รับการจัดอันดับจากคณะกรรมการการอุดมศึกษาให้อยู่ในกลุ่มการเรียนการสอนดีเยี่ยม โดยประเมินจากอัตราส่วนนักศึกษาต่อจำนวนอาจารย์ บุคลากร งบประมาณ

นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผย ถึงผลการจัดอันดับเพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย ปี 2548 ด้านการเรียนการสอน และด้านการวิจัย 50 สถาบัน โดยแบ่งการประเมินออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับดีเลิศ ดีเยี่ยม ดี พอใช้ และต้องปรับปรุง

สำหรับการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยด้านการเรียนการสอน ใช้เกณฑ์การประเมินจากอัตราส่วนนักศึกษาต่ออาจารย์ 20% บุคลากร 20% งบประมาณ 20% ความเป็นนานาชาติ 10% และการได้รับรางวัล 10% คิดคะแนนเต็มที่ 80 คะแนน เนื่องจากข้อมูลด้าน Student selectivity จากคะแนนเอนทรานซ์ไม่ครบถ้วนสำหรับมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยที่จัดอยู่ในกลุ่มดีเลิศ มีคะแนนการประเมินมากกว่า 75 คะแนน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มดีเยี่ยม มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 70-74 คะแนน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

กลุ่มดี มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 65-69 คะแนน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

กลุ่มพอใช้ มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 60-64 คะแนน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

กลุ่มที่ต้องปรับปรุง มีคะแนนประเมินน้อยกว่า 60 คะแนน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ วิทยาลัยตาปีและมหาวิทยาลัยเทพกษัตริย์ตรี

สำหรับการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยด้านการวิจัย ใช้เกณฑ์การประเมินจากงบประมาณ 20% บุคลากร 20% ผลงาน 45% และบัณฑิตศึกษา 15% รวม 100 คะแนน
มหาวิทยาลัยที่จัดอยู่ในกลุ่มดีเลิศ มีคะแนนการประเมินมากกว่า 75 คะแนน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

กลุ่มดีเยี่ยม มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 70-75 คะแนน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

กลุ่มดี มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 65-69 คะแนน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยบูรพามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

กลุ่มพอใช้ มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 55-64 คะแนน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

กลุ่มที่ต้องปรับปรุง มีคะแนนประเมินน้อยกว่า 55 คะแนน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาลัยตาปี และวิทยาลัยบริหารธุรกิจ

ส่วนการจัดอันดับของคณะต่างๆ ที่มีศักยภาพด้านการวิจัย 5 อันดับแรก แยกตามกลุ่มสาขา มีดังนี้
กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ ได้แก่ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,สถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเทคโนโลยี ได้แก่ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,คณะพลังงานและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล,คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล,วิทยาการสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์ ได้แก่ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,โครงการบัณฑิตศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์,คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล,คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์,คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์,วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ ได้แก่ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์,สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี,คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กล่มสาขาศึกษาศาสตร์ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร,คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา,คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ส่วนการจัดอันดับของคณะต่างๆ ที่มีศักยภาพด้านการการเรียนการสอน 5 อันดับแรก แยกตามกลุ่มสาขา มีดังนี้
กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มสาขาเทคโนโลยี ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะพลังงานและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ ได้แก่ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล,คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล,คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปะศาสตร์ ได้แก่ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร,คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลและคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ ได้แก่ คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,สำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง,คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตปทุมธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


[2] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [8/31/2006 3:07:55 PM] [Hits counter=32198150] แจ้งลบ

ข้อความที่=269115

รายการถึงลูกถึงคน
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย
http://hiptv.mcot.net/hipPlay.php?id=7451&SelectSpeed=256k


ภาวิชแจง 3 ประเด็น แบ่งเกรด 50 มหาวิทยาลัย [31 ส.ค. 49 - 01:52]
==========
http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=18010
ภาวิชแจง 3 ประเด็น แบ่งเกรด 50 มหาวิทยาลัย [31 ส.ค. 49 - 01:52]

นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวในรายการ "ถึงลูกถึงคน" ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ส.ค.) ถึงกรณีนายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คัดค้านการประกาศผลการจัดอันดับ "50 มหาวิทยาลัยไทย" ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในวันนี้ (31 ส.ค.) ว่า สกอ. ดำเนินการจัดหาเครื่องมือในการแก้ปัญหาและกำกับคุณภาพการสถาบันอุดมศึกษาไทย ตามโครงการ "วิจัยพัฒนาต้นแบบและเครื่องมือสำหรับการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา" ตั้งแต่ปี 2547 โดยคณะวิจัยจากคณาจารย์มหาวิทยาลัยกว่า 20 คนในช่วงเริ่มต้น จากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ มหิดล เชียงใหม่ ศิลปากร ฯลฯ และขยายไปสู่คณาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆเกือบ 100 คน กระทั่งได้ผลวิจัยดังกล่าวและเมื่อมีการเสนอผลการวิจัยนี้ได้รับการยอมรับจากทุกเวทีมหาวิทยาลัย เนื่องจากใช้เวลาในการพัฒนาดัชนีในการวิจัยประมาณ 2 ปี เน้นการวิจัยใน 2 ด้าน ประกอบด้วย 1.ศักยภาพในการวิจัย 2.การเรียนการสอน อย่างไรก็ตาม จะพิจารณาองค์ประกอบด้านอื่นๆด้วย เช่น การติดต่อกับต่างประเทศ คุณภาพของการศึกษา และ ความสำเร็จของศิษย์เก่าและนิสิตนักศึกษาปัจจุบัน



เลขาธิการ กกอ.กล่าวต่อว่า แม้ สกอ.จะไม่มีการจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษาไทย ที่ผ่านมาก็มีการจัดอันดับการศึกษาโดยต่างชาติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตนไม่เชื่อว่า การจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษาทั่วโลกที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเป็นมหาวิทยาลัยเดียวจะอยู่ในอันดับที่ 126 ของมหาวิทยาลัยโลก แต่ประเทศไทยมีหลายมหาวิทยาลัยที่น่าจะได้รับการจัดอยู่ในอันดับโลก เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล จึงถือว่า การจัดอันดับเช่นนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคมไทย และ สถาบันอุดมศึกษาไทย ทั้ง 137 สถาบัน

"สกอ.ตัดสินใจว่าในวันนี้ (31 ส.ค.) จะไม่ประกาศอันดับ 1-50 สถาบันอุดมศึกษาไทย แต่จะประกาศเป็นระดับ หรือ กลุ่ม หรือ เกรด บอกศักยภาพเฉลี่ยของสถาบันในแต่ละกลุ่ม" เลขาธิการ กกอ.กล่าวและว่า การประกาศระดับมหาวิทยาลัยในครั้งแรกนี้ เนื่องจากมีการคัดค้านจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังนั้นจึงจะไม่มีการประกาศระดับของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยประกาศระดับเพียง 49 สถาบันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าข้อมูลนี้จำเป็นต่อทุกมหาวิทยาลัยที่จะต้องรับรู้และรับทราบ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่มีศักยภาพและพลังสูงมาก หากมหาวิทยาลัยได้มีการนำไปใช้ ตั้งแต่สภามหาวิทยาลัย อธิการบดี จะเป็นประโยชน์มาก ทั้งนี้ เห็นว่ามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องเคารพต่อสาธารณชนด้วย ว่าได้ดำเนินการอะไรบ้างจากการใช้งบประมาณแผ่นดิน ภาษีประชาชน จำเป็นที่จะต้องประกาศให้สาธารณชนรับทราบถึงความก้าวหน้าของสถาบันตัวเอง

เลขาธิการ กกอ.กล่าวต่อว่า จากการสำรวจพ่อแม่พ่อผู้ปกครองเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับการดำเนินการของ สกอ.ในครั้งนี้ เนื่องจากต้องการทราบข้อมูลของทุกมหาวิทยาลัยว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับบุตรหลานของตนเองในการแอดมิชชั่นเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ที่มี 4,000 กว่ารหัส รวมทั้ง นักเรียนนักศึกษาเองก็ไม่มีข้อมูลสำหรับการสมัครแอดมิชชั่นตรงตามศักยภาพตนเอง การประกาศระดับการศึกษาครั้งนี้ จะมีการเป็นมหาวิทยาลัย และแยกเป็นรายคณะด้วย ประกอบด้วย คณะทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ชีวการแพทย์ มนุษย์ศาสตร์สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ บริหารธุรกิจ และตนสามารถบอกข้อมูลก่อนได้ว่า มหาวิทยาลัยมหิดลได้ลำดับที่ 1 ในคณะทางด้านวิทยาศาสตร์

"ยืนยันว่าการจัดระดับครั้งนี้ เพื่อประกันคุณภาพสถาบันอุดมศึกษาไทย และเห็นว่ากระบวนการที่มีคุณภาพต้องมีการใช้มาตรการกระตุ้น หากรอผลสอบสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) จะช้าเกินไป" เลขาธิการ กกอ.กล่าว และว่า สาเหตุต้องดำเนินการในเรื่องนี้ ประกอบด้วย 3 ประการ คือ 1.จำเป็นต้องมีข้อมูลทันสมัยปีต่อปี 2.ต้องเครื่องมือในการกำกับพัฒนาการศึกษา อาทิ การสรรหาอธิการบดี ของสภามหาวิทยาลัย และ 3.เพื่อจัดสรรพทรัพยากรให้ทุกสถาบันอุดมศึกษาได้อย่างเป็นธรรมไม่ใช่สถาบันอุดมศึกษาที่ได้งบประมาณสูงที่สุด 66,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่น้อยที่สุด 48 ล้านต่อบาทต่อปี

ด้าน นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวว่า ดีใจที่ทราบว่า สกอ.จะไม่มีการประกาศอันดับสถาบันอุดมศึกษา แต่จะเป็นการประกาศลำดับ ตามเกรดคุณภาพการศึกษา อย่างไรก็ตามเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวต้องคำนึงถึงมาตรฐานการศึกษาเป็นสำคัญ

[3] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [8/31/2006 3:13:07 PM] [Hits counter=32198182] แจ้งลบ

ข้อความที่=269116

มธ.ปัด สกอ. จัดอันดับม. อัด "ภาวิช" ทำสถาบันอุดมศึกษาแตกแยก
===
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9490000110399
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 สิงหาคม 2549 17:37 น.


อธิการบดี มธ.ไม่เห็นด้วยที่ สกอ.จะทำหน้าที่จัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ชี้ทำหน้าที่เกินขอบข่าย เกณฑ์ชี้วัดไม่ได้มาตรฐานและไม่ครอบคลุมศาสตร์ทุกด้าน เปิดหลักฐาน สกอ.ส่งถึง มธ.ระบุไม่จัดอันดับม.แล้ว แต่กลับบอกสื่อว่าจะแถลงข่าว ชี้ “ภาวิช”อยู่อีกปีเดียวแต่จะทำสถาบันอุดมศึกษาแตกแยก ควรให้ สมศ.ทำหน้าที่แทน

นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าว เรื่อง “ข้อคัดค้านการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยในโครงการ Ranking 2006 ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)”ที่ห้องประชุมวรรณไวทยากร ตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ว่า ตามที่ สกอ.นำเสนอเอกสารโครงการจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัด สกอ. โดยระบบฐานข้อมูล ONLINE(Ranking 2005) ซึ่ง มธ.เห็นว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพสถาบันอุดมศึกษา แต่ มธ.ได้ส่งหนังสือขอให้ สกอ.ปรับปรุงตัวบ่งชี้ให้ครอบคลุม และมีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะสะท้อนคุณภาพตามภารกิจของมหาวิทยาลัยได้อย่างครบถ้วน
เนื่องจากตัวบ่งชี้ด้านการวิจัยนั้น ใช้ฐานข้อมูลสากลด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและกายภาพมากกว่าด้านอื่น ซึ่งไม่สามารถสะท้อนความสามารถและผลงานของมหาวิทยาลัยได้ครอบคลุมทุกศาสตร์ นอกจากนี้ สกอ.กำหนดด้วยว่า สกอ.จะเน้นเฉพาะฐานข้อมูลสากลไปก่อน จนกว่าระบบวารสารภายในประเทศจะมีการดำเนินการรวบรวมข้อมูลด้านผลกระทบของเนื้องานวิจัยในวารสารต่อสังคม เนื่องจากต้องการเน้นหนังสือ ตำราที่อยู่ในระดับความเป็นสากล ผ่านสำนักพิมพ์ที่มีมาตรฐานในเชิงวิชาการ ส่วนตำราไทยจะพิจารณาในปีต่อไปหลังจากการจัดระบบภายในให้ได้มาตรฐานเรียบร้อยแล้ว

“มธ.มีตำราภาษาไทยทั้งทางด้านสังคม และเศรษฐศาสตร์มากที่สุดและดีที่สุดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคมสงเคราะห์ สังคมวิทยา หรือแม้แต่ด้านวารสารศาสตร์ ขณะเดียวกันผลงานทางวิชาการของอาจารย์ใน มธ.ต่างก็ได้รับรางวัลจากสถาบันต่างๆ มากมาย แต่เกณฑ์ชี้วัดของ สกอ.กลับไม่นำมาพิจารณาและไม่สนใจ จะเอาเฉพาะตำราภาษาอังกฤษ ผมยังไม่เห็นความจำเป็นว่าทำไมนักวิชาการไทยต้องเขียนผลงานเป็นภาษาอังกฤษ และไม่แน่ใจว่าตำราภาษาไทยไม่ได้มาตรฐานหรือยังไม่ได้จัดอันดับตัวชี้วัดมาตรฐานที่ดีกันแน่ นอกจากนี้ สกอ.ก็ให้งบประมาณสนับสนุนการทำวารสารวิชาการกับ มธ.เพราะเห็นว่าดำเนินการได้มีคุณภาพ นำเสนอผลงานวิชาการที่ดีต่อสังคม แต่กลับไม่นำไปพิจารณาในการจัดอันดับมหาวิทยาลัย”นายสุรพลกล่าว

อธิการบดี มธ.กล่าวอีกว่า สกอ.ได้กำหนดตัวบ่งชี้ด้านการเรียนการสอน โดยจะใช้ความนิยมของมหาวิทยาลัยในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา หรือเอนทรานซ์ ซึ่งพิจารณาจากจำนวนนักเรียนที่เลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัย และคะแนนในการสอบเข้า ขณะที่ มธ.ใช้วิธีการรับตรงในแต่ละปี 50% ดังนั้น จะเหลือเก้าอี้สำหรับนักศึกษาในระบบเอนทรานซ์จำนวนไม่มากนัก และจากจำนวนเก้าอี้ที่เหลือน้อยลงก็ส่งผลให้นักเรียนเลือกสอบเข้า มธ.น้อยลงไปด้วย ขณะเดียวกันเมื่อ มธ.มีระบบรับตรง นักเรียนที่มีผลการเรียนดีของ มธ.จะไม่มีคะแนนในระบบเอนทรานซ์

“สกอ.ได้มีบันทึกข้อความมาถึง มธ.เป็นหนังสือราชการ ระบุว่าข้อมูลที่ขอจากทางมหาวิทยาลัยจะนำไปใช้สำหรับเพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัย แต่จะไม่มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ลงนามโดยนายสรรค์ วรอินทร์ ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา แต่นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กลับบอกกับสื่อมวลชนว่าจะมีการแถลงข่าวการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยในเร็วๆ นี้ แสดงว่า 2 คนนี้จะต้องมีใครโกหกอย่างแน่นอน”

นายสุรพล กล่าวอีกว่า มธ.พร้อมรับการจัดอันดับ แต่ไม่คิดว่าเป็นหน้าที่ที่ สกอ.จะต้องทำ เพราะไม่มีความเชี่ยวชาญ และจะสร้างให้เกิดผลกระทบต่อสถาบันอุดมศึกษารุนแรง เพราะเกณฑ์ที่นำมาใช้ไม่เป็นธรรม และไม่ครอบคลุมศาสตร์ทุกสาขาค สุดท้ายคนที่มาทำหน้าที่จัดอันดับก็จะถูกมองอย่างเสื่อมศรัทธา ซึ่งการทำหน้าที่ดังกล่าว สกอ.ทำเกินขอบข่ายหน้าที่ของตนเอง ควรให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) ที่มีหน้าที่ดังกล่าวโดยตรงและมีงบประมาณดำเนินการ เพราะ สมศ.ก็จะดำเนินการอยู่แล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไม สกอ.จะต้องเร่งทำ นายภาวิชอยู่อีกปีเดียว แต่ผลกระทบที่เกิดจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของ สกอ.ที่จะเกิดขึ้น จะทำให้สถาบันอุดมศึกษาเกิดความแยกแตก และยังไม่เห็นมหาวิทยาลัยแห่งไหนออกมายอมรับกับการจัดอันดับดังกล่าวเลยด้วยซ้ำ”


[4] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [8/31/2006 3:13:34 PM] [Hits counter=32198184] แจ้งลบ

ข้อความที่=269117

"ภาวิช ทองโรจน์" ฟันธง.."จัดอันดับ ม.ไทย ผลดีมากกว่าเสีย"
==========
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu20280849&day=2006/08/28
ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้เร่งเก็บข้อมูลจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อใช้ใน การจัดอันดับ (Ranking) มหาวิทยาลัยไทย ภายใต้ "โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย" ปรากฏว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และคัดค้านการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยจากผู้ที่อยู่ในแวดวงอุดมศึกษา รวมทั้งไม่มั่นใจใน "ดัชนีชี้วัด" ที่ใช้ในการจัดอันดับ

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งจะไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับ ขณะเดียวกัน การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในระดับสากล ได้ส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการจัด 200 อันดับมหาวิทยาลัยโลกของนิตยสารไทม์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือ และคุณภาพของมหาวิทยาลัยไทยอย่างมากมาย

"มติชน" เลยถือโอกาสสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ศ.พิเศษ ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ถึงข้อดีและข้อเสีย ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยในครั้งนี้

- ดัชนีชี้วัดที่ใช้ในการจัดอันดับ

"เป็นข้อมูลที่ได้จากการวิจัยในโครงการวิจัยเพื่อคาดการณ์สถานภาพการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ และชีวภาพในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ซึ่งรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลจากผลผลิต และปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการวิจัย โดยนักวิชาการแต่ละสาขาวิชาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ มาร่วมกันทำ ฉะนั้น ดัชนีชี้วัดแต่ละตัวที่นำมาใช้จึงเป็นดัชนีชี้วัดเชิงคุณภาพทั้งสิ้น ไม่ใช่ดัชนีชี้วัดที่ต่างประเทศใช้ในการจัดอันดับ และ สกอ.ไม่ได้คิดเอาเอง แต่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาช่วยกันคิด ได้วิเคราะห์ คัดเลือกตัวที่คิดว่าเป็นธรรม และถูกต้องมากที่สุด"

- การจัดอันดับจำเป็นแค่ไหน

"การจัดอันดับต้องทำเป็นประจำ ส่วนดัชนีชี้วัดก็ต้องปรับปรุงไปเรื่อยๆ ตรงไหนไม่เหมาะสมก็ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันไป เพราะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ตัวดัชนีชี้วัดก็ต้องเปลี่ยนให้เหมาะสม ที่หลายคนมองว่าขณะนี้มีสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ที่ดูแลเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยนั้น ที่ สมศ.ทำคือเอาผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบสถานศึกษาในระดับต่างๆ และให้ความเห็น แต่การจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยของ สกอ.ไม่เกี่ยวกับความเห็น แต่เป็นข้อมูลข้อเท็จจริง ซึ่งต้องตรวจสอบก่อนว่าจริงหรือไม่ อีกทั้ง วัตถุประสงค์ที่ทำก็ต่างกัน"

"ผมมองว่าในช่วง 4-5 ปีนับจากนี้ ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้มหาวิทยาลัยเกิดการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงได้เท่ากับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ซึ่งผมเห็นว่าต้องทำทุกมหาวิทยาลัย เพราะจะส่งผลต่อการพัฒนามหาวิทยาลัย"

- เหตุผลที่ต้องจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย

"เหตุผลหลักๆ มี 3 ข้อ คือ 1.เป็นสิทธิของสาธารณชนที่จะต้องรู้ว่ามหาวิทยาลัยกำลังทำอะไรอยู่ มีคุณภาพอย่างไร เพื่อประโยชน์ในการเลือกเข้าเรียน หรือเลือกใช้บริการ 2.เป็นแนวทางในการพัฒนามหาวิทยาลัย โดยใช้เป็นข้อพิจารณาในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยทุกระดับ ตั้งแต่สภามหาวิทยาลัยลงไป ทั้งยังส่งผลต่อการสรรหาผู้บริหารระดับสูงสุด คืออธิการบดี ซึ่งมีหน้าที่ทำให้มหาวิทยาลัยพัฒนา โดยประเทศชาติจะได้ประโยชน์ และ 3.ผลการจัดอันดับจะถูกนำไปใช้ในการจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะงบประมาณให้แต่ละสถาบัน"

"เพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่อีกด้านคือการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการอุดมศึกษา ซึ่งกองทุนเงินกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ก็ทำเสร็จในระดับหนึ่ง ต้องมีภาคสองต่อ คือการกำหนดค่าใช้จ่ายต่อหัวในการผลิตบัณฑิต ซึ่งจะมีเกณฑ์ด้านคุณภาพเข้าไปกำกับด้วย โดยการผลิตบัณฑิตในสาขาเดียวกัน อาจมีค่าใช้จ่ายต่อหัวไม่เท่ากัน ถ้าไม่จัดอันดับก็จะไม่สามารถเปรียบเทียบได้ และการนำคุณภาพเข้าไปจับจะเกิดความเป็นธรรม เพราะสถาบันใดผลิตคนที่มีคุณภาพสูง ก็ควรได้รับงบประมาณสูง ขณะเดียวกัน สถาบันที่มีคุณภาพต่ำ ก็มีเกณฑ์ที่จะช่วยเหลืออย่างไรบ้าง ส่วนการจัดสรรงบประมาณของรัฐที่ให้กับมหาวิทยาลัยโดยตรง ก็ต้องมีเกณฑ์ด้านคุณภาพเข้าไปจับด้วย จึงขอให้ใจเย็นๆ เพราะถ้าไม่ทำเรื่องนี้ก็จัดสรรงบประมาณไม่ถูก"

- แสดงว่าผลดีมากกว่าผลเสีย

"ถ้าดูเกณฑ์ 3 ข้อนี้ ผมคิดว่าคนที่ค้านก็ไม่น่าจะค้านอีก เพราะผลดีมีมากกว่าผลเสีย"

หน้า 27


[5] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [8/31/2006 3:14:06 PM] [Hits counter=32198187] แจ้งลบ

ข้อความที่=269118

อธิการบดีมหาวิทยาลัย ค้านสกอ.ประกาศจัดอันดับ
======
http://www.bangkokbiznews.com/2006/08/22/o001_130604.php?news_id=130604
21 สิงหาคม 2549 13:48 น.
อธิการบดีจากหลายมหาวิทยาลัย แสดงความเห็นคัดค้านการประกาศผลจัดอันดับมหาวิทยาลัยในช่วงนี้ หวั่นเกณฑ์ประเมินไม่ชัดเจน เสนอ สกอ.จัดโต๊ะหารือก่อนประกาศผล
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) จะประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย 50 อันดับ ในวันที่ 31 ส.ค. นั้น ทางศ.ดร.สุชาติ อุปถัมภ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา(มบ.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่า สกอ.จะประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เห็นว่า ยังไม่ควรที่จะประกาศผลการจัดอันดับตอนนี้

เพราะเกณฑ์การจัดอันดับหลายเกณฑ์ยังไม่ชัดเจน เช่น การประเมินผลงานวิจัย งานวิจัยที่ต้องตีพิมพ์ และเท่าที่ทราบสกอ.ยังไม่มีการบรรจุวารสารทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เข้าไปในฐานข้อมูล มหาวิทยาลัยที่เน้นทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์จะเสียเปรียบตรงนี้

"ยอมรับว่าในอนาคตเราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการจัดอันดับได้ แต่ตอนนี้ทางสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เพิ่งเข้ามาประเมินมหาวิทยาลัย โดยเน้นประเมินตามคุณภาพเกณฑ์ขั้นต่ำ ทั้งยังแบ่งกลุ่มการประเมินเป็น 4 กลุ่มคือ มหาวิทยาลัยกลุ่มผลิตบัณฑิตกับการวิจัย กลุ่มผลิตบัณฑิตและบริการวิชาการ กลุ่มผลิตบัณฑิตและศิลปวัฒนธรรม และกลุ่มผลิตบัณฑิต ดังนั้น เราน่าจะไปดูผลการประเมินของสมศ. ก่อนว่ากลุ่มใดอยู่ตรงไหน และเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งได้ปรับปรุงและพัฒนาตนเองก่อน ถึงค่อยมาประกาศผลการจัดอันดับ" อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าว

ด้าน ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) กล่าวว่า การประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยจะต้องมีกระบวนการ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจัดอันดับที่ชัดเจนและให้มหาวิทยาลัยได้รับทราบก่อน เพื่อมหาวิทยาลัยจะได้รู้ว่าประเมินกันอย่างไรบ้าง

ทั้งต้องจัดอันดับตามกลุ่มวิชา หรือสาขาวิชาให้ครอบคลุมทั้งหมด และถ้าสกอ.จะประกาศผลการจัดอันดับจริงก็จะต้องไปดูกันว่ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีจุดอ่อน จุดแข็งอะไรกันบ้าง โดยเฉพาะจะต้องดูเรื่องงานวิชาการหรืองานวิจัยเป็นเรื่องหลัก และในการประกาศผลน่าจะทำเหมือนกับการประเมินผลของ กพร. ที่ประเมินการปฎิบัติงานของหน่วยงานราชการแล้วจะแจ้งให้หน่วยงานที่รับประเมินทราบก่อน ในกรณีนี้ก็แจ้งไปที่มหาวิทยาลัยโดยตรงจากนั้นมหาวิทยาลัยจะส่งต่อข้อมูลแจ้งสภามหาวิทยาลัยรับทราบเพื่อประเมินการทำงานว่ามีจุดอ่อนตรงไหน จะแก้ไขอย่างไร สำหรับปรับปรุงในปีต่อๆไป

"การจัดอันดับนั้นจะทำให้รับทราบว่ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร เพื่อจะได้แก้ไข แต่การจะประกาศให้สาธารณชนรับทราบนั้นยังห่วงว่าจะทำให้เกิดความสับสนต่อสังคม ดังนั้นสกอ.และมหาวิทยาลัยควรมาคุยกันก่อนเพื่อเกิดการรับทรายและยอมรับกันในผลประเมิน"อธิการบดีมช. กล่าว

รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ว่าเป็นเรื่องดีเพราะจะทำให้มหาวิทยาลัยรู้ถึงสถานภาพของตนเอง แต่ต้องทำโดยรอบคอบ เพราะอาจมีประเด็นโต้แย้งเกิดขึ้นได้ เนื่องจากมีปัจจัยแวดล้อมที่ต้องคำนึง เช่น ขนาดของมหาวิทยาลัย ความเก่าและใหม่ มหาวิทยาลัยต่างจังหวัดและมหาวิทยาลัยในส่วนกลาง งบประมาณ และการขอข้อมูลจากมหาวิทยาลัยซึ่งอาจจะคลาดเคลื่อน

เนื่องจากบางแห่งไม่ทราบว่านำไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร รวมทั้งผลการจัดอันดับในปีนี้เป็นข้อมูลของปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ จึงต้องรอบคอบและมีการตกลงถึงหลักเกณฑ์วิธีการดำเนินการที่แน่ชัดก่อน อย่างไรก็ตามการประเมินหรือจัดอันดับมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้สกอ.ไม่ดำเนินการก็อาจจะมีหน่วยงานอื่นทำ

[6] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [8/31/2006 3:14:46 PM] [Hits counter=32198193] แจ้งลบ

ข้อความที่=269119

สกอ.หาวิธีถนอมนํ้าใจประกาศผลจัดอันดับมหา'ลัย
===
http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=97370&NewsType=1&Template=1
ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขา ธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยเรียบร้อยแล้ว และในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ จะมีการจัดสัมมนาหัวข้อ “ระบบฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพมหาวิทยาลัย” เพื่อนำเสนอถึงขั้นตอนการเก็บข้อมูลและวิธีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย และจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่จะนำไปดำเนินการในปีต่อ ๆ ไป พร้อมกันนี้ในวันดังกล่าวจะมีการเปิดเผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัย 50 อันดับแรกของประเทศด้วย

เลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อไปว่า ต้องยอมรับว่ามหาวิทยาลัยที่ส่งข้อมูลมาส่วนใหญ่จะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐ ส่วนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) และมหาวิทยาลัยราชภัฏ (รภ.) ส่งข้อมูลมาไม่ครบ ขณะที่มหาวิทยาลัยเอกชนจะส่งข้อมูลมาให้น้อยมาก แต่ตนก็มั่นใจว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน และการพัฒนาศักยภาพของมหาวิทยาลัย สำหรับวิธีการประกาศผลนั้นขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะใช้วิธีใดเพื่อไม่ให้กระทบต่อจิตใจของมหาวิทยาลัยมากนัก ส่วนรายชื่อที่นอกเหนือจาก 50 อันดับแรก ที่จะมีการประกาศนั้น สกอ.กำลังพิจารณาอยู่ว่าควรจะเปิดเผยหรือไม่ ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่าไม่ว่ามหาวิทยาลัยใดจะถูกจัดอยู่ในอันดับใดก็ตาม ผู้บริหารอันดับ 1 คือ อธิการบดีมหาวิทยาลัยจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะหากไม่สามารถบริหารหรือนำมหาวิทยาลัยให้ก้าวเดินไปได้ก็ถือว่าบริหารไม่เป็น ซึ่งในต่างประเทศหากผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยตกลงจากปีที่ผ่านมาอธิการบดีจะต้องรับผิดชอบโดยการออกจากตำแหน่ง หรือไม่รับตำแหน่งในวาระต่อไปเพราะผลงานไม่เข้าตา

“ผมเชื่อว่าหลังจากการประกาศผลการจัดอันดับแล้วมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะต้องหันกลับไปพัฒนาศักยภาพของตนเองแน่นอน ซึ่งหากต้องการให้ สกอ.ช่วยเหลือในด้านใด สกอ. ก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว เพียงแต่มหาวิทยาลัยจะต้องคิดช่วยเหลือตนเองเป็นหลักก่อน แต่หากมหาวิทยาลัยใดที่มีผลการจัดอันดับอยู่ท้าย ๆ แล้วมาชี้แจงว่าเป็นเพราะขาดแคลนงบประมาณ ถ้าจะพัฒนาได้รัฐบาลต้องอัดฉีดงบประมาณนั้นคงไม่ได้ เพราะหากให้เหตุผลแก้ตัวอย่างนี้ก็เท่ากับผู้บริหารยังคิดไม่เป็น” เลขาธิการ กกอ.กล่าว.


[7] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [8/31/2006 3:15:12 PM] [Hits counter=32198196] แจ้งลบ

ข้อความที่=269121

จุฬาลงกรณ์ เชียงใหม่ และมหิดล ติดกลุ่มดีเลิศมหาวิทยาลัยไทย
======
http://tna.mcot.net/i-content.php?clip_id=p6OXpKU=&size=256k
สกอ.จัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ประจำปี 2548 ด้านการเรียนการสอน และด้านวิจัย ปรากฎว่าจุฬาลงกรณ์ เชียงใหม่ และมหิดล อยู่ในอันดับกลุ่มดีเลิศ หรือมีคะแนนรวมของดัชนีชี้วัดมากกว่าร้อยละ 75

นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา แถลงผลการจัดอันดับเพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย ซึ่งด้านการเรียนการสอน มีมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่ม 1 หรือดีเลิศ มีคะแนนรวมของดัชนีชี้วัดมากกว่าร้อยละ 75 จำนวน 4 แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอนแก่น เชียงใหม่ และ มหิดล ส่วนกลุ่มที่ได้คะแนนรวมของดัชนีชี้วัดน้อยกว่าร้อยละ 60 มี 10 แห่ง โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ถึง 8 แห่ง

สำหรับด้านการวิจัย มี 5 มหาวิทยาลัย คือ จุฬาลงกรณ์ เชียงใหม่ มหิดล เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และเทคโนโลยีสุรนารี ได้คะแนนรวมดัชนีชี้วัดมากกว่าร้อยละ 75 ส่วนมหาวิทยาลัยที่มีคะแนนรวมดัชนีชี้วัดน้อยกว่าร้อยละ 55 มี 12 แห่ง อย่างไรก็ตามทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ร่วมมือด้วยการให้ข้อมูลแต่ไม่ประสงค์ให้จัดอันดับ จึงไม่ปรากฏผลในการจัดอันดับครั้งนี้

[8] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [8/31/2006 3:23:37 PM] [Hits counter=32198259] แจ้งลบ

ข้อความที่=269140

อธ.ไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับ ม. โดยสกอ.
====
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9490000110842
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 สิงหาคม 2549 15:36 น.

ดร.ภาวิช เลขาธิการ กกอ.ระบุมหาวิทยาลัยใดไม่ยอมรับผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไม่เป็นไร และสามารถโต้แย้งทางวิชาการได้ ยืนยันการจัดอันดับเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาฐานข้อมูลและจัดสรรทรัพยากร ส่วนอธ. มศว ยัน ม.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับในครั้งนี้ ขณะที่ อธ.มรภ.ยอมรับการจัดกลุ่มว่าเป็นการสะท้อนความจริงและนำข้อมูลไปพัฒนาตัวเอง

หลังศ.พิเศษ ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ได้ออกมาเปิดเผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยเป็นครั้งแรกไปเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทว่าผลการจันอันดับมหาวิทยาลัยที่ออกมานั้น ส่งผลให้หลายมหาวิทยาลัยทีเดียวที่บอกว่าการจัดอันดับในครั้งนี้ไม่น่าเชื่อถือ

ด้วยเหตุดังกล่าว ศ.พิเศษ ภาวิช จึงได้ออกมาบอกมหาวิทยาลัยไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร เพราะ การจัดอันดับมีมาตลอดเวลาอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะมีการจัดอันดับโดยระบบข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง น่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเองที่เป็นผู้ให้ข้อมูลเรา แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อจัดอันดับน่าจะถูกต้องกว่า ซึ่งคณะผู้วิจัยนี้มาจากหลายมหาวิทยาลัยดีกว่าให้ต่างประเทศมาจัดอันดับ แล้วมหาวิทยาลัยที่น่าจะติดไม่ติดอันดับ เพราะได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง สำหรับดัชนีชี้วัดที่ออกมาหากจะมีการโต้เถียงกันทางวิชาการก็ได้

“ผมไม่อยากให้คิดว่าการจัดอันดับครั้งนี้เป็นตราบาปของมหาวิทยาลัย แต่อยากให้รู้ว่าตัวเองอยู่จุดไหนเพื่อจะเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไร” ศ.พิเศษ ภาวิชกล่าว

ด้านอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ มีความคิดเห็นเป็นอย่างไร ต่อการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในครั้งนี้เริ่มกันที่

ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยในครั้งนี้ มศว อยู่ในกลุ่ม 3 ด้านการวิจัย และกลุ่ม 4 ด้านการเรียนการสอน และมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยครั้งนี้

“เมื่อ ศ.พิเศษภาวิช ดึงดันที่จะจัดก็ต้องยอมรับแต่ต้องฟังหูไว้หู โดยไม่เชื่อทั้งหมดของข้อมูลที่ประกาศและคงจะดูที่เหตุผลในการเชื่อหรือไม่เชื่อ ส่วนที่เชื่อมหาวิทยาลัยก็จะนำไปพัฒนาปรับปรุง อย่างไรก็ตาม มศว มั่นใจว่าถ้าการจัดอันดับได้ข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมด มาเป็นตัวชี้วัดอันดับที่ออกมาไม่น่าจะอยู่ไกลหรือรั้งท้าย เพราะ มศว มีความเข้มแข็งในหลายด้าน ขณะเดียวกันยอมรับว่ามีจุดอ่อนเช่นกัน ส่วนในปีต่อไปจะมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยอีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับเลขาธิการ กกอ.คนใหม่”

ด้าน รศ.ดร.สุมนต์ สกลไชย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ซึ่ง มข.อยู่ในกลุ่ม 1 การจัดอันดับด้านการเรียนการสอน และอยู่กลุ่ม 2 ด้านการวิจัย กล่าวว่า คงต้องยอมรับผลการจัดอันดับไปตามข้อเท็จจริง แต่ควรดูตัวชี้วัดที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา โดยส่วนตัวเห็นว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยมีประโยชน์

“สกอ.ควรบอกข้อจำกัดของตัวชี้วัดและจัดอันดับไปตามข้อจำกัด เพราะมหาวิทยาลัยจะมีความพร้อมและภูมิหลังภารกิจแตกต่างกัน หากนำมาเปรียบเทียบกันอาจเกิดความเข้าใจผิด เหมือนกับเอานักมวยคนละรุ่นมาเทียบกัน”

ผศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มรภ.สวนดุสิต กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัย แม้ว่าจะมีข้อโต้แย้งอยู่มาก แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำข้อมูลมาใช้ปรับปรุง

“โดยส่วนตัวเห็นว่าอย่าไปกังวลมากกับการจัดอันดับครั้งแรกของมหาวิทยาลัยไทย และต้องคิดว่าเป็นการสะท้อนความเป็นจริงว่าตัวเองพร้อมหรือไม่พร้อม หากจะโต้แย้งก็จะมีได้เรื่อยๆ สำหรับการนำ มรภ.ไปรวมแล้วจัดกลุ่มครั้งนี้ ยอมรับได้เมื่อรวมกันแล้วจะไปมีข้ออ้างว่าเป็นมหาวิทยาลัยใหม่คงไม่ถูก และเมื่อกลุ่มที่ได้ครั้งแรกออกมาไม่ดีก็กลับไปพัฒนา”

อย่างไรก็ตามการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยในครั้งนี้ ศ.พิเศษ ภาวิช บอกเป็นโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบฐานข้อมูลเพื่อติดตามและประเมินผลด้านการวิจัยของสถาบันอุดมศึกษา โดยกล่าวว่าระบบข้อมูลอุดมศึกษายังมีความอ่อนแออยู่มาก สกอ.จึงต้องการฐานข้อมูลเพื่อบริหารอุดมศึกษา และจัดสรรทรัพยากรถูกต้องและเหมาะสมในการพัฒนาประเทศ และจะเป็นข้อมูลให้สาธารณชนรับรู้และตัดสินใจเลือกเรียน

“การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในปี 2548 ปีแรก นี้จะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มคือ ดีเลิศ ดีเยี่ยม ดี พอใช้ และต้องปรับปรุง ลักษณะการปรากฏของคะแนนจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้มากทั้งฝ่ายรัฐบาลฝ่ายจัดสรรทรัพยากร ฝ่ายกำกับดูแลคุณภาพหรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัยเพื่อใช้เป็นข้อมูลเสริมจุดอ่อนและใช้จุดแข็งให้เป็นประโยชน์

อย่างไรก็ตามการจัดอันดับมหาวิทยาลัยครั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ให้ข้อมูลมาแต่ไม่ยินดีที่จะให้นำมาจัดอันดับด้วย จึงไม่ปรากฏชื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการจัดอันดับ ซึ่ง สกอ.ก็ต้องเคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูลด้วย นอกจากนี้มหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ข้อมูล โดยสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย แจ้งว่าจะยังไม่ให้ข้อมูลในปีนี้”

เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่า สกอ.ไม่มีหน้าที่จัดอันดับมหาวิทยาลัย ควรให้เป็นหน้าที่ของ สมศ.ดำเนินการดีกว่า นายภาวิช กล่าวว่าอยากให้ สมศ.เลิกพูดว่าไม่ใช่หน้าที่ของ สกอ.ที่จะจัดอันดับมหาวิทยาลัย

เพราะกฎหมายการจัดตั้ง สมศ.เองก็ไม่มีหน้าที่ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ในขณะ สกอ.มีหน้าที่จัดอันดับมหาวิทยาลัย เพื่อติดตามและประเมินผลศักยภาพของมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน อีกทั้งในประเทศอังกฤษ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ก็เป็นหน่วยงานคล้ายกับ สกอ. อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าเรื่องนี้หากหลายหน่วยงานช่วยกันทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคุณภาพของมหาวิทยาลัยก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

สำหรับภาพรวมการจัดกลุ่มในมหาวิทยาลัยครั้งนี้ ได้จากข้อมูลที่มหาวิทยาลัยส่งเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลออนไลน์ของ สกอ.จากมหาวิทยาลัย 50 แห่ง แบ่งอันดับออกเป็น 5 กลุ่ม ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้ข้อมูลมาด้วย แต่ไม่ยินดีให้นำมาจัดอันดับในครั้งนี้

มหาวิทยาลัยที่ประมวลโดยใช้กลุ่มดัชนีชี้วัดด้านการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มที่ 1 ได้คะแนนรวมมากกว่าร้อยละ 75 มี 4 แห่งคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และมหาวิทยาลัยมหิดล

ทั้งนี้ เมื่อนำคะแนนของตัวชี้วัดคืออัตราส่วนนักศึกษาต่ออาจารย์ บุคลากร งบประมาณ ความเป็นนานาชาติและการได้รับรางวัลมารวมกันแล้วปรากฏว่า
มหาวิทยาลัยมหิดลได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่ม ขณะที่มหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มที่ 5 ได้คะแนนรวมน้อยกว่าร้อยละ 60 มี 19 แห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ยะลา มรภ.ราชนครินทร์ มรภ.เลย มรภ.สกลนคร มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง มรภ.อุดรธานี มรภ.อุตรดิตถ์ วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ และวิทยาลัยตาปี

มหาวิทยาลัยที่ประมวลโดยใช้กลุ่มดัชนีชี้วัดด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มที่ 1 ได้คะแนนรวมมากกว่าร้อยละ 75 มี 5 แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ทั้งนี้ เมื่อนำคะแนนตัวชี้วัดคือ งบประมาณ บุคลากร ผลงาน และบัณฑิตศึกษามารวมกันแล้ว ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยมหิดลได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม ขณะที่มหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มที่ 5 ได้คะแนนรวมน้อยกว่าร้อยละ 55 มี 23 แห่ง
อาทิ มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.พระนคร มรภ.พิบูลสงคราม มรภ.ยะลา มรภ.ราชนครินทร์ มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง มรภ.อุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาลัยตาปี วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ

ผลการจัดอันดับคลิกที่นี่
อธ.มธ.อัด ภาวิช ทำ ม.แตกแยก

[9] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [8/31/2006 6:53:40 PM] [Hits counter=32200763] แจ้งลบ

ข้อความที่=269141

สกอ. เปิดผลจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย
วันที่ 31 ส.ค. 2549
====
http://www.matichon.co.th/breaking-news/breaking-news.php?nid=MjAwNjA4MzEtMTYzMTA0
วันนี้(31 ส.ค.) นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยผลการจัดอันดับ(Ranking) มหาวิทยาลัยไทย 50 อันดับ ตามโครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย ว่า การจัดอันดับและประเมินศักยภาพมหาวิทยาลัยไทยประจำปี 2548 เป็นการนำข้อมูลจากมหาวิทยาลัยที่ส่งข้อมูลมายัง สกอ.ประมาณ 60-70 แห่ง จากมหาวิทยาลัยทั้งหมดของรัฐและเอกชนประมาณ 200 แห่ง เพื่อนำข้อมูลมาประเมินศักยภาพใน 2 ด้าน คือ ด้านการเรียนการสอน และด้านการวิจัย ซึ่ง สกอ.ได้นำมาเผยแพร่ใน 50 อันดับแรก โดยแยกมหาวิทยาลัย ออกเป็น 5 กลุ่ม เรียงตามลำดับศักยภาพแต่ละแห่ง

"เชื่อว่าโครงการฐานข้อมูลออนไลน์ จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เนื่องจากขณะนี้อุดมศึกษาไทยยังมีจุดอ่อนในเรื่องการจัดระบบฐานข้อมูลมหาวิทยาลัย เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบและจัดอันขึ้น ก็จะเป็นข้อมูลให้นักศึกษาใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อ อีกทั้งอธิการบดี และผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะได้ทราบว่าตนเองจะต้องจะต้องปรับปรุงและพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาของตนเองไปในแนวทางใด"

สำหรับผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยกลุ่มดัชนีชี้วัดด้านการวิจัย ปรากฏว่า

กลุ่มดีเลิศ คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป เรียงตามตัวอักษร คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

กลุ่มดีเยี่ยม คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 70-75 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
กลุ่มดี คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 65-69 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

กลุ่มพอใช้ คะแนนร้อยละ 55-64 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

และกลุ่มต้องปรับปรุง คะแนนร้อยละ 55 ลงไป เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาลัยตาปี และวิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ


ในส่วนการประเมินโดยใช้กลุ่มดัชนีชี้วัดตามด้านการเรียนการสอน ปรากฏว่า

กลุ่มดีเลิศ คะแนนร้อยละ 75 ขึ้นไป เรียงตามตัวอักษร คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 70-74 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

กลุ่มดี คะแนนร้อยละ 65-69 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กลุ่มพอใช้ คะแนนร้อยละ 60-64 เรียงตามตัวอักษร ดังนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

และกลุ่มต้องปรับปรุง คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 เรียงตามตัวอักษร คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจและวิทยาลัยตาปี



ส่วนการจัดอันดับของคณะต่างๆ ที่มีศักยภาพด้านการวิจัย 5 อันดับแรก แยกตามกลุ่มสาขา มีดังนี้

กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ ได้แก่ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, สถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเทคโนโลยี ได้แก่ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, คณะพลังงานและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล, วิทยาการสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์ ได้แก่ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, โครงการบัณฑิตศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ ได้แก่ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กลุ่มสาขาศึกษาศาสตร์ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม



ส่วนการจัดอันดับของคณะต่างๆ ที่มีศักยภาพด้านการการเรียนการสอน 5 อันดับแรก แยกตามกลุ่มสาขา มีดังนี้

กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มสาขาเทคโนโลยี ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะพลังงานและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ ได้แก่ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปะศาสตร์ ได้แก่ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลและคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ ได้แก่ คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตปทุมธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

"ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในแต่ละกลุ่ม ไม่ได้เรียงตามคะแนน แต่จัดเรียงตามลำดับตัวอักษร โดยความแม่นยำของการจัดกลุ่มจะขึ้นอยู่กับความครบถ้วนและความถูกต้องของข้อมูลดิบที่กรอกโดยแต่ละมหาวิทยาลัย ในส่วนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) นั้น ได้ให้ข้อมูลมหาวิทยาลัยมายัง สกอ. แต่ไม่ยินดีให้เปิดเผยลำดับ ขณะที่มหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่ประมาณ 60 แห่ง ไม่ได้ให้ข้อมูลมายัง สกอ.จึงไม่ได้นำมาประเมินผลในการจัดอันดับครั้งนี้ด้วย" นายภาวิช กล่าว

[10] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [8/31/2006 6:57:12 PM] [Hits counter=32200784] แจ้งลบ

ข้อความที่=269160

มก.ไม่ติดกลุ่ม1เลยอ่ะนะ

รู้สึกจะย่ำอยู่กับที่ไม่ก็ถดถอยมานานแล้วอ่ะ


ผู้บริหารคิดยังไงบ้าง

[11] จากคุณ :[อืมมมมมมมม] [ไม่ได้ Login] [8/31/2006 9:16:22 PM] [Hits counter=32202243] แจ้งลบ

ข้อความที่=269173

มก. ไม่ติดกลุ่ม 1 ไม่ใช่ มก. ไม่พัฒนานะครับ แต่ มก. พัฒนาไม่ถูกทิศทางครับ

[12] จากคุณ :[*ไม่เขียนชื่อ*] [ไม่ได้ Login] [9/1/2006 12:50:12 AM] [Hits counter=32204067] แจ้งลบ

ข้อความที่=269174

ผมว่าการวัดพวกนี้มันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน
ผมเชื่อว่าคนที่เรียนทุกคนน่าจะประเมินได้
ว่าที่เราเรียนอยู่นั้นมันดีพอหรือยัง
ไม่จำเป็นต้องมาเปรียบเทียบกันเลยครับ
สร้างคุณภาพของตนเองให้ดีมีประโยชน์มากกว่าไปเทียบกับคนอื่น
ผมว่าเราน่าจะเลิกการเปรียบเทียบกันได้แล้วครับ
หันมาสร้างคุณภาพแก่ตนโดยไม่ต้องไปเทียบกับใคร
แข่งกับตัวเองดีกว่าแข่งกับคนอื่นนะครับ
บ้านเมืองเราจะได้สงบสุข

[13] จากคุณ :[KAo] [ไม่ได้ Login] [9/1/2006 2:06:03 AM] [Hits counter=32204841] แจ้งลบ

ข้อความที่=269184

'จุฬา-มหิดล-มช.' เจ๋ง จัดเกรดมหาวิทยาลัยไทย [31 ส.ค. 49 - 22:40]
=========
http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=18109
นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวในการสัมมนาเรื่องระบบฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ตามโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบฐานข้อมูลเพื่อติดตามและประเมินผลด้านการวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาวันนี้ (31 ส.ค.) ว่า ปัจจุบันระบบข้อมูลอุดมศึกษายังมีความอ่อนแออยู่มาก สกอ.จึงต้องการฐานข้อมูลเพื่อบริหารอุดมศึกษา และจัดสรรทรัพยากรถูกต้องและเหมาะสมในการพัฒนาประเทศ เป็นข้อมูลให้สาธารณชนรับรู้และตัดสินใจเลือกเรียน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้มากทั้งฝ่ายรัฐบาลฝ่ายจัดสรรทรัพยากร ฝ่ายกำกับดูแลคุณภาพหรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัยเพื่อใช้เป็นข้อมูลเสริมจุดอ่อนและใช้จุดแข็งให้เป็นประโยชน์

"มหาวิทยาลัยที่ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไรเพราะการจัดอันดับมีมาตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่เห็นว่าอาจมีการจัดโดยระบบข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง น่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเองที่เป็นผู้ให้ข้อมูลแล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อจัดอันดับน่าจะถูกต้องกว่า คณะผู้วิจัยนี้มาจากหลายมหาวิทยาลัยดีกว่าให้ต่างประเทศมาจัดอันดับแล้วมหาวิทยาลัยที่น่าจะติดไม่ติดอันดับ เพราะได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง สำหรับดัชนีชี้วัดที่ออกมาหากจะมีการโต้เถียงกันทางวิชาการสามารถทำได้ จึงไม่อยากให้คิดว่าการจัดอันดับครั้งนี้เป็นตราบาปของมหาวิทยาลัย แต่อยากให้รู้จักตัวเองว่าอยู่ในจุดใดเพื่อจะเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไร" เลขาธิการ กกอ.กล่าว

รายงานระบุว่า การประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยของไทยครั้งแรกนี้ สกอ. ได้ใช้กลุ่มดัชนีชี้วัด 2 ด้าน คือ ด้านการเรียนการสอนและด้านการวิจัย จัดระดับกลุ่มมหาวิทยาลัย 50 แห่งทั่วประเทศ เป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม 1 เป็นกลุ่มดีเลิศ กลุ่ม 2 เป็นกลุ่มดีเยี่ยม กลุ่ม 3 เป็นกลุ่มดี กลุ่ม 4 เป็นกลุ่มพอใช้ และกลุ่ม 5 เป็นกลุ่มที่ต้องปรับปรุง ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ร่วมมือในการให้ข้อมูล แต่ไม่ประสงค์ให้จัดอันดับ ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนนั้น สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยแจ้งว่ายังไม่ให้ข้อมูลในปีนี้ จึงไม่ปรากฏผลในการจัดอันดับดังกล่าว

รายงานระบุต่อว่า การจัดระดับกลุ่มมหาวิทยาลัยด้านการเรียนการสอน กลุ่ม 1 มี 4 แห่ง ประกอบด้วย ม.ขอนแก่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เชียงใหม่ และ ม.มหิดล กลุ่ม 2 มี 4 แห่ง ประกอบด้วย ม.เกษตรศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ม.เทคโนโลยีสุรนารี ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพฯ กลุ่ม 3 มี 8 แห่ง ประกอบด้วย ม.ทักษิณ ม.แม่ฟ้าหลวง ม.วลัยลักษณ์ ม.ศิลปากร ม.สงขลานครินทร์ ม.อุบลราชธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มรม.) ศรีวิชัย และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

กลุ่ม 4 มี 13 แห่ง ประกอบด้วย ม.นเรศวร ม.บูรพา ม.มหาสารคาม ม.แม่โจ้ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ มรม.ธัญบุรี มรม.พระนคร มรม.สุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครปฐม มรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ มรภ.สวนดุสิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และกลุ่ม 5 มี 20 แห่ง ประกอบด้วย มรภ.จันทรเกษม มรภ.เชียงใหม่ มรภ.เทพสตรี มรภ.ธนบุรี มรภ.นครราชสีมา มรภ.นครศรีธรรมราช มรภ.นครสวรรค์ มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.พระนคร มรภ.พิบูลสงคราม มรภ.ยะลา มรภ.ราชนครินทร์ มรภ.เลย มรภ.สกลนคร มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง มรภ.อุดรธานี มรภ.อุตรดิตถ์ วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ และวิทยาลัยตาปี

รายงานระบุต่ออีกว่า ส่วนการจัดระดับกลุ่มมหาวิทยาลัยด้านการวิจัย กลุ่ม 1 มี 5 แห่ง ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เชียงใหม่ ม.มหิดล ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ ม.เทคโนโลยีสุรนารี กลุ่ม 2 มี 4 แห่ง ประกอบด้วย ม.เกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น ม.นเรศวร และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กลุ่ม 3 มี 5 แห่ง ประกอบด้วย ม.บูรพา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.ศิลปากร ม.สงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

กลุ่ม 4 มี 12 แห่ง ประกอบด้วย ม.ทักษิณ ม.แม่โจ้ ม.แม่ฟ้าหลวง ม.มหาสารคาม ม.วลัยลักษณ์ ม.อุบลราชธานี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มรภ.นครราชสีมา มรภ.เลย มรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ มรภ.สวนดุสิต มรภ.อุดรธานี และกลุ่ม 5 มี 23 แห่ง ประกอบด้วย มรม.กรุงเทพ มรม.ธัญบุรี มรม.พระนคร มรม.ศรีวิชัย มรม.สุวรรณภูมิ มรภ.จันทรเกษม มรภ.เชียงใหม่ มรภ.เทพสตรี มรภ.ธนบุรี มรภ.นครปฐม มรภ.นครศรีธรรมราช มรภ.นครสวรรค์ มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.พระนคร มรภ.พิบูลสงคราม มรภ.ยะลา มรภ.ราชนครินทร์ มรภ.สกลนคร มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง มรภ.อุตรดิตถ์ วิทยาลัยตาปี และวิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ

[14] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/1/2006 3:24:04 AM] [Hits counter=32205659] แจ้งลบ

ข้อความที่=269185

อัดยับจัดเกรดมหาวิทยาลัย ตีตราบาป-ไม่เป็นธรรม [1 ก.ย. 49 - 02:08]
=========
http://www.thairath.co.th/onlineheadnews.html?id=18129
นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในรายการ "ถึงลูกถึงคน" ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ เมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ส.ค.) ถึงโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบฐานข้อมูลเพื่อติดตามและประเมินผลด้านการวิจัยของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อจัดระดับมหาวิทยาลัยไทย ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ว่า การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นตราบาป และทำลายระบบมหาวิทยาลัยไทยไปอีกนาน โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มท้ายๆ เนื่องจากอีกไม่เกิน 1 ปี นับจากนี้ไป สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) จะดำเนินการในเรื่องนี้ด้วยมาตรฐานที่ครบถ้วนใน 7 มาตรฐาน ไม่ใช่ประเมินเพียง 2 มาตรฐาน เช่นที่ สกอ.ดำเนินการในขณะนี้

"ผมไม่แน่ใจคนไทยละเอียดลึกซึ้งพอจะจำได้หรือไม่ ในสิ่งที่ สมศ.จะดำเนินการประเมินมาตรฐานมหาวิทยาลัย ในอีก 1 ข้างหน้า เพราะการประเมินมาตรฐานครั้งนี้ ไม่เป็นธรรมต่อมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มท้ายๆ ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคล รวมถึงมหาวิทยาลัยของรัฐบางแห่งที่ติดอยู่ในกลุ่มที่ 3-4 จึงอยากถามว่ามหาวิทยาลัยเหล่านี้ควรอยู่กลุ่มนี้หรือไม่ หากประเมินตามมาตรฐาน สมศ. ตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่ต้องทำ เพราะการประเมินมาตรฐานครั้งนี้เลือกใช้เฉพาะมาตรฐานการเรียน การสอน และมาตรฐานการวิจัย เท่านั้น โดยไม่พิจารณาเรื่องการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ คุณภาพบัณฑิต คุณภาพทางวิชาการที่ให้สังคม ประเด็นเหล่านี้ไม่ได้ถูกถาม และทีมวิจัยนี้ไม่ได้สนใจ เนื่องจากเป็นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ กายภาพ ชีวภาพ เท่านั้น" อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว
อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวด้วยว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมจัดอันดับมาตรฐานการศึกษาเช่นเดียวกับทุกมหาวิทยาลัย แต่ที่ไม่ร่วมการจัดมาตรฐานในครั้งนี้ เนื่องจาก 1.กติกาไม่ค่อยดี 2.คนทำวิจัยนี้ไม่รู้ภาพรวมของมหาวิทยาลัยทั้งหมด เพราะโครงการวิจัยนี้เพื่อคาดการณ์สถานภาพการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ กายภาพ และชีวภาพ ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐเท่านั้น มีผู้วิจัย 17 คน ดังนั้นจะนำรูปแบบดังกล่าวที่คิดจากวิทยาศาสตร์มาใช้กับมหาวิทยาลัยทั้งหมด โดยไม่สนใจใช้มาตรฐานของมาหวิทยาลัยด้านอื่นๆ ถือว่าเป็นปัญหา เป็นการประเมินมาตรฐานที่ไม่ค่อยมีมาตรฐานเท่าใด เนื่องจากมีการประเมินมาตรฐานเพียงบางเรื่อง คือ เรื่องการวิจัย และการเรียนการสอน เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามหาวิทยาลัยถือว่าภารกิจทั้งสองเรื่องดังกล่าวเป็นภารกิจหลัก แต่มหาวิทยาลัยต้องคาดหวังเรื่องอื่นๆ อาทิ การผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ รวมทั้งการเป็นมหาวิทยาลัยที่บริการทางวิชาการต่อสังคมด้วย ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับการยอมรับทางด้านกฎหมาย บริหารธุรกิจ บัญชี เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และ คณะสังคมสงเคราะห์ที่ถือเป็นคณะเดียวในมหาวิทยาลัยของรัฐที่ผลิตบุคลากรในด้านนี้

ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การจัดอันดับมหาวิทยาลัยถือเป็นเรื่องดี และเป็นประโยชน์ทำให้ประชาชน นักศึกษา และผู้ปกครองได้ทราบว่า มหาวิทยาลัยใดอยู่ในอันดับไหนมีคุณสมบัติหรือมีความเข้มแข็ง หรือไม่เข้มแข็งในด้านใด ส่วนรายละเอียดและขั้นตอนการดำเนินการเพื่อจัดอันดับควรปรึกษาหารือกัน แลกเปลี่ยน และรับฟังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับให้เหมาะสมโดยยึดถือประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่จะมารับบริการจากมหาวิทยาลัย ส่วนมหาวิทยาลัยที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับ ได้มอบหมายให้นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เร่งทำความเข้าใจ และหวังว่าจะช่วยกันคิดหาสิ่งที่ดีที่สุด โดยใช้เหตุผลหลักวิชาการมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

[15] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/1/2006 3:25:25 AM] [Hits counter=32205664] แจ้งลบ

ข้อความที่=269186

มธ.ไม่รับผลจัดอันดับมหา'ลัยของสกอ.
===
http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=98868&NewsType=1&Template=1
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะจัดให้มีการประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทยในวันที่ 31 ส.ค. นั้น ศ.ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) เปิดเผยว่า ถ้า สกอ.ยืนยันที่จะประกาศผลจัดอันดับก็สามารถทำได้ แต่ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) จะต้องรับผิดชอบกับผลที่ประกาศ ซึ่งตนเชื่อว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็คงจะไม่ยอมรับผลที่ประกาศออกมา เพราะข้อมูลไม่สมบูรณ์ ไม่อยู่บนพื้นฐานวิชาการรอบด้าน ไม่ครอบคลุมทุกศาสตร์ ไม่มีเหตุผล อธิบายไม่ได้ และไม่สะท้อนความเป็นจริงของมหาวิทยาลัยอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งมธ.ได้ทำหนังสือคัดค้านและโต้แย้งการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยของสกอ. ตั้งแต่เดือนมกราคม 2549

อธิการบดี มธ. กล่าวต่อไปว่า มธ.ไม่ได้ปฏิเสธการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย แต่คัดค้านที่จะให้ สกอ.เป็นผู้จัด เพราะ สกอ.ยังไม่เชี่ยวชาญและไม่มีภารกิจเรื่องนี้ ถึงแม้จะเป็นหน่วยงานกลางที่ดูแลมหาวิทยาลัยก็ตาม โดยตนเห็นว่าผู้ที่เหมาะสมที่จะทำหน้าที่จัดอันดับได้ดีที่สุดน่าจะเป็นสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพราะแค่ฟังชื่อสมศ.ก็น่าจะรู้ว่าควรเป็นหน่วยงานที่ ทำเรื่องนี้ และดัชนีชี้วัดที่สมศ.นำมาใช้ก็ครอบคลุม ทุกเรื่อง ขณะที่ดัชนีชี้วัดที่สกอ.นำมาวัดนั้นเท่าที่ทราบจะมี 2 เรื่อง คือ การเรียนการสอนและการวิจัยเท่านั้น ซึ่งไม่ครอบคลุมภารกิจของมหาวิทยาลัย รวมทั้งข้อ มูลที่นำมาจัดอันดับเน้นฐานข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์กายภาพและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ซึ่งไม่สามารถสะท้อนผลงานของมหาวิทยาลัยได้ทุกศาสตร์ ที่สำคัญข้อมูลที่นำมาจัดอันดับไม่มีความสมบูรณ์ ซึ่งสกอ. ก็ยอมรับแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมยังจะทำอยู่

“ถ้าสกอ.ยังยืนยันที่จะประกาศผลการจัดอันดับอาจจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อถือมหาวิทยาลัยไทย และจะทำให้เกิดความปั่นป่วนในมหาวิทยาลัยได้ เพราะเมื่อประกาศไปแล้วจะต้องมีคนนำไปอ้างอิงจะถูกหรือผิดไม่ทราบ และโดยส่วนตัวผมเห็นว่าผลที่ประกาศไปจะมีผลเสียมากกว่าผลดี อีกอย่างอีก 1 เดือนเลขาธิการกกอ. ก็จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่มหาวิทยาลัยที่ยังอยู่จะต้องมา ขัดแย้ง” อธิการบดี มธ. กล่าว

ด้าน ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช กล่าวว่า สกอ. ยืนยันที่จะประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทยในวันที่ 31 ส.ค. ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ ในการสัมมนาระบบฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย โดยในส่วนของมธ. หากไม่ยินดีให้เผยแพร่ข้อมูลในการจัดอันดับมหาวิทยาลัย สกอ.ก็จะไม่นำข้อมูลของมธ.มาจัดอันดับด้วย รวมถึงมหาวิทยาลัยเอกชนที่จะไม่เข้าร่วมการจัดอันดับครั้งนี้ อย่างไรก็ตามสกอ.ยืนยันดัชนีชี้ วัดที่นำมาใช้ครอบคลุมทุกด้านและเป็นสากล รวมทั้งการเก็บข้อมูลก็น่าเชื่อถือ.


[16] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/1/2006 3:26:54 AM] [Hits counter=32205669] แจ้งลบ

ข้อความที่=269187

สกอ.สรุปผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยด้านการเรียนการสอนและวิจัย
=====
http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=98954&NewsType=1&Template=1

(16.35 น.) จากการสัมมนาเรื่อง “ระบบฐานข้อมูล online เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย ” เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้จัดทำโครงการระบบฐานข้อมูล online เพื่อประเมินศักยภาพมหาวิทยาลัยไทยขึ้น โดยใช้ตัวบ่งชี้ 2 ด้านคือ ด้านการวิจัยและด้านการเรียนการสอน โดยมีผู้ส่งข้อมูลมา 51 แห่ง จากมหาวิทยาลัยไทยที่มีทั้งหมด 138 แห่ง ทั้งนี้ม.ธรรมศาสตร์ไม่ขอเข้าร่วมจัดอับดับในครั้งนี้

สำหรับผลการจัดอันดับด้านการวิจัย ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 มหาวิทยาลัยที่มีคะแนนรวมมากกว่า 75% ได้แก่ จุฬาฯ ม.เชียงใหม่ ม.มหิดล ม.เทคโนฯพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) และม.เทคโนฯสุรนารี(มทส.) กลุ่มที่ 2 คะแนน 70-75% ได้แก่ ม.เกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น ม.นเรศวร และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กลุ่มที่ 3 คะแนน 65-69 % ได้แก่ ม.บูรพา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.ศิลปากร ม.สงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) กลุ่มที่ 4คะแนน 55-64 % ได้แก่ ม.ทักษิณ ม.แม่โจ้ ม.แม่ฟ้าหลวง ม.มหาสารคาม ม.วลัยลักษณ์ ม.อุบลราชธานี(มอบ.) มรภ.นครราชสีมา มรภ.เลย มรภ.วไลยอลงกรณ์ มรภ.สวนดุสิต มรภ.อุดรธานี และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจพ.) และกลุ่มที่ 5 คะแนนน้อยกว่า 55% ได้แก่ มทร. กรุงเทพ มทร.ธัญบุรี มทร.พระนคร มทร.ศรีวิชัย มรภ.จันทรเกษม มรภ.เชียงใหม่ มรภ.เทพสตรี มรภ.ธนบุรี มรภ.นครปฐม มรภ.นครศรีธรรมราช มรภ.นครสวรรค์ มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.พระนคร มรภ.พิบูลสงคราม มรภ.ยะลา มรภ.ราชนครินทร์ มรภ.สกลนคร มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง มรภ.อุตรดิตถ์ มทร.สุวรรณภูมิ วิทยาลัยตาปี และวิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ

ส่วนการจัดอันดับด้านการการเรียนการสอน กลุ่มที่ 1 คะแนนมากกว่า 75% ได้แก่ จุฬาฯ ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ ม.มหิดล กลุ่ม 2 คะแนน 70-74% ได้แก่ ม.เกษตรฯ ม.เทคโนฯพระจอมเกล้าธนบุรี ม.เทคโนโลยีสุรนารี และมทร.กรุงเทพ กลุ่ม 3 ะแนน 65-69 % ได้แก่ ม.ทักษิณ ม.แม่ฟ้าหลวง ม.วลัยลักษณ์ ม.ศิลปากร ม.สงขลานครินทร์ ม.อุบลฯ มทร.ศรีวิชัย และนิด้า กลุ่ม 4 คะแนน 60-64% ได้แก่ ม.บูรพา ม.มหาสารคาม ม.แม่โจ้ มศว มทร.ธัญบุรี มทร.พระนคร มรภ.นครปฐม มรภ.วไลยอลงกรณ์ มรภ.สวนดุสิต สจล. สจพ. และ มทร.สุวรรณภูมิ และกลุ่มที่ 5 คะแนนน้อยกว่า 60% ได้แก่ มรภ.จันทรเกษม มรภ.เชียงใหม่ มรภ.ธนุบรี มรภ.นครราชสีมามรภ.นครศรีธรรมราช มรภ.นครสวรรค์ มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.พระนคร มรภ.พิบูลสงคราม มรภ.ยะลา มรภ.ราชนครินทร์ มรภ.เลย มรภ.สกลนคร มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง มรภ.อุดรธานี มรภ.อุตรดิตถ์ วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ และวิทยาลัยตาปี.


[17] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/1/2006 3:29:35 AM] [Hits counter=32205680] แจ้งลบ

ข้อความที่=269188

http://www.kapook.com/hilight/view.php?id=1608

[18] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/1/2006 3:36:25 AM] [Hits counter=32205701] แจ้งลบ

ข้อความที่=269189

http://webboard.mthai.com/5/2006-08-31/263834.html

[19] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/1/2006 3:41:58 AM] [Hits counter=32205711] แจ้งลบ

ข้อความที่=269190

รายการถึงลูกถึงคน
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ตอน 2
http://hiptv.mcot.net/hipPlay.php?id=7459&SelectSpeed=256k


[20] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/1/2006 3:57:52 AM] [Hits counter=32205747] แจ้งลบ

ข้อความที่=269192

น่าจะทำแบบธรรมศาสตร์บ้าง
อยู่เฉยๆ เค้าสั่งอะไรก็ทำ นี่แหละเกษตร
ไม่ออกมาทักท้วง

[21] จากคุณ :[มก. แม่กุ] [ไม่ได้ Login] [9/1/2006 1:28:56 PM] [Hits counter=32212136] แจ้งลบ

ข้อความที่=269193

ฉะอันดับมหาวิทยาลัยมั่ว สกอ.ทำผ่านเวบ-ข้อมูลไม่ครบ
=====
http://www.komchadluek.net/2006/09/01/a001_43103.php?news_id=43103
ยำเละ สกอ.จัดอันดับมหาวิทยาลัยมั่ว กรอกข้อมูลผ่านเวบ ไม่ได้ลงพื้นที่ อุดมศึกษาส่งข้อมูลแค่ 51 แห่งจาก 138 แห่ง มอ.โวยข้อมูลไม่ครบ สจพ.-มศว ไม่ยอมรับ เวบอัดไม่น่าเชื่อถือ ด้าน "จาตุรนต์" โบ้ย สกอ.รับผิดชอบเอง ส่วนจุฬาฯ ม.เชียงใหม่ ม.มหิดลซิวอันดับหนึ่งทั้งวิจัย-การสอนตามคาด

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นำข้อมูลจากโครงการฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทยมาแบ่งกลุ่มโดยดัชนีชี้วัดด้านวิจัยและการเรียนการสอน และจำแนกอันดับตาม 7 กลุ่มสาขาวิชา เพื่อให้มหาวิทยาลัยนำข้อมูลไปใช้พัฒนากระตุ้นการผลิตงานวิจัยของสถาบันและนำมาใช้ประกอบการสร้างกติกาในการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรให้แก่สถาบันอุดมศึกษา

ผู้สื่อข่าวถามถึงการไม่ยอมรับของสถาบันอุดมศึกษาในผลประกาศครั้งนี้ ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช กล่าวว่า ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร แต่คิดว่าน่าเชื่อถือได้ แม้ สกอ.ไม่จัดอันดับก็มีประเทศอื่นมาจัดอันดับให้ไทยตลอดเวลา ส่วนการยอมรับในดัชนีชี้วัดนั้น ใครไม่เชื่อก็โต้เถียงกันในทางวิชาการ เพราะผู้วิจัยได้นำดัชนีที่ใช้ไปสอบถามความเห็นนักวิชาการในมหาวิทยาลัยหลายแห่งก่อนนำมาใช้จริง ซึ่งดัชนีที่ใช้ในปีนี้แล้ว เมื่อถึงปีหน้าก็ต้องปรับใหม่

ทั้งนี้มีสถาบันอุดมศึกษาส่งข้อมูลมาให้ สกอ. 51 แห่ง จากมหาวิทยาลัยรัฐทั้งหมด 138 แห่ง โดยผลจัดอันดับแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยด้านวิจัยปรากฏว่า กลุ่ม 1 มหาวิทยาลัยที่มีคะแนนรวมมากกว่า 75% ได้แก่ จุฬาฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)

กลุ่ม 2 คะแนนรวม 70-75% ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กลุ่ม 3 คะแนนรวม 65-69% มหาวิทยาลัยบูรพา(มบ.) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

กลุ่ม 4 คะแนนรวม 55-64 % ได้แก่ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (มอบ.) มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา มรภ.เลย มรภ.วไลยอลงกรณ์ มรภ.สวนดุสิต มรภ.อุดรธานี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจพ.)

กลุ่มที่ 5 คะแนนรวมน้อยกว่า 55% ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) กรุงเทพ มทร.ธัญบุรี มทร.พระนคร มทร.ศรีวิชัย มรภ.จันทรเกษม มรภ.เชียงใหม่ มรภ.เทพสตรี มรภ.ธนบุรี มรภ.นครปฐม มรภ.นครศรีธรรมราช มรภ.นครสวรรค์ มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.พระนคร มรภ.พิบูลสงคราม มรภ.ยะลา มรภ.ราชนครินทร์ มรภ.สกลนคร มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง มรภ.อุตรดิตถ์ มทร.สุวรรณภูมิ วิทยาลัยตาปี วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ

เมื่อจัดอันดับคณะต่างๆ ที่มีศักยภาพด้านวิจัยกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ อันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ คะแนนรวม 50.73% อันดับ 2 คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล คะแนน 47.30% อันดับ 3 สถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ ม.มหิดล 47.05%

กลุ่มสาขาเทคโนโลยี อันดับ 1 บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มจธ. คะแนน 47.41% อันดับ 2 คณะพลังงานและวัสดุ มจธ.คะแนน 44.74% อันดับ 3 สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.มหิดล คะแนน 42.30%

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ อันดับ 1 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มช. 47.82% อันดับ 2 คณะเวชศาสตร์ เขตร้อน มม. 46.00 อันดับ 3 วิทยาลัยการสาธารณสุข จุฬาฯ

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์ อันดับ 1 คณะวิจิตรศิลป์ มช. คะแนน 37.43% อันดับ 2 คณะสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล คะแนน 35.29% อันดับ 3 โครงการบัณฑิตศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นิด้า คะแนน 33.57%

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ อันดับ 1 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล 42.21% อันดับ 2 คณะบริหารธุรกิจ นิด้า 37.38% อันดับ 3 คณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า 37.11%

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ อันดับ 1 คณะอุตสาหกรรมเกษตร มอ. 40.60% อันดับ 2 สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ 38.12% อันดับ 3 สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มทส. 37.38%

กลุ่มสาขาศึกษาศาสตร์ อันดับ 1 คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ 32.40% อันดับ 2 คณะศึกษาศาสตร์ มน. 30.77% อันดับ 3 คณะศึกษาศาสตร์ ม.บูรพา 30.05%

ส่วนการจัดอันดับแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยด้านการเรียนการสอน ปรากฏว่า กลุ่ม 1 คะแนนรวมมากกว่า 75% ได้แก่ จุฬาฯ มข. มช. มม. กลุ่ม 2 คะแนนรวม 70-74% ได้แก่ มก. มจธ. มทส. มทร.กรุงเทพ กลุ่ม 3 คะแนนรวม 65-69% ม.ทักษิณ มฟล. มวล. มศก. มอ. มอบ. มทร.ศรีวิชัย นิด้า กลุ่ม 4 คะแนนรวม 60-64% ได้แก่ มน. มบ. มมส. ม.แม่โจ้ มศว มทร.ธัญบุรี มทร.พระนคร มรภ.นครปฐม มรภ.วไลยอลงกรณ์ มรภ.สวนดุสิต (มสด.) สจล. สจพ. มทร.สุวรรณภูมิ

กลุ่ม 5 คะแนนรวมน้อยกว่า 60% ได้แก่ มรภ.จันทรเกษม มรภ.เชียงใหม่ มรภ.ธนุบรี มรภ.นครราชสีมา มรภ.นครศรีธรรมราช มรภ.นครสวรรค์ มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.พระนคร มรภ.พิบูลสงคราม มรภ.ยะลา มรภ.ราชนครินทร์ มรภ.เลย มรภ.สกลนคร มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง มรภ.อุดรธานี มรภ.อุตรดิตถ์ วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ วิทยาลัยตาปี

เมื่อแบ่งกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ อันดับ 1 คณะวิทยาศาสตร์ มม. 62.69% อันดับ 2 วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ 56.56% อันดับ 3 คณะวิทยาศาสตร์ มช. 56.46%

กลุ่มสาขาเทคโนโลยี อันดับ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ 53.85% อันดับ 2 คณะพลังงานและวัสดุ มจธ. 53.10% อันดับ 3 คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ. 51.65%

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ อันดับ 1 คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มม. 66.76% อันดับ 2 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มม. 65.53% อันดับ 3 คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มม. 64.89%

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์ อันดับ 1 คณะมัณฑนศิลป์ มศก. 55.49% อันดับ 2 คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มม. 54.36% อันดับ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มช. 54.35

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ อันดับ 1 สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาฯ 60.44% อันดับ 2 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ 56.40% อันดับ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มก. 54.60%

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ อันดับ 1 คณะเกษตร กำแพงแสน มก. 52.31% อันดับ 2 คณะอุตสหกรรมเกษตร มก. 52.02 % อันดับ 3 สำนักวิชาอุตสหกรรมเกษตร มฟล. 52.01%

กลุ่มสาขาศึกษาศาสตร์ อันดับ 1 คณะศึกษาศาสตร์ มก. 51.24% คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ 51.24 อันดับ 3 คณะครุศาสตร์ มรภ.นครปฐม 51.11%

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ สกอ.ต้องชี้แจงกับมหาวิทยาลัยที่ไม่ยอมรับผลการจัดอันดับ และ สกอ.ควรแก้ปัญหา ไม่ใช่มาให้รัฐมตรีชี้ถูกผิด เมื่อจัดแล้วควรทำให้ดีเป็นที่ยอมรับ

ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดี สจพ. กล่าวว่า มติคณะกรรมการบริหาร สจพ.ไม่ยอมรับกับผลการจัดอันดับของ สกอ. เช่นเดียวกับที่ มธ.และที่ผ่านมามหาวิทยาลัยก็คัดค้าน แต่เลขาธิการ กกอ. ก็ยังยืนยันที่จะทำไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไร หรือคิดว่าตัวเองเหลืออีก 1 เดือนเกษียณ จึงอยากทำผลงานว่าจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยได้เป็นคนแรก โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัย แถมยังทำตัวเป็นศัตรูกับมหาวิทยาลัยอีก

ด้าน ผศ.ดร.อรุณี อินทรไพโรจน์ ผอ.สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า อธิการบดี มทร.ธัญบุรีอยากให้จัดอันดับมหาวิทยาลัย เพื่อการพัฒนา ซึ่งตนเป็นผู้กรอกข้อมูลของ มทร.ธัญบุรีตามดัชนีชี้วัดที่ สกอ.กำหนดผ่านเวบไซต์ แต่ดัชนีชี้วัดไม่นิ่ง และไม่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลจริง ต่างจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ที่ประเมินครบวงจร ฉะนั้นปีหน้า สกอ.ควรจัดอันดับอีก ไม่เช่นนั้นเป็นการสร้างตราบาป

รศ.ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดี มอ. กล่าวว่า ไม่ยอมรับผลจัดอันดับในส่วน มอ.เพราะงานวิจัยและการสอนน่าจะอยู่อันดับ 1 แต่ สกอ.ได้ข้อมูลไม่ครบขาดไป 7-8 คณะ เช่น แพทย์ และขาดข้อมูลภารกิจการพัฒนาชุมชนที่ มอ.ดำเนินการในส่วนนี้มาก

ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดี มศว กล่าวว่า ไม่ยอมรับการจัดอันดับครั้งนี้ แต่เมื่อ ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิชดึงดันที่จะจัดก็ต้องยอมรับ แต่ไม่เชื่อว่า มศว อยู่รั้งท้าย เนื่องจาก มศว เข้มแข็งหลายด้าน

ศ.ดร.พรชัย มาตังคสมบัติ อธิการบดี ม.มหิดล กล่าวว่า รู้มานานแล้วมหาวิทยาลัยเป็นที่หนึ่ง และที่สิงคโปร์ทำก็อยู่อันดับหนึ่ง แต่ที่ไทมส์ทำไม่ติดอันดับเพราะสอบถามจากกลุ่มนักธุรกิจ คิดว่าการจัดอันดับน่าจะเป็นผลดีให้มหาวิทยาลัยขวนขวายพัฒนาตนเอง และช่วยกันยกระดับมหาวิทยาลัยทั้งประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตั้งกระทู้ในเวบไซต์วิพากษ์วิจารณ์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยของ สกอ. ในหลายแง่มุม บางส่วนเสนอให้เน้นข้อมูลครอบคลุม เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยมีงบประมาณ บุคลากร อุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัยแตกต่างกัน รวมถึงเสนอให้ประเมินคุณภาพของนักศึกษา บัณฑิต ด้านจรรยาบรรณและคุณธรรมในแต่ละสาขาวิชาชีพ โดยคำนึงความแตกต่างทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เป็นองค์ประกอบหลัก

ในขณะที่อีกด้านเห็นว่าดีเพราะทำให้มหาวิทยาลัยตื่นตัว ทั้งทำให้รัฐบาลทุ่มงบประมาณพัฒนาให้ถูกที่และมีมาตรฐานเท่าเทียมกัน ซึ่งจะทำให้สังคมไม่ยึดติดเรียนที่ไหนก็ได้ โดยมีผู้ตอบกระทู้คนหนึ่งแสดงความเห็นว่า เรียนดีหรือไม่ดีอยู่ที่ตัวเอง จบจากที่ไหนก็ตกงานได้เหมือนกัน แม้แต่จบจากมหาวิทยาลัยในระดับดีเยี่ยมก็ตกงาน

[22] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/1/2006 1:50:54 PM] [Hits counter=32212595] แจ้งลบ

ข้อความที่=269198

น่าจะมีการจัดอันดับ
สิ่งแวดล้อม หรือ
โรงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ด้วยนะ

ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน ท่าจะอยู่อันดับ บ๊วย ท้ายสุดของตาราง

ถึงแม้บารืใหม่จะมี ที่นั่ง โตะ สะอาด แต่ ร้านอาหารยังโสโครกเหมือนเดิม

โต๊ะ อาหาร คณะ วิทยาศาสตรื สกปรก เหม็นเน่า จิ้งจกสีน้ำตาลดำไต่

โรงอาหารวิศวะ ก้ โอ.เค. ใช้ได้

[23] จากคุณ :[aaa] [ไม่ได้ Login] [9/1/2006 3:06:51 PM] [Hits counter=32213662] แจ้งลบ

ข้อความที่=269213

เบื่อผาวิชหวะ หน้าไม่อายออกมาปากดีอีก ทำ ONET ANET ล่มก็ไม่ยอมรับผิด เบื่อขี้หน้ามันจริงๆ

[24] จากคุณ :[เกลียดมันๆ] [ไม่ได้ Login] [9/1/2006 8:50:27 PM] [Hits counter=32219364] แจ้งลบ

ข้อความที่=269222

จุฬา มหิดล เก่งจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เด็กจุฬา อย่าง อ.ปัญญา ก็คงจะเก่งน่าดูสินะ

แต่...ทำไม กิจกรรมนิสิตเรา ถูก อ.ปัญญาจวกจัง

ไม่ทราบว่า เกษตร คิดจะเดินด้วยตัวเองมั้ย
หรือต้องให้ จุฬา ที่ทำงานค้างคา ผักชี
มาทำตัวเป็นควายจูงคน

[25] จากคุณ :[ku62] [ไม่ได้ Login] [9/2/2006 12:47:21 AM] [Hits counter=32223853] แจ้งลบ

ข้อความที่=269223

ผลที่ได้รับ ที่ ม.เกษตร อยู่กลุ่มดีเยี่ยม สำหรับผมถือว่า เก่งแล้วครับ
ผมมีเหตุผล ลองดูมหาลัยที่ได้กลุ่มดีเลิศ คุณจะเห็นว่า แต่ละมหาลัยที่ได้กลุ่มดีเลิศ ไม่มีวิทยาเขตเลยครับ ไปดูได้เลย เกณฑ์ที่เขาวัดต้องมาหารด้วยจำนวนนักศึกษา ซึ่งของเราจะเสียเปรียบมาก ตอนนี้เรามี 7 วิทยาเขต เราเสียเปรียบแน่นอน คล้าย ๆ ถูกหารลงถึง 7 เท่าตัว
ผมว่า ทำได้ขนาดนี้ ก็เก่งแล้วครับ

[26] จากคุณ :[ผมคิดอีกแบบ] [ไม่ได้ Login] [9/2/2006 12:50:36 AM] [Hits counter=32223899] แจ้งลบ

ข้อความที่=269224

:[ku62] ข้างบน ข้อความที่=269222 มั่วแล้ว อ.ปัญญา จบ KU ไม่ใช่จุฬา เรื่องกิจกรรมนิสิตคนในเกษตรรู้ดีว่าใครจริงใจและทำงานหนักเพื่อนิสิตมาตลอดหลายปี ในเกษตรไม่มีใครไม่รู้จัก อ.ปัญญา ผมนั่งยันนอนยัน
ผมว่าคุณมาจาก ม.อื่น มาป่วนในนี้แน่ ถึงไม่รู้อะไรเลย



[27] จากคุณ :[*ไม่เขียนชื่อ*] [ไม่ได้ Login] [9/2/2006 12:56:45 AM] [Hits counter=32223984] แจ้งลบ

ข้อความที่=269231

ผลการจัด 50 อันดับของคณะต่างๆ ที่มีศักยภาพในด้านการเรียนการสอน
=========
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu02010949&day=2006/09/01

สาขาวิทยาศาสตร์

ลำดับที่

ชื่อหน่วยงาน

1 วิทยาศาสตร์ ม.มหิดล

2 ว.ปิโตรเลียมฯ จุฬาฯ

3 วิทย์ ม.เชียงใหม่

4 วิทย์ จุฬาฯ

5 สิ่งแวดล้อมฯ ม.มหิดล

6 วิทย์ ม.ขอนแก่น

7 ศิลปศาสตร์และวิทย์ฯ มก.

8 วิทย์ ม.อุบลราชธานี

9 วิทย์ ม.บูรพา

10 วิทย์การกีฬา จุฬาฯ

11 วิทย์และเทคโนโลยี มธ.

12 วิทย์ ม.แม่โจ้

13 วิทย์ ม.ทักษิณ

14 วิทย์ ม.สงขลาฯ

15 วิทย์ ม.ศิลปากร

16 วิทย์ฯ มทร.สุวรรณภูมิ

17 วิทย์ มทร.ธัญบุรี

18 วิทย์ฯ มรภ.กาญจนบุรี

19 วิทย์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

20 วิทย์ ม.มหาสารคาม

21 วิทย์ฯ มรภ.พิบูลสงคราม

22 วิทย์ฯ ม.สงขลาฯ

23 วิทย์ฯ มรภ.หมู่บ้านจอมบึง

24 วิทย์ฯ มรภ.เทพสตรี

25 วิทยฯ มรภ.นครปฐม

26 วิทย์ฯ มรภ.อุตรดิตถ์

27 วิทย์ฯ มจธ.

28 วิทยฯ มรภ.นครสวรรค์

29 วิทย์ สจล.

30 วิทย์ฯ มรภ.สวนดุสิต

31 วิทย์ ม.นเรศวร

32 วิทย์ มรภ.บุรีรัมย์

33 วิทย์เทคโนฯ มรภ.ธนบุรี

34 วิทย์ฯ มรภ.สกลนคร

35 วิทย์ฯ มรภ.สุราษฎร์ธานี

36 วิทย์ฯ มรภ.ราชนครินทร์

37 สถิติประยุกต์ นิด้า

38 วิทย์ประยุกต์ สจพ.

39 วิทย์ฯ มรภ.พระนคร

40 วิทย์ฯและเกษตร มรภ.ยะลา

41 วิทย์ มรภ.อุดรธานี

42 วิทย์ฯ มรภ.นครราชสีมา

43 วิทย์ฯ มรภ.เชียงใหม่

44 วิทย มรภ.สวนสุนันทา

45 วิทย์ฯ มรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ

46 ส.อณูชีววิทยาฯ ม.มหิดล

47 ส.วิจัยโภชนาการ ม.มหิดล

48 วิทย์ ม.วลัยลักษณ์

49 สน.วิทยาศาสตร์ มฟล.

50 วิทย์ มทร.กรุงเทพ



สาขาเทคโนโลยี

ลำดับที่ ชื่อหน่วยงาน

1 วิศวะ จุฬาฯ

2 พลังงานและวัสดุฯ มจธ.

3 ทรัพยากรชีวภาพฯ มจธ.

4 วิศวะ มทร.กรุงเทพ

5 วิศวะ ม.อุบลราชธานี

6 เทคโนโลยี ม.ขอนแก่น

7 วิศวะฯ มทร.สุวรรณภูมิ

8 วิศวะและเกษตร มทร.ธัญบุรี

9 เทคโนฯสื่อสารฯ มทร.กรุงเทพ

10 วิศวะ ม.เกษตรฯ

11 วิศวะ ม.สงขลาฯ

12 สิรินธร ม.ธรรมศาสตร์

13 วิศวะ ม.เชียงใหม่

14 วิศวะ ม.ขอนแก่น

15 วิศวะ ม.มหิดล

16 วิศวะ ม.ธรรมศาสตร์

17 วิศวะ มทร.ธัญบุรี

18 วิศวะ ศาลายา มทร.รัตนโกสินทร์

19 วิศวะและทรัพยากร มวล.

20 เทคโนฯคหกรรม มทร.พระนคร

21 วิศวะและอุตฯเกษตร ม.แม่โจ้

22 วิทย์และวิศวะ ม.เกษตรฯ

23 เทคโนโลยี ม.มหาสารคาม

24 เทคโนฯอุตฯ มรภ.บุรีรัมย์

25 วิศวะ ม.บูรพา

26 วิศวะ มจธ.

27 วิศวะ สจพ.

28 เทคโนฯสื่อสารฯ มทร.พระนคร

29 วิศวะ สจล.

30 วิศวะ กำแพงแสน ม.เกษตรฯ

31 วิทยาลัยอัญมณี ม.บูรพา

32 ว.วิทย์และเทคโนฯกีฬา ม.มหิดล

33 เทคโนณและจัดการอุตฯ สจพ.

34 วิศวะและอุตฯ ม.ศิลปากร

35 ว.เทคโนฯอุตฯ สจพ.

36 เทคโนฯอุตฯ มรภ.อุตรดิตถ์

37 เทคโนฯสื่อสารฯ มทร.ธัญบุรี

38 เทคโนฯอุตฯ มรภ.นครราชสีมา

39 วิศวะ ม.นเรศวร

40 สน.วิศวะ มทส.

41 เทคโนฯอุตฯ มรภ.เลย

42 เทคโนฯอุตฯ มรภ.เลย

43 วิศวะ ม.มหาสารคาม

44 สน.เทคโนฯสารสนเทศ มฟล.

45 เทคโนฯอุตฯ มรภ.พระนคร

46 เทคโนฯสารสนเทศ มจธ.

47 เทคโนฯสารสนเทศ สจล.

48 วิศวะศรีราชา ม.เกษตรฯ

49 วิทยาการสื่อสาร ม.สงขลาฯ

50 เทคโนฯสารสนเทศ มรภ.เทพสตรี





สาขาชีวการแพทย์

ลำดับที่ ชื่อหน่วยงาน

1 แพทย์รามาฯ ม.มหิดล

2 แพทย์ศิริราชฯ ม.มหิดล

3 เวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล

4 แพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น

5 แพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่

6 แพทยศาสตร์ จุฬาฯ

7 สัตวแพทย์ ม.มหิดล

8 ทันตแพทย์ ม.มหิดล

9 ทันตแพทย์ จุฬาฯ

10 แพทย์ ม.ธรรมศาสตร์

11 ทันตแพทย์ ม.สงขลาฯ

12 สัตวแพทย์ ม.เชียงใหม่

13 สัตวแพทย์ จุฬาฯ

14 สัตวแพทย์ ม.เกษตรฯ

15 ทันตแพทย์ฯ ม.เชียงใหม่

16 ทันตแพทย์ ม.ขอนแก่น

17 ทันตแพทย์ ม.นเรศวร

18 ทันตแพทย์ ม.ธรรมศาสตร์

19 เทคนิคการแพทย์ มข.

20 พยาบาล ม.ธรรมศาสตร์

21 พยาบาล ม.มหิดล

22 สหเวชฯ ม.ธรรมศาสตร์

23 เภสัชศาสตร์ จุฬาฯ

24 เทคนิคการแพทย์ มช.

25 เภสัชศาสตร์ ม.มหิดล

26 สัตวแพทย์ ม.ขอนแก่น

27 พยาบาล ม.เชียงใหม่

28 พยาบาล ม.สงขลาฯ

29 เภสัชศาสตร์ ม.ศิลปากร

30 เภสัชศาสตร์ มมส.

31 วิทย์การแพทย์ ม.นเรศวร

32 เทคนิคการแพทย์ ม.มหิดล

33 พยาบาล จุฬาฯ

34 เภสัชศาสตร์ ม.ขอนแก่น

35 สาธารณสุข ม.มหิดล

36 เภสัชศาสตร์ ม.นเรศวร

37 พยาบาล มมส.

38 พยาบาล ม.ขอนแก่น

39 กายภาพบำบัดฯ ม.มหิดล

40 เภสัชศาสตร์ ม.สงขลาฯ

41 พยาบาล ม.วลัยลักษณ์

42 เภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่

43 สหเวชศาสตร์ จุฬาฯ

44 เภสัชศาสตร์ มอบ.

45 จิตวิทยา จุฬาฯ

46 สหเวชฯ ม.นเรศวร

47 สาธารณสุขฯ ม.บูรพา

48 สหเวชฯ ม.วลัยลักษณ์

49 สาธารณสุข ม.ขอนแก่น

50 วิทยาการสุขภาพฯ ม.ทักษิณ



สาขามานุษยวิทยาและศิลปกรรมศาสตร์

ลำดับที่ ชื่อหน่วยงาน

1 มัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร

2 สังคมศาสตร์ฯ ม.มหิดล

3 สถาปัตย์ ม.เชียงใหม่

4 ส.วิจัยภาษาฯ ม.มหิดล

5 อักษรศาสตร์ จุฬาฯ

6 สน.ศิลปศาสตร์ มฟล.

7 ภาษาและการสื่อสาร นิด้า

8 ศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์

9 โบราณคดี ม.ศิลปากร

10 สถาปัตย์ฯ ม.ธรรมศาสตร์

11 มนุษยศาสตร์ ม.เกษตรฯ

12 ศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

13 ศิลปศาสตร์ ม.มหิดล

14 สถาปัตย์ จุฬาฯ

15 ศิลปะศาสตร์ มอบ.

16 ศิลปศาสตร์ฯ มทร.สุวรรณภูมิ

17 ศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

18 สถาปัตย์ ม.เกษตรฯ

19 ศิลปศาสตร์ มทร.ธัญบุรี

20 มนุษย์ฯ ม.เชียงใหม่

21 ศิลปศาสตร์ประยุกต์ สจพ.

22 ศิลปศาสตร์ ม.สงขลาฯ

23 อักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร

24 มนุษย์ ม.นเรศวร

25 โครงการพัฒนาฯมนุษย์ นิด้า

26 มนุษย์ฯ มมส.

27 สถาปัตย์ ม.ศิลปากร

28 สถาปัตย์ ม.ขอนแก่น

29 สถาปัตย์ สจล.

30 มนุษย์ฯ มรภ.เทพสตรี

31 มนุษย์ฯ มรภ.สุราษฎร์ธานี

32 สถาปัตย์ฯ มจธ.

33 ศิลปกรรม มมส.

34 ศิลปกรรม มทร.รัตนโกสินทร์

35 ครุศาสตร์อุตฯ สจล.

36 ครุศาสตร์อุตฯ สจพ.

37 ศิลปกรรม มทร.ธัญบุรี

38 จิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร

39 ว.ฝึกหัดครู มรภ.พระนคร

40 ครุศาสตร์อุตฯ มทร.ธัญบุรี

41 สถาปัตย์ มทร.กรุงเทพ

42 สถาปัตย์ มทร.ธัญบุรี

43 สถาปัตย์ มทร.พระนคร

44 มนุษยศาสตร์ฯ มรภ.ธนบุรี

45 สถาปัตย์ ม.นเรศวร

46 ครุฯอุตฯบัณฑิต มทร.พระนคร

47 ครุศาสตร์อุตฯ มทร.พระนคร

48 สถาปัตย์ ผังเมืองฯ มมส.

49 มนุษย์ฯ มรภ.นครสวรรค์

50 ศิลปกรรม ม.ขอนแก่น



สาขาสังคมศาสตร์

ลำดับที่ ชื่อหน่วยงาน

1 เศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรฯ

2 ศศินทร์ จุฬาฯ

3 รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

4 ว.ดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล

5 ศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ

6 นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

7 เศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

8 อุตฯบริการ ม.สงขลาฯ

9 พัฒนาการเศรษฐกิจ นิด้า

10 สน.เทคโนฯสังคม มทส.

11 สังคมวิทยาฯ ม.ธรรมศาสตร์

12 พาณิชย์ฯ ม.ธรรมศาสตร์

13 วิทยาเขตสารสนเทศ สระแก้ว ม.บูรพา

14 รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

15 บริหารธุรกิจ ว.บัณฑิตบริหารธุรกิจ

16 อุตฯสิ่งทอฯ มทร.พระนคร

17 บริหารธุรกิจ มทร.พระนคร

18 บริหารธุรกิจ ว.ตาปี

19 พาณิชย์ฯ จุฬาฯ

20 วารสารฯ ม.ธรรมศาสตร์

21 เศรษฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่

22 สังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่

23 บริหาร ม.อุบลราชธานี

24 บริหารฯ มทร.ตะวันออก

25 สังคมศาสตร์ ม.เกษตรฯ

26 วิทยาการจัดการ มรภ.พิบูลฯ

27 บริหารฯ ศาลายา มทร.รัตนโกสินทร์

28 ว.การจัดการ ม.มหิดล

29 วิทยาการจัดการ มศก.

30 นิติศาสตร์ จุฬาฯ

31 บริหารฯ มทร.กรุงเทพ

32 บริหารฯ ม.เชียงใหม่

33 สังคมสงเคราะห์ฯ มธ.

34 บริหารฯ นิด้า

35 พัฒนาสังคมฯ นิด้า

36 บริหารฯ ม.เกษตรฯ

37 การจัดการ ม.วลัยลักษณ์

38 สังคมฯ ม.นเรศวร

39 นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

40 รัฐประศาสนศาสนตร์ นิด้า

41 ว.บริหารรัฐกิจ ม.บูรพา

42 วิทยาการจัดการ มรภ.สุราษฎร์ธานี

43 เศรษฐศาสตร์ ม.แม่โจ้

44 สน.การจัดการ มฟล.

45 วิทยาการจัดการ ม.ขอนแก่น

46 สน.นิติศาสตร์ มฟล.

47 วิทยาการจัดการฯ ม.นเรศวร

48 วิทยาการจัดการ ม.สงขลาฯ

49 สารสนเทศฯ ม.วลัยลักษณ์

50 เศรษฐศาสตร์ฯ ม.ทักษิณ



สาขาเกษตร

ลำดับที่ ชื่อหน่วยงาน

1 เกษตร กำแพงแสน ม.เกษตรฯ

2 อุตฯเกษตร ม.เกษตรฯ

3 สน.อุตฯเกษตร มฟล.

4 เกษตร ม.เชียงใหม่

5 เกษตร ปทุมธานี มทร.ธัญบุรี

6 วนศาสตร์ ม.เกษตรฯ

7 อุตฯเกษตร ม.เชียงใหม่

8 เกษตรฯ ม.นเรศวร

9 เกษตร ม.อุบลราชธานี

10 เกษตร ม.ขอนแก่น

11 ทรัพยากรธรรมชาติ มอ.

12 เทคโนฯเกษตร มรภ.บุรีรัมย์

13 ทรัพยากรธรรมชาติฯ ม.เกษตรฯ

14 อุตฯเกษตร ม.สงขลาฯ

15 สัตวศาสตร์ฯ ม.ศิลปากร

16 เทคโนโฯเกษตร มรภ.พิบูลฯ

17 เทคโนฯเกษตรฯ มทร.สุวรรณภูมิ

18 เทคโนฯเกษตร ม.วลัยลักษณ์

19 สน.เทคโนฯเกษตร มทส.

20 คหกรรม มทร.ธัญบุรี

21 เทคโนฯเกษตร สจล.

22 เทคโนฯเกษตรฯ มรภ.นครสวรรค์

23 คหกรรม มทร.กรุงเทพ

24 เทคโนฯเกษตร มรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ

25 ผลิตกรรมเกษตร ม.แม่โจ้

26 เทคโนฯเกษตร มรภ.สกลนคร

27 อุตฯเกษตร สจล.

28 ธุรกิจการเกษตร ม.แม่โจ้

29 เทคโนฯเกษตร มรภ.เชียงใหม่

30 เทคโนฯประมงฯ ม.แม่โจ้

31 อุตฯเกษตร สจพ.

32 เทคโนฯเกษตร มรภ.จันทรเกษม

33 ส.วิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ

34 ส.ค้นคว้าและ..อาหาร ม.เกษตรฯ

35 ส.วิจัยและพัฒนา ม.เกษตรฯ

36 สน.วิจัยและส่งเสริมเกษตร ม.แม่โจ้



สาขาศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์

ลำดับที่ ชื่อหน่วยงาน

1 ศึกษาศาสตร์ ม.เกษตรฯ

2 ครุศาสตร์ จุฬาฯ

3 ครุศาสตร์ มรภ.นครปฐม

4 ครุศาสตร์ มรภ.สุราษฎร์ธานี

5 ครุศาสตร์ มรภ.ธนบุรี

6 ศึกษาศาสตร์ มทร.ธัญบุรี

7 ศึกษาศาสตร์ ม.ขอนแก่น

8 ศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่

9 ครุศาสตร์ มรภ.นครราชสีมา

10 ครุศาสตร์ มรภ.สวนดุสิต

11 ครุศาสตร์ มรภ.พิบูลสงคราม

12 ศึกษาฯ กำแพงแสน ม.เกษตรฯ

13 ครุศาสตร์ มรภ.บุรีรัมย์

14 ครุศาสตร์ มรภ.ยะลา

15 ครุศาสตร์ มรภ.เทพสตรี

16 ครุศาสตร์ มรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ

17 ศึกษาศาสตร์ ม.บูรพา

18 ศึกษาศาสตร์ ม.ศิลปากร

19 ครุศาสตร์ มรภ.เลย

20 ครุศาสตร์ มรภ.เชียงใหม่

21 ครุศาสตร์ มรภ.สกลนคร

22 ศึกษาศาสตร์ ม.ทักษิณ

23 ครุศาสตร์ มรภ.อุดรธานี

24 ครุศาสตร์ มรภ.ราชนครินทร์

25 ศึกษาศาสตร์ ม.นเรศวร

26 ศึกษาศาสตร์ ม.มหาสารคาม

27 ศึกษาศาสตร์ มรภ.จันทรเกษม

หน้า 26


[28] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/2/2006 4:01:31 AM] [Hits counter=32226339] แจ้งลบ

ข้อความที่=269232

เปิด 50 อันดับสาขาด้าย "วิจัย-สอน"
====
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu01010949&day=2006/09/01

จัดระดับ ม.ไทย - นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา แถลงผลการจัดระดับ (Ranking) มหาวิทยาลัยไทย 5 กลุ่ม และจัดอันดับ 50 คณะในสาขาต่างๆ 7 สาขา ตามโครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพมหาวิทยาลัยไทย ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา


หมายเหตุ - ข้อมูลการจัดระดับมหาวิทยาลัยไทยด้านการวิจัย (Research Ranking Indicators) และด้านการเรียนการสอน (Teaching Ranking Indicators) และข้อมูลการจัด 50 อันดับของคณะในสาขาต่างๆ 7 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยี สาขาชีวการแพทย์ สาขามานุษยวิทยาและศิลปกรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ สาขาเกษตร และสาขาศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ ภายใต้ "โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย" ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา "มติชน" เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง นักเรียน และผู้สนใจทั่วไป จึงนำเสนอ

[29] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/2/2006 4:04:11 AM] [Hits counter=32226351] แจ้งลบ

ข้อความที่=269233

ถ้าดูในระดับภาพรวมมหาวิทยาลัย ยังหาสาเหตุได้ไม่ชัดในความเที่ยงตรงของข้อมูล

แต่พอมาดูในระดับคณะ ก็มีหลายอย่างที่น่าคิดว่า ไม่แน่ใจว่ามีปัญหาในการจัดอันดับหรือเปล่า

สาขาเทคโนโลยี
24 เทคโนฯอุตฯ มรภ.บุรีรัมย์

25 วิศวะ ม.บูรพา

26 วิศวะ มจธ.

27 วิศวะ สจพ.

28 เทคโนฯสื่อสารฯ มทร.พระนคร

29 วิศวะ สจล.

วิศวะ สจล สจธ สจพ คุณภาพแย่กว่า เทคโน ราชภัฎบุรีรัมย์


>>

สาขามานุษยวิทยาและศิลปกรรมศาสตร์

30 มนุษย์ฯ มรภ.เทพสตรี

31 มนุษย์ฯ มรภ.สุราษฎร์ธานี

32 สถาปัตย์ฯ มจธ.

33 ศิลปกรรม มมส.

34 ศิลปกรรม มทร.รัตนโกสินทร์

35 ครุศาสตร์อุตฯ สจล.

36 ครุศาสตร์อุตฯ สจพ.

37 ศิลปกรรม มทร.ธัญบุรี

38 จิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร


จิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร คุณภาพแย่กว่า มนุษย์ฯ มรภ.เทพสตรี และ มนุษย์ฯ มรภ.สุราษฎร์ธานี ???

>>
ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น??


[30] จากคุณ :[ไม่แน่ใจแล้ว] [ไม่ได้ Login] [9/2/2006 4:24:25 AM] [Hits counter=32226405] แจ้งลบ

ข้อความที่=269244

ไม่เกี่ยวอะไรกับการจัดอันดับ แต่เกี่ยวกับความปลอดภัยและความถูกต้อง คือว่าปั๊มน้ำมันสตาร์มาร์ท ตรงประตูสอง เป็นแหล่งดื่มเหล้าของเหล่านิสิตนักศึกษา จนเกิดเรื่องมากมาย ไม่ว่าจะชอบนัดไปตีกัน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ฟันกันแถวๆๆนั้น ฝากเรื่องนี้กับอาจารย์ปัญญาและผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยครับ

[31] จากคุณ :[เป็นห่วงน่ะ] [ไม่ได้ Login] [9/2/2006 3:04:05 PM] [Hits counter=32231587] แจ้งลบ

ข้อความที่=269245

เสดสาด มก. กับ ศึกษาศาสตร์ มก. สุดยอดคับ

[32] จากคุณ :[เพียวเสด] [ไม่ได้ Login] [9/2/2006 3:16:43 PM] [Hits counter=32231894] แจ้งลบ

ข้อความที่=269257

อธิการฯรุมโต้จัดอันดับมหา"ลัย โวยสกอ.เก็บข้อมูลไม่ครบถ้วน
====
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0110020949&day=2006/09/02
ผู้บริหารมหาวิทยาลัยไม่พอใจจัดอันดับ ห่วงการคำนวณดัชนีชี้วัดเป็นวิทยาศาสตร์หรือไม่ เพราะแต่ละแห่งต่างกรอกข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง สถาบันศึกษาใต้โวยเป็นตราบาป ไม่ยอมรับ ขอให้ชะลอการประกาศไว้ 1 เดือน แต่บ้างก็มองในแง่ดีจะได้ยกระดับพัฒนาตัวเองขึ้น มฟล.เชื่อไม่มีผลต่อการเลือกสถาบันเรียน "ภาวิช"โต้ไม่ได้ทำเอามัน แต่ต้องการให้ตื่นตัว

นายวีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน แสดงความคิดเห็นกรณีมีทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้านการจัดระดับมหาวิทยาลัยไทยด้านการวิจัย และการเรียนการสอนใน 5 กลุ่มและการจัด 50 อันดับคณะใน 7 สาขาวิชา ที่นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ประกาศว่ามองเจตนาดีของผู้จัดทำก็คงกล้อมแกล้มได้ เพราะการทำอะไรครั้งแรกคงไม่สมบูรณ์ เพราะกระบวนการเรื่องนี้ละเอียดอ่อน ต้องหาตัวชี้วัดที่เหมาะสม แต่ถ้าไม่เริ่มเลย ก็จะไม่ได้เริ่มสักที เพราะแม้แต่นิตยสารไทม์กว่าจะได้รับการยอมรับในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ก็ยังต้องใช้เวลานาน ก็ต้องยอมรับและปรับปรุง มองว่าเรื่องนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เมื่อทำแล้วก็ต้องนำข้อวิจารณ์กลับไปวิเคราะห์ เพราะดูเหมือนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ต้องการใช้เป็นเครื่องมือในการผลักดันมหาวิทยาลัยไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ในขณะที่สังคมเองก็อยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องปกติ

"ผมอยากให้มองว่าการจัดระดับหรือจัดอันดับนี้เป็นกระจกสะท้อนมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง เหมือนคำวิจารณ์ก็มีทั้งบวกและลบ ไม่ใช่ชมก็ดีใจ พอว่าก็ไม่พอใจ การจัดอันดับนี้จะสะท้อนบางอย่างออกมาเรื่องนี้จุฬาฯพูดลำบาก เพราะเป็นเพียงมหาวิทยาลัยเดียวในไทยที่ติด 1 ใน 200 อันดับมหาวิทยาลัยของโลก แสดงว่าการศึกษาบ้านเราไม่ใช่จะเลวร้าย แต่ถ้าถามว่าพอใจหรือเปล่า คงไม่ได้มองในเชิงสถาบัน แต่มองในเชิงประเทศชาติ ถ้ามหาวิทยาลัยไทยติด 200 อันดับ 3-5 แห่งจะดูดีกว่าติดแห่งเดียว อีกทั้งเวลานี้มหาวิทยาลัยไทยไม่ได้มีแค่ 24 แห่ง แต่มี 100 กว่าแห่ง ฉะนั้น อยากให้มหาวิทยาลัยช่วยกันพัฒนาให้เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ อย่าน้อยอกน้อยใจหรือบ่น แต่มองดัชนีแต่ละตัวเป็นเหมือนตัวกระตุ้น" นายวีระศักดิ์กล่าว

นายวีระศักดิ์กล่าวอีกว่า มองว่าที่ สกอ.ทำนี้จะกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยไทยพัฒนาไปติดอันดับโลกได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้ความสำคัญมากมายกับการจัดอันดับ มหาวิทยาลัยต้องไม่บ้าจี้ แต่วิเคราะห์ดูดัชนีว่าอะไรรับได้หรือไม่ได้ อะไรที่ต้องปรับปรุงพัฒนาก็ควรทำ

นายสุขุม เฉลยทรัพย์ รองอธิการบดีฝ่ายศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) กล่าวว่า มองในภาพรวมแล้วควรจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย หากจะให้ได้ผลคือมีจุดมุ่งหมายชัดเจนในการเรื่องการพัฒนาการเรียนการสอน บทบาทหน้าที่ และให้ผู้เข้าเรียนสามารถเลือกเรียนตามที่ตัวเองต้องการได้ ประเด็นสำคัญที่สุดคือการครอบคลุมในประเด็นตัวชี้วัดในการจัดอันดับ ต้องรอบคอบพอสมควร มีครบหรือไม่ และแต่ละตัววัดได้เป็นวิทยาศาสตร์หรือไม่ ไม่ใช่แต่ละแห่งกรอกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และตรวจสอบเข้มงวด อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับครั้งแรกต้องมีข้อบกพร่อง และต้องนำไปปรับปรุง แต่ไม่ใช่ยกเลิก หรือไม่ทำเลย

"ทุกคนอาจติดใจที่นายภาวิชบอกว่าเมื่อวัดแล้วอธิการบดีต้องรับผิดชอบ ผมคิดว่าสิ่งต่างๆ มีมานานแล้ว การจะโยนภาระให้อธิการบดีคนปัจจุบันคงไม่ใช่ และการบริหารงานไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของอธิการบดีอย่างเบ็ดเสร็จ จึงต้องค่อยเป็นค่อยไปที่สำคัญเรื่องการวัดต้องกล้าทำ ไม่ใช้กล้าๆ กลัวๆ บอกมาเลยว่าใครอยู่อันดับที่ 1-50 ไม่ใช่บอกเป็นกลุ่มๆ เพราะคนอ่านจะเข้าใจผิด เช่น คิดว่าจุฬาฯ อันดับ 1 ทั้งที่คือมหาวิทยาลัยมหิดล หรือกลุ่มปรับปรุงมี 23 แห่ง ก็ต้องดูว่าใครเป็นที่ 1 ของกลุ่ม ไม่เหมารวมว่าทุกแห่งอยู่ระดับเดียวกัน ถ้าตีคลุมก็จะไม่โปร่งใส และเพิ่มความขัดแย้ง เพราะบางแห่งอาจปีนบันใดอีกขั้นก็ขึ้นไปอยู่อีกกลุ่ม ถ้าวิชาการยังเกรงใจรักษาหน้ากันอยู่ การปฏิรูปการศึกษาก็ไม่สำเร็จ เราว่าสังคมอื่น พรรคการเมืองอื่นไม่โปร่งใส ยอมรับไม่ได้ ดังนั้น การประกาศผลจัดอันดับครั้งนี้ต้องทำให้เป็นแบบอย่าง ถ้าทำให้เป็นวิชาการก็น่าจะยอมรับได้ อะไรไม่ยอมรับก็แก้ไข" นายสุขุมกล่าว

นางนภาภรณ์ หะวานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า ไม่ว่ามหาวิทยาลัยใดจะอยู่ในอันดับใดก็เชื่อว่าแต่ละแห่งรู้ตัวดีว่ายังต้องปรับตัวอีกมาก เพียงแต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างในการปรับปรุงคุณภาพ เช่น งบประมาณ เป็นต้น การจัดอันดับโดยให้มาตรฐานเดียว ผลสุดท้ายแต่ละแห่งจะวิ่งเข้าหามาตรฐานสากลโดยเฉพาะการทำวิจัยเพื่อให้ต่างชาติยอมรับ และได้ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติ แต่ความรู้เหล่านั้นอาจไม่เหมาะกับบริบท หรือประโยชน์ของสังคมไทย ที่พูดไม่ได้มาขัดขวางการจัดอันดับ แต่ขั้นตอนการจัดอันดับโดย สกอ.นั้น เร่งทำเกินไป ควรพูดคุยกับมหาวิทยาลัยมากกว่าให้กรอกข้อมูลส่งไป สุดท้ายมหาวิทยาลัยก็ตกเป็นเหยื่อของการจัดอันดับ ฝากถึงทุกแห่งว่าอย่าสนใจผลการจัดอันดับมากนัก เพราะมหาวิทยาลัยเท่านั้นจะรู้ตัวเองมีจุดอ่อน และจุดแข็งอย่างไร

นายณรงค์ พุทธิชีวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ข้อมูลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไม่ให้เครดิตของความน่าเชื่อถือ เพราะไม่ครอบคลุมความเป็นมหาวิทยาลัยทั้งหมด เช่น จำนวนอาจารย์ งบฯ บุคลากร ที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งได้ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ การจัดมาตรฐานคุณภาพต้องขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละแห่ง ทั้งปรัชญา ศักยภาพ เพราะถ้าการประเมินอยู่บนฐานของไม่ครอบคลุมชัดเจน จะทำให้มหาวิทยาลัยไม่เติบโต และเป็นตราบาป อีกทั้งไม่ใช่หน้าที่ สกอ.ในการจัดอันดับ ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์ดำของ สกอ.

นายบุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตนและบุคลากรรู้สึกตกใจที่ มอ.อยู่ในลำดับ 10 กว่า เพราะมองในเชิงวิชาการและผลงานที่ออกสู่สังคมแล้ว มอ.ไม่เป็นสองรองใคร อาจจะเป็นเพราะ สกอ.เก็บข้อมูลไม่ครบถ้วน ทำให้ภาพลักษณ์ มอ.เสียหายมาก จะทำหนังสือไปยัง สกอ.ให้ชะลอการประกาศการจัดอันดับไว้ 1 เดือนแล้วให้มาเก็บข้อมูลใหม่จากผู้บริหารจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

นายประเสริฐ ชิตพงศ์ อดีตอธิการบดี มอ.กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังมาก คิดว่า สกอ.เก็บข้อมูลไม่ครบถ้วน และไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยภูมิภาคอื่น ทั้งทางด้านวิชาการ งานวิจัย และผลงานอื่นๆ แล้ว มอ.อยู่ในแถวหน้า เป็นที่ยอมรับของสังคมในประเทศและต่างประเทศ เรื่องนี้ สกอ.ต้องรับผิดชอบ

"ผมและสังคม มอ.ไม่ยอมรับการจัดอันดับของ สกอ.ครั้งนี้ เพราะค้านกับความจริงอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะของ มอ. สกอ.ต้องรับผิดชอบด้วย ไม่ใช่แต่คำว่าขอโทษ" นายประเสริฐกล่าว

นายวันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) กล่าวว่า รู้สึกเฉยๆ เพราะการเป็นสถาบันสาธารณะไม่สามารถห้ามใครประเมินได้ ที่สำคัญต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบที่ใช้ประเมินว่ามีอะไรบ้าง ข้อมูลถูกต้องแม่นยำหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าการประเมินเป็นการเน้นเพียงบางศักยภาพ อาจไม่เห็นภาพรวมของแต่ละสถาบันอย่างแท้จริง ดังนั้น การลงมติวินิจฉัยว่าสถาบันใดเป็นอย่างไร ผู้ใช้ข้อมูลต้องพิจารณาให้รอบคอบ คิดว่าผลที่ออกมาอาจกระทบต่อความรู้สึกของสังคมทั่วไปบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงต่อการเลือกเรียนต่อ เพราะส่วนใหญ่เข้าใจสถานภาพของแต่ละสถาบัน อย่างไรก็ตาม ไม่สนับสนุนให้ใช้ผลประเมินในทางลบด้วยลงโทษใดๆ แต่ควรใช้ให้เกิดผลทางบวก ให้เห็นถึงจุดอ่อนจุดด้อยของแต่ละแห่งที่รัฐบาลควรเข้าไปพัฒนา

ขณะที่นายภาวิชกล่าวว่า มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยอมรับผลการประเมิน แม้แต่ มรภ.บางแห่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มท้ายก็ไม่ได้คัดค้าน มีเพียง 2-3 สถาบันเท่านั้นที่ไม่ค่อยเห็นด้วย ทั้งยังอ้างว่าไม่รู้เรื่อง ทั้งที่เรื่องนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 อย่างไรก็ตาม การจัดระดับ และจัดอันดับครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อใคร หรือเอามัน แต่เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาการอุดมศึกษาให้เข้มแข็ง เหมือนกับการโยนหินลูกเดียวก็ทำให้เกิดการตื่นตัว และเป็นเรื่องที่สาธารณชนควรจะได้รับรู้ ซึ่งทุกประเทศก็จัดอันดับมหาวิทยาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ จากการประมวลผลจากการจัดระดับมหาวิทยาลัยด้านการวิจัย และการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย โดย สกอ.นั้น ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยที่อยู่ใน 10 อันดับแรกด้านการวิจัย จากทั้งหมด 50 แห่ง ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยมหิดล 2.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 4.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 5.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 6.มหาวิทยาลัยขอนแก่น 7.สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 8.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 9.มหาวิทยาลัยนเรศวร และ 10.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ส่วนมหาวิทยาลัยด้านการเรียนการสอนที่อยู่ใน 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยมหิดล 2.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 4.มหาวิทยาลัยขอนแก่น 5.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ 6.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 7.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 8.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 9.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ 10.มหา วิทยาลัยศิลปากร

[33] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/2/2006 9:06:21 PM] [Hits counter=32236300] แจ้งลบ

ข้อความที่=269260

เปิด 50 อันดับมหาวิทยาลัยไทย

หมายเหตุ - ข้อมูลการจัด 50 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยด้านการวิจัย และการจัด 50 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยด้านการเรียนการสอน ซึ่งประมวลจากผลการจัดระดับมหาวิทยาลัยไทยด้านการวิจัย (Research Ranking Indicators) และด้านการเรียนการสอน (Teaching Ranking Indicators) "มติชน" เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง นักเรียน และผู้สนใจทั่วไปจึงนำเสนอ

50 อันดับมหาวิทยาลัยด้านการวิจัย

ลำดับที่ - ชื่อหน่วยงาน - รวม (100%)

1 มหาวิทยาลัยมหิดล 100.00

2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 92.24

3 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 81.49

4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 81.36

5 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 78.68

6 มหาวิทยาลัยขอนแก่น 75.70

7 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 74.10

8 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 73.61

9 มหาวิทยาลัยนเรศวร 72.04

10 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 71.26

11 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 69.39

12 มหาวิทยาลัยศิลปากร 69.36

13 มหาวิทยาลัยบูรพา 69.30

14 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 69.20

15 มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ 66.68

16 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 65.09

17 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 63.35

18 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 62.25

19 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 60.64

20 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 58.63

21 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต 57.89

22 มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 57.20

23 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 57.01

24 มหาวิทยาลัยทักษิณ 56.72

25 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 56.41

26 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 56.06

27 มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 55.91

28 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร 55.76

29 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ 55.46

30 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 55.38

31 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 55.34

32 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 55.30

33 มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี 55.06

34 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 54.98

35 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี 54.96

36 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 54.73

37 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 54.70

38 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 54.60

39 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 54.49

40 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย 54.44

41 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ 54.22

42 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 54.22

43 วิทยาลัยตาปี 54.22

44 วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ 54.22

45 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 54.22

46 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี 54.22

47 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 54.22

48 มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ 54.22

49 มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 54.22

50 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 54.22



50 อันดับมหาวิทยาลัยด้านการเรียนการสอน

ลำดับที่ - ชื่อหน่วยงาน - รวม (80%)

1 มหาวิทยาลัยมหิดล 61.11

2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 52.78

3 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 47.27

4 มหาวิทยาลัยขอนแก่น 47.16

5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ 46.12

6 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 45.72

7 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 45.37

8 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 45.07

9 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 43.59

10 มหาวิทยาลัยศิลปากร 43.46

11 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 43.43

12 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 43.07

13 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 42.76

14 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 42.17

15 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 41.97

16 มหาวิทยาลัยทักษิณ 41.48

17 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย 40.78

18 มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ 40.03

19 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 39.91

20 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 39.56

21 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต 39.52

22 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 39.51

23 มหาวิทยาลัยบูรพา 39.20

24 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ 38.90

25 มหาวิทยาลัยนเรศวร 38.89

26 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 38.79

27 มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี 38.09

28 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 38.02

29 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 37.80

30 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 37.35

31 มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 37.27

32 วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ 36.97

33 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอม 36.64

34 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 36.44

35 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 36.44

36 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 36.31

37 มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 36.29

38 มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 36.22

39 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี 36.00

40 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 35.83

41 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 35.62

42 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี 35.50

43 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 35.50

44 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 35.43

45 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 35.42

46 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร 35.33

47 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 35.24

48 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 34.83

49 มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ 34.49

50 วิทยาลัยตาปี 27.11


[34] จากคุณ :[ข้อมูลลับ] [ไม่ได้ Login] [9/2/2006 10:10:39 PM] [Hits counter=32237394] แจ้งลบ

ข้อความที่=269324

จี้ สกอ.ขอโทษนักศึกษา เหตุจัดอันดับมหาวิทยาลัย “กระทบจิตใจ”
====
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000111698
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 3 กันยายน 2549 13:49 น.

เอแบคโพลล์ ระบุนักศึกษากังวลว่าจะไม่มีงานทำ และสังคมไม่ยอมรับ ถ้าหากมหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับท้ายๆ แต่ยังคงภูมิใจในสถาบัน ผอ.เอแบคโพลล์ แนะให้ สกอ.ขอโทษนักศึกษา เพราะผลสำรวจมีผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้เรียน ด้าน อธิการ มก. ติง ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ไม่ครบถ้วน ส่งผลเสียหายต่อสถาบันการศึกษา

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เผยผลสำรวจเรื่อง “การจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยในทรรศนะนักศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐเขตกรุงเทพมหานคร” จากนักศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐ จำนวน 1,152 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1-2 กันยายน ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ผลการสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 72.8 เห็นว่า จะทำให้หางานทำได้ยากขึ้น หลังเรียนจบ หากมหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับท้ายๆ ร้อยละ 46.4 คิดว่า จะทำให้สังคมไม่ยอมรับตัวนักศึกษา อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างส่วนใหญ่ยังมีความภูมิใจในสถาบันฯ รวมทั้งภูมิใจในตัวเอง และยังเชื่อมั่นต่อสถาบันที่ตนเองศึกษาอยู่เท่าเดิม คิดเป็นร้อยละ 66.5, 69.0 และ 63.7 ตามลำดับ

สำหรับความเชื่อมั่นต่อการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 39.3 ไม่เชื่อมั่นต่อการจัดอันดับดังกล่าว โดยให้เหตุผลสำคัญคือ เกณฑ์ในการจัดอันดับไม่มีความชัดเจน ไม่ครอบคลุม ไม่เชื่อถือหน่วยงานที่ทำการจัดอันดับ ขณะที่ร้อยละ 23.6 ระบุเชื่อมั่น ร้อยละ 37.1 ไม่ระบุความคิดเห็น ส่วนความเห็นต่อแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อคุณภาพทางการศึกษาไทยนั้น ร้อยละ 37.3 เห็นว่า การศึกษาของไทยควรปรับปรุงในด้านหลักสูตรและพัฒนาคุณภาพการศึกษา รองลงมา คือ ควรเพิ่มจำนวนบุคลากรทางการศึกษาให้เพียงพอ จัดระบบการศึกษาให้ได้มาตรฐานเท่าเทียมกัน รัฐบาลควรสนับสนุนการศึกษาอย่างจริงจัง พัฒนาสื่อและเทคโนโลยีการเรียนการสอน เน้นการปฏิบัติงานจริงมากกว่าการศึกษาในห้องเรียน พัฒนาด้านจริยธรรม คุณธรรม ให้กับนักศึกษา

ดร.นพดล แสดงความคิดเห็นว่า ผลสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนถึงผลกระทบด้านจิตวิทยาต่อตัวนักศึกษาอย่างน่าเป็นห่วง แม้กลุ่มนักศึกษาที่ถูกสำรวจส่วนใหญ่ไม่ได้แสดงความกังวลต่อผลการจัดอันดับที่มีต่อสถาบันการศึกษาของตน เนื่องจากยังคงเชื่อมั่นและภูมิใจต่อสถาบันที่พวกเขากำลังศึกษาอยู่ แต่สิ่งที่นักศึกษาเกิดความกังวล ก็คือ การหางานทำและการยอมรับจากสังคม ถ้ามหาวิทยาลัยของตนเองถูกประกาศออกไปว่าอยู่ในอันดับท้ายๆ ของการจัดอันดับ คณะทำงานด้านการจัดอันดับจึงควรพิจารณาตนเองและน่าจะออกมาขอโทษนักศึกษาเหล่านี้ หรือแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

“การจัดอันดับมหาวิทยาลัยมีเจตนาที่ดี แต่ดีอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะเกิดผลกระทบต่อความรู้สึกของนักศึกษาส่วนใหญ่ของประเทศ การที่พวกเขาเหล่านั้นเข้าไปรับการศึกษาตามสถาบันการศึกษาที่ถูกจัดอันดับท้ายๆ อาจเป็นเพราะบรรดาผู้ใหญ่ในสังคมที่ไม่สามารถปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ ทำให้คุณภาพและโอกาสทางการศึกษาไม่ได้ถูกกระจายไปยังพื้นที่และภูมิภาคต่างๆ ของประเทศอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ เด็กนักศึกษาส่วนใหญ่อาจได้รับผลกระทบจากการสร้างมาตรฐานทดสอบแบบโอเน็ต – เอเน็ต หรือการสอบเอนทรานซ์”

รศ.วัฒนา สวรรยาธิปัติ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ที่ประชุมผู้บริหารของ มก.ว่า ผลการจัดอันดับของ สกอ.ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ในเรื่องขององค์ประกอบต่างๆ เช่น ด้านงบประมาณ บุคลากร ตัวชี้วัด องค์ประกอบต่างๆ ซึ่งในหลักความเป็นจริงแต่ละสถาบันมีความแตกต่างกัน ผลที่ออกมาทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเกิดความเข้าใจผิดและหลงเชื่อว่าข้อมูลนั้นเป็นจริง ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับความเสียหายทั้งชื่อเสียง ความศรัทธาและความเชื่อถือจากสังคม

ดังนั้นเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่หน่วยงาน บุคลากร นิสิตปัจจุบัน และนิสิตเก่า ของ มก.ตลอดจนประชาชนและสังคมโดยทั่วไป จึงแจ้งข้อเท็จจริง ดังนี้ 1. การดำเนินการของ สกอ.เป็นการดำเนินการโดยไม่ได้แจ้งให้แต่ละมหาวิทยาลัยตรวจสอบข้อมูล และรับฟังความเห็นก่อน อีกทั้งยังไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสถาบันต่างๆ เมื่อมีเผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว ดังนั้น มหาวิทยาลัย จึงไม่ได้ทราบถึงความน่าเชื่อถือของการประมวลผล รายละเอียดของการวิเคราะห์และไม่มีโอกาสตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลแต่อย่างใด

2. จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ข้อมูลที่นำมาใช้ประกอบการจัดอันดับนั้น ไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วนในหลายประการ ประกอบกับความไม่ชัดเจนของกระบวนการจัดทำและความไม่สมบูรณ์ของโปรแกรมวิเคราะห์และประมวลผล ทำให้ผลที่ได้คลาดเคลื่อน ไม่ถูกต้อง อันนำไปสู่การสรุปผลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณะ ซึ่งมีผลด้านจิตวิทยาในการโน้มน้าวให้เข้าใจในทางที่เสื่อมเสียแก่สถาบันต่างๆ ได้ เนื่องจากสังคมได้รับข้อเท็จริงไม่ครบถ้วน ทำให้นักเรียนนำการจัดอันดับนี้ไปประกอบการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อ

3. การดำเนินการของ สกอ. เรื่องนี้ ได้มีการหารือในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) หลายครั้ง ซึ่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐส่วนใหญ่แสดงความไม่เห็นด้วยกับวิธีการดำเนินการ และร่วมกันให้ข้อคิดเป็นว่า การจัดอันดับมหาวิทยาลัย ควรเป็นภารกิจของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ไม่ใช่ภารกิจของ สกอ.

รศ.วัฒนา กล่าวต่อว่า ในการจัดอันดับของมหาวิทยาลัยไทย เป็นสิ่งที่ดี แต่ทาง สกอ.ควรที่จะดำเนินการให้รอบคอบ มีขั้นตอนและควรได้ประชุมหารือกันกับสถาบันการศึกษา เพื่อให้เกิดความถูกต้องของฐานข้อมูลต่างๆ ผลที่ออกมาจะได้ไม่มีปัญหาหรือข้อคลางแคลง และที่สำคัญที่สุดคือในเรื่องของมาตรฐานด้านข้อมูล หรือดัชนีชี้วัดต่างๆ ตลอดจนโปรแกรมที่ใช้ในการวิเคราะห์และประมวลผล ทั้งนี้ ผลของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้าเลือกในสถาบันต่างๆ ในระยะยาวด้วย

[35] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/3/2006 4:40:34 PM] [Hits counter=32270018] แจ้งลบ

ข้อความที่=269325

เด็ก ม.ปลายชี้ผลจัดอันดับมหา'ลัย ไม่มีผลเลือกที่เรียน
====
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000111387
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 กันยายน 2549 16:36 น.


นักเรียน ม.ปลายชี้ผลจัดอันดับมหาวิทยาลัยไม่มีผลต่อการเลือกเรียนไม่ใช่นักเรียนส่วนใหญ่แน่นอน ระบุทราบดีว่าสถาบันไหนเชี่ยวชาญด้านไหน เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยต่างก็มีจุดแข็ง-จุดอ่อนต่างกัน

วันนี้ (1 กันยายน) ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเดินทางมาซื้อไปสมัครเพื่อสอบตรงกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีการสมัครผ่านอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

น.ส.รุ่งนภา สาขะทิศ นางสาวสุธิดา ไกรทอง นางสาวอมรรัตน์ อุปแก้ว นางสาวบุตร สมดา นายนัฐวุฒิ สิงหะวัฒนะ นายอภิชาติ หลิมรัตน์ บรรดานักเรียนจากโรงเรียนราชนันทาจารย์ สามเสนวิทยาลัย 2 ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า การจัดอันดับมหาวิทยาลัยไม่มีผลต่อการเลือกสมัครเรียนตามที่ สกอ.อ้างเป็นเหตุผลว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยจะมีผลดีต่อนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองในการตัดสินใจเลือก เพราะส่วนใหญ่นักเรียนเขาจะรู้ว่าสถาบันไหนเชี่ยวชาญด้านไหน อีกทั้งการเลือกสมัครเรียนของนักเรียนเขาไม่ได้เลือกจากผลการจัดอันดับของ สกอ.เสมอไป

“บางคนเลือกสอบในบางสถาบันเพราะอยู่ใกล้บ้าน ถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย บางคนอาจจะอยากเรียนในบางสาขา วิชาที่บางสถาบันเปิดทำการเรียนการสอนอยู่ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของตลาดแรงงานมากกกว่าจะดูจากผลการจัดอันดับของ สกอ. คิดว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยนั้นแม้จะมีข้อดี แต่หากทำบนพื้นฐานที่ไม่รอบคอบ อาจจะมีความผิดพลาดได้ สุดท้ายจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี”

ด้าน นายอนุวัฒน์ สันติธรรมนนท์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กล่าวว่า การจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังขณะนี้เชื่อว่ามีผลต่อการตัดสินใจของคนบางกลุ่ม แต่ก็ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ คิดว่านักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโดยเฉพาะม.6 เขารู้ตัวเองดีว่าจะไปเรียนต่อที่ไหน อย่างไร

“สำหรับผมแล้วเลือกสอบตรงที่ มศว โดยเลือกคณะศิลปกรรมศาสตร์ วิชาเอกออกแบบสื่อสาร เพราะชื่นชอบในสาขาวิชานี้มานาน อีกทั้งสนใจ ผมคิดนักเรียนสมัยนี้เขามีข้อมูลในการเลือกเรียน เขารู้ดีกว่ามหาวิทยาลัยบางแห่งเก่งและถนัดในบางสาขาวิชา แต่บางสาขาวิชาก็ธรรมดา และผมก็เชื่อว่าแต่ละมหาวิทยาลัยมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน”

[36] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/3/2006 4:42:07 PM] [Hits counter=32270025] แจ้งลบ

ข้อความที่=269326

เปิดผลจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย จุฬาฯ-มช.-มหิดลดีเลิศ ราชภัฏรั้งท้าย
===
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000110987
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 กันยายน 2549 09:30 น.

แม้จะมีเสียงคัดค้านมากมายเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยตาม “โครงการ Ranking 2006” ของ “สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)” แต่ในที่สุด เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางสกอ.ก็ “ทำคลอด” การจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทยออกมาเป็นผลสำเร็จจนได้

....ผลจะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามกัน

สำหรับการจัดอันดับในครั้งนี้นั้น แบ่งออกเป็น 2 ด้านหลัก คือ ด้านการเรียนการสอน และด้านการวิจัย โดยมี 50 สถาบันการศึกษาเข้าร่วม

ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ให้ข้อมูลว่า การจัดอันดับครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย ปี 2548 โดยแบ่งการประเมินออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับดีเลิศ ดีเยี่ยม ดี พอใช้ และต้องปรับปรุง

สำหรับการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยด้านการเรียนการสอน ใช้เกณฑ์การประเมินจากอัตราส่วนนักศึกษาต่ออาจารย์ 20% บุคลากร 20% งบประมาณ 20% ความเป็นนานาชาติ 10% และการได้รับรางวัล 10% คิดคะแนนเต็มที่ 80 คะแนน เนื่องจากข้อมูลด้าน Student selectivity จากคะแนนเอนทรานซ์ไม่ครบถ้วนสำหรับมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยที่จัดอยู่ในกลุ่มดีเลิศ มีคะแนนการประเมินมากกว่า 75 คะแนน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ และ ม.มหิดล

กลุ่มดีเยี่ยม มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 70-74 คะแนน ประกอบด้วย ม.เกษตรศาสตร์ ม.พระจอมเกล้าธนบุรี ม.เทคโนโลยีสุรนารี และม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

กลุ่มดี มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 65-69 คะแนน ประกอบด้วย ม.ทักษิณ ม.แม่ฟ้าหลวง ม.วลัยลักษณ์ ม.ศิลปากร ม.สงขลานครินทร์ ม.อุบลราชธานี ม.เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

กลุ่มพอใช้ มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 60-64 คะแนน ประกอบด้วย ม.นเรศวร ม.บูรพา ม.มหาสารคาม ม.แม่โจ้ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ม.ราชภัฎนครปฐม ม.ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ม.ราชภัฏสวนดุสิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

กลุ่มที่ต้องปรับปรุง มีคะแนนประเมินน้อยกว่า 60 คะแนน ประกอบด้วย ม.ราชภัฏจันทรเกษม ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ม.ราชภัฏธนบุรี ม.ราชภัฏนครราชสีมา ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช ม.ราชภัฏนครสวรรค์ ม.ราชภัฏบุรีรัมย์ ม.ราชภัฏพระนคร ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม ม.ราชภัฏยะลา ม.ราชภัฏราชนครินทร์ ม.ราชภัฏเลย ม.ราชภัฏสกลนคร ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ม.ราชภัฏฎอุดรธานี ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ วิทยาลัยตาปี และม.เทพกษัตริย์ตรี

สำหรับการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยด้านการวิจัย ใช้เกณฑ์การประเมินจากงบประมาณ 20% บุคลากร 20% ผลงาน 45% และบัณฑิตศึกษา 15% รวม 100 คะแนน มหาวิทยาลัยที่จัดอยู่ในกลุ่มดีเลิศ มีคะแนนการประเมินมากกว่า 75 คะแนน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เชียงใหม่ ม.มหิดล ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และม.เทคโนโลยีสุรนารี

กลุ่มดีเยี่ยม มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 70-75 คะแนน ประกอบด้วย ม.เกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น ม.นเรศวร และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

กลุ่มดี มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 65-69 คะแนน ประกอบด้วย ม.บูรพา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.ศิลปากร ม.สงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

กลุ่มพอใช้ มีคะแนนประเมินอยู่ในช่วง 55-64 คะแนน ประกอบด้วย ม.ทักษิณ ม.แม่โจ้ ม.แม่ฟ้าหลวง ม.มหาสารคาม ม.วลัยลักษณ์ ม.อุบลราชธานี ม.นครราชสีมา ม.ราชภัฏเลย ม.ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ม.ราชภัฏสวนดุสิต ม.ราชภัฏอุดรธานี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

กลุ่มที่ต้องปรับปรุง มีคะแนนประเมินน้อยกว่า 55 คะแนน ประกอบด้วย ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ม.เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ม.ราชภัฏจันทรเกษม ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ม.ราชภัฏเทพสตรี ม.ราชภัฏธนบุรี ม.ราชภัฏนครปฐม ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช ม.ราชภัฏนครสวรรค์ ม.ราชภัฏบุรีรัมย์ ม.ราชภัฏพระนคร ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม ม.ราชภัฏยะลา ม.ราชภัฏราชนครินทร์ ม.ราชภัฏสกลนคร ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาลัยตาปี และวิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ

ส่วนการจัดอันดับของคณะต่างๆ ที่มีศักยภาพด้านการวิจัย 5 อันดับแรก แยกตามกลุ่มสาขา มีดังนี้

กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ ได้แก่ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล,สถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ ม.มหิดล,คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเทคโนโลยี ได้แก่ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,คณะพลังงานและวัสดุ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.มหิดล,คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ม.เชียงใหม่,คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล,วิทยาการสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์ ได้แก่ คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล,โครงการบัณฑิตศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์,คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล,คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์,คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์,วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ ได้แก่ คณะอุตสาหกรรมเกษตร ม.สงขลานครินทร์,สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ม.เทคโนโลยีสุรนารี,คณะอุตสาหกรรมเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ และคณะเกษตรศาสตร์ ม.เชียงใหม่

กลุ่มสาขาศึกษาศาสตร์ ได้แก่ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะศึกษาศาสตร์ ม.นเรศวร,คณะศึกษาศาสตร์ ม.บูรพา,คณะศึกษาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ ม.มหาสารคาม

ส่วนการจัดอันดับของคณะต่างๆ ที่มีศักยภาพด้านการเรียนการสอน 5 อันดับแรก แยกตามกลุ่มสาขา มีดังนี้

กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล,วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่,คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล

กลุ่มสาขาเทคโนโลยี ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะพลังงานและวัสดุ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อุบลราชธานี

กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล, คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล,คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล,คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น และคณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่

กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์และศิลปะศาสตร์ ได้แก่ คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร,คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล,คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่,สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท ม.มหิดล

กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์,วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มสาขาเกษตรศาสตร์ ได้แก่ คณะเกษตร กำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์,คณะอุตสาหกรรมเกษตร ม.เกษตรศาสตร์,สำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร ม.แม่ฟ้าหลวง,คณะเกษตรศาสตร์ ม.เชียงใหม่ และคณะเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตปทุมธานี ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับมหาวิทยาลัยครั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ให้ข้อมูลมาแต่ไม่ยินดีที่จะให้นำมาจัดอันดับด้วย จึงไม่ปรากฏชื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการจัดอันดับ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ข้อมูล โดยสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย แจ้งว่าจะยังไม่ให้ข้อมูลในปีนี้

“มหาวิทยาลัยที่ไม่ยอมรับการจัดอันดับหรือบอกว่าข้อมูลไม่ถูกต้องนั้น ข้อมูลต่างๆ ทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้ให้ สกอ.มาเอง และที่พูดกันว่าหน่วยงานนั้นจะจัดอยู่แล้ว เราก็เห็นกันชัดเจนอยู่แล้วว่าที่ผ่านมาต่างประเทศได้ทำการจัดอันดับมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ก็เคยแอบจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย แล้วทำไมเราไม่ดำเนินการเอง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและจัดเก็บอยู่ในระบบ ทั้งนี้ ดัชนีที่นำมาใช้ในการประเมินกลุ่มผู้ทำวิจัยได้มีการโต้เถียงกันในวงกว้าง แต่ดัชนีชี้วัดไม่ได้นิ่งตลอดเวลา บางสถานการณ์ดัชนีบางตัวก็เปลี่ยนแปลงไป จึงต้องมีการพิจารณาปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา”

“สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏส่วนมากที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มต้องปรับปรุงนั้น ต้องมีการคุยกันในเรื่องคุณภาพและปรับเปลี่ยน โดยอาจจะลดเรื่องปริมาณลงแต่พัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น นอกจากนี้การจัดอันดับมหาวิทยาลัยยังสามารถนำไปใช้ในการจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ด้วย การจัดอันดับมหาวิทยาลัยไม่ใช่การตีตราบาปให้กับสถาบันอุดมศึกษา แต่เป็นบอกว่าคุณอยู่ตรงไหน อะไรอ่อน อะไรแข็ง เพื่อจะได้พัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น” เลขาฯ กกอ.อธิบาย

ด้าน ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดี ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ให้ความเห็นว่า มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยครั้งนี้ แต่เมื่อ สกอ.ดึงดันที่จะจัดก็ต้องยอมรับแต่ต้องฟังหูไว้หู โดยไม่เชื่อทั้งหมดของข้อมูลที่ประกาศและคงจะดูที่เหตุผลในการเชื่อหรือไม่เชื่อ ส่วนที่เชื่อมหาวิทยาลัยจะนำไปพัฒนาปรับปรุง อย่างไรก็ตาม มศว มั่นใจว่าถ้าการจัดอันดับได้ข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมด มาเป็นตัวชี้วัดอันดับที่ออกมาไม่น่าจะอยู่ไกลหรือรั้งท้าย เพราะ มศว มีความเข้มแข็งในหลายด้าน ขณะเดียวกันยอมรับว่ามีจุดอ่อนเช่นกัน

ส่วนรศ.ดร.สุมนต์ สกลไชย อธิการบดีม.ขอนแก่น (มข.) ซึ่ง มข.อยู่ในกลุ่ม 1 การจัดอันดับด้านการเรียนการสอน และอยู่กลุ่ม 2 ด้านการวิจัย บอกว่า ส่วนตัวเห็นว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยมีประโยชน์ แต่ สกอ.ควรบอกข้อจำกัดของตัวชี้วัดและจัดอันดับไปตามข้อจำกัด เพราะมหาวิทยาลัยจะมีความพร้อมและภูมิหลังภารกิจแตกต่างกัน หากนำมาเปรียบเทียบกันอาจเกิดความเข้าใจผิด เหมือนกับเอานักมวยคนละรุ่นมาเทียบกัน

ขณะที่ผศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มรภ.สวนดุสิต กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัย แม้ว่าจะมีข้อโต้แย้งอยู่มาก แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำข้อมูลมาใช้ปรับตัวเอง ส่วนตัวเห็นว่าอย่าไปกังวลมากกับการจัดอันดับครั้งแรกของมหาวิทยาลัยไทย และต้องคิดว่าเป็นการสะท้อนความเป็นจริงว่าตัวเองพร้อมหรือไม่พร้อม หากจะโต้แย้งก็จะมีได้เรื่อยๆ

ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดี สจพ. กล่าวว่า มติคณะกรรมการบริหาร สจพ.ไม่ยอมรับกับผลการจัดอันดับของ สกอ. เช่นเดียวกับที่ มธ.และที่ผ่านมามหาวิทยาลัยก็คัดค้าน แต่เลขาธิการ กกอ. ก็ยังยืนยันที่จะทำไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไร หรือคิดว่าตัวเองเหลืออีก 1 เดือนเกษียณ จึงอยากทำผลงานว่าจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยได้เป็นคนแรก โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัย แถมยังทำตัวเป็นศัตรูกับมหาวิทยาลัยอีก

ด้าน ผศ.ดร.อรุณี อินทรไพโรจน์ ผอ.สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า อธิการบดี มทร.ธัญบุรีอยากให้จัดอันดับมหาวิทยาลัย เพื่อการพัฒนา ซึ่งตนเป็นผู้กรอกข้อมูลของ มทร.ธัญบุรีตามดัชนีชี้วัดที่ สกอ.กำหนดผ่านเว็บไซต์ แต่ดัชนีชี้วัดไม่นิ่ง และไม่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลจริง ต่างจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ที่ประเมินครบวงจร ฉะนั้นปีหน้า สกอ.ควรจัดอันดับอีก ไม่เช่นนั้นเป็นการสร้างตราบาป

รศ.ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดี ม.สงขลานครินทร์(มอ.) กล่าวว่า ไม่ยอมรับผลจัดอันดับในส่วน มอ.เพราะงานวิจัยและการสอนน่าจะอยู่อันดับ 1 แต่ สกอ.ได้ข้อมูลไม่ครบขาดไป 7-8 คณะ เช่น แพทย์ และขาดข้อมูลภารกิจการพัฒนาชุมชนที่ มอ.ดำเนินการในส่วนนี้มาก

ศ.ดร.พรชัย มาตังคสมบัติ อธิการบดี ม.มหิดล กล่าวว่า รู้มานานแล้วมหาวิทยาลัยเป็นที่หนึ่ง และที่สิงคโปร์ทำก็อยู่อันดับหนึ่ง แต่ที่ไทมส์ทำไม่ติดอันดับเพราะสอบถามจากกลุ่มนักธุรกิจ คิดว่าการจัดอันดับน่าจะเป็นผลดีให้มหาวิทยาลัยขวนขวายพัฒนาตนเอง และช่วยกันยกระดับมหาวิทยาลัยทั้งประเทศ

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย โดยแบ่งออกเป็นกลุ่ม ว่า ทิศทางของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยเป็นเรื่องดีและเป็นประโยชน์ทำให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง ทราบว่ามหาวิทยาลัยใดอยู่อันดับใด มีความเข้มแข็งหรือไม่เข้มแข็งด้านใด ส่วนรายละเอียดหรือขั้นตอนการดำเนินการควรจะหารือกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและปรับไปตามหลักวิชาการ โดยยึดถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับประชาชนผู้ที่จะรับบริการจากมหาวิทยาลัย ยอมรับว่าได้รับการทักท้วงจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยก่อนหน้าจะมีการประกาศและได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)ไปชี้แจงแล้ว อย่างไรก็ตาม ถือว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทยเป็นการเริ่มต้นที่สามารถพัฒนาปรับปรุงข้อมูลตัวชี้วัดต่าง ๆ ถ้ามหาวิทยาลัยหรือนักวิชาการเสนอความเห็นที่เป็นประโยชน์ ตนไม่อยากจะเหมาหรือชี้ถูกชี้ผิด อยากให้เป็นการอ้างอิงโดยหลักวิชาจากนักวิชาการเพื่อเป็นมาตรฐานของมหาวิทยาลัย ส่วนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ยอมรับการจัดอันดับสามารถทำได้ แต่ไม่ใช่จะพูดเพื่อผลักออกจากระบบ เพราะตนอยากเห็นระบบหรือการจัดอันดับเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

[37] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/3/2006 4:46:21 PM] [Hits counter=32270054] แจ้งลบ

ข้อความที่=269327

อธิการฯ มศว จวก “ภาวิช” จัดอันดับมหา’ลัยสนองทุนนิยมสุดโต่ง ชี้ สกอ.ทำงานแบบสุกเอาเผากิน
====
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000111228
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 กันยายน 2549 12:50 น.

ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดี มศว

มศว เตรียมนำผลการจัดอันดับคุยต่อสภามหา’ลัย ย้ำการจัดอันดับเพียงแค่สอนและวิจัยไม่เพียงพอ เพราะมหา’ลัยไทยมีความหลากหลาย ชี้ที่ สกอ.ทำสนองตอบระบบทุนนิยมสุดโต่ง ชาวมหา'ลัยไม่ต้องหวั่นไหวจัดอันดับเหมือนประกวดนางงาม อธิการบดี ม.มหิดลย้ำมั่นใจสถาบันตนเองเป็นอันดับ 1 ชี้การจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยของ สกอ.เพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้ดีขึ้น ด้าน อธ.แม่ฟ้าหลวงระบุ สังคมไทยยังไม่พร้อมรับผลการจัดอันดับ เผย สกอ.แค่จัดกลุ่มมหาวิทยาลัยคร่าวๆ ไม่ใช่การจัดอันดับ

วันนี้ (1 ก.ย.) ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า ผลการจัดอันดับที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาประกาศออกไปนั้น มีหลายสถาบันการศึกษาไม่ยอมรับและได้ออกมาทักท้วง ในส่วนของ มศว นั้นเราไม่ได้ส่งข้อมูลไปให้ สกอ. เนื่องจากเราไม่เชื่อการจัดอันดับตั้งแต่เริ่มแรก จึงไม่มีการส่งข้อมูลไปให้เพื่อทำการจัดอันดับ

ดังนั้น ข้อมูลต่างๆ ที่ สกอ.นำไปจัดนั้นอาจเก็บตกมาจากไหน มหาวิทยาลัยมิอาจรู้ได้ และเชื่อว่าหลายมหาวิทยาลัยอาจประสบปัญหาเช่นนี้อยู่เหมือนกัน การทำงานในลักษณะที่ สกอ.ทำอยู่ ถือเป็นการทำงานแบบสุกเอาเผากิน

“อยากถามว่า การใช่ระบบออนไลน์ที่ สกอ.นำมาใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในครั้งนี้นั้น ทำงานรอบคอบแค่ไหน ผมอยากพูดว่า สกอ.กำลังจัดมหาวิทยาลัยไทยเรียงเข้าแถวเหมือนทหารเกณฑ์ จากนั้นนำมาฉีดยาสลบ หลายสถาบันจึงไม่เชื่อถือและรับไม่ได้กับการทำงานของ สกอ. อย่าลืมว่าการศึกษาต้องมีความหลากหลาย การจัดอันดับโดยใช้เพียงแค่งานวิจัยและการเรียนการสอนมาเป็นตัวชี้วัดความก้าวหน้า ความสำเร็จของสถาบันอุดมศึกษาจึงไม่เพียงพอ เป็นการดูมหาวิทยาลัยด้วยสายตามที่แคบมากและเอาอย่างตะวันตก ตามก้นฝรั่งจนลืมคิดถึงบริบทของสังคมไทย”

“อย่าลืมว่าการศึกษาในโลกหลังสมัยนั้นต้องมีความหลากหลาย การใช้เกณฑ์เพียงไม่กี่ตัวมาชี้วัดแล้วตัดสินมหาวิทยาลัยไทยนั้นถือว่าเชื่อถือไม่ได้อย่างยิ่ง แม้แต่การดูว่างานวิจัยมีคุณภาพหรือไม่นั้น ใครเป็นคนดูและใครเป็นผู้ประเมินผลงานวิจัย หรือดูจากการได้ตีพิมพ์ในต่างประเทศ โดยที่ผลงานอาจจะไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติเลย”

ศ.ดร.วิรุณ กล่าวอีกว่า ระบบการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ สกอ.ทำอยู่นั้น เป็นการสนองตอบต่อระบบทุนนิยม เพื่อให้เข้าสู่มาตรฐานตามแบบสากล แต่ในระบบมาตรฐานสากลนั้น เราได้เตรียมคนในส่วนของฐานข้อมูลต่างๆ มากน้อยแค่ไหน ขอบอกว่าฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยไทยจำนวนไม่น้อยที่อ่อนแอมาก เมื่อฐานข้อมูลต่างๆ อ่อนแอ ผลลัพธ์ของการจัดอันดับซึ่งเป็นงานชิ้นสำคัญอีกชิ้นของเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จึงออกมาอ่อนแอด้วยมาตรฐานสากลมักพูดถึงความสำเร็จต่างๆ ด้วยทุนและงบประมาณในการลงทุนเป็นหลัก

สถาบันอุดมศึกษาจำนวนมากได้งบประมาณน้อยมาก เขาจึงบริหารจัดการทุกอย่างด้วยความพอเพียง ขยับทำอะไรได้ไม่มากนักซึ่งก็น่าเห็นใจ ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยเกิดใหม่ แต่ปรากฏว่าสถาบันเหล่านั้นถูกจัดอันดับต่ำ หรืออยู่ในขั้นต้องปรับปรุง แก้ไข นี่หรือคือมุมมองของการจัดอันดับให้มหาวิทยาลัยไทยที่ต้องออกมาพูดเช่นนี้ไม่ใช่กลัวการประเมินหรือการจัดอันดับ แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับสถาบันอื่นๆ ด้วย

ดังนั้นจะเห็นว่า หลายสถาบันที่งงและตกใจกับผลการจัดอันดับของ สกอ. ในส่วนของ มศว นั้น เราจะนำผลที่ สกอ.จัดอันดับมาพูดคุยในการประชุมยุทธศาสตร์ของผู้บริหารมหาวิทยาลัย และนำไปประชุมในสภาวิชาการ และสภามหาวิทยาลัยต่อไปด้วย ทั้งนี้ เรื่องนี้อาจต้องพูดคุยกันในการประชุม ทปอ.ด้วยเช่นกัน

ขณะที่ รศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวเสริมว่า ไม่ว่าสถาบันอุดมศึกษาแห่งไหนจะได้มีผลการจัดอันดับในอันดับไหน เชื่อว่าแต่ละมหาวิทยาลัยรู้ตัวเองดีว่ายังต้องปรับตัวอีกมาก ไม่จำเป็นต้องมีการจัดอันดับเขาก็รู้ตัวดี แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย การปรับปรุงคุณภาพมหาวิทยาลัยต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณที่มหาวิทยาลัยได้รับ ก็ไม่เพียงพอกับการพัฒนา แต่ละสถาบันการศึกษามีความแตกต่างกัน แต่เมื่อมาจัดอันดับโดยให้มาตรฐานเดียวกันในการจัดอันดับ ถือว่าข้อมูลอาจจะผิดพลาดและไม่ตรงตามความเป็นจริง ผลสุดท้ายแต่ละสถาบันการศึกษาจะวิ่งเข้าหามาตรฐานสากลโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานวิจัยเพื่อให้ต่างชาติยอมรับ ได้ลงตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติ แต่ความรู้เหล่านั้นอาจจะไม่เหมาะกับบริบทหรือประโยชน์ของสังคมไทยเลย

“ที่ออกมาพูดไม่ได้มาขัดขวางการจัดอันดับมหาวิทยาลัย แต่อยากถามว่าขั้นตอนการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยโดย สกอ.นั้น เร่งทำและรีบร้อนมากเกินไป ทำงานแบบสุกเอาเผากิน และการจัดอันดับก็ควรจะได้มาพูดคุยกับชาวมหาวิทยาลัยเสียก่อน ไม่ใช่มาขอข้อมูลแล้วให้ทางมหาวิทยาลัยกรอกข้อมูลใส่ไป จากนั้นนำข้อมูลที่ได้ไปจัดอันดับ ตัวดัชนีชี้วัดต่างๆ เคยถามมหาวิทยาลัยบ้างไหม การทำงานในลักษณะนี้ไม่เกิดประโยชน์ต่อสถาบันอุดมศึกษาไทยเลย

สุดท้ายมหาวิทยาลัยไทยก็ตกเป็นเหยื่อของการจัดอันดับ เนื่องจากการจัดอันดับเป็นการจัดอันดับที่มีเพียงมาตรฐานเดียว ขณะที่มหาวิทยาลัยไทยมีความหลากหลาย มีความเป็นมา มีเอกลักษณ์และมีตัวตนของตัวเอง ทาง สกอ.เคยรับรู้บ้างหรือไม่ แม้จะมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายผลประโยชน์ต่างๆ คงไม่เกิดประโยชน์ต่อระบบการศึกษาในระดับอุดมศึกษามากนัก สุดท้ายพอถึงฤดูกาลสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็ยังคงมีการแย่งชิงที่นั่งเพื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยอีกเหมือนเดิม”

รศ.ดร.นภาภรณ์ กล่าวอีกว่า ฝากถึงมหาวิทยาลัยทุกแห่งว่า อย่าไปสนใจผลการจัดอันดับมากนัก แต่สิ่งที่ชาวมหาวิทยาลัยต้องทำก็คือการทำงานที่หนักขึ้น เราต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง ตัวมหาวิทยาลัยเท่านั้นจะรู้ตัวเองว่าส่วนไหนคือจุดอ่อนและส่วนไหนคือสิ่งที่เข้มแข็ง ไม่มีใครที่รู้ดีเท่ามหาวิทยาลัยเอง การประกาศผลการจัดอันดับอาจจะฮือฮาสักระยะหนึ่ง เหมือนประกาศผลนางงามแล้วอีกไม่นานทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่ชาวมหาวิทยาลัยต้องทำก็คือ ต้องรู้จุดยืนและรู้ตัวเองให้มาก และไม่ต้องสะทกสะท้านและหวั่นไหวกับผลการจัดอันดับมากนัก

วันเดียวกัน นายพรชัย มาตังคสมบัติ อธิการบดี ม.มหิดล กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าถามเรื่องการจัดอันดับตนค่อนข้างมั่นใจว่า ม.มหิดล เป็นที่ 1 เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่มานาน อีกทั้งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราพยายามทำให้ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับใครที่จะพอใจหรือไม่พอใจการจัดอันดับครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม การที่ สกอ.จัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยในครั้งนี้ก็เพื่อให้แต่ละสถาบันพัฒนาตนเอง โดยให้รู้ถึงจุดแข็งจุดอ่อนของมหาวิทยาลัย แม้ว่า ม.มหิดลจะอยู่ในอันดับดีเลิศแต่ก็ต้องพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องอีก

“ผมอยากให้การแข่งขันของมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นการแข่งขันที่เป็นมิตรและเอื้อประโยชน์ต่อกันในด้านการให้ความช่วยเหลือและร่วมมือกันพัฒนามหาวิทยาลัย ไม่ใช่การแข่งขันแบบขัดแข้งขัดขากันเอง จึงไม่อยากให้เรื่องนี้ทำให้ความร่วมมือของแต่ละสถาบันด้อยลงไป ซึ่งผมขอเน้นย้ำว่า ม.มหิดลพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทุกแห่ง โดยจะทำอย่างเท่าเทียมไม่คิดแบ่งแยก แต่จะเน้นการยกระดับการจัดการศึกษา ส่งเสริมช่วยให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ และเคารพซึ่งกันและกันอย่างเท่าเทียม ไม่มีการยกตนเหนือผู้อื่น ที่สำคัญมหาวิทยาลัยเก่าแก่ก็ต้องช่วยเหลือสถาบันอื่นๆ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมดีขึ้นด้วย” อธิการบดี ม.มหิดล กล่าว

ด้าน รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) กล่าวว่า การประกาศผลการจัดอันดับดังกล่าว คิดว่าไม่ใช่การจัดอันดับแต่เป็นการแบ่งกลุ่มของสถาบันอุดมศึกษา ดังนั้นผลประเมินคราวนี้ไม่สามารถระบุภาพรวมคุณภาพของมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ เพราะใช้การประเมินตามดัชนีชี้วัดเพียง 2 ตัวเท่านั้น อีกทั้งจากดัชนีดังกล่าวจะนำมาพิจารณาว่ามหาวิทยาลัยไหนมีสถานภาพอย่างไรคงไม่ได้ เพราะเป็นเพียงการแบ่งกลุ่มคร่าวๆ แต่ตนก็มีข้อสังเกตด้วยว่า ข้อมูลที่ใช้ในการประเมินถูกต้องเพียงใด เป็นปัจจุบันหรือไม่ และการประเมินควรได้รับความร่วมมือจากผู้ถูกประเมินอย่างแท้จริงด้วย เนื่องจากข้อมูลบางอย่างอาจไม่เป็นปัจจุบันเท่าที่ควร

ส่วนการประกาศผลจัดอันดับจะส่งผลให้เกิดความแตกแยกในหมู่สถาบันอุดมศึกษาหรือไม่นั้น ตนไม่คิดว่าจะเกิดความแตกแยกของมหาวิทยาลัย แต่สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองอาจรู้สึกได้ว่ามหาวิทยาลัยที่นั่นดีกว่าที่อื่นก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าข้อมูลเหล่านี้ทุกคนทราบอยู่แล้ว

“สำหรับผมไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับการจัดอันดับและการประเมินครั้งนี้ เพราะเราเป็นองค์กรสาธารณะก็มีสิทธิ์ที่จะถูกวิจารณ์ได้ แต่ข้อมูลที่เปิดเผยนั้นมองว่าสภาพสังคมไทยในปัจจุบันยังไม่พร้อมรับสภาพการประกาศผลประเมิน เพราะขณะนี้ยังมีปัญหาและการจัดสรรทรัพยากรเพื่อพัฒนาคุณภาพของมหาวิทยาลัยยังไม่เพียงพอ จึงอยากให้ประเมินอย่างสร้างสรรค์ ส่งเสริมและสนับสนุนให้แก้ไปจุดอ่อนและพัฒนาไปในทิศทางที่ดี ซึ่งการจะประเมินแล้วนำไปสู่การลงโทษคงไม่เหมาะ ขณะนี้ต้องให้โอกาสมหาวิทยาลัยปรับปรุงเสียก่อนหากไม่ดีขึ้น อาจต้องมีการพิจารณาหรือหาทางผ่าตัดต่อไป” รศ.ดร.วันชัย กล่าว


[38] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/3/2006 4:49:34 PM] [Hits counter=32270075] แจ้งลบ

ข้อความที่=269328

ผลที่ได้รับ ที่ ม.เกษตร อยู่กลุ่มดีเยี่ยม สำหรับผมถือว่า เก่งแล้วครับ
ผมมีเหตุผล ลองดูมหาลัยที่ได้กลุ่มดีเลิศ คุณจะเห็นว่า แต่ละมหาลัยที่ได้กลุ่มดีเลิศ ไม่มีวิทยาเขตเลยครับ ไปดูได้เลย เกณฑ์ที่เขาวัดต้องมาหารด้วยจำนวนนักศึกษา ซึ่งของเราจะเสียเปรียบมาก ตอนนี้เรามี 7 วิทยาเขต เราเสียเปรียบแน่นอน คล้าย ๆ ถูกหารลงถึง 7 เท่าตัว
ผมว่า ทำได้ขนาดนี้ ก็เก่งแล้วครับ
คุณดู มศว.เป็นตัวอย่างที่มีวิทยาเขต 2 แห่ง ลาดกระบังมีวิทยาเขต 2 แห่ง ส่วนใหญ่ติดกลุ่มพอใช้และต้องปรับปรุงทั้งนั้น

แต่ของ ม.เกษตร มีตั้ง 7 วิทยาเขต และส่วนใหญ่เพิ่งเปิดใหม่ด้วย ได้ติดกลุ่มดีเยี่ยม ก็สุดยอดแล้วครับ

[39] จากคุณ :[ผมคิดอีกแบบ] [ไม่ได้ Login] [9/3/2006 4:55:33 PM] [Hits counter=32270153] แจ้งลบ

ข้อความที่=269352

อ่านแล้วเป็นกำลังใจ ให้มากเลยยยย...

เพราะที่เรียนอยู่มันยาก เมื่อพิจารณาจากความสามารถของตัวเอง

ดีใจที่เสดสาด มก.ของเราติดอันดับสายสังคมฯ ด้วย

ส่วนรัดสาด จุฬาฯ นั้นเค้าก็ไม่น่าพลาดอยู่แล้ว

แต่ยังไงเกษตรเจ๋งกว่า เพราะมีตั้ง 7 วิทยาเขตอย่างที่คุณ "ผมคิดอีกแบบ" ว่านั่นแหละ




[40] จากคุณ :[เดะเสดสาด] [ไม่ได้ Login] [9/4/2006 10:56:06 AM] [Hits counter=32280027] แจ้งลบ

ข้อความที่=269362

โพลชี้น.ศ.กว่า72%กังวลมหา"ลัยถูกจัดอันดับต่ำ
===
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu02040949&day=2006/09/04
เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า เอแบคโพลล์ได้สำรวจเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยในทรรศนะนักศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐเขตกรุงเทพฯ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,152 คนระหว่างวันที่ 1-2 กันยายน พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 72.8 เห็นว่าจะทำให้หางานทำได้ยากขึ้นหลังเรียนจบ หากมหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับท้ายๆ ร้อยละ 46.4 เห็นว่าจะทำให้สังคมไม่ยอมรับตัวนักศึกษา อย่างไรก็ตาม นักศึกษายังคงมีความภูมิใจในสถาบันและตัวเอง ตลอดจนยังเชื่อมั่นต่อสถาบันที่ตนเองศึกษาอยู่เช่นเดิม โดยคิดเป็นร้อยละ 66.5 ร้อยละ 69 และร้อยละ 63.7 ตามลำดับ

นายนพดลกล่าวด้วยว่า ส่วนความเชื่อมั่นต่อการจัดอันดับของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) นั้น ร้อยละ 39.3 ไม่เชื่อมั่นโดยให้เหตุผลสำคัญคือ เกณฑ์การจัดอันดับไม่มีความชัดเจน ไม่ครอบคลุม และไม่เชื่อถือหน่วยงานที่ทำ ขณะที่ร้อยละ 23.6 ระบุว่าเชื่อมั่น และร้อยละ 37.1 ไม่ระบุความคิดเห็น ส่วนความเห็นต่อแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อคุณภาพทางการศึกษาไทยนั้น ร้อยละ 37.3 เห็นว่าการศึกษาของไทยควรปรับปรุงในด้านหลักสูตรและพัฒนาคุณภาพการศึกษา รองลงมาคือ ควรเพิ่มจำนวนบุคลากรทางการศึกษาให้เพียงพอ จัดระบบการศึกษาให้ได้มาตรฐานเท่าเทียมกัน เป็นต้น

"ผลสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนถึงผลกระทบด้านจิตวิทยาต่อตัวนักศึกษาอย่างน่าเป็นห่วง แม้กลุ่มนักศึกษาที่ถูกสำรวจส่วนใหญ่ไม่ได้แสดงความกังวลต่อผลการจัดอันดับที่มีต่อสถาบันการศึกษาของตน เพราะยังคงเชื่อมั่นและภูมิใจต่อสถาบันที่พวกเขากำลังศึกษาอยู่ แต่แสดงความกังวลต่อการหางานทำและการยอมรับจากสังคม ถ้ามหาวิทยาลัยของตนเองถูกประกาศออกไปว่าอยู่ในอันดับท้ายๆ คณะทำงานด้านการจัดอันดับจึงควรพิจารณาตนเองและน่าจะออกมาขอโทษนักศึกษาเหล่านี้ หรือแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย" ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์กล่าว

หน้า 26



[41] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/4/2006 1:38:42 PM] [Hits counter=32283510] แจ้งลบ

ข้อความที่=269398

สภาอาจารย์ต้านจัดอันดับม. เสมา 1 รับลูกให้สกอ.ทบทวน [4 ก.ย. 49 - 15:28]
====
http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=18523
วันนี้ (4 ก.ย.) ผศ.ธวัชชัย พีรพัฒน์ดิษฐ์ ประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหาร ปอมท. ได้หารือกันถึงเรื่องการจัดอันดับมหาวิทยาลัย โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แล้วมีมติไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับการจัดอันดับครั้งนี้ ด้วยเหตุผล 5 ประการคือ 1. ขาดความชัดเจนในวัตถุประสงค์ 2. ขาดความเชื่อมั่นในมาตรฐานของเครื่องมือที่ใช้วัดและเกณฑ์ประเมินไม่เหมาะสมที่จะใช้ทั่วไปกับทุกมหาวิทยาลัย เพราะมีปรัชญาปณิธานต่างกัน 3. ขาดความน่าเชื่อถือในความสมบูรณ์ของข้อมูลและวิธีการรวบรวมข้อมูล 4. การประกาศผลจัดอันดับมหาวิทยาลัยต่อสาธารณชน ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อเสียง เกียรติภูมิ ของมหาวิทยาลัยและศิษย์เก่า รวมทั้งความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย และ 5. โดยทั่วไปการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ไม่ปรากฏว่าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้จัดอันดับ แต่ดำเนินการโดยเอกชนหรือองค์กรอิสระ หากภาครัฐทำจะมุ่งเพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างสร้างสรรค์

"ดูข้อมูลตามสื่อมวลชนแล้วเห็นว่าการจัดอันดับครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์มากกว่า" ผศ.ธวัชชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินทางเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาทางวิชาการของที่ประชุม ปอมท. เรื่อง "ยุทธศาสตร์อุดมศึกษาไทย วิกฤตหรือโอกาส" พร้อมกับมอบโล่รางวัลอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติของ ปอมท. ประจำปี 2548 จำนวน 8 คน ซึ่งในที่ประชุมอาจารย์ที่เข้าร่วมประชุมแสดงความไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัย

นายจาตุรนต์ ชี้แจงว่า ได้รับทราบรายงานการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยจาก สกอ. เป็นระยะๆ และมีข้อห่วงใยจากมหาวิทยาลัย ได้แจ้งให้ทราบมาตลอด อย่างไรก็ตาม คิดว่าการจัดอันดับดีกว่าไม่มีเลย แต่จัดออกมาแล้วไม่เห็นด้วยหรือมีความเห็นต่างกันมาก จะต้องปรับเกณฑ์วิธีการหรือไม่ต้องการให้ สกอ. ดำเนินการ ขอให้พูดคุยกันอย่างปัญญาชน

นายจาตุรนต์ กล่าด้วยว่า จะให้ สกอ. รวบรวมความเห็นและรับฟังต่อกรณีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย เพื่อประมวลข้อวิจารณ์ว่าจะชี้แจงกันอย่างไร รวมถึงให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาช่วยอีกทาง ท้ายที่สุดจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงออกมาอย่างไรให้เกิดผลดีที่สุดก็ยินดี

[42] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/4/2006 6:11:49 PM] [Hits counter=32293264] แจ้งลบ

ข้อความที่=269481

ตกลงมหาวิทยาลัยเราควรบ่มเพาะนิสิตให้มีความรู้และมีคุณภาพก่อนจบหรือมหาวิทยาลัยควรจะเน้นไปทางการวิจัยดีครับ เพราะถ้าจะทำให้ได้ทั้ง 2 อย่างคิดว่ามันยากมากนะครับ

[43] จากคุณ :[*ไม่เขียนชื่อ*] [ไม่ได้ Login] [9/4/2006 9:56:58 PM] [Hits counter=32302185] แจ้งลบ

ข้อความที่=269595

ต้องทำทั้ง 2 อย่างครับ แต่อาจมีสัดส่วนที่ต่างกัน
และ ม.เกษตรศาสตร์ ประกาศแล้วว่า จะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย ครับ

[44] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/5/2006 9:31:38 AM] [Hits counter=32318498] แจ้งลบ

ข้อความที่=269648

เกษตรศาสตร์ เยี่ยมมากครับ เรามีวิทยาเขตการศึกษาถึง 7 แห่ง แต่เราก็ยังสามารถ ติดอันดับดีเยี่ยมได้ แน่นอนครับ ในอนาคต(ในไม่ช้า)เราต้องก้าวถึงระดับดีเลิศแน่นอนครับ

[45] จากคุณ :[นิสิต การตลาด.วจก.ศรช.] [ไม่ได้ Login] [9/5/2006 12:35:26 PM] [Hits counter=32323289] แจ้งลบ

ข้อความที่=269724

จัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย "รางวัล"หรือ"ตราบาป"การศึกษา??
====
http://www.komchadluek.net/2006/09/05/e001_43576.php?news_id=43576
"ภาวิช ทองโรจน์" กลับมาเปรี้ยงปร้างอีกครั้ง เมื่อผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยถูกเปิดเผยต่อสายตาสาธารณชน ท่ามกลางเสียงก่นด่าของผู้บริหารมหาวิทยาลัยค่อนประเทศ ถึงความไม่น่าเชื่อถือของเกณฑ์ที่นำมาใช้ เข้าข่ายไม่ได้มาตรฐาน และไม่เป็นธรรมกับฝ่ายที่ถูกประเมินผ่านระบบออนไลน์ ไร้การตรวจสอบ เช่นนี้

ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) 1 ใน "5 เสือ ศธ." เพราะนั่งเก้าอี้ ซี 11 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แสดงจุดยืนจะจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ครั้นถูกต่อต้านอย่างหนัก ทำให้ "ภาวิช" ยอมยกเลิกแนวคิดนี้ และแจ้งต่อชาวมหาวิทยาลัยเมื่อเดือนพฤษภาคมในปีเดียวกันว่า "ภายในปี 2549 สกอ.จะไม่มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเด็ดขาด !"

3 เดือนต่อจากนั้น "ภาวิช" ปูดข่าวเตรียมโชว์ผลงาน "ชิ้นโบดำ" จัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ในวันที่ 31 สิงหาคม ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กทม.

หนึ่งวันก่อนที่ "ภาวิช" จะแถลงผลจัด "แรงกิ้ง" ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ประกาศจุดยืน มธ.ไม่ขอเข้าร่วม "สังฆกรรม" ในครั้งนี้กับ "ภาวิช" ด้วยคลางแคลงใจในเกณฑ์ประเมินที่นำมาใช้ ไม่ครอบคลุมภารกิจของมหาวิทยาลัย แถมเร่งรัดดำเนินการ

"โครงการแรงกิ้ง 2006 ของ สกอ.ดัชนีชี้วัดไม่เหมาะสม ไม่อยู่บนพื้นฐานวิชาการรอบด้าน ไม่ครอบคลุมทุกศาสตร์ และไม่สะท้อนความเป็นจริงของมหาวิทยาลัย สกอ.ใช้เพียงผลวิจัยและการเรียนการสอน ผมเชื่อว่ามหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่ยอมรับ และจะส่งผลร้ายแรงต่อความเชื่อถือมหาวิทยาลัยไทย เกิดความปั่นป่วน เพราะต้องมีคนนำผลไปอ้างอิง" ศ.ดร.สุรพล ระบุ

แต่ดูเหมือนว่า "ภาวิช" ไม่สนใจกับท่าทีของอธิการบดี มธ. ซ้ำเดินหน้าประกาศ "แรงกิ้ง" แถมยังข่มขู่ ประหนึ่งชาวมหาวิทยาลัยไทยทั้งมวลต้องเงี่ยหูฟังคนชื่อ "ภาวิช" แต่เพียงผู้เดียว ถึงจะทำให้มหาวิทยาลัยอยู่รอดปลอดภัยในช่วงอุณหภูมิการเมืองร้อนแรง !

"เมื่อไรที่กองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) นำระบบฐานข้อมูลออนไลน์ของมหาวิทยาลัยไปใช้ประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ แล้วยังมีสถาบันอุดมศึกษาไม่ส่งข้อมูลให้ สกอ. จะถูกจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยที่ไม่มีข้อมูล จะส่งผลต่อตัวเลขจัดสรรงบที่ต่ำไปด้วย" ภาวิช กล่าวเสียงเข้ม

ถ้อยแถลงของ "ภาวิช" ได้สร้างรอยร้าวในแวดวงการอุดมศึกษาของไทยขึ้นในบัดดล ! บรรดาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่ง ต่างไม่พอใจกับบทบาทและท่าทีของ "ภาวิช" ที่ใช้อำนาจข่มขู่กึ่งบังคับสารพัดวิธี เพื่อให้ชาวมหาวิทยาลัยเห็นดีเห็นงามกับภารกิจ "เผือกร้อน" ก่อนเกษียณสิ้นเดือนกันยายนปีนี้

จึงไม่แปลกที่มีมหาวิทยาลัยส่งข้อมูลให้ สกอ.ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนมหาวิทยาลัยไทยที่มีอยู่ทั้งหมด 138 แห่ง เพราะเข้าร่วมเพียง 51 แห่ง ที่เหลือ 87 แห่ง ไม่ส่งข้อมูล

คำถามที่ตามมา "ภาวิช" เร่งรีบดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อ "สร้างผลงาน" หรือทำตาม "ใบสั่ง" ของใคร?

นั่นเป็นเพราะเมื่อต้นปี 2549 "ภาวิช" ผู้มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ นายสุธรรม แสงประทุม แกนนำพรรคไทยรักไทย ได้ใช้อำนาจเลขาธิการ กกอ.นัดหมายผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพียงชั่วข้ามคืน เพื่อเข้าพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในห้วงเวลา "ทักษิณ" กำลังเผชิญกับกระแส "ทักษิณ...ออกไป"

กระนั้น เชื่อว่าถึงวันนี้ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั่วประเทศพร้อมเข้าลู่วิ่ง เพื่อแข่งขันในการ "จัดอันดับมหาวิทยาลัย" เพียงแต่หน้าที่นี้ ไม่ใช่หน่วยงานต้นสังกัดเช่น สกอ. แต่เป็นองค์กรอิสระที่ได้รับการยอมรับอย่าง สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ภายใต้ความรับผิดชอบของศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์

0 ทีมข่าวการศึกษา 0

[46] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/5/2006 4:21:13 PM] [Hits counter=32331900] แจ้งลบ

ข้อความที่=269726

ปอมท.ค้านจัดเกรดมหาวิทยาลัย "จาตุรนต์"รับรวมความเห็นชี้แจง
====
http://www.komchadluek.net/2006/09/05/e001_43937.php?news_id=43937
ที่ประชุมสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ไม่เห็นด้วย กับ สกอ. จัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ยกเหตุผล 5 ประการ “จาตุรนต์” รับหน้าเสื่อจะมอบ สกอ. รวบรวมความเห็นข้อวิจารณ์ประมวลชี้แจงและระดมผู้ทรงคุณวุฒิปรับปรุงวิธีการและหลักเกณฑ์และข้อเสนอทุกประการ ยืนยันจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยเป็นการเริ่มต้นที่ดี พร้อมมอบโล่รางวัลอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2548


(4ก.ย.) ผศ.นพ.ธวัชชัย พีรพัฒน์ดิษฐ์ ประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหาร ปอมท. หารือกันถึงเรื่องการจัดอันดับมหาวิทยาลัย โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แล้วมีมติไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับการจัดอันดับครั้งนี้ด้วยเหตุผล 5 ประการคือ

1.ขาดความชัดเจนในวัตถุประสงค์ 2.ขาดความเชื่อมั่นในมาตรฐานของเครื่องมือที่ใช้วัดและเกณฑ์ประเมินไม่เหมาะสมที่จะใช้ทั่วไปกับทุกมหาวิทยาลัย เพราะมีปรัชญาปณิธานต่างกัน 3. ขาดความน่าเชื่อถือในความสมบูรณ์ของข้อมูลและวิธีการรวบรวมข้อมูล 4.การประกาศผลจัดอันดับมหาวิทยาลัยต่อสาธารณชน ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชื่อเสียง เกียรติภูมิ ของมหาวิทยาลัยและศิษย์เก่า รวมทั้งความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย

และ 5.โดยทั่วไปการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ไม่ปรากฏว่าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้จัดอันดับ แต่ดำเนินการโดยเอกชนหรือองค์กรอิสระ หากภาครัฐทำจะมุ่งเพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งดูข้อมูลตามสื่อมวลชนแล้วเห็นว่าการจัดอันดับครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์มากกว่า

"จาตุรนต์"รับรวมความเห็นชี้แจง

วันนี้ (4ก.ย.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินทางเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาทางวิชาการของที่ประชุม ปอมท. เรื่อง “ยุทธศาสตร์อุดมศึกษาไทย วิกฤตหรือโอกาส” พร้อมกับมอบโล่รางวัลอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติของ ปอมท. ประจำปี 2548 จำนวน 8 คน ซึ่งในที่ประชุมอาจารย์ที่เข้าร่วมประชุมแสดงความไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ที่ จ.ชลบุรี

โอกาสนี้นายจาตุรนต์ ได้ชี้แจงว่า ได้รับทราบรายงานการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยจาก สกอ. เป็นระยะ ๆ และมีข้อห่วงใยจากมหาวิทยาลัย ก็ได้แจ้งให้ทราบมาตลอด อย่างไรก็ตาม คิดว่าการจัดอันดับดีกว่าไม่มีเลย แต่จัดออกมาแล้วไม่เห็นด้วยหรือมีความเห็นต่างกันมาก จะต้องปรับเกณฑ์วิธีการหรือไม่ต้องการให้ สกอ. ดำเนินการ ขอให้พูดคุยกันอย่างปัญญาชน

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า จะให้ สกอ. รวบรวมความเห็นและรับฟังต่อกรณีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย เพื่อประมวลข้อวิจารณ์ว่าจะชี้แจงกันอย่างไร รวมถึงให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาช่วยอีกทาง ท้ายที่สุดจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงออกมาอย่างไรให้เกิดผลดีที่สุดก็ยินดี ยืนยันว่า การจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยเป็นการเริ่มต้นที่ดี ไม่เช่นนั้นจะไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยไทย หรือจะปล่อยให้มหาวิทยาลัยอยู่กันอย่างเงียบ ๆ แล้วให้องค์กรต่างประเทศจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยโดยไม่ได้สำรวจ หรือรู้ข้อมูลมหาวิทยาลัยไทยมากนัก

ก่อนหน้านี้ นายจาตุรนต์ กล่าวปาฐกถาพิเศษระบุว่า อุดมศึกษาไทยมีเรื่องใหญ่ 2 ประเด็น ที่ต้องใช้ความพยายามอีกมาก คือ การผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ ไม่เช่นนั้น ในอนาคตภาคอุตสาหกรรมไทยอาจต้องย้ายฐานการผลิตไปเวียดนาม จีน หรือมาเลเซีย และต้องปรับตัวการปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอนและการวิจัย

ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ พูดถึงการสอนให้เด็กไทยคิดวิเคราะห์ด้วย โดยระบุว่า คนไทยยังมีปัญหาการคิดวิเคราะห์ เมื่อมีเรื่องใดเกิดขึ้นในสังคมก็จะใช้ความเชื่อตัดสิน โดยยกตัวอย่างเรื่องคาร์บอมบ์ ว่าเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์โดยมีหลักฐาน แต่สังคมไทยไปทำโพลออกมาจนกลายเป็นใช้ความเชื่อตัดสินโดยไม่อ้างอิงถึงข้อเท็จจริง

มอบโล่รางวัลอาจารย์ดีเด่นปี48

อาจารย์ที่รับโล่รางวัลอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2548 ซึ่งได้มีการคัดเลือกอาจารย์ที่ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่มีความรู้ความสามารถในเชิงวิชาการ มีผลงานวิจัยดีเด่น มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ มีคุณธรรม จริยธรรม และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เป็นอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อาจารย์ ข้าราชการพนักงานมหาวิทยาลัย และนักศึกษา

มีอาจารย์ที่ได้รับโล่รางวัลจำนวน 8 คน ประกอบด้วย สาขามนุษยศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ คือ ศ. ดร.อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.กุลวรา ชูพงศ์ไพโรจน์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

สาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ รศ. ดร.บุญเรียง ขจรศิลป์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) รศ.สมโชติ อ๋องสกุล คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)

สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ศ. นพ.ธานินทร์ อินทรกำธรชัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ศ. นพ.ธารา ตริตระการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

สาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ศ. ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ คณะเกษตร มก. วิทยาเขตกำแพงแสน ศ. ดร.วัฒนาลัย ปานบ้านเกร็ด คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

[47] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/5/2006 4:22:15 PM] [Hits counter=32331950] แจ้งลบ

ข้อความที่=269729

‘ภาวิช’ไม่สนเอแบคโพลยันจัดอันดับมหา’ลัยดีต่อสังคม
====
http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=99349&NewsType=1&Template=1
ศ. (พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวถึงผลสำรวจของเอแบค โพลที่ระบุว่านักศึกษา 72.8% เห็นว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยจะมีผลกระทบต่อการมีงานทำของบัณฑิตว่า ตนมองว่าการจัดอันดับไม่ส่งผลต่อการมีงานทำของบัณฑิต เพราะการเข้าทำงานในหน่วยงานรัฐจะต้องสอบเข้า ซึ่งดูที่ความสามารถเป็นหลัก ส่วนภาคเอกชนนั้น ตนอยากจะบอกว่าเอกชนมีการทำบัญชีลับเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและนักศึกษาของแต่ละแห่งอยู่แล้ว ซึ่งตนเป็นห่วงว่าข้อมูลเหล่านั้นอาจไม่ตรงกับความจริงและไม่เป็นธรรมกับบัณฑิต ดังนั้นการที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ทำเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่ดี ส่วนการที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งออกมาคัดค้านการจัดอันดับนั้น สกอ. เคารพความคิดเห็นทุกฝ่าย แต่ขอให้ทุกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกลับไปดูกระบวนการประเมินจัดอันดับก่อนว่าทำกันอย่างไร และถ้ามีปัญหาก็มาคุยกัน ส่วนข้อมูลที่ส่งมาก็เป็นข้อมูลที่มหาวิทยาลัยส่งมาเองทั้งนั้น หรือถ้าจะให้ สกอ. จัดใหม่ก็มาวางกติกากัน แต่ที่สำคัญทุกฝ่ายต้องพูดความจริง ทั้งนี้ตนไม่ได้ทำผิดอะไร จึงไม่จำเป็นต้องขอโทษใคร อีกทั้งเรื่องที่ทำก็จะเกิดประโยชน์กับสังคมไทย

“ผมเห็นว่าการทำโพลของเอแบคในช่วงหลังทั้งเรื่องการเมืองและอีกหลายเรื่องคุณภาพต่ำลงเรื่อย ๆ และขี่กระแส ไม่เหมือนสมัยของ อ.ศรีศักดิ์ จามรมาน แม้แต่ประเด็นนี้ก็ไปสัมภาษณ์เด็กไม่กี่คน และยังถามนำ ส่วนประเด็นที่ควรถามก็ไม่รู้ว่าถามหรือไม่ เช่น ผู้ตอบเข้าใจกระบวนการประเมินผลและดัชนีชี้วัดหรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งถ้าผู้ตอบไม่ทราบตรงนี้คำถามตั้งแต่ต้นก็ใช้ไม่ได้ และที่สำคัญผู้ทำโพลยังมาสรุปเองว่าจะให้ สกอ. ขอโทษ ซึ่งไม่รู้ว่าคนที่ทำโพลแค้นผมตั้งแต่ครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ที่เอแบคโพลสำรวจว่าระบบแอดมิช ชั่นทำให้เด็กฆ่าตัวตาย ซึ่งผมตอบไปว่าคนที่ถามคำถามเช่นนี้ถือว่าไร้จรรยาบรรณ และทางเอแบคต้องมาขอโทษผมอย่างไม่เป็นทางการ” เลขาธิการ กกอ.กล่าว

ศ.ดร.ปรัชญา เวสารัชช์ อธิการบดีม.สุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ตนเชื่อว่าบริษัทที่มีประสบการณ์จะไม่สนใจว่าใครจบจากที่ไหน เพราะยังมีองค์ประกอบอีกหลายส่วนที่ต้องพิจารณาในการรับคนเข้าทำงาน

ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการ รมว.ศึกษา ธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตนเห็นว่าการจัดอันดับดีกว่าไม่มีเลย แต่เมื่อจัดออกมาแล้วมีผู้ไม่เห็นด้วยหรือมีความเห็นต่างกันมากก็ขอให้พูดคุยกันอย่างปัญญาชน ซึ่งตนจะให้ สกอ. รวบรวมความเห็น รวมถึงให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาช่วยอีกทาง ทั้งนี้ตนยืนยันว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเป็นการเริ่มต้นที่ดี ไม่เช่นนั้นเราจะไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยไทย หรือจะปล่อยให้อยู่กันอย่างเงียบ ๆ แล้วให้ต่างประเทศเป็นผู้จัดอันดับโดยไม่ได้สำรวจ หรือรู้ข้อมูลมหาวิทยาลัยไทยมากนัก.

[48] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/5/2006 4:24:16 PM] [Hits counter=32332054] แจ้งลบ

ข้อความที่=269730

“จาตุรนต์” หนุนจัดอันดับมหาวิทยาลัย
===
http://www.thairath.co.th/news.php?section=education&content=18584
ศ. (พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวกรณีผลสำรวจเรื่อง “การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในทรรศนะนักศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐ เขตกรุงเทพมหานคร” พบว่านักศึกษาร้อยละ 72.8 เห็นว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยจะมีผลต่อการมีงานทำของบัณฑิตที่หางานทำยาก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่ติดอยู่ในอันดับท้ายๆ และร้อยละ 46.4 เห็นว่าสังคมจะไม่ยอมรับตัวนักศึกษา ว่า การจัดอันดับครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อการเข้าทำงานของบัณฑิต โดยเฉพาะในหน่วยงานภาครัฐจะต้องสอบเข้าและดูความสามารถบัณฑิตเป็นหลัก ส่วนภาคเอกชนอยากจะย้ำว่ามีการทำบัญชีลับข้อมูลของมหาวิทยาลัยและนักศึกษาของแต่ละแห่งอยู่แล้ว ส่วนผลที่ออกมาอะไรไม่ดีก็ให้ไปคุยกันในมหาวิทยาลัยและไปจัดการเรียนการสอนให้ดี

ต่อข้อถามว่า ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) มีมติไม่ยอมรับผลการจัดอันดับ เลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า สกอ.เคารพความคิดเห็นทุกฝ่าย แต่อยากบอกว่าขอให้ทุกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกลับไปดูกระบวนการประเมินจัดอันดับก่อนว่าเป็นอย่างไร ถ้ามีปัญหาตรงไหนก็มาคุยกัน ไม่พอใจเรื่องดัชนีชี้วัดก็ปรับปรุงกันได้ ส่วนที่จะให้ตนขอโทษนั้นคิดว่าไม่จำเป็นต้องขอโทษเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ทั้งนี้ เห็นว่าการทำโพลของเอแบคในช่วงหลังทั้งเรื่องการเมืองและอีกหลายเรื่องคุณภาพต่ำลงเรื่อยๆ และขี่กระแส

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นว่า การจัดอันดับครั้งนี้มีปัญหาพอสมควร แต่ก็ยินดีที่จะรับฟังจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งเราไม่ควรมองด้านลบอย่างเดียว และการจัดอันดับย่อมดีกว่าไม่มีอะไรเลย ตนจะให้ สกอ.รวบรวมความเห็นและข้อวิจารณ์เกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะทำการชี้แจงให้กับทุกฝ่ายได้เข้าใจ และเพื่อปรับปรุงให้เกิดผลที่ดีที่สุด

ศ.ดร.ปรัชญา เวสารัชช์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ตนไม่อยากให้ผู้จ้างงานสนใจที่อันดับของมหาวิทยาลัยเพียงองค์ ประกอบเดียว เพราะเป็นการลิดรอนโอกาสผู้จ้างงานเอง ส่วนที่มีเสียงเรียกร้องให้ ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ออกมาขอโทษนั้น ไม่ขอออกความเห็น

ภราดาบัญชา แสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในฐานะนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการจัดอันดับ ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาอุดมศึกษา.


[49] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/5/2006 4:25:19 PM] [Hits counter=32332105] แจ้งลบ

ข้อความที่=269731

รองปธ.อุตฯแจงจัดอันดับม.มีประโยชน์
====
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu01050949&day=2006/09/05
แนะทุกฝ่ายช่วยคิด-ร่วมกำหนดเกณฑ์ นายกฯสมาคมศึกษาฯชี้มีทั้งผลดี-เสีย

เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายปรัชญา เวสารัชช์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยกรณีที่เอแบคโพลล์สำรวจนักศึกษากลุ่มตัวอย่างของมหาวิทยาลัยรัฐในเขตกรุงเทพฯ เกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พบว่า 72.8% เห็นว่าจะทำให้หางานทำยากขึ้น หากมหาวิทยาลัยที่เรียนถูกจัดอยู่ในอันดับท้ายๆ ว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่มหาวิทยาลัยและนักศึกษากังวล ขณะเดียวกันผู้จ้างงานต้องคิดหนักตามไปด้วยในการจ้างนักศึกษาแต่ละคนเข้าทำงาน เพราะเหมือนเป็นประกาศให้ผู้จ้างทราบว่ามหาวิทยาลัยใดดีหรือไม่ ทำให้มหาวิทยาลัยที่อยู่อันดับท้ายๆ เสียเปรียบ ทั้งนี้ ไม่อยากให้ผู้จ้างงานพิจารณาจากผลการจัดอันดับเพียงอย่างเดียว เพราะจะลิดรอนโอกาสของผู้จ้างงานเอง แต่ควรดูที่ตัวบุคคลด้วยว่าเหมาะสมกับงานหรือไม่

นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ตนไม่ได้ทำอะไรผิด จึงไม่จำเป็นต้องขอโทษ และยืนยันว่าสิ่งที่ทำเกิดประโยชน์กับสังคม ทั้งนี้ เอแบคโพลล์ในช่วงหลังคุณภาพต่ำลง กรณีนี้สอบถามไม่กี่คน และยังเป็นคำถามชี้นำ ซึ่งไม่ทราบว่าผู้ตอบจะเข้าใจข้อเท็จจริงในกระบวนการ และตัวชี้วัดแค่ไหน อีกทั้ง ผู้ทำโพลยังอ้างผลการสำรวจมาสรุปเองว่าจะให้ สกอ.ขอโทษ ทั้งที่สมัยทำโพลเรื่องแอดมิสชั่นส์ มีการชี้นำว่าทำให้เด็กฆ่าตัวตาย ตนถือว่าไร้จรรยาบรรณ ทางผู้ทำโพลจึงได้ขอโทษตน

นายนิพนธ์ สุรพงษ์รักเจริญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เข้าใจว่านายภาวิชตั้งใจดี ต้องการจัดอันดับเพื่อเป็นกระจกเงาสะท้อนให้มหาวิทยาลัยดูตัวเอง แต่การทำอะไรก็ตามต้องได้รับความร่วมมือ ต้องประชุมขอความเห็นคิดเห็นและร่วมกันกำหนด ทุกฝ่ายจะได้คิดว่าเป็นเรื่องของส่วนรวม เรื่องนี้ตนมองว่าหากคุยกันตั้งแต่แรกและความร่วมมือเกิดก็จะเป็นผลดี และเกิดประโยชน์อย่างมากมายกับนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้ประกอบการ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการไม่ยอมรับและต่อต้านได้

นายนำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญญบุรี ในฐานะนายกสมาคมการศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในแง่ดีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยจะเป็นตัวกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยเร่งพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและงานวิจัย แต่หากทำบนความไม่พร้อมก็อาจเกิดผลเสียต่อมหาวิทยาลัย คณาจารย์ นักศึกษา และศิษย์เก่า อีกทั้งมีข้อสังเกตว่าการจัดกลุ่มสาขาต่างๆ อาจไม่สอดคล้องกับความจริง

นพ.ธวัชชัย พีรพัฒน์ดิษฐ์ ประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล และประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) เปิดเผยว่า ปอมท.มีมติไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับการจัดอันดับครั้งนี้ เพราะ 1.ขาดความชัดเจน 2.ขาดความเชื่อมั่นในมาตรฐานของเครื่องมือที่ใช้วัด 3.ขาดความน่าเชื่อถือของข้อมูล และวิธีรวบรวม 4.ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติภูมิของมหาวิทยาลัย และศิษย์เก่า และ 5.การจัดอันดับในต่างประเทศทำโดยเอกชน หรือองค์กรอิสระ

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ทราบว่ามีข้อห่วงใยจากมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม คิดว่ามีการจัดอันดับดีกว่าไม่มี หากมีความเห็นต่างก็ต้องปรับเกณฑ์ หรือถ้าไม่ต้องการให้ สกอ.ดำเนินการ ก็ให้พูดกันอย่างปัญญาชน ทั้งนี้ จะให้ สกอ.รับฟังและรวบรวมความเห็น เพื่อประมวลข้อวิจารณ์ว่าจะชี้แจงกันอย่างไร รวมถึง ให้ผู้ทรงคุณวุฒิช่วยอีกทาง เพื่อปรับปรุงให้เกิดผลดีที่สุด ยืนยันว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยเป็นการเริ่มต้นที่ดี ไม่เช่นนั้นจะไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยไทย หรือจะปล่อยให้มหาวิทยาลัยอยู่กันอย่างเงียบๆ แล้วให้องค์กรต่างประเทศจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยโดยไม่ได้สำรวจ หรือรู้ข้อมูลมหาวิทยาลัยไทย

หน้า 26

[50] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/5/2006 4:26:06 PM] [Hits counter=32332139] แจ้งลบ

ข้อความที่=269732

ไขข้อข้องใจ.. "จัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย"
===
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu09050949&day=2006/09/05
โดย คณะผู้วิจัยจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย

@ การจัดอันดับทำอย่างฉุกละหุกและมหาวิทยาลัยไม่รู้ล่วงหน้าจริงหรือ

โครงการประเมินศักยภาพมหาวิทยาลัยไทย เริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2548 โดยนักวิจัยจากหลายสถาบัน รวม 17 คน ได้ประเมินศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและกายภาพของมหาวิทยาลัย ต่อมาได้รวมสาขาวิชาด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ได้จัดทำดัชนีชี้วัด ซึ่งยึดสถานการณ์ของอุดมศึกษาไทยในปัจจุบันเป็นหลัก เป็นธรรม สามารถวัดเป็นตัวเลขได้ชัดเจน นอกจากนั้นได้เปรียบเทียบกับระบบการจัดอันดับในต่างประเทศ โดยผลการใช้ดัชนีในโครงการวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ได้นำเสนอในหลายมหาวิทยาลัย และคณาจารย์หลายกลุ่มได้รับการตอบรับอย่างดี จึงพัฒนาเว็บไซต์เพื่อให้มหาวิทยาลัยกรอกข้อมูล ซึ่งใช้เวลาเก็บและปรับข้อมูลราว 6 เดือน โดยเดือนกุมภาพันธ์ 2549 เป็นช่วงระยะที่ให้ข้อมูลในระบบ on-line และเปิดให้ปรับอีก 3 ครั้งก่อนประมวลผล

การดำเนินการทั้งหมดได้แจ้งด้วยว่า ข้อมูลในการประเมินศักยภาพจะนำไปสู่การจัดอันดับ และเอกสารโครงการต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยได้รับจะมีข้อความว่า Ranking 2005 (ใช้ข้อมูลปี 2548) ชัดเจน โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ช่วยอำนวยความสะดวกโดยขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยให้กรอกข้อมูล

@ การประเมินศักยภาพทำไม่ครบทุกภารกิจจริงหรือ

ผู้วิจัยได้เลือกภารกิจหลัก 2 ด้าน ได้แก่ การวิจัย และการเรียนการสอน ซึ่งสะท้อนบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัย และดูจะเป็นปัญหาที่สังคมไทยสนใจ และมีเสียงสะท้อนแสดงความกังวลด้านคุณภาพมาตลอด การวิจัยจึงไม่ได้เน้นการประเมินอีก 2 ภารกิจรองคือ การบริการทางวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมโดยตรง เพราะเห็นว่าหากมหาวิทยาลัยทำภารกิจหลัก 2 ด้านได้ดีแล้ว ศักยภาพในการดำเนินภารกิจรองจะดีไปด้วย

@ ควรแยกประเมินเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยและการสอนหรือไม่

การดำเนินการแยกอยู่แล้ว แต่จะให้แบ่งกลุ่มเด็ดขาดคงทำไม่ได้เช่น ถ้าจะแยกประเมินเฉพาะด้านการสอน ทุกมหาวิทยาลัยก็ทำการสอนและผลิตบัณฑิตทั้งสิ้น ดังนั้น หากจะแยกเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยใหม่ออกมาว่าเป็นกลุ่มการสอน แล้วบอกว่าไม่ให้มหาวิทยาลัยเก่าแก่มาประเมินด้วย คงเป็นไปไม่ได้ เพราะผลิตบัณฑิตเช่นกัน และทำได้คุณภาพสูงด้วย หรือหากจะแยกกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏออกมาจัดกันเอง จะพบว่าส่วนใหญ่ไม่มีความต่างด้านคะแนนอย่างมีนัยสำคัญ

@ เกณฑ์ประเมินไม่เป็นธรรมต่อมหาวิทยาลัยใหม่จริงหรือไม่

เป็นการเข้าใจผิดและแสดงว่าผู้พูดไม่ได้ศึกษากระบวนการอย่างลึกซึ้ง ผู้วิจัยใช้ตัวบ่งชี้ที่ชัดเจน วัดได้และเป็นข้อมูลพื้นฐานของมหาวิทยาลัย ทั้งสอบถามในวงกว้าง และเพื่อความเป็นธรรมได้คิดค่าตัวบ่งชี้ต่างๆ เป็นจำนวนต่อหน่วยทรัพยากร เช่น จำนวนนักศึกษาต่ออาจารย์ที่มี จำนวนผลงานต่อจำนวนอาจารย์ จำนวนเงินที่ใช้ต่อจำนวนนักศึกษา หรือหากเป็นด้านการเงินเช่น งบประมาณวิจัย จะบอกถึงศักยภาพของการวิจัยของหน่วยงานนั้น จะคิดต่อจำนวนอาจารย์ และต่อยอดรวมของงบฯทั้งหมดเป็นต้น

ด้านการวิจัย จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่ามหาวิทยาลัยมีนโยบายต่อการวิจัยอย่างไร หากส่งเสริมก็จะสะท้อนออกมาทางด้านการจัดงบฯ มหาวิทยาลัยเล็กหรือใหญ่จะไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน เพราะเมื่อเทียบเป็นต่อหัวของคนที่มีหรือต่อหน่วยทรัพยากรอื่นแล้ว ตัวเลขจะเปรียบเทียบกันได้ แน่นอนมหาวิทยาลัยที่มีอาจารย์น้อย แต่ไปรับนักศึกษามากจะได้คะแนนต่ำ ยิ่งเกินเกณฑ์มากก็ต่ำมาก แนวโน้มคุณภาพบัณฑิตจะต่ำกว่ามหาวิทยาลัยอื่น ซึ่งใครๆ ก็ทำอย่างนี้ทั้งสิ้น หากดูมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก จะพบว่าสัดส่วนนักศึกษาต่ออาจารย์ต่ำทั้งสิ้น ประเด็นนี้สังคมไทยกังวลกันมาก ในเรื่องของการเปิดสอนเชิงปริมาณ

@ การประเมินอาจไม่เป็นธรรมต่อมหาวิทยาลัยเล็กที่ได้งบฯน้อย

หากการประเมินอยู่บนฐานต่อหน่วยของทรัพยากรดังที่กล่าวมา จะไม่ได้เปรียบเสียเปรียบมหาวิทยาลัยเล็กๆที่มีงบฯน้อย ก็ควรเลือกดำเนินการให้สอดคล้องกับงบฯและทรัพยากรที่มี หากงบฯน้อยมีอาจารย์ไม่เกิน 200-300 คน ไปรับนักศึกษา 2-3 หมื่นคน เท่ากับมหาวิทยาลัยที่ได้งบฯพันล้านบาท และมีอาจารย์เป็นพันคน แน่นอนว่าคะแนนที่ออกมาจะต่ำกว่า ผลการประเมินจะส่งสัญญาณชัดเจนว่าควรปรับในเรื่องนี้ การอ้างว่างบฯน้อยจึงต้องหาเงินเพิ่มนั้น มีตัวอย่างมหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่งที่ทำได้คุณภาพดี ทั้งๆที่ไม่มีงบฯแผ่นดินช่วยโดยตรง และมหาวิทยาลัยเหล่านี้มีนักศึกษาไม่ถึงหนึ่งหมื่นคนแต่อยู่ได้ และมีคุณภาพดี

@ ทำไมมหาวิทยาลัยบางแห่งผลประเมินต่ำผิดคาด

ต้องดูว่าส่งข้อมูลตามกติกาหรือไม่เช่น ด้านผลงาน กติกาคือ เก็บข้อมูลเฉพาะในช่วงหนึ่งปี (ปี 2548) มหาวิทยาลัยอาจคิดว่าส่งข้อมูลให้มากมาย ทำไมคะแนนน้อย อาจเป็นเพราะผลงานที่ส่งมาเป็นงานก่อนปีที่เก็บข้อมูล

การทำเช่นนี้ จะกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยพัฒนาต่อเนื่อง และเพื่อความเป็นธรรมต่อมหาวิทยาลัยใหม่ เพราะหากเอา "บุญเก่า" ที่สะสมไว้มาคิดทั้งหมด มหาวิทยาลัยใหม่ๆ จะยิ่งแย่ เพราะมหาวิทยาลัยที่มี "บุญเก่า" มากๆ จะได้เปรียบ นอกจากในระยะหลังๆ ผลิตผลงานลดลง คะแนนในปีนั้นๆ ก็ย่อมต่ำลง วิธีนี้ทำให้มหาวิทยาลัยจะต้องผลิตผลงานตลอดเวลา

@ ผู้วิจัยเน้นผลงานที่เสนอในต่างประเทศและตำราภาษาอังกฤษจริงหรือ

แบบฟอร์มที่ให้กรอกมีหัวข้อผลงานเอกสารสิ่งพิมพ์ทุกประเภท ทั้งในและต่างประเทศ เพียงแต่ดัชนีที่ใช้มุ่งขับเคลื่อนพัฒนา จึงให้ความสำคัญกับหนังสือเชิงวิชาการที่ตีพิมพ์ในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ตำราและผลงานตีพิมพ์อื่นๆ ไม่ได้จำกัดว่าเป็นภาษาใด แต่ต้องตีพิมพ์เผยแพร่โดยแหล่งตีพิมพ์ที่ได้มาตรฐาน มีคณะบรรณาธิการตรวจสอบก่อน ไม่ใช่เขียนเองพิมพ์เอง เพราะทำให้คุณภาพต่ำ

@ เป็นหน้าที่ของ สกอ.หรือไม่

สกอ.มีหน้าที่พัฒนาคุณภาพมหาวิทยาลัย โดยติดตามประเมินผล แม้ไม่ได้บอกว่ามีหน้าที่จัดอันดับหรือไม่ แต่การจัดอันดับถือเป็น "เครื่องมือ" ที่มีพลังอำนาจสูงในการพัฒนาคุณภาพมหาวิทยาลัย ที่ประเทศอื่นๆ ใช้ได้ผลมาแล้วที่อ้างว่าเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นนั้น หากดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่ได้เขียนไว้ว่าให้หน่วยงานใดทำหน้าที่จัดอันดับ จึงเป็นเรื่องที่ต้องหันหน้าเข้าหากัน และช่วยกันทำมากกว่าขัดแย้งกัน อีกทั้งกระบวนการที่ สกอ.ทำเป็นกระบวนการปีต่อปี ไม่ใช่รอบละหลายปี เพื่อให้มีพลวัตรเพียงพอที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาได้ทันการ เพราะเพียง 4 ปี อธิการบดีก็หมดวาระ ในหลายประเทศมีหลายแห่งที่หน่วยงานของรัฐที่เทียบเคียง สกอ.ทำหน้าที่ประเมิน

@ เรื่องนี้จะทำอย่างไรต่อไป

ต้องถามสังคม ได้แก่ ประชาชน พ่อแม่ นักเรียน ว่าต้องการให้ประเมินมหาวิทยาลัยอีกหรือไม่ หรือจะหลีกหนีความจริงกันเรื่อยๆ เดิม สกอ.มีแนวทางประเมินทุกปี ถ้าคิดว่าการประเมินคราวนี้มีข้อผิดพลาดก็น่าจะรีบแก้ไข ซึ่งต้องทำอยู่ 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ ตกลงกันว่าดัชนี้ชี้วัดที่ใช้นั้น ตัวไหนควรใช้ หรือไม่ควรใช้บ้าง (ซึ่งที่จริงได้ทำมาแล้ว) จากนั้นมหาวิทยาลัยก็ให้ข้อมูลเข้ามาตามกติกาที่ได้ตกลงกัน ที่เหลือก็คือ "ความจริง" ที่ต้องปรากฏ ซึ่งเป็นเรื่องที่สาธารณชนมีสิทธิจะรับรู้

มหาวิทยาลัยจะต้องให้เกียรติสาธารณชนในการรับรู้ วันนี้มีมหาวิทยาลัยมากกว่า 200 แห่ง จะคิดเอาว่าสาธารณชนรู้จักมหาวิทยาลัยทั้งหมดได้อย่างไร โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐที่ใช้ภาษีประชาชน หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากสาธารณชนให้ประกอบการ ต่างก็มีหน้าที่ให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งสิ้น

@ ผลการจัดอันดับทำให้นักศึกษาบางกลุ่มหางานยากจริงหรือ

โพลบางสำนักไปถามนำ เรื่องนี้ต้องดูข้อเท็จจริง ประการแรก หากเข้าทำงานกับภาครัฐหรือแม้แต่ภาคเอกชน บางแห่งอาศัยผลการสอบบรรจุ ต้องใช้ความสามารถส่วนตัว ส่วนความสามารถจะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับคุณภาพของมหาวิทยาลัยที่เรียนมา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรผลักดันให้มหาวิทยาลัยนั้นพัฒนา

ส่วนภาคเอกชนเป็นที่ทราบกันดีว่าบริษัทใหญ่ๆ ได้จำแนกมหาวิทยาลัยเป็นข้อมูลลับมานานแล้ว สาขาวิชาเดียวกันต่างมหาวิทยาลัยจะให้เงินเดือนต่างกัน ตามความเชื่อของบริษัทที่ว่าบางมหาวิทยาลัยอาจมีคุณภาพสูงหรือต่ำกว่ากัน ไม่เป็นธรรมกับมหาวิทยาลัยที่คุณภาพอาจจะดี และบริษัทเอกชนมีข้อมูลผิด การจัดอย่างเป็นทางการจะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง สิ่งที่นักศึกษาควรต้องวิตก และทำร่วมกัน คือ กลับไปผลักดันทุกวิถีทางให้มหาวิทยาลัยที่เรียนมาพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น เป็นที่ยอมรับกัน และตั้งใจเรียนเพื่อให้เป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ

หน้า 26

[51] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/5/2006 4:26:52 PM] [Hits counter=32332172] แจ้งลบ

ข้อความที่=269745

ปอมท.ย้ำไม่เห็นด้วยต่อผลจัดอันดับม. เชื่อผลโพลกระทบนิสิต นักศึกษา
====
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9490000112492
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 กันยายน 2549 11:52 น.

ที่จ.ชลบุรี มีการจัดสัมมนาทางวิชาการ โดยที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(ปอมท.) ประจำปี 2549 เรื่องยุทธศาสตร์อุดมศึกษา:วิกฤติหรือโอกาส โดยในที่ประชุมได้พูดถึงการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ผ่านมา

นายไชยา กุฏาคาร ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่าในความคิดเห็นส่วนตัวหลักคิดของการจัดอันดับก็เป็นประโยชน์ ทำให้รู้ว่าสถาบันการศึกษารู้ตัวเองว่าเราอยู่ในระดับไหนของกลุ่ม แต่การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ปอมท.มีมติไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับ โดยมีเหตุผล 1 – 5 ข้อดังนี้

1.ขาดความชัดเจนในวัตถุประสงค์ของการจัดอันดับ
2.ขาดความเชื่อมั่นในมาตรฐานของเครื่องมือที่ใช้วัดและเกณฑ์การประเมินไม่เหมาะสมที่จะใช้กับทุกมหาวิทยาลัย เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยมีปรัชญา และปณิธานที่ต่างกัน
3.ขาดความน่าเชื่อถือในความสมบูรณ์ของข้อมูลและวิธีการรวบรวมข้อมูล
4.การประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยต่อสาธารณะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อเสียง เกียรติภูมิของมหาวิทยาลัยและศิษย์เก่า รวมทั้งความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย
5.โดยทั่วไปการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่ผ่านมา ไม่ปรากฏว่าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้จัดอันดับ แต่เป็นการดำเนินการโดยเอกชนหรือองค์กรอิสระ หากเป็นการดำเนินงานของภาครัฐก็ควรทำเพื่อมุ่งการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างสร้างสรรค์

“เมื่อข้อมูลไม่ดี เครื่องมือไม่ดี ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นในการจัดอันดับ ส่งผลความเสียหายโดยเฉพาะเมื่อผลการจัดอันดับออกสู่สื่อต่างๆ ทำให้ประชาชนเชื่อถือ การประกาศผลออกไปเกิดความเสียหายในวงกว้าง ไม่ว่าจะนิสิต นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ หรืออาจารย์ในสถาบันนั้นๆ ผู้ปกครอง กระทบความรู้และกระทบจิตใจ ถ้าเป็นความจริงก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าข้อมูลการจัดไม่ได้เป็นจริงตามที่ประกาศออกไปจะทำให้เกิดความเสียหาย
ผมเชื่อในผลของเอเเบคโพลที่ออกมาว่าการจัดอันดับส่งผลต่อสภาพจิตใจของพ่อแม่ผู้ปกครอง นิสิต นักศึกษา อาจารย์ตลอดถึงบัณฑิตที่จบการศึกษาออกไป”

รศ.ดร.วิทยา จันทร์ศิลา ประธานสภาอาจารย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่าโดยหลักการเป็นสิ่งดีแต่ยังไม่ถึงเวลา ยังไม่มีการเตรียมความพร้อมในขั้นตอน วิธีการยังไม่เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้มาจากประชาคมชาวมหาวิทยาลัยว่าจะทำอะไรแค่ไหนและอย่างไร ซึ่งต้องมีกรรมการเพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐานขึ้นมาก่อนจะมีการประเมินและต้องมีบอร์ดใหญ่เข้ามาดูแล ที่สำคัญ สกอ.ต้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้ให้มีบอร์ดใหญ่ของประเทศ จากนั้นส่งเกณฑ์ต่างๆ ไปให้มหาวิทยาลัยดู จากนั้นต้องให้เวลาเพื่อการเตรียมพร้อมอีกกี่ปีถึงจะดำเนินการ ต้องมีขั้นตอน ไม่ใช่นึกจะทำอะไรก็ทำอย่างที่สกอ.ทำถือว่าไม่ถูกต้อง

“ผลการสำรวจของเอแบคโพลออกมาว่าพ่อแม่ผู้ปกครอง นิสิตนักศึกษา อาจารย์ ต่างไม่สบายใจ เสียความรู้สึก ผมคิดว่าเป็นจริงตามที่โพลออกมา เพราะกระบวนการจัดอันดับไม่เป็นไปตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้รับการยอมรับ ขั้นตอนกระบวนการยังไม่ดีพอ การจัดอันดับมีความจำเป็นแต่ยังไม่ถึงเวลาสำหรับบ้านเรา”

ผศ. ปฐม ปฐมธนพงศ์ ประธานสภาอาจารย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดอันดับมหาวิทยาลัยต้องดูจุดประสงค์ของการจัดว่าทำเพื่ออะไร องค์กรที่เข้ามาจัดไม่ควรเป็นองค์กรจากหน่วยงานรัฐควรจะเป็นองค์กรเอกชนหรือองค์กรอิสระที่จะเข้ามาจัดอันดับ ในความเป็นกลาง ตลอดถึงการเก็บข้อมูลน่าจะทำได้ดีกว่าสิ่งที่สกอ.ทำ อย่าลืมว่าการจัดอันดับครั้งนี้ถือเป็นการประทับตรา และเป็นการจัดอันดับในครั้งแรกก็ยิ่งทำให้คนสนใจและอยากจดจำ

“อย่าลืมว่าถ้าสถาบันไหนถูกจัดอยู่ในดันดับที่ดีและมีความเป็นจริง ถือว่าไม่เกิดความสูญเสีย แต่บางสถาบันการศึกษาที่ถูกจัดอันดับโดยขาดซึ่งข้อมูล โดยที่บางสถาบันอาจส่งข้อมูลไม่ครบ ส่งผลให้การจัดอันดับออกมาไม่ถูกต้องนั้นถือเป็นความเสียหาต่อสถาบันอย่างมาก โดยเฉพาะการจัดอันดับโดยมีเกณฑ์ระบุว่าต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ แต่สถาบันที่ทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นและมีความจำเป็นและสำคัญต่อประเทศชาติกลับไม่ได้ถูกนับเป็นคะแนนในการนำไปสู่การจัดอันดับ สิ่งเหล่านี้สกอ.จะตอบคำถามอย่างไรต่อสังคม”

นอกจากนี้ ผศ.ปฐมยังบอกว่าการดูผลงานตีพิมพ์ในระดับนานาชาติเป็นสิ่งจำเป็นในการเข้ามาสู่การจัดอันดับมหาวิทยาลัย แต่ต้องมีสัดส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด ต้องดูความจำเป็นของประเทศชาติด้วยว่าเราจะได้ประโยชน์อะไรจากผลงานวิจัย
โดยเฉพาะคามรู้ทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ยากมากที่จะได้ตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ แต่มีความจำเป็นต่อสังคมไทย

ไม่ใช่ดูเพียงส่วนเดียวแค่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศเพียงแค่นั้น อย่าลืมว่าเราเป็นคนไทยและอยู่ในประเทศไทย แม้การจัดอันดับในครั้งนี้มหาวิทยาลัยจะอยู่ในกลุ่มที่ 1 ทั้งการวิจัยและการสอน

แต่ถึงแม้สกอ.ไม่จัดอันดับสังคมก็พอจะรู้ข้อมูลเหล่านี้อยู่บ้าง แต่ผลการจัดอันดับในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้การศึกษาของชาติดีขึ้น ทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่นโดยเฉพาะการเก็บข้อมูล วิธีการซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับ สถาบันไหนไม่ส่งข้อมูลถือว่ามีคะแนนเป็นศูนย์ การตีค่าและจัดอันดับในลักษณะนั้นถือว่าไม่รอบคอบและไม่ควรทำอย่างยิ่ง

[52] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/5/2006 5:50:01 PM] [Hits counter=32335827] แจ้งลบ

ข้อความที่=269987

สจพ.แฉจุดบอดจัดอันดับชี้เป็นโมฆะ
===
http://www.thairath.co.th/news.php?section=education&content=18698
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่กระทรวงศึกษาธิการ ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจพ.) ได้เข้าพบนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อยื่นข้อสังเกตของคณะกรรมการบริหาร สจพ. เกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดย ศ.ดร.ธีรวุฒิ กล่าวว่า สจพ.เห็นด้วยกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การประกาศผลในครั้งนี้ถือว่าฉุกละหุกเกินไป และข้อมูลที่ สกอ.นำมาจัดอันดับไม่ถูกต้องและครบถ้วน นอกจากนี้ การรายงานการจัดอันดับจากระบบฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย ที่ สกอ.

นำมาเผยแพร่ พบว่ามีข้อผิดพลาดอย่างมาก เช่น กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล คะแนนเต็มองค์ประกอบเกี่ยวกับบุคลากรเต็ม 20% ได้ 21.08% หรือกลุ่มสาขาสังคม-ศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ องค์ประ-กอบแหล่งเงินทุน คะแนนเต็ม 20% ได้ 30.36% ซึ่งแสดงว่าการจัดอันดับครั้งนี้โมฆะ ข้อมูลที่ประกาศออกมา ทำให้มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ สร้างความตกใจ เสียขวัญให้กับนักศึกษา ผู้ปกครอง นายจ้าง ซึ่งจุดนี้ถือว่าไม่สมควร รวมทั้งยังทำให้สังคมมองว่ารัฐบาลล้มเหลวทางด้านการศึกษา โดยเฉพาะอุดมศึกษา ทั้งที่จริง ๆแล้ว มหาวิทยาลัยไม่ได้ล้มเหลว แต่ สกอ.ล้มเหลว




ด้านนายจาตุรนต์กล่าวว่า รับข้อสังเกตของ คณะกรรมการบริหาร สจพ.ไว้ และตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหลายฝ่ายมาประเมินและวิเคราะห์ จากนั้นจะนำผลการวิเคราะห์มาชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนตัวแล้วตนไม่อยากให้ถึงกับต้องยกเลิกไปเลย เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและเป็นประโยชน์กับการศึกษา และเมื่อประกาศไปแล้วก็ถือว่าเป็นที่รับรู้กัน ไม่ว่าใครก็สามารถดูผลการจัดอันดับดังกล่าวได้ ส่วนจะเชื่อหรือไม่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่สิ่งที่ควรทำคือ หาข้อมูลเพิ่มเติมและดูว่ามีข้อบกพร่องอะไรที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ ตนจะหารือกับเลขาธิการ กกอ. และจะเข้าพิจารณาในคณะกรรมการการอุดมศึกษาต่อไป.

[53] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/6/2006 11:59:06 AM] [Hits counter=32364081] แจ้งลบ

ข้อความที่=269988

จัดอันดับ ม.ไทยยังวุ่นไม่เลิก สจพ.บุกศธ.ร้อง สกอ.โละทิ้ง จี้"ภาวิช"รับผิดชอบ
===
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000112739
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 กันยายน 2549 18:02 น.


สจพ.บุก ศธ.เรียกร้องให้ สกอ.ยกเลิกผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัย เผยมีจุดบกพร่องเพียบ ด้าน “จาตุรนต์” เผยไต๋ เห็นด้วยกับ สกอ.จัดอันดับ แต่เมื่อมีการร้องเรียนคงต้องนำข้อวิพากษ์วิจารณ์มาศึกษา เพื่อนำไปแก้ไขใช้ในการจัดอันดับปีต่อไป



ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการ กกอ.


วันนี้ (5 ก.ย.) ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(สจพ.) ได้เข้าร้องเรียนต่อนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในกรณีที่ สจพ.มีมติในที่ประชุมไม่ยอมรับผลการจัดอันดับเพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย ปี 2548 โดยมีข้อร้องเรียนหลายประการ

ศ.ดร.ธีรวุฒิ ระบุว่า ต้องการให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ยกเลิกการประการผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันออกมายอมรับความผิดพลาดว่าการจัดอันดับครั้งนี้ ซึ่งเป็นแค่การวิจัยเอกสาร ไม่ใช่เป็นการจัดอันดับที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นแค่การวิเคราะห์ข้อมูลที่ส่งให้ทางออนไลน์แบบฉุกละหุก จึงเกิดความผิดพลาด ยกตัวอย่าง มหาวิทยาลัยที่เพิ่งจัดตั้งใหม่ 6 แห่ง ซึ่งมีอุปกรณ์การเรียนการสอน จำนวนอาจารย์ผู้สอนยังไม่ครบตามเกณฑ์มาตรฐานระดับอุดมศึกษาของ สกอ.และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กรณีนี้ควรมีข้อยกเว้นโดยให้เวลามหาวิทยาลัยระยะหนึ่งเนื่องจากเพิ่งก่อตั้งใหม่ และยังไม่ได้จัดโครงสร้างระดับคณะในปีการศึกษา 2548 แต่กลับถูกจัดอันดับให้สูงกว่ามหาวิทยาลัยที่ไปช่วยผลิตครู-อาจารย์ระดับปริญญาโทและปริญญาเอกให้ในปัจจุบัน

ศ.ดร.ธีรวุฒิ กล่าวต่อว่า มีจุดบกพร่อง โดยมีการให้คะแนนผิดพลาด เช่น คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้อันดับ 1 ในกลุ่มสาขาชีวการแพทย์ ด้านการวิจัย ได้คะแนน 21.08% ทั้งที่คะแนนมาตรฐานส่วนนี้เต็มแค่ 20% หรือ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้คะแนน Financial Resources ถึง 30.36% ทั้งที่มีคะแนนมาตรฐานเต็มแต่ 20% ซึ่งยังมีข้อผิดพลาดในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นกับอีกหลายคณะ แสดงให้เห็นว่าการประมวลผลข้อมูลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไม่น่าเชื่อถือ

“ที่ออกมาเรียกร้องครั้งนี้ ต้องการให้ สกอ. ประกาศการจัดอันดับครั้งนี้เป็นโมฆะ แต่ตนคิดว่าเลขาธิการ กกอ. คงไม่ทำ เพราะว่าเขามีเวลาในการบริหารงานอีกไม่ถึง 1 เดือน ก็จะเกษียณ และอยากให้ เลขาธิการ กกอ.รับผิดชอบด้วย”

ศ.ดร.ธีรวุฒิ กล่าวย้ำว่า มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เห็นด้วยกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัย เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน ซึ่งเรื่องนี้ ทาง สกอ.น่าจะเชิญมหาวิทยาลัยมาคุยกันในเรื่องกติกา โดยมีการตกลงในเรื่องเกณฑ์ที่ใช้ล่วงหน้า 1 ปี เพื่อให้แต่ละสถาบันจะได้เตรียมตัว และสมควรมีการนำร่องก่อนจะมีการจัดอันดับจริง ถ้าการจัดอันดับครั้งนี้เป็นเพียงนำร่องเสียงที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์จะน้อยกว่านี้

นายจาตุรนต์ แสดงความเห็นว่า ที่ สจพ.มาขอให้การประกาศยกเลิกการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ สกอ. ประกาศไปนั้น เรื่องนี้คงจะต้องฟังความเห็นจากนักวิชาการกันก่อน จึงจะสรุปได้ว่าจะยกเลิกหรือไม่ อย่างไรก็ดี ถ้าหากให้มีการประกาศยกเลิกการจัดอันดับ เมื่อมีการประกาศผลต่อสาธารณชนไปแล้วใครจะหยิบผลการจัดอันดับดังกล่าวขึ้นมาดูเมื่อไรก็ได้ ส่วนเขาจะเชื่อถือผลการจัดอันดับหรือไม่นั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง

“สิ่งที่เห็นควรว่าน่าจะทำในตอนนี้ก็คือ การหาผู้ทรงคุณวุฒิหรือนักวิชาการ แล้วตั้งเป็นคณะทำงานลงไปทำความเข้าใจกับเกณฑ์ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัย พร้อมดูด้วยว่าการจัดอันดับนี้มีข้อบกพร่องหรือข้อดีอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ จะได้นำข้อมูลที่ได้มาอธิบายว่าการจัดอับนี้ส่งผลประโยชน์ต่อสถาบันการศึกษาและสังคมอย่างไรบ้าง”

นายจาตุรนต์ ระบุว่า การจัดอันดับเป็นเรื่องดี และอยากให้มีการทำต่อไป อย่างไรก็ดี ตอนนี้จะให้คณะทำงานรวบรวมข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงในการจัดอันดับในปีต่อไป

[54] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/6/2006 12:00:57 PM] [Hits counter=32364158] แจ้งลบ

ข้อความที่=269989

สจพ.ยื่นรมว.ศธ.สั่งจัดอันดับม.โมฆะ
===
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu02060949&day=2006/09/06
"อ๋อย"ยันไม่เลิก-ตั้งทีมดูผล"ดี-เสีย"

เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจพ.) เข้ายื่นหนังสือคัดค้านการจัดอันดับเพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ต่อนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพื่อให้นายจาตุรนต์แจ้งนายนริศ ชัยสูตร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) คนใหม่ รับทราบ และแก้ไขข้อผิดพลาด

นายธีรวุฒิกล่าวว่า คณะกรรมการบริหาร สจพ.มีมติไม่ยอมรับผลการจัดอันดับโดยมีเหตุผล 4 ข้อ คือ 1.ข้อมูลการจำแนกคณะตามกลุ่มสาขาวิชา ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง 2.ข้อมูลตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ไม่สะท้อนสภาพความเป็นจริง 3.หนังสือตำราที่ใช้ประเมินผลกำหนดเฉพาะภาษาต่างประเทศเท่านั้น และ 4.การประมวลผลการจัดอันดับไม่ถูกต้อง หลายคณะในหลายกลุ่มสาขาได้คะแนนสูงกว่าคะแนนเต็ม ทั้งนี้ สจพ.ไม่คัดค้านการจัดอันดับ แต่ไม่ควรทำแบบฉุกละหุก ที่สำคัญควรให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินุคณภาพการศึกษา (สมศ.) เป็นผู้จัด

"มองว่าการจัดอันดับสร้างปัญหา สกอ.จึงต้องยอมรับผิด และขอโทษประชาชน อีกทั้ง ควรถือว่าการจัดอันดับครั้งนี้เป็นโมฆะ แล้วปรับปรุงเพื่อไม่ให้ผิดพลาดอีก แต่ควรให้องค์กรกลางอย่าง สมศ.จัด และต้องให้เวลามหาวิทยาลัยรับรู้เกณฑ์ และเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี" นายธีรวุฒิกล่าว และว่า หลังเข้าพบนายจาตุรนต์ ก็รับทราบว่าวิตกเรื่องนี้ และรับปากจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดเพื่อนำข้อคิดเห็นของมหาวิทยาลัยมาวิเคราะห์ และแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ได้รับเรื่อง และจะตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมความเห็นจากหลายฝ่ายมาประมวล และวิเคราะห์ต่อไป เพื่อจะได้นำผลมาชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ดูผลการจัดอันดับ ให้เข้าใจถึงพื้นฐาน หลักเกณฑ์ในการจัดอันดับ ตลอดจนจุดอ่อน และข้อบกพร่อง จะได้ตีความได้ถูกต้อง โดยไม่เป็นผลเสียต่อสถาบันการศึกษา หากต้องการให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ก็ยินดีนำมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม คณะทำงานคงต้องใช้เวลาพอสมควร อาจต่อเนื่องถึงปีงบประมาณหน้า เพราะมีความเห็นหลากหลาย และมาจากหลายแห่ง

"กรณีที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งต้องการให้ยกเลิกการจัดอันดับครั้งนี้นั้น ผมคิดว่าการจะยกเลิกหรือไม่ ต้องฟังความเห็นทางวิชาการ พูดคุยกันด้วยหลักวิชาการ เพราะเมื่อประกาศไปแล้วก็เป็นที่รับรู้ ถึงแม้จะยกเลิกก็ยังนำมาดูได้ ฉะนั้น สิ่งที่ควรจะทำก็คือการหาข้อมูลเพิ่มเติม ทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ข้อดี ข้อบกพร่อง สิ่งที่มี สิ่งที่ขาด เพื่อจะได้ตีความ และแปลความหมายได้ถูกต้อง จึงจะเป็นเป็นประโยชน์ แต่ไม่ใช่ยกเลิกไปเลย" นายจาตุรนต์กล่าว

หน้า 26

[55] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/6/2006 12:03:58 PM] [Hits counter=32364274] แจ้งลบ

ข้อความที่=270031

ผลงานตีพิมพ์แบบเอาหน้าทางวิชาการ (คือตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศที่มี Impact Factor สูงๆ) ของเกษตรยังต่ำ แต่ก่อนเด็กเกษตรป. โท ป.เอก ไม่มี paper สักชิ้นยังจบได้เลย ขณะที่ตอนนั้นมหิดลและมจธบังคับ 2-3 paper เงินอัดฉีดให้เฉพาะนักศึกษา 6000-10000 บาท/paper ส่งผลให้เขามีค่านิยมการตีพิมพ์สูง นักศึกษาเขาหายใจเข้าก็ paper หายใจออกก็ paper(แต่เดี๋ยวนี้ค่านิยมการตีพิมพ์ของเกษตรคงพัฒนาขึ้นแล้ว)

[56] จากคุณ :[ศิษย์เก่า] [ไม่ได้ Login] [9/6/2006 3:25:01 PM] [Hits counter=32371888] แจ้งลบ

ข้อความที่=270099

ระบบฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย
http://www.ranking.mua.go.th

[57] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/6/2006 8:18:50 PM] [Hits counter=32382290] แจ้งลบ

ข้อความที่=270105

"ภาวิช"ทุ่มเงินซื้อโฆษณานสพ.แจงจัดอันดับมหา'ลัย ลั่นทำทุกอย่างถูกต้อง
====
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000113078
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 กันยายน 2549 15:05 น.

ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการกกอ.


สกอ.ทุ่มเงินซื้อโฆษณาหนังสือพิมพ์ ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสัปดาห์หน้า พร้อมเปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนเข้าไปอ่านได้หลังวันที่ 8 ก.ย.นี้ “ภาวิช” ยยันผลการจัดอันดับครั้งนี้ไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะดัชนีต่าง ๆ ที่ใช้ชี้วัด ล้วนแต่ใช้ผลงานขับเคลื่อนของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก แนะทางออกกรณีมหาวิทยาลัยที่ไม่พอใจการจัดอันดับ มาคุยกันในที่ประชุม ทปอ. เพื่อร่วมกันพิจารณาหาดัชนีชี้วัดใหม่

ศ.พิเศษภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ชี้แจงถึงหลักเกณฑ์การจัดอันดับมหาวิทยาลัย ที่เป็นประเด็นในสังคมขณะนี้ว่า ในสัปดาห์หน้า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ซื้อหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์มติชนกรอบบ่าย เพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงการจัดอันดับมหาวิทยาลัยครั้งนี้ว่าถูกต้องชัดเจนหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาสื่อต่าง ๆ มีเนื้อที่จำกัด การลงรายละเอียดทั้งหมดทำไม่ได้ ทำให้มีการตีความและเกิดความไม่เข้าใจขึ้น ดังนั้น เมื่อลงรายละเอียดแล้วจะเห็นได้ชัดเจนว่า ข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ ล้วนเป็นข้อมูลออนไลน์ที่แต่ละมหาวิทยาลัยมีอยู่แล้ว และเป็นข้อมูลล่าสุด ขณะเดียวกันจะมีเว็บไซต์ www.ranking.mua.go.th ให้ประชาชนเข้าไปดูได้ หลังวันที่ 8 กันยายนนี้

ส่วนประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงว่ามีความได้เปรียบเสียเปรียบในการจัดอันดับ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเล็กนั้น ศ.พิเศษภาวิช ยืนยันว่าไม่มี เพราะดัชนีต่าง ๆ ที่ใช้ชี้วัด ล้วนแต่ใช้ผลงานขับเคลื่อนของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก และได้รับการยอมรับแล้วจากมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จะมีเสียเปรียบเฉพาะมหาวิทยาลัยที่ไม่มีผลงานเท่านั้น

ศ.พิเศษภาวิชกล่าวถึงทางออกกรณีมหาวิทยาลัยที่ไม่พอใจการจัดอันดับว่า ควรมาคุยกันในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อร่วมกันพิจารณาหาดัชนีชี้วัดใหม่ และจากนี้ไปถึงสิ้นปี มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไปดูข้อมูลและส่งมาให้ สกอ.ใหม่อีกครั้ง เพื่อจัดอันดับ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยในประเทศมีทั้งหมดกว่า 200 แห่ง ทั้งของเอกชนและรัฐบาล สาธารณชนมีสิทธิรับรู้ว่ามหาวิทยาลัยไหนทำงาน หรือมีคุณภาพในการเรียนการสอนและการวิจัยมากน้อยแค่ไหน

เลขาธิการ กกอ. กล่าวถึงผลสำรวจความเห็นนักศึกษาเกี่ยวกับการจัดอันดับฯ โดยเฉพาะคำถามที่ว่าเด็กมีความมั่นใจของการจัดอันดับหรือไม่ ซึ่งผลสำรวจระบุว่าเด็กไม่มั่นใจ ประเด็นดังกล่าวตนเห็นว่า นักศึกษาเองก็ไม่ทราบว่าจะต้องนำดัชนีอะไรมาชี้วัด คำถามนี้เป็นคำถามนำที่ควรพิจารณาใหม่ เพราะไม่เป็นธรรมกับผู้ทำการจัดอันดับ ส่วนมหาวิทยาลัยที่เคยมีชื่อเสียงมาจากอดีต ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีผลงานดีในปีปัจจุบัน ซึ่งการจัดอันดับนี้ ผลประโยชน์ที่ได้ตกกับประเทศชาติเท่านั้น และมหาวิทยาลัยจะขยันขึ้น

[58] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/6/2006 8:51:52 PM] [Hits counter=32383483] แจ้งลบ

ข้อความที่=270126

อะไม กาเสด ไม่มี RE-exam เหมือน ม.อื่นๆ เค้าอ่ะคับ?
รึเราชอบ drop กัน เลยไม่ทำ re-exam

ทำให้เรา เรียนกันไม่ค่อยจบใน 4 ปี รึป่าว???

เลยทำให้อัตราส่วน นิสิต/อาจารย์ มันสูงรึป่าวอ่ะคับ?

แต่ผมว่านะ ยังไงๆ ผมก้อจะตั้งใจเรียนเต็มที่คับ

เพื่อคณะ เพื่อเกษตรศาสตร์ คับ

[59] จากคุณ :[เกี๊ยว] [ไม่ได้ Login] [9/6/2006 9:56:27 PM] [Hits counter=32386172] แจ้งลบ

ข้อความที่=270270

นัด 'จาตุรนต์' ถกปัญหาจัดอันดับม. โบ้ยมหา'ลัยไม่ใส่ใจทำข้อมูลไม่ครบ [6 ก.ย. 49 - 21:05]
===
http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=18785

วันนี้ (6 ก.ย.) นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ จะเปิดเว็บไซต์ www.ranking.mua.go.th เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองสามารถดูการจัดอันดับมหาวิทยาลัย เพื่อใช้ประกอบการวางแผนอนาคตได้ โดยจะชี้แจงเหตุผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไปพร้อมกันด้วย

ทั้งนี้ นายภาวิช ยืนยันว่าข้อมูลที่ได้รับในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยนั้น ได้รับจากมหาวิทยาลัย และพร้อมที่จะมีการหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) และเหล่าคณาจารย์ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดอันดับมหาวิทยาลัยครั้งหน้า และยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีความขัดแย้งกับสำนักงานรับรองและประเมินผลคุณภาพการศึกษา (สมส.) แต่อย่างใด

ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดำเนินการจัดอันดับเองนั้น เลขาธิการ กกอ.กล่าวชี้แจงว่า เพราะต้องการความรวดเร็ว เพื่อให้แต่ละมหาวิทยาลัยนำข้อมูลที่ได้รับไปปรับปรุง และในวันพรุ่งนี้ ( 7 ก.ย.) เวลา 11.00 น. จะหารือเรื่องนี้กับนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ด้านนายวันชัย ดีเอกนามกุล อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหนึ่งในคณะผู้ดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อมูลที่ใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยนั้น ได้รับจากมหาวิทยาลัย ภาควิชา และคณะ ฉะนั้นหากข้อมูลที่ได้รับไม่ครบถ้วน ก็เป็นเพราะแต่ละมหาวิทยาลัยขาดความใส่ใจในเรื่องนี้


[60] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 5:03:18 AM] [Hits counter=32398708] แจ้งลบ

ข้อความที่=270271

จัดอันดับมหาวิทยาลัยยังวุ่น คะแนนเต็ม 20 แต่ได้ 21.08 [5 ก.ย. 49 - 21:06]
===
http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=18668
วันนี้ (5 ก.ย.) ศ.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ แถลงภายหลังเข้าพบนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อยื่นหนังสือข้อสังเกตที่พบความผิดพลาดของการจัดอันดับมหาวิทยาลัย โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)



ศ.ธีรวุฒิ กล่าวว่า การจัดอันดับใช้ข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ลอกเกณฑ์ต่างประเทศมาใช้ประเมินทั้งหมด ไม่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม การจัดการศึกษาและวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่ได้ตกลงกติกาหรือมีเวลาให้เตรียมการ อย่างน้อยต้องมีเวลาตกลงเกณฑ์กันล่วงหน้าก่อน 1 ปี นอกจากนี้ การจัดอันดับดังกล่าวยังส่งผลให้เกิดความตกใจของนักศึกษา ผู้ปกครอง นายจ้างทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนั้น อยากให้ นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ออกมายอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และประกาศว่าการจัดอันดับครั้งนี้เป็นเพียงโครงการนำร่องเท่านั้น



อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวว่า ตัวอย่างความผิดพลาดที่พบ คือ การจัดอันดับกลุ่มสาขาชีวการแพทย์ ลำดับที่ 1 คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คะแนนเต็มร้อยละ 20 แต่คะแนนที่ได้สูงกว่าคะแนนเต็ม คือ ได้ร้อยละ 21.08 ซึ่งเป็นความผิดพลาดในการวิเคราะห์ข้อมูล เพราะเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ



ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ จะนำข้อสังเกตเหล่านี้แจ้งให้ รศ.นริศ ชัยสูตร เลขาธิการ กกอ. คนใหม่รับทราบ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีกหากจะดำเนินการจัดอันดับในปีต่อไป



ด้านนายจาตุรนต์ กล่าวว่า จะให้ผู้ทรงคุณวุฒินักวิชาการด้านต่างๆ ตั้งเป็นคณะทำงานเพื่อรวบรวมความเห็นต่อการจัดอันดับมาวิเคราะห์ และชี้แจงทำความเข้าใจว่าการจัดอันดับครั้งนี้มีพื้นฐานและเกณฑ์อย่างไร การยกเลิกการจัดอันดับหรือไม่นั้น คิดว่าถึงอย่างไรก็จะมีการนำข้อมูลเหล่านี้ไปอ้างอิงอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องอธิบายให้เข้าใจเท่านั้น


[61] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 5:03:59 AM] [Hits counter=32398713] แจ้งลบ

ข้อความที่=270272

"อ๋อย"ยอมวิเคราะห์จัดอันดับมหา'ลัยแต่ใจไม่คิดเลิก
===
http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=99497&NewsType=1&Template=1

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 ก.ย. ที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณย โสภณ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(สจพ.) ได้เข้าพบนายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อยื่นหนังสือซึ่งเป็นข้อสังเกตของคณะกรรมการบริหาร สจพ. เกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่ง ศ.ดร.ธีรวุฒิ เปิดเผยว่า สจพ.เห็นด้วยกับ การจัดอันดับ แต่ครั้งนี้ถือว่าฉุกละหุกเกินไปและข้อมูลที่ สกอ.นำมาจัดอันดับก็ไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วน และยังใช้หลักเกณฑ์ของต่างประเทศโดยไม่คำนึงถึงพันธกิจและข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อีกทั้งข้อมูลที่ สกอ.นำมาเผยแพร่ก็มีข้อผิดพลาดอย่างมาก เช่น กลุ่มสาขาชีวการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล ซึ่งมีคะแนนองค์ประกอบเกี่ยวกับบุคลากรเต็ม 20% แต่ได้ 21.08% หรือ กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ คะแนนองค์ประกอบแหล่งเงินทุนเต็ม 20% แต่ได้ 30.36% เป็นต้น

นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวว่า ตนได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหลายฝ่ายมาประเมินและวิเคราะห์หลังจากนั้นจะนำผลการวิเคราะห์มาชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะยกเลิกการจัดอันดับหรือไม่ก็คงต้องรอผลการวิเคราะห์และการพูดคุยของนักวิชาการก่อน แต่ส่วนตัวไม่อยากให้ยกเลิก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการศึกษาไทย

ผศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี ม.เทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 ก.ย.ตนจะเชิญอธิการบดีมทร. ทั้งหมดมาหารือ ส่วนจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไปต้องรอดูหลังการหารือ แต่ทั้งนี้ตนขอย้ำว่าเห็นด้วยกับการจัดอันดับ เพียงแต่ต้องอยู่บนฐานข้อมูลที่ถูกต้อง และสมบูรณ์

ด้าน ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผอ. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมามีผู้ใหญ่บางคนเสนอให้ สมศ. เป็นผู้ดำเนินการจัดอันดับ ขณะที่บางคนบอกว่ากฎหมายไม่ได้กำหนดให้ สมศ. เป็นคนทำ และยังขอให้ สมศ.เลิกพูด ว่า สกอ.ไม่ควรจัดอันดับ ทำให้ตนเป็นห่วงประชาชนจะเข้าใจผิด จึงต้องชี้แจงข้อกฎหมายว่า สมศ.เกิดจากมาตรา 49 ของพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติเพื่อทำหน้าที่ประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกสังกัด ทุกประเภท ทุกระดับ และพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สมศ. ในมาตรา 7 ก็กำหนดไว้ชัดเจนว่า สมศ. มีหน้าที่พัฒนาหลักเกณฑ์การประเมินและวิธีการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งคณะกรรมการบริหาร สมศ. ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานไว้ 7 มาตรฐานและ 40 ตัวบ่งชี้ซึ่งครอบคลุมพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษา และยังจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาออก เป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เน้นการวิจัย กลุ่มที่ เน้นการพัฒนาสังคม กลุ่มเน้นการพัฒนาศิลปะ และวัฒนธรรม และกลุ่มที่เน้นการผลิตบัณฑิต ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีหลักเกณฑ์การประเมินแตก ต่างกัน

“การประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. ไม่ได้เป็นการจัดอันดับก็จริงแต่ถ้านำคะแนนมาเรียงกันก็เป็นการจัดอันดับได้โดยอัตโนมัติ เมื่อขอบเขตของ สมศ.มีเช่นนี้ ยังจะพูดอีกหรือไม่ว่า สมศ.ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษา” ศ.ดร. สมหวังกล่าว.

[62] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 5:05:01 AM] [Hits counter=32398722] แจ้งลบ

ข้อความที่=270273

สกอ.กับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย
===
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act01070949&day=2006/09/07
โดย เกศินี วิฑูรชาติ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หลังการเผยแพร่ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ปฏิกิริยาตอบสนองจากสังคมมีหลายด้าน

ตั้งแต่ให้อภัยเนื่องจากเป็นการดำเนินการครั้งแรกไปจนถึงการไม่ยอมรับในผลการจัดอันดับ เนื่องจากหลักเกณฑ์ที่ใช้ขาดความเหมาะสม และวิธีการที่ใช้ขาดความน่าเชื่อถือโดยเฉพาะการประมวลคะแนนอย่างง่ายๆ จากข้อมูลที่แต่ละมหาวิทยาลัยกรอกผ่านระบบออนไลน์ โดยมิได้มีกลไกอื่นใดในการสอบทานข้อมูลอย่างเหมาะสม และลุ่มลึกจาก สกอ.

ซึ่งแตกต่างจากมาตรฐานปฏิบัติของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่มีการสอบทานข้อมูลจากหลายแหล่ง มีการสัมภาษณ์และรวบรวมข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติตามมาตรฐานสากลที่ใช้ในการประเมินทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นแนวทางของ Malcom Baldridge Award หรือแนวปฏิบัติที่เหมาะสมของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ของไทย

ผลการทำงานโดยขาดการคิดให้รอบคอบ และรัดกุมตามมาตรฐานสากล ไม่เพียงแต่ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ออกมาขาดประโยชน์ ไม่สามารถนำไปใช้งานได้เท่านั้นแต่ยังสะท้อนการใช้เวลาและทรัพยากรการศึกษาของชาติอย่างไร้ประสิทธิภาพอีกด้วย

ยังไม่รวมถึงความรู้สึกขบขันจากผลลัพธ์ที่ปราศจากเหตุผล และไร้ความน่าเชื่อถือ

เช่น การจัดอันดับด้านการเรียนการสอนและการวิจัยรายสาขาวิชา (มติชน วันที่ 1 กันยายน 2549 หน้า 26) ที่มีการนำมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนเฉพาะระดับปริญญาโท-เอก มาจัดอันดับรวมกับมหาวิทยาลัยซึ่งสอนครอบคลุมปริญญาตรีเป็นหลักซึ่งมีขอบเขตพันธกิจ และการจัดสรรทรัพยากรในด้านต่างๆ แตกต่างกันอย่างมาก

รวมถึงการนำสถาบันวิจัยเฉพาะด้านมาจัดอันดับร่วมกับมหาวิทยาลัยซึ่งมีหน้าที่ทั้งด้านการเรียนการสอน วิจัย และอื่นๆ โดยมีการแบ่งสาขาวิชาอย่างหยาบๆ คร่าวๆ ไม่กี่สาขาวิชา โดยมิได้คำนึงถึงธรรมชาติที่แตกต่างกันของสาขาวิชาเหล่านั้นก็เป็นหลักปฏิบัติที่ขาดความคิดที่รอบคอบที่สะท้อนการให้ความสำคัญกับความสะดวก และความง่ายของผู้จัดอันดับที่เร่งดำเนินการเพียงเพื่อให้มีผลงานออกมาเท่านั้น

ซึ่งแตกต่างจากการทำงานที่ได้รับการยอมรับ และสามารถนำผลลัพธ์มาใช้ได้จริง

เช่น ประเทศอังกฤษ เมื่อต้องการประเมินผลด้านการวิจัยนั้น ทุ่มเทและใส่ใจกับการแบ่งสาขาวิชาโดยละเอียดถึง 69 สาขาวิชา (RAE 2001) เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นมีความหมาย และใช้ประโยชน์ในการเทียบเคียงกันได้อย่างแท้จริง

แม้การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศจะมีมานาน และดำเนินการในมาตรฐานที่สูงกว่าก็ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม และคุ้มค่าในดำเนินการในลักษณะดังกล่าว

ดังนั้น ในการประชุมมหาวิทยาลัยด้านบริหารธุรกิจระดับนานาชาติ (AACSB) เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ จึงมีมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เช่น Harvard, MIT, Wharton และ INSEAD ประกาศไม่ร่วมมือ และไม่ส่งข้อมูลในการจัดอันดับให้กับองค์กรที่ประสงค์จะดำเนินการในลักษณะดังกล่าว

โดยมีจุดยืนว่ามหาวิทยาลัยไม่ใช่สินค้าทั่วไปที่จะนำมาวางเรียงลำดับกันได้ และสนับสนุนให้มีการใช้ข้อมูลที่รอบด้านมากกว่าตัวเลข "อันดับ" เนื่องจากแต่ละมหาวิทยาลัยมีปรัชญา ความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ตลอดจนเป้าหมายที่มุ่งตอบสนองความต้องการของสังคมในส่วนต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะมหาวิทยาลัยของรัฐจะยอมส่งข้อมูลให้ตามที่ สกอ.ขอความร่วมมือ แต่มั่นคงในจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย สกอ.

อันที่จริง สกอ.มีงานวิจัยเรื่อง "การพัฒนาต้นแบบ (Model) และเครื่องมือสำหรับการติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา" ซึ่งจัดทำโดยคณาจารย์จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปลายปี 2547 ที่เสนอแนะให้การประเมินผลมหาวิทยาลัยไทยเป็นไปในลักษณะของการสร้างกลุ่มตัวบ่งชี้ (Set of Indicators) ที่เป็นประโยชน์ต่อการเทียบเคียงพัฒนาการในด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัยไทยมากกว่าที่จะใช้ตัวบ่งชี้เพียงตัวเดียว

ซึ่งกลุ่มตัวบ่งชี้ในลักษณะดังกล่าวช่วยสะท้อนจุดแข็งของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งซึ่งอาจมุ่งตอบสนองความต้องการในส่วนต่างๆ ของสังคมที่แตกต่างกัน และให้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงขอบเขตพันธกิจของมหาวิทยาลัยแต่ละประเภทซึ่งลักษณะ และเป้าหมายในการดำเนินงานเพื่อให้การเทียบเคียงตัวบ่งชี้มีประโยชน์ และมีความหมายที่ชัดเจน

เช่น กลุ่มที่มีพันธกิจกว้างขวาง และหลากหลายทั้งด้านองค์ความรู้และพื้นที่บริการการศึกษา กลุ่มที่เน้นองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านกลุ่มที่องค์ความรู้ไม่หลากหลาย และมุ่งบริการชุมชนในเขตพื้นที่เป็นหลัก ตลอดจนกลุ่มที่เปิดกว้างไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าศึกษา เป็นต้น

การประเมินผลในลักษณะของกลุ่มตัวบ่งชี้โดยมีการจัดกลุ่มตามขอบเขตพันธกิจนี้สอดคล้องกับมาตรา 34 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติที่สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยไทยเลือกพัฒนาความเชี่ยวชาญของตนเองไปในแนวทางที่ตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆ ของประเทศได้อย่างเหมาะสมตามเป้าหมาย/ปรัชญาการก่อตั้งสถาบัน

ในขณะที่การจัดอันดับมีแนวโน้มที่จะผลักดันให้มหาวิทยาลัยมุ่งพัฒนาไปในแนวทางเดียวกันซึ่งเป็นผลเสียมากกว่าผลดีต่อการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาประเทศโดยรวม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากปรากฏการณ์ที่มหาวิทยาลัยไทยเกือบทั้งหมดในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนจะมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือ เป็น "มหาวิทยาลัยที่ทำทุกเรื่องและเชี่ยวชาญทุกอย่าง" โดยไม่คำนึงถึงเป้าหมาย/วัตถุประสงค์การก่อตั้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเร่งให้ทบทวนเรื่องจากกระทบโดยตรงต่อการจัดทรัพยากรและประสิทธิผลของอุดมศึกษาของประเทศ

นอกจากนี้ สกอ.ปฏิบัติเสมือนว่าผลการประเมินในคราวนี้ (ถ้าใช้ประโยชน์ได้บ้าง) เป็นเรื่องของแต่ละมหาวิทยาลัย ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ สกอ.แต่อย่างใด ทั้งที่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2545 กำหนดหน้าที่ สกอ.ทั้งในด้านนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานการอุดมศึกษา การสนับสนุนทรัพยากร และติดตามตรวจสอบ

ดังนั้น หากมหาวิทยาลัยจำนวนมากยังขาดคุณภาพโดยมีคะแนนอยู่ในระดับต่ำ

คำถามสำคัญที่ตามมาก็คือ ประเด็นเรื่องความพร้อมรับผิด (Accountability) ของ สกอ.ในความบกพร่องต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาตินั่นเอง

หน้า 6<


[63] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 5:10:02 AM] [Hits counter=32398748] แจ้งลบ

ข้อความที่=270276

ด่วน! ลับเฉพาะ...ภาพเอกสารการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย โดย สกอ.(7 ก.ย.49)
http://kucity.kasetsart.org/kucity/WebFormDetailBoard.aspx?BRD_ID=16498&PAGE=1

[64] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 5:30:00 AM] [Hits counter=32398809] แจ้งลบ

ข้อความที่=270285

แนะตั้ง ก.ก.ร่วมถกกติกาจัดอันดับอุดม
===
http://www.thairath.co.th/news.php?section=education&content=18817
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และ รศ.ดร.วันชัย ดีเอกนามกูล ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาและพัฒนาซอฟต์แวร์ ระบบติดตามและประเมินผลด้านการวิจัยการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่กำลังมีปัญหาความไม่เชื่อมั่นว่า สกอ. และคณะผู้วิจัยมั่นใจในข้อมูลที่นำมาจัดอันดับ เพราะเป็นข้อมูลที่มหาวิทยาลัยแจ้งมาเองและคณะวิจัยได้มีการตรวจสอบข้อมูลแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดข้อถกเถียงและมหาวิทยาลัยไม่มั่นใจ ตนขอเสนอทางออกคือ ให้ตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อทำความตกลงเกี่ยวกับตัวบ่งชี้ที่ใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยใหม่ โดยมีตัวแทนจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) มหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทั้งนี้ ให้เร่งหารือให้เสร็จภายใน 3-7 วัน หลังจากนั้นให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งส่งข้อมูลในปี 2549 เข้ามา และมีการตั้งคณะกรรมการกลางกลั่นกรองข้อมูลและจัดอันดับมหาวิทยาลัย เมื่อผลออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ อย่าปิดบังสาธารณชนเพราะเป็นสิทธิที่พึงรับรู้ ซึ่งตนจะเสนอแนวคิดดังกล่าวต่อ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ในการหารือวันที่ 7 ก.ย.นี้

“ยืนยันว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไม่มีโมฆะแน่นอน เพราะได้ทำมาด้วยความรอบคอบไม่มีการมั่ว การจัดอันดับมหาวิทยาลัยครั้งนี้ถือเป็นการละลายน้ำแข็งครั้งใหญ่ และถ้าทำทุกปีจะทำให้มหาวิทยาลัยเกิดความตื่นตัว และนำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐอย่างแท้จริง” เลขาธิการ กกอ.กล่าวและว่า มหา-วิทยาลัยต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการรับผิดชอบในข้อมูลที่แจ้งมา และที่บางมหาวิทยาลัยบอกว่าให้ข้อมูลไม่ครบจึงไม่มีคะแนนนั้น ความจริงแล้วบางแห่งก็ให้ข้อมูลมาจนล้นแต่ไม่เข้าตามกติกา และบางมหาวิทยาลัยก็กินบุญเก่า ในขณะที่ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยใช้ข้อมูลปีต่อปี หากไม่ทำงานคงกินบุญเก่าไม่ได้ และที่ห่วงว่ามหาวิทยาลัยเล็กจะเสียเปรียบมหาวิทยาลัยใหญ่นั้น ได้มีการหารจากฐานทรัพยากรดังนั้นความได้เปรียบเสียเปรียบจะไม่มี และหลังวันที่ 8 ก.ย.นี้ สกอ.จะเปิดเว็บไซต์ www.ranking.mua.go.th ให้ตรวจสอบข้อมูล

รศ.ดร.วันชัยกล่าวว่า ข้อมูลที่มหาวิทยาลัยส่งมามีกว่า 80% ของดัชนีบ่งชี้ ซึ่งคณะวิจัยได้ทำการตรวจสอบความแม่นยำของข้อมูลทั้งจากมหาวิทยาลัย ภาควิชาและคณะ และข้อมูล สกอ. ส่วนที่ว่าข้อมูลผิดพลาดเพราะมีมหาวิทยาลัยได้คะแนนในบางองค์ ประกอบเกินคะแนนเต็มนั้น เป็นเพราะมีการส่งข้อมูลเข้ามาเกินจริงทำให้คะแนนเกิน แต่ได้มีการตรวจสอบและใช้หลักสถิติเข้ามาคำนวณ เพื่อไม่ให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบแล้ว.

[65] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 10:48:31 AM] [Hits counter=32400503] แจ้งลบ

ข้อความที่=270371

สกอ.เปิดเว็บเผยข้อมูลจัดอันดับมหา’ลัยยันไม่มั่ว
====
http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=99618&NewsType=1&Template=1
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้มีการแถลงข่าวชี้แจงผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย โดย รศ.ดร.วันชัย ดีเอกนามกูล ประธานอนุกรรมการศึกษาและพัฒนา Software ระบบติดตามและประเมินผลด้านการวิจัยการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย กล่าวว่า ข้อมูลที่เก็บมาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เป็นข้อมูลของปี 2548 และก่อนที่จะเก็บข้อมูล ทาง สกอ. ได้ส่งเอกสารอย่างละเอียดเกี่ยวกับการจัดอันดับให้แก่มหา วิทยาลัยทุกแห่งว่าต้องการจะใช้ข้อมูลอะไรบ้าง ดัชนีชี้วัดมีอะไรและค่าน้ำหนักของดัชนีชี้วัดแต่ละตัวเป็น เท่าใด และเมื่อเก็บข้อมูลมาแล้วจะมีการตรวจเช็ก โดยดูจากข้อมูลที่กรอกจากมหาวิทยาลัย ภาควิชา ต่าง ๆ และข้อมูลที่สกอ.มีอยู่ ซึ่งเท่าที่ดูข้อมูลของ มหาวิทยาลัยบางแห่งที่ส่งมามีข้อมูลที่เกินความจริง เช่นที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีบางสาขาวิชาที่คะแนนสูงกว่าคะแนนเต็ม ซึ่ง สกอ. ก็ไม่ได้นำคะแนนนั้นมาใช้เลย แต่จะใช้วิธีทางสถิติเข้ามาช่วยและคิดเป็นคะแนนรวมออกมา ส่วนที่หลายฝ่ายสงสัยว่าทำไมคณะทำวิจัยถึงไม่ลงไปเก็บข้อมูลด้วยตนเอง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องนั้น ตนอยากชี้แจงว่าการลงไปเก็บข้อมูลด้วยตนเองไม่ใช่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพของข้อมูลอย่างแท้จริง แต่ความถูกต้องของข้อมูลนั้นอยู่ที่ว่ามหาวิทยาลัยจะใส่ใจให้มากกว่า

ศ. (พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิ การคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ประเด็นที่หลายมหาวิทยาลัยคิดว่าการจัดอันดับทำให้เกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่กับเล็กนั้น ตนอยากจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่จริงเพราะการให้คะแนนจะคิดจากสัดส่วนของจำนวนบุคลากรต่อจำนวนนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ โดยไม่ได้นำมาเทียบในภาพรวม ดังนั้นตนเห็นว่าการจะได้เปรียบเสียเปรียบน่าจะอยู่ที่ว่าการทำงานหรือไม่ทำงานมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามหากมหาวิทยาลัยไหนไม่มั่นใจในผลการจัดอันดับและคิดว่าข้อมูลที่ สกอ. ประกาศไปผิดพลาด คณะทำงานก็ยินดีรับฟังและพร้อมที่จะชี้แจงตลอดเวลาและในวันที่ 7 ก.ย. นี้ ตนจะเข้าหารือกับนายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรมว.ศึกษาธิการเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะทำงานที่จะประกอบด้วยตัวแทนจากมหาวิทยาลัยและนักวิชาการที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการวิเคราะห์ผลการจัดอันดับและดูว่าดัชนีชี้วัดส่วนใดบ้างที่ไม่เหมาะสม จะแก้ไขและปรับปรุงอะไรบ้าง ซึ่งทั้งหมดจะต้องทำให้เร็วที่สุด และถ้ามีหลักเกณฑ์หรือดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนแล้ว หากมหาวิทยาลัยจะส่งข้อมูลของปี 2549 เข้ามา ทาง สกอ. ก็ยินดีจัดอันดับให้ทันที นอกจากนี้ในวันที่ 8 ก.ย. ทาง สกอ. ยังจะเปิดเว็บไซต์ www.ranking.mua.go.th เพื่อให้ทุกคนเข้ามาดูข้อมูลเกี่ยวกับการจัดอันดับอย่างละเอียดได้ด้วย

“ผมยืนยันว่าข้อมูลที่ประกาศออกมาเชื่อถือได้ ไม่มีอะไรมั่ว เพราะคนที่ทำเป็นนักวิจัยระดับประเทศ รวมทั้งเป็นข้อมูลที่มหาวิทยาลัยส่งมาเอง ดังนั้นมหา วิทยาลัยต้องรับผิดชอบกับข้อมูลที่ส่งมาด้วย ทั้งนี้ผมยืนยันว่าข้อมูลที่ประกาศไปจะไม่โมฆะแน่นอน และอยากย้ำด้วยว่าข้อมูลของมหาวิทยาลัยเป็นข้อมูลสาธารณะ ดังนั้นสาธารณชนย่อมมีสิทธิที่จะรู้และต้องให้เกียรติแก่สาธารณชนได้รับรู้ ดังนั้นอย่ามาปิดบังข้อมูล ใด ๆ กันเลย อย่างไรก็ตามการประกาศผลจัดอันดับครั้งนี้ถือว่าเป็นการละลายน้ำแข็งครั้งใหญ่ เพื่อมหาวิทยาลัยจะพัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐหรือการออกนอกระบบต่อไป” เลขาธิการ กกอ. กล่าว.

[66] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 9:49:57 PM] [Hits counter=32437160] แจ้งลบ

ข้อความที่=270374

สกอ.เดินหน้าจัดอันดับมหาวิทยาลัยปีหน้า ไม่สนใครว่าผลงาน "โบว์ดำ"
===
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000113496
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 กันยายน 2549 13:18 น.
สกอ.เดินหน้าเตรียมจัดอันดับมหาวิทยาลัยปีหน้า ยืนยันทุกอย่างโปร่งใส บนข้อเท็จจริง ไม่สนใครจะว่าผลงานชิ้นนี้เป็นชิ้นโบดำเพราะตนชอบเพลง “โบรักสีดำ” ส่วนงานชิ้นโบแดงนั้นเป็น “โบแดงแสลงใจ”"

ศ.พิเศษ ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เตรียมจัดอันดับมหาวิทยาลัย ประจำปี 2549 ต่อเนื่องจากปีนี้ โดยมหาวิทยาลัยใดคิดว่าการจัดอันดับในปี 2548 ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สามารถส่งข้อมูลเข้ามาใหม่ได้ ซึ่งอาจมีการปรับตำแหน่ง โดยยืนยันว่าทุกอย่างทำอย่างโปร่งใส และยืนบนข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ ศ.พิเศษภาวิช ได้นำสื่อสิ่งพิมพ์ที่ สกอ.ใช้งบประมาณ 200,000 บาท ซื้อโฆษณาเผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์รายวัน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ปี 2548 ให้ผู้สื่อข่าวดู และกล่าวว่าไม่ทราบว่าหลังออกสื่อนี้แล้ว ความไม่เห็นด้วยจากมหาวิทยาลัยจะจบหรือไม่ แต่การให้ข้อมูลสาธารณชนยิ่งมากก็ยิ่งดี

“ข้อมูลล้วนอ้างมาจากความจริง ใช้ตัวเลขเป็นหลัก และเป็นข้อมูลที่แต่ละมหาวิทยาลัยจัดเตรียมทำรายงานให้กับหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้วอย่างไรก็ดี หากใครจะว่าผลงานชิ้นนี้เป็นชิ้นโบดำก็ไม่ว่าอะไร เพราะตนชอบเพลง “โบรักสีดำ” ส่วนงานชิ้นโบแดงนั้นเป็น “โบแดงแสลงใจ” ศ.พิเศษภาวิช กล่าวติดตลก

[67] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 9:53:32 PM] [Hits counter=32437392] แจ้งลบ

ข้อความที่=270387

'จาตุรนต์'แย้มจัดอันดับม.ใหม่ สกอ.ไม่สนเดินหน้าจัดปี49 ต่อ [7 ก.ย. 49 - 18:44]
====
http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=18900

วันนี้ (7 ก.ย.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมร่วมกับนายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ ศ.อุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) คนใหม่ ถึงปัญหาการจัดอันดับมหาวิทยาลัย

นายจาตุรนต์ เปิดเผยว่า แม้ว่า สกอ.จะชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยผ่านสื่อแล้ว แต่ยังมีการวิจารณ์ทั้งตามสื่อและยื่นหนังสือถึงตน ดังนั้น เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจก็จะตั้งคณะทำงานมาจากนักวิชาการเพื่อหารือกับผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายต่างๆ ประมวลความเห็น ทั้งที่เป็นเอกสารและผู้ที่จะให้ความเห็น จากนั้นส่งให้ สกอ.รับไปพิจารณาโดยทีมวิจัยรับฟังความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อจะใช้ความเห็นต่างๆ มาปรับปรุงการจัดอันดับในปี 2548 เมื่อมีข้อมูลชัดเจนได้ความเห็นทั้งหมดแล้วก็จะนำไปให้นักวิจัยหรือทีมงานของ สกอ. เรื่องการจัดอันดับปรับปรุงผลการจัดอันดับครั้งหนึ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของฝ่ายให้ความเห็น และขีดความสามารถฝ่ายวิจัยการจัดอันดับ

"อาจจะปรับอีกก็จะปรับ ในส่วนนี้เป็นความเห็นของ สกอ. ไม่ใช่เป็นความเห็นผม ผมมีหน้าที่รวบรวมความเห็นแตกต่างมา และหาคนมาช่วยฟัง และส่งความเห็นนั้นไปให้ สกอ. หลังจากนั้น สกอ.ก็นำไปใช้จะไปปรับและมีข้อยุติ ต้องอธิบายเหตุผลทางวิชาการทั้งหมด" รมว.ศึกษาธิการกล่าว และว่า ระหว่างที่ สกอ.เปิดรับข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเพื่อจะจัดอันดับมหาวิทยาลัยในปี 2549 ก็จะสรุปผลของการจัดอันดับปี 2548 เพื่อรับฟังความเห็นว่าใครควรจะเป็นผู้จัดอันดับในช่วง 1-2 ปี โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ยืนยันว่าควรต้องมีการจัดอันดับต่อไป

ด้านนายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า สกอ. เตรียมจัดอันดับมหาวิทยาลัย ประจำปี 2549 ต่อเนื่องจากปีนี้ โดยมหาวิทยาลัยใดคิดว่าการจัดอันดับในปี 2548 ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สามารถส่งข้อมูลเข้ามาใหม่ได้ ซึ่งอาจมีการปรับตำแหน่ง ยืนยันว่าทุกอย่างทำอย่างโปร่งใส และยืนบนข้อเท็จจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภาวิช ได้นำสื่อสิ่งพิมพ์ที่ สกอ.ใช้งบประมาณ 200,000 บาท ซื้อโฆษณาเผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์รายวัน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ปี 2548 ให้ผู้สื่อข่าวดู และกล่าวว่า ไม่ทราบว่าหลังออกสื่อนี้แล้ว ความไม่เห็นด้วยจากมหาวิทยาลัยจะจบหรือไม่ แต่การให้ข้อมูลสาธารณชนยิ่งมากก็ยิ่งดี และย้ำว่าข้อมูลล้วนอ้างมาจากความจริง ใช้ตัวเลขเป็นหลัก เป็นข้อมูลที่แต่ละมหาวิทยาลัยจัดเตรียมทำรายงานให้กับหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว

[68] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 10:20:45 PM] [Hits counter=32438318] แจ้งลบ

ข้อความที่=270390

"อธิการบดีมศว" จวกสกอ.ทำงานเหมือนเล่นขายของ แพร่ข้อมูลจัดอันดับม.แค่ขยะชิ้นหนึ่ง
===
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000113728
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 กันยายน 2549 18:28 น.

อธิการบดีมศว จวกสกอ.ทำงานเหมือนเล่นขายของ นำเงินภาษีราษฎรมาซื้อโฆษณาเผยแพร่ข้อมูลไร้ประโยชน์เสมือนขยะอย่างหนึ่ง ยิ่งสร้างความแตกแยกให้วงการอุดมศึกษา

ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวถึงการที่สกอ.ทุ่มงบประมาณซื้อโฆษณาในวันที่ 8 กันยายน 2549 เพื่อเสนอข้อมูลจัดอันดับมหาวิทยาลัย พร้อมมีการโฆษณาว่าจะได้ดูผลอย่างละเอียดยิบนั้นถือเสมือนการทำงานแบบเล่นขายของ การนำเงินภาษีราษฎรออกมาเพื่อซื้อโฆษณาในขณะที่สังคมยังสงสัยในเรื่องข้อมูล ดัชชีชี้วัดต่างๆ เพื่อมาจัดอันดับให้มหาวิทยาลัยซึ่งแต่ละที่มีความแตกต่างกันเข้าสู่เกณฑ์เดียวกัน ยิ่งจะเป็นการสร้างความแตกแยกให้กับวงการการศึกษามากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ข้อมูลที่สกอ.จะนำมาลงนั้นถือเป็นการยัดเยียบข้อมูลให้ประชาชมากเกินไป

ศ.ดร.วิรุณ กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้ประชาชนคนไทยเขาฉลาดมากขึ้น การยัดเยียดข้อมูลในลักษณะนี้ไม่เกิประโยชน์ แต่จะยิ่งทำให้สังคมมองสกอ.ในทางที่ล้มเหลว อย่าลืมว่าผู้บริหารระดับประเทศล้มมามากแล้วในการยัดเยียดข้อมูลในลักษณะที่สกอ.กำลังทำอยู่ จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี สกอ.จะติดลบมากกว่าเดิม

“มศว ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการจัดอันดับ เรารู้ว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเป็นการกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยไทยเกิดการพัฒนา ประชาชน สังคมจะได้มีทางเลือกตามที่สกอ.ได้ให้เหตุผลแต่ถ้าจัดอันดับเหมือนอย่างที่สกอ.ทำอยู่ในขณะนี้ จัดเรียงมหาวิทยาลัยไทย 50 แห่งเข้าแถวให้เป็นแถวเดียวกัน โดยที่ไม่ได้ดูข้อจำกัด ความแตกต่างของแต่ละสถาบันการศึกษา แล้วใช้มาตรฐานเดียวกันมาจัดถือว่าไม่ชอบธรรม การจัดอันดับครั้งนี้จึงเหมือนดาบสองคม อีกทั้งเร่งจัดและเร่งประกาศผลออกไปยิ่งเป็นภาพที่ทำให้คนส่วนใหญ่มองว่าสกอ.กำลังพิพากษาสถาบันบนความชอบธรรม ผมยอมรับเสมอว่ามหาวิทยาลัยไทยไม่ได้สมบูรณ์แบบทุกอย่าง จุดอ่อนของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีอยู่จริง แต่ในจุดอ่อนก็ย้อมมีจุดที่ดีอยู่ ดังนั้นคนทำวิจัยต้องตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย ผลงานที่สกอ.ประกาศออกสู่สาธารณชนนั้นยังมีจุดอ่อนแอมาก ขณะที่มหาวิทยาลัยก็มีจุดอ่อนอยู่เช่นกัน การที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่างๆ ออกมาพูดถึงเรื่องการจัดอันดับนั้น ไม่ได้พูดเพียงเพื่อสนุกปากหรือต้องการแพ้ชนะ แต่อยากให้สกอ.มองเห็นจุดอ่อนของการจัดอันดับในครั้งนี้”ศ.ดร.วิรุณ กล่าวและว่า ขณะนี้มศว จะทำการประชุมเรื่องผลการจัดอันดับ จุดอ่อนต่างๆที่เกิดขึ้น จากนั้นจะนำเสนอต่อสังคมต่อไป

ด้านรศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า เป็นการใช้เงินงบประมาณประชาชนอย่างสูญเปล่า เนื่องจากผลการจัดอันดับครั้งนี้มีความผิดพลาด ในเรื่องของข้อมูล ดัชนีชี้วัดแล้วจะมีความชอบธรรมไปเผยแพร่ให้สาธารณชนรับรู้ข้อมูลได้อย่างไร สิ่งที่สกอ.ควรทำในเวลานี้ก็คือข้อส่งข้อมูลการทำวิจัยฉบับจริงให้ทางมหาวิทยาลัยได้ดูน่าจะดีกว่า และการใช้พื้นที่หนังสือพิมพ์ 16 หน้าเพื่อลงข้อมูลดังกล่าว

"อยากถามว่าข้อมูล16 หน้าที่กำลังจะลงเผยแพร่นั้นหรือคือผลงานวิจัย ใครเป็นคนอนุมัติเงินภาษีราษฏรให้สกอ.ทำเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะการทำวิจัยในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยผลในครั้งนี้ผิดหลักวิธีวิทยาในการทำวิจัย การทำข้อมูลทำแบบผิดๆ ถูกๆ บางสาขาวิชาถูกนำไปรวมในคณะซึ่งไม่มีความข้องเกี่ยวกัน บอกว่าอยากได้ข้อมูลของแต่ละมหาวิทยาลัยเมื่อแต่ละมหาวิทยาลัยส่ง หรือบางแห่งไม่ส่ง ก็นำผลตรงนั้นไม่จัดอันดับ โดยไม่ดูรายละเอียดอื่น ซึ่งยังมีปลีกย่อยอีกมาก การทำงานลักษณะนี้ถือว่านักวิจัยไร้จรรยาบรรณอย่างยิ่ง ข้อมูลที่ออกมาสู่สายตาสาธารณะชนในขณะนี้บอกได้ว่าไร้ประโยชน์เสมือนขยะอย่างหนึ่ง"

[69] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 10:25:14 PM] [Hits counter=32438588] แจ้งลบ

ข้อความที่=270392

“อ๋อย” ชี้อาจปรับจัดอันดับมหาวิทยาลัยปี 48 ใหม่
====
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000113573
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 กันยายน 2549 15:57 น.


“จาตุรนต์” ชี้อาจมีปรับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยปี 2548 ใหม่ ตั้งคณะทำงานนักวิชาการ-ผู้ทรงคุณวุฒิประมวลผลข้อมูล หารือร่วมคณะวิจัยของ สกอ. พร้อมปรับปรุงจัดอันดับมหาวิทยาลัยใหม่ โดยใช้เวลา 1-2 เดือนนี้






นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับ ศ.พิเศษภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ว่า แม้ว่า สกอ.จะชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยผ่านสื่อแล้ว แต่ยังมีการวิจารณ์ทั้งตามสื่อและยื่นหนังสือถึงตน

ดังนั้น เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจก็จะตั้งคณะทำงานมาจากนักวิชาการเพื่อหารือกับผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายต่างๆ ประมวลความเห็นทั้งที่เป็นเอกสารและผู้ที่จะให้ความเห็น จากนั้นส่งให้ สกอ.รับไปพิจารณาโดยทีมวิจัยรับฟังความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อจะใช้ความเห็นต่างๆ มาปรับปรุงการจัดอันดับในปี 2548 เมื่อมีข้อมูลชัดเจนได้ความเห็นทั้งหมดแล้วก็จะนำไปให้นักวิจัยหรือทีมงานของ สกอ. เรื่องการจัดอันดับปรับปรุงผลการจัดอันดับครั้งหนึ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 1-2 เดือน ขึ้นกับความพร้อมของฝ่ายให้ความเห็นและขีดความสามารถฝ่ายวิจัยการจัดอันดับ

“อาจจะปรับอีกก็จะปรับ ในส่วนนี้เป็นความเห็นของ สกอ.ไม่ใช่เป็นความเห็นผม ผมมีหน้าที่รวบรวมความเห็นแตกต่างมา และหาคนมาช่วยฟัง และส่งความเห็นนั้นไปให้ สกอ. หลังจากนั้น สกอ.ก็นำไปใช้จะไปปรับและมีข้อยุติ ต้องอธิบายเหตุผลทางวิชาการทั้งหมด ให้คำนึงถึงเหตุผลทางวิชาการ ผลดีต่อการจัดการศึกษา ไม่ต้องห่วงเรื่องผลทางการเมือง รัฐมนตรีจะไม่เข้าไปก้าวก่าย ไปบอกว่าต้องแก้ข้อใด ถ้าทำจะทำให้ทั้งหมดขาดความน่าเชื่อถือ” นายจาตุรนต์ กล่าว และว่าระหว่างที่ สกอ.เปิดรับข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเพื่อจะจัดอันดับมหาวิทยาลัยในปี 2549 ก็จะสรุปผลของการจัดอันดับปี 2548 เพื่อรับฟังความเห็นว่าใครควรจะเป็นผู้จัดอันดับในช่วง 1-2 ปี โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ยืนยันว่าควรต้องมีการจัดอันดับต่อไป

[70] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 10:33:02 PM] [Hits counter=32439075] แจ้งลบ

ข้อความที่=270394

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยให้คุณหรือให้โทษกับการศึกษาไทยกันแน่ ???
ผู้เขียน: ศิษย์เก่ามหิดล
===
http://www2.manager.co.th/mwebboard/listComment.aspx?QNumber=209107&Mbrowse=11

นายภาวิชทำไมถึงพยายามทำตัวมีบทบาทในวงการศึกษาไทย ผมเขียนบทความไว้ในเรื่อง ทำไมนายภาวิชอยากเป็นเทวดา ? http://www2.manager.co.th/mwebboard/listComment.aspx?QNumber=208734&Mbrowse=11 ...................................................................... ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนบทความวิจารณ์ว่าวิธีที่นายภาวิชจัดอันดับนั้นไม่มีมาตรฐานไปแล้วในเรื่อง เมื่อนายภาวิชตั้งตนเป็นเทวดาจัดอันดับมหาวิทยาลัย ภาค 1 สนใจลองดูจากใน link ข้างบนครับมีอ้างอิงไปถึง

มาคราวนี้ผมจะมาถึงหัวใจสำคัญที่สุดของประเด็นปัญหานี้เลย นั่นคือ

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยให้คุณหรือให้โทษกับการศึกษาไทยกันแน่ ???

สำหรับข้อดี คงอย่างที่หลายคนคิดคือกระตุ้นมหาวิทยาลัยให้แข่งขันกัน โดยเชื่อว่าเมื่อแข่งแล้วการศึกษาไทยโดยรวมน่าจะดีขึ้น

ส่วนข้อเสียมีหลายคนอาจจะไม่รู้ หรือรู้แต่แยกประเด็นมาชี้ไม่ได้ ผมเลยขอเขียนไว้ตรงนี้ เผื่อนักการศึกษาได้มาอ่านจะได้เอา copy ไปอ่านๆกัน ส่งให้นายภาวิชด้วยก็ดีครับ

ก่อนอื่นผมขอฟันธงเลยว่า

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมีผลเสียมากกว่าผลดีแน่นอน เพราะปัจจัยของประเทศไทยไม่เหมือนต่างประเทศทางตะวันตก !!!

หากดูเผินๆจะเป็นการยกระดับมหาวิทยาลัยทั้งประเทศให้มีมาตรฐานขึ้นตามแนวคิดทุนนิยม แต่ในตำราทุนนิยมมักจะเขียนไว้นิดหนึ่งตอนท้ายว่า ผู้แพ้ในการแข่งขันก็ไปทำอย่างอื่นหรือเลิกการผลิตไปเลย ตรงนี้แหล่ะสำคัญ เพราะภาษาชาวบ้านเรียกว่า " เหยียบให้จมดินไปเลย " ซึ่งต่างจากสุภาษิตไทยที่ว่า " คนล้มอย่าข้าม "

ผมเรียกการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของนายภาวิชว่า " น้ำตาลเคลือบยาพิษ " ดูเหมือนดีแต่ทานเข้าไปนานวันเข้าตายโดยไม่รู้ตัว

.............................................................................. เพื่อความเข้าใจ ผมขอยกเหตุผลประกอบ ดังนี้ เป้าหมายการศึกษาแท้จริงไม่ใช่หาคนเก่งที่สุดในประเทศไทย ไม่ใช่หามหาวิทยาลัยที่ดีเที่สุดในประเทศไทย ถ้าใครยังหลงเข้าใจผิดคิดว่านี่คือเป้าหมายการจัดการศึกษาของชาติ ผมว่าคุณคนนั้นก็ไปนั่งจัดอันดับกันไปเถอะ เพราะแค่ประเด็นเป้าหมายทางการศึกษายังไม่ตรงกันเลย เถียงกันไปก็ตีกันตาย ประเทศชาติไม่เจริญขึ้นเท่าไรหรอก

เป้าหมายการศึกษาของมหาวิทยาลัยคือการตอบคำถามพื้นฐานง่ายๆเหล่านี้ให้ได้ นั่นคือ

.............................................................................. 1. ทำให้ผู้เรียนรู้นำความรู้ออกไปทำประโยชน์ให้สังคมอย่างเต็มที่เท่าที่กำลังของตนจะทำได้ ถ้ามหาวิทยาลัยอันดับที่ 1 ของประเทศพัฒนาคนในวัตถุประสงค์นี้ได้น้อยกว่ามหาวิทยาลัยระดับล่างก็ไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากเป็นการสร้างคนโกงเก่งมากขึ้นออกไปสู่สังคม การจัดอันดับมหาวิทยาลัยของนายภาวิชหรือของใครต่อใครที่จะคิดจัดอันดับ มีวิธีวัดที่ตอบคำถามข้อนี้ได้หรือไม่ ผมมั่นใจว่าไม่มี เมื่อไม่มีจะจัดอันดับทำไมในเมื่อแค่เป้าหมายการศึกษายังทำไม่ได้

.............................................................................

2. เมื่อตอบคำถามข้อ 1 ไม่ได้ ผลที่ตามมา คือการเป็นอันดับ 1 และอันดับสุดท้ายช่วยยกระดับมหาวิทยาลัยทั้งประเทศได้จริงหรือ ? คำตอบคือไม่จริงแน่นอน หากไปถามนักการศึกษาที่เคยทำวิจัยมามากๆจะตอบในแนวนี้ ทำไมไม่จริง????
การยกระดับมหาวิทยาลัยไม่ได้มาจากการแข่งขันชิงอันดับ

2.1 แต่มาจากความช่วยเหลือกันระหว่างมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับโรงเรียนพี่ที่ช่วยโรงเรียนน้อง แลกเปลี่ยนความรู้ ถ่ายทอดความรู้ไปมาต่างหาก

2.2 มาจากเงินสนับสนุนช่วยเหลือมหาวิทยาลัยจากภาครัฐและภาคเอกชนอย่างบริสุทธิ์ใจ ทั้งสองข้อนี้สำคัญเท่าเทียมกัน หากปล่อยให้มีการจัดอันดับจะทำลายสองข้อนี้ลงไปอย่างสิ้นเชิง เพราะแทนที่มหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพสูงกว่าจะมาช่วยเหลือมหาวิทยาลัยที่อ่อนด้อยกว่าก็ต้องทุ่มเททรัพยากรพัฒนามหาวิทยาลัยของตนให้สูงขึ้นไปอีก จนไม่มีเวลาไปสนใจมหาวิทยาลัยอื่น มหาวิทยาลัยไหนที่อ่อนแอกว่าก็ยิ่งเสียเปรียบลงไปมาก เพราะแต่เดิมเคยส่งนิสิตไปเรียนในบางวิชาหรือเชิญอาจารย์ต่างมหาวิทยาลัยมาสอน ต่อไปก็คงเชิญยากขึ้น เพราะทรัพยากรมหาลัยไหนก็ต้องหวงไว้ก่อน

เมื่อนายภาวิชจัดอันดับให้มหาวิทยาลัย ก็เริ่มส่งผลแล้วว่าเกิดความแตกแยกทางความคิด เพราะแต่เดิมคนต่างมหาวิทยาลัยไม่มีใครมาสนใจว่าใครจะเก่งกว่าใคร พอใครเริ่มเถียง อีกคนก็แย้ง พอแย้งก็ต้องโต้กลับ คนอื่นก็เริ่มทนไม่ได้ หลายคนก็หลายปาก หลายความเห็น สุดท้ายก็มองหน้ากันไม่ติด กลายเป็นโรคสถาบันลิซึ่ม ไตกต่างจากเด็กช่างกลตีกัน เพราะคำว่าสถาบัน เหล่านี้ล้วนเป็นการทำลายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในระยะยาว เพราะไปโดนนายภาวิชหลอกเสี้ยมเขาควายชนกัน นายภาวิชมีแต่ได้ประโยชน์เพราะกลายเป็นคนมีบทบาททางการศึกษาไปโดยสังคมไม่รู้ตัว หากมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยแล้วมากำหนดเงินงบประมาณช่วยเหลือมหาวิทยาลัยตามอันดับในแต่ละปีตามที่นายภาวิชยกขึ้นมาอ้าง ยิ่งทำให้มหาวิทยาลัยที่อยู่ระดับล่างมีโอกาสพัฒนาขึ้นไประดับสูงได้ยากขึ้นไปอีก เพราะถูกตัดขาดการช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยด้วยกันและยังมาถูกตัดขาดจากงบประมาณของรัฐ ภาคเอกชนก็จะไม่ช่วยมหาวิทยาลัยระดับล่างไปด้วยเพราะเห็นว่าไม่คุ้มกับการโปรโมทกับธุรกิจของตน เอาเงินไปสนับสนุนมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆดีกว่า ส่วนผลร้ายที่สุดไปตกผู้เรียนกับภาครัฐบาลนั่นเอง นักเรียนก็ต้องพยายามไปสอบมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ถามว่ามหาวิทยาลัยระดับต้นรับคนได้หมดเหรอ? เมื่อรับไม่ได้ก็ต้องไปอยู่ระดับล่าง กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง ศักดิ์ศรีหดหายเพราะปากคนคนเดียวทำลายอนาคตคนอื่นไปเป็นแสนคนในแต่ละปี รัฐบาลลงทุนสร้างมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งหมดงบประมาณเป็นพันล้านบาท แต่ปรากฎว่าสร้างไปแล้วไม่มีผู้อยากไปเข้าเรียน เพราะติดคำว่าเป็นมหาวิทยาลัยอันดับท้ายจนไม่เชื่อถือในมหาวิทยาลัย ตกลงว่าแนวคิดเรื่องการกระจายการศึกษาไม่ให้กระจุกตัวพังทลายลงทันที ทั้งที่อุตส่าห์คิดกันมาหลายปี

อีกหน่อยคงต้องเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยอันดับล่างและสร้างมหาวิทยาลัยใหม่แล้วตั้งชื่อตามมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ต่อท้ายด้วยเลข 2 หรือ 3 หรือ 4 เหมือนโรงเรียนเตรียม 1 2 3 4 5 6 !!! ทั้งหมดคือการผลักดันให้ผู้เรียนและบุคคลากรในมหาวิทยาลัยจะถูกแบ่งเป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง ชั้นสอง ชั้นสาม เหมือนกับโรงเรียนในเมือง ในจังหวัด ในอำเภอ ในตำบล อย่างนั้นหรือ ? ตัวอย่างโรงเรียนทั้งหลายพัฒนาไม่เท่ากันยังไม่พอจะมาเอามหาวิทยาลัยมาทำอย่างนี้ด้วยหรือ ตกลงเราจะกำหนดคุณค่ามนุษย์กันตั้งแต่สถานที่เรียนกันเลยหรือ อีกหน่อยใครจบมาก็วัดกันที่ชื่อมหาวิทยาลัยเลยหรือไง สังคมไทยกลายเป็นสังคมแบบไหนไปแล้ว???

เคยมีหนังเรื่องหนึ่งวัดคนตั้งแต่ในท้องโดยดู DNA ดีแค่ไหน คุณจะเก่งแค่ไหนไม่มีประโยชน์ เพราะไม่มีสนามให้คุณแสดงฝีมือ เพราะทุกแห่งตรวจแค่ DNA ดีแค่ไหน ...........................................................................

3. การจัดอันดับทำให้ช่องว่างความเจริญการยกระดับมหาวิทยาลัยทั้งระบบในประเทศไทยยิ่งห่างกันมากขึ้น !!! ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยทั้งหลายอาจะมีช่องว่างห่างกันไม่มากระหว่างอันดับแรกกับอันดับถัดๆไปจนถึงสุดท้าย แต่เมื่อมีการจัดอันดับขึ้นมา ก็จะเกิดผลตามข้อ 2 ทำให้บรรยากาศทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยอันดับล่างแย่ลงไปอีกจนสูญเสียโอกาสในการพัฒนา ................................................................................

4. มีบางคนเชื่อว่า ถ้าประเทศไทยมีงานวิจัยมากแล้วจะไม่ต้องซื้อโนฮาวจากต่างชาติ ประเทศไทยจะเจริญขึ้น ดังนั้นการจัดอันดับโดยให้ความสนใจเรื่องงานวิจับ บางคนไปขยายความอธิบายเรื่องหลักเกณฑ์งานวิจัยเพื่อจัดอันดับมหาวิทยาลัย ก็ไปกันใหญ่ ทั้งๆที่นั่นมันแค่รายละเอียดปลีกย่อย

คำถามจริงๆอยู่ที่ว่า

การมีงานวิจัยมากๆแล้วประเทศไทยเจริญขึ้นจริงหรือ ?

การมีผู้จบสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรมากๆแล้ว ประเทศไทยเจริญจริงหรือ ?

คำตอบ คือไม่จริงเพราะมันขาดส่วนที่สำคัญที่สุด ซึ่งไปเกี่ยวข้องกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัย!!! มีงานวิจัยมากมายในมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ซึ่งเมื่อทำวิจัยเสร็จแล้ว ผู้เรียนได้จบการศึกษา ส่วนงานวิจัยก็ไปกองทิ้งไว้ในห้องสมุด ถ้าไม่เก็บรักษาให้ดีก็ปลวกขึ้น มีงานวิจัยไม่กี่ชั้นที่เอาไปใช้ประโยชน์ได้จริง จำนวนงานวิจัยไม่ได้บอกว่ามีมากแล้วประเทศจะเจริญ ทุกวันนี้ประเทศไทยหลงทางมามากในการทำงานวิจัย คือต่างคนต่างทำ ต่างคณะต่างทำ ต่างมหาวิทยาลัยต่างทำ หากมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยยิ่งจะทำให้ความร่วมมือในการทำงานวิจัยร่วมกันระหว่างนักศึกษาข้ามสถาบัน มหาวิทยาลัยข้ามมหาวิทยาลัยยากเย็นยิ่งขึ้น

ในต่างประเทศอย่างอเมริกามีมหาวิทยาลัยเป็นร้อยๆ ถึงต่างคนต่างทำ มันก็ต้องมาทำซ้ำในหัวข้อใกล้เคียงกันได้จนกลายเป็นหมวดเดียวกันไป แต่ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยไม่กี่แห่งจะมาต่างคนต่างทำแบบเมืองนอกไม่ได้ มันจะกลายเป็นงานวิจัยเอาไปกองทิ้งไว้ให้ปลวกแทะ แม้งานวิจัยนั้นจะดีแค่ไหน แต่ไม่มีผู้มาวิจัยต่อก็จบเห่ หรือแม้จะได้งานวิจัยที่ดีที่สุดจนต่างประเทศยกย่องชมเชยผู้วิจัย แต่อาจจะไม่ใช่งานวิจัยที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย เพราะเครื่องมือในเชิงอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ยังไปไม่ถึง !!! มีบางคนบอกว่าต่างประเทศเจริญเพราะมีงานวิจัยมาก นั่นมันต่างประเทศแต่นี่คือประเทศไทย ปัจจัยไม่เหมือนกันเลย ประเทศไทยผลิตคนจบสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ไปมากมาย เยอะมากๆไม่ใช่น้อยอย่างที่ใครคิด แต่ทำไมประเทศยังไม่ก้าวหน้า คำตอบคือ เพราะเมื่อจบไปแล้วส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสนำความรู้ไปพัฒนาต่อยอดได้อีก ทำไมเป็นเช่นนั้น ?

ก็มองดูรอบๆตัว ถามว่าจบไปทำงานบริษัทก็แทบจะไม่ได้ใช้เพราะไปอธิบายคุณสมบัติสินค้าที่ขายหรือไปซ่อมซะมากกว่า จบไปทำโรงงานก็ทำ lab พื้นฐาน ไปพัฒนาต่อยอดจากของเดิมนิดหน่อย มีเพียงสาขาคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาได้มากหน่อยเพราะใช้อุปกรณ์ไม่มาก แต่สาขาอื่นๆจบไปแล้วแทบจะลืมกันเลย เพราะไปทำงานที่ไหนเครื่องมือไม่มากเหมือนในมหาวิทยาลัยหรือไม่มีเลย รัฐบาลอยากสร้างนักวิทยาศาสตร์ วิศวกรเยอะๆ แต่ถามว่าสร้างออกไปแล้ว เคยเตรียมสถานที่ทำงานไว้รอแค่ไหน มีแต่บอกว่าสร้างเพื่อรองรับความต้องการของเอกชน ซึ่งภาคเอกชนส่วนใหญ่ต้องการแค่คนไปอธิบายผลิตภัณฑ์ ไปคุม lab ไปซ่อมสินค้าของเขา ข้อนี้ต่างจากในเมืองนอกมีที่รองรับคนที่จบทางด้านนี้จึงก้าวหน้ามากทำให้มีที่พัฒนาความรู้ต่อยอดไปเรื่อยๆ มันน่าตลกที่นักศึกษาไทยถูกสอนให้ใช้เครื่องมือ Know How ในมหาวิทยาลัย แต่ไปทำงานจริงกลับเจอสภาพ NO How เลยทำงานในสิ่งที่เรียนไม่ได้ ที่กล่าวมานี้คืออยากให้เลิกหลงประเด็นว่าการมีงานวิจัยเยอะแล้วประเทศชาติเจริญ เพราะถ้าคิดแบบนี้ก็คงต้องเสียเงินทำงานวิจัย งานวิจัยแต่ละชิ้นใช้เงินไม่ใช่น้อย เงินภาษีของชาติทั้งนั้น สุดท้ายเอาไปกองทิ้งในห้องสมุดให้ปลวกแทะ มีค่าแค่เป็น Ref ให้คนอื่นเอามาดูและเขียนต่อท้ายว่าเคยอ่านมาแล้ว มหาวิทยาลัยทั้งหลายต้องมีเป้าหมายทางการศึกษาที่ชัดเจนไปในทิศทางเดียวกัน โดยแนวทางนั้นต้องชัดเจนและต้องปฏิบัติได้จริงๆ ทั้งทางสายสังคมศาสตร์และสายวิทยาศาสตร์โดยกำหนดไปเลยว่าเป้าหมายของมหาวิทยาลัยทั้งหมดในช่วงกี่ปีนี้จะทำงานไปในทิศทางใด จะมากำหนดหลักสูตรการเรียนลอกเลียนแบบฝรั่งไปเรื่อยๆไม่ได้ เพราะปัจจัยประเทศไทยกับฝรั่งต่างกันมากทั้งด้าน Know How และเงินทุน หากยังวิจัยไปในทิศทางของฝรั่งก็เหมือนคิดงานวิจัยไปให้ฝรั่งนำไปต่อยอดโดยที่เราเอาไปใช้ไม่ได้ เพราะได้แค่คิดแต่ลงทุนทำจริงไม่ได้ เพราะไม่มีทุนและเครื่องมือจะทำ

เพื่อขยายความเข้าใจนี้ ขอยกตัวอย่างเรื่องหลักเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดของพระองค์ท่าน คือ " หลักเศรษฐกิจพอเพียง " ที่ผ่านมาพูดกันมาหลายปี ทั้งนักวิชาการ ข้าราชการ และใครทั้งหลาย มีการพูดเป็นวาระแห่งชาติ แต่ก็เป็นแค่ร่างทิ้งไว้ไม่ได้เอาไปขยายความทำจริงในทางปฏิบัติ

หากกำหนดว่าต่อไปนี้จะใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางหลักของทุกมหาวิทยาลัย ทุกคณะ ที่จะต้องเอาไปคิดต่อและทำต่อ จะเกิดเหตุการณ์ ดังนี้ สายสังคมศาสตร์ก็ต้องทำวิจัย ปรับปรุงหลักสูตรการสอนที่เคยยึดตามแนวตะวันตกแก้ไขให้สอดคล้องกับนิยามนี้ในแต่ละสาขาของสังคมศาสตร์ สิ่งที่ตามมาคือผู้เรียนได้เรียนและคิดไปตามแนวทางนี้ก็จะนำความรู้ไปขยายให้กับคนในสังคมเมื่อจบไป นี่คือเป้าหมายของสายสังคมศาสตร์ที่เรียกไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมดในทุกมหาวิทยาลัย สายวิทยาศาสตร์ก็ต้องทำวิจัยในเชิงวิทยาศาสตร์แบบเศรษฐกิจพอเพียง ยุติงานวิจัยทีลงทุนมากเกินไปจนเมื่อคิดได้แล้วก็เอาไปผลิตในเชิงพาณิชย์ไม่ได้ หากทำวิจัยสร้าง Know How ที่ทำได้จริงในประเทศไทยหลังจากวิจัยทีละขั้น ประเทศไทยถึงจะมีทิศทางในการพัฒนาในรูปแบบของตนแบบยั่งยืน

งานวิจัยในประเทศไทยในระดับปริญญาตรี โท เอก จะทำแบบอยากทำอะไรก็ทำแบบเมืองนอกไม่ได้ เพราะเรามีมหาวิทยาลัยไม่มากเหมือนตะวันตก ถ้าทำกันคนละอย่าง งานที่ได้จะขาดความสมบูรณ์ในบางด้านจนเอามาใช้ในเชิงพาณิชย์ไม่ได้

จำนวนงานวิจัยของประเทศไทยไม่ใช่สาระสำคัญของการพัฒนาประเทศ แต่การผลักดันให้คนมีความรู้หลายๆสาขามาคิดเรี่องเดียวกัน และคิด Know How ให้ตรงกับปัจจัยที่เรามีจึงจะนำไปสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจได้จริง ไม่ใช่เป็นงานวิจัยให้ปลวกแทะหรือให้ฝรั่งเอาไปอ่านและเอาไปดัดแปลงใช้

ความคิดที่ว่าต้องมีงานวิจัยแล้วจึงจะไม่ต้องซื้อโนฮาวจากต่างประเทศ ผมบอกเลยว่าถ้ายังคิดงานวิจัยกันคนละทาง ต่อให้มีงานวิจัยเยอะแค่ไหนก็ต้องซื้อโนฮาวอยู่ดี เพราะมันคิดกันคนละหน่อยไม่ได้ร่วมกันคิด มันเอาไปใช้จริงทางปฏิบัติไม่ทันเวลา กว่าจะใช้ได้จริง โนฮาวก็กลายเป็นของล้าสมัยไปแล้ว

ผมอยากให้มหาวิทยาลัยของไทยตั้งสาขาประดิษฐ์พัฒนาเครื่องมือทดลองด้วยอุปกรณ์ไม่แพงส่งให้ Lab ทุกมหาวิทยาลัย เพราะจะได้ฝึกให้นักศึกษาของเราให้คุ้นเคยกับเครื่องมือประดิษฐ์เหล่านี้ เมื่อจบไปแล้วจะได้คิดค้นสร้างอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมาทดลองวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทางวิศวกรรมขึ้นมาได้ จะได้ไม่ขาดตอนหลงลืมไปในที่สุด ...........................................................................

สรุป คือ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยมีแต่ทำให้มหาวิทยาลัยเกิดความแตกแยก ไม่สะท้อนเป้าหมายแท้จริงทางการศึกษาที่ต้องการให้ทุกมหาวิทยาลัยร่วมมือกันกำหนดทิศทางในการพัฒนาประเทศชาติ ที่ไหนมีการแข่งขันที่นั่นไม่มีความร่วมมือ เพราะไม่มีใครอยากเป็นรองใคร

ผลงานของนายภาวิชที่ผ่านมาเรียกว่าต้นทุนทางสังคมเป็นศูนย์ไปนานแล้ว ไม่น่าจะปล่อยให้คนแก่คนนี้มาสร้างความแตกแยกทางความคิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องต่อไป

ในเมื่อการจัดอันดับมหาวิทยาลัยให้โทษมากกว่าให้คุณกับการศึกษาไทย ก็ไม่ต้องไปดูรายละเอียดวิธีการจัดอันดับกันอีก

ทุกมหาวิทยาลัยต้องประกาศข้อเสียของการจัดอันดับว่าก่อให้เกิดผลอย่างไรกับระบบการศึกษาไทยให้สังคมรู้ เพราะลำพังแค่คำอธิบายตื้นๆของนายภาวิชที่บอกสังคมว่าจัดอันดับเพื่อให้ผู้ปกครองเด็กรู้ว่าที่นี่ดีกว่าที่นั่น มันไม่มีน้ำหนักพอเมื่อเทียบกับผลเสียกับสังคมหากปล่อยให้มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัย

คนอย่างนายภาวิชไม่มีต้นทุนอะไรที่สังคมเชื่อถืออยู่แล้วในขณะที่ทุกมหาวิทยาลัยมีต้นทุนทางสังคมยาวนาน คนในสังคมย่อมชั่งน้ำหนักได้ถึงผลดีผลเสียของการจัดอันดับได้ หากทุกมหาวิทยาลัยชี้แจงเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ยอมให้มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย


[71] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 10:37:42 PM] [Hits counter=32439388] แจ้งลบ

ข้อความที่=270402

เปิดอันดับ 50 มหาวิทยาลัยไทย
http://pr.ku.ac.th/clipnews/html/09%20September%2049/02sep49/matichon.htm

[72] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/7/2006 11:01:23 PM] [Hits counter=32441018] แจ้งลบ

ข้อความที่=270415

สกอ.ยอมเปิดทาง"จัดอันดับม."ใหม่
===
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu01070949&day=2006/09/07
ให้"ทปอ.-ปอมท.-มหา"ลัย"กำหนดตัวชี้วัด แจงคะแนนต่ำ"กรอกไม่ครบ-กินบุญเก่า"

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้นำข้อมูล และรายละเอียดเกณฑ์ชี้วัดเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ประจำปี 2548 ที่มหาวิทยาลัยส่งเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อนำมาใช้ในการจัดในอันดับมาชี้แจง เพื่อให้มหาวิทยาลัยและผู้ที่สนใจเข้าไปตรวจสอบได้ที่ www.ranking.mua.go.th ทั้งนี้ ยืนยันว่าการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไม่โมฆะแน่นอน เพราะมั่นใจในข้อมูลที่ใช้ประเมินผล ซึ่งคณะผู้วิจัยเป็นนักวิทยาศาสตร์ คงไม่ทำงานมั่วๆ และมั่นใจว่าไม่เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก และขนาดใหญ่แน่นอน

นายภาวิชกล่าวว่า หากมหาวิทยาลัยยังไม่มั่นใจในข้อมูลก็มีทางออกคือ ร่วมวางกติกา และข้อตกลงกันใหม่ โดยมีตัวแทนจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) และมหาวิทยาลัยเอกชน เพื่อพิจารณาดัชนีเกณฑ์การชี้วัดให้เหมาะสม ซึ่งต้องเร่งหารือกันโดยเร็ว เพราะจากนี้ถึงสิ้นปี มหาวิทยาลัยต้องส่งข้อมูลให้ สกอ.จัดอันดับมหาวิทยาลัย ประจำปี 2549 และในวันที่ 7 กันยายน เวลา 11.00 น. จะเข้าพบนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้น

"ผลการจัดอันดับที่เผยแพร่คือความจริง ผมไม่อยากให้มหาวิทยาลัยปิดปัง เพราะสาธารณชนมีสิทธิรับรู้ความเป็นไปของมหาวิทยาลัย ถือเป็นการละลายน้ำแข็งเพื่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาตนเอง ที่มีผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งโกรธหลังประกาศผลนั้น สถาบันแห่งนั้นได้ส่งข้อมูลให้ สกอ.จำนวนมาก แต่เป็นข้อมูลที่ไม่เข้ากับกติกา เพราะจะบอกว่าสถาบันได้รับรางวัลมากมายตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว คงไม่ได้ จึงไม่นำมาประมวลผล เพราะจะคอยแต่กินบุญเก่าอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องพัฒนาทุกๆ ปี" นายภาวิชกล่าว

นายภาวิชกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) วัดคุณภาพของมหาวิทยาลัยเพื่อดูว่าแต่ละแห่งผ่านหรือไม่ผ่านมาตรฐานเท่านั้น ซึ่งจะประเมินในรอบ 4-5 ปี แต่การจัดอันดับของ สกอ.ทำทุกปี และวัดผลได้บ่อยครั้งกว่า สมศ.เหมือนกับ สมศ.วัดผลเป็นนิ้ว แต่ สกอ.วัดผลเป็นเซนติเมตร ที่ ปอมท.มีมติไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับครั้งนี้ เพราะเห็นว่าวัตถุประสงค์ไม่ชัดเจน และระบบการประเมินผลเกณฑ์การชี้วัดไม่ได้มาตรฐานนั้น ได้พูดคุยกับ ปอมท.แล้ว ซึ่งยอมรับว่าไม่ทราบข้อมูล วัตถุประสงค์ และตัวชี้วัด เหมือนที่เอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ไปถามนักศึกษาว่าเชื่อมั่นกับตัวชี้วัดหรือไม่ ทั้งที่นักศึกษาไม่มีข้อมูลว่าตัวชี้วัดมีอะไรบ้าง

"ที่นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจพ.) บอกว่า การประเมินครั้งนี้ไม่ได้มาตรฐาน เพราะไม่สอบถามความเห็นผู้จ้างงานนั้น ผู้วิจัยประเมินว่าตัวชี้วัดนี้ประเมินผลได้ยาก เพราะมีอคติสูง ทั้งยิ่งตอกย้ำมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก เช่น มรภ.ต้องถูกจัดในอันดับรั้งท้ายแน่ จึงไม่นำมาเป็นเกณฑ์ประเมินผล ส่วนที่หลายคณะได้คะแนนสูงกว่าคะแนนเต็มนั้น เป็นข้อมูลที่มหาวิทยาลัยกรอกเกินจริง คณะผู้วิจัยได้นำวิธีทางสถิติมาปรับแล้ว โดยไม่ได้ใช้ตัวเลขที่มหาวิทยาลัยส่งเข้ามา" นายภาวิชกล่าว

นายวันชัย ดีเอกนามกูล ประธานอนุกรรมการศึกษาและพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบติดตามและประเมินผลด้านการวิจัย กล่าวว่า ข้อมูลที่ใช้จัดอันดับขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบ และความใส่ใจของแต่ละแห่งที่กรอกข้อมูล หากสถาบันใดให้ความสำคัญก็จะกรอกข้อมูลครบถ้วน ส่วนสถาบันที่กรอกข้อมูลไม่ครบ จะทำให้ได้อันดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ต่อไปต้องสร้างวัฒนธรรมให้มหาวิทยาลัยว่าจะต้องเป็นแหล่งข้อมูลที่จะเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับทราบ

หน้า 26


[73] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/8/2006 12:00:35 AM] [Hits counter=32444245] แจ้งลบ

ข้อความที่=270509

"จาตุรนต์"หนุนสกอ."จัดอันดับม."ต่อ
===
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu02080949&day=2006/09/08
"ภาวิช"ยันไม่รื้อผลปี"48-เปิดรับข้อมูลปีหน้า

เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า กรณีมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่บวก และลบเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ประจำปี 2548 ที่ทำโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นั้น เพื่อให้เข้าใจตรงกัน จึงตั้งคณะทำงานขึ้นโดยมีนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ.เป็นประธาน ไประดมความคิดเห็นจากคณะนักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึง นำเอกสารข้อสังเกตที่ส่งมาถึงตน และที่ตั้งข้อสังเกตผ่านทางสื่อมวลชน มาประมวลความเห็น หากจำเป็นจะเชิญนักวิจัยของ สกอ.มารับฟัง และให้ความเห็นเพิ่มเติมด้วย จากนั้น จะมอบข้อสรุปให้ สกอ.นำไปพิจารณา และปรับปรุงผลการจัดอันดับของปี 2548 ส่วนระยะยาวจะสรุปบทเรียน และเปิดรับฟังความเห็นว่าหน่วยงานใดควรเป็นผู้จัดอันดับมหาวิทยาลัย ส่วนจะเป็นองค์กรกลาง หรือเป็นหน่วยงานที่ตั้งใหม่นั้น ต้องรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายอย่างรอบคอบ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี เพราะขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ ระหว่างที่ยังไม่มีข้อสรุปก็ให้ สกอ.เป็นผู้จัดอันดับไปก่อนใน 1-2 ปีนี้ เพื่อไม่ให้หยุดชะงัก เพราะเรื่องใหญ่ที่สุดคือต้องวิเคราะห์วิจัยคุณภาพการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งนี้ ต้องทำให้เป็นยอมรับพอสมควร แต่จะให้ทุกฝ่ายยอมรับคงเป็นไปไม่ได้ เพราะแม้แต่ในต่างประเทศก็มีเสียงวิจารณ์

"ผู้บริหาร สกอ.ยืนยันว่าการจัดอันดับที่ประกาศไปแล้วนั้น ถ้านักวิชาการหารือกันแล้วเห็นว่าต้องปรับปรุง ก็พร้อมรับฟัง หรือถ้าจะให้ประกาศใหม่ก็ยินดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับคณะวิจัยของ สกอ.ทั้งนี้ แนวคิดในการรับฟังความเห็นครั้งนี้เป็นข้อเสนอของ สกอ.โดยผมได้เน้นย้ำกับทุกฝ่ายว่าในการรับฟังความเห็น และปรับปรุงการจัดอันดับครั้งนี้ ต้องคำนึงถึงเหตุผลทางวิชาการ ผลดีของการจัดการศึกษาเป็นหลัก ไม่ต้องห่วงผลทางการเมือง หรือห่วงว่ารัฐมนตรีศึกษาธิการ จะไม่พอใจ ซึ่งผมพร้อมรับฟัง และส่งเสริม เพื่อนำความเห็นมาประมวล และวิเคราะห์อย่างถูกต้อง สามารถนำหลักเกณฑ์ เหตุผล บรรทัดฐาน และกติกาต่างๆ ไปอธิบายให้สาธารณชนได้ โดยรัฐมนตรีจะไม่เข้าไปก้าวก่าย หรือบอกว่าต้องปรับแก้หรือไม่ เพราะหากฝ่ายการเมืองเข้าไปมีส่วนชี้ขาด ก็อาจส่งผลให้การจัดอันดับครั้งนี้ขาดความเชื่อถือได้" นายจาตุรนต์กล่าว

ด้านนายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า การตั้งคณะทำงานเพื่อรับฟังข้อมูลเพิ่มเติม จะนำผลมาใช้ปรับการจัดอันดับในปี 2549 ไม่ใช่ของปี 2548 เพราะที่ผ่านมาได้ให้มหาวิทยาลัยยืนยันข้อมูลถึง 3 ครั้ง

[74] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/8/2006 7:56:10 PM] [Hits counter=32485404] แจ้งลบ

ข้อความที่=270828

วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10414
===
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu07140949&day=2006/09/14

บอร์ดสสอท.ยันม.เอกชนไม่ต้านจัดอันดับ

ยอมรับกังวลตัวชี้วัดไม่"ชัดเจน-เที่ยงตรง" จี้สกอ.สัมมนาถามความเห็นมหา"ลัยทั่วปท.



นางจันทร์จิรา วงษ์ขมทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยคริสเตียน และกรรมการบริหารสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) เปิดเผยว่า การประชุม สสอท.ในวันที่ 29 กันยายน จะหารือเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สสอท.ไม่ได้มีมติไม่เข้าร่วมการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพียงแต่กังวลกับตัวชี้วัดที่ไม่เที่ยงตรงเท่าไหร่ ทั้งนี้ โดยหลักแล้วไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของ สกอ.แต่ สกอ.มีข้อมูลที่สถาบันอุดมศึกษาเอกชนต้องส่งให้ทุกปีภายในวันที่ 15 สิงหาคม อยู่แล้ว ทั้งข้อมูลอาจารย์ นักศึกษา ผลงานที่แต่ละสถาบันพัฒนาขึ้น หาก สกอ.จะนำไปใช้เป็นข้อมูลในการจัดอันดับก็ทำได้ แต่ข้อมูลที่คณะผู้วิจัยให้กรอกเป็นการกรอกซ้ำซ้อน หรือดัชนีบ่งชี้บางตัวไม่สามารถรับได้ เพราะสถาบันขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก คิดกันคนละอย่าง

"ถามว่าเอกชนปฏิเสธมั้ย ไม่ได้ปฏิเสธทีเดียว แต่ได้อภิปรายกัน และกังวลตัวชี้วัดว่าไม่เที่ยงตรงเท่าไหร่ แต่ถ้า สกอ.คิดว่าจะใช้เป็นเครื่องมือก็ไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะ สกอ.มีหน้าที่กำกับดูแลโดยตรงอยู่แล้ว ได้ข้อมูลจากเอกชนทุกปี จะเอาไปเรียบเรียง และเสนอสาธารณะคงไม่มีปัญหา แต่ต้องเปิดเผยวิธีการทำ วิธีคิด และการวัดผล แต่ข่าวที่ออกมาสับสนนิดหน่อย เป็นวิจัยเพื่อทดลอง เหมือนเป็นโครงการนำร่อง และไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในการนำเสนอว่าเป็นงานวิจัยทดลอง ก็ทำได้ ถ้าทำตัวชี้วัดให้ชัดเจน มีคู่มือตัวชี้วัดชัด แจ้งสาธารณชนรับทราบ และนักวิจัยต้องมีจรรยาบรรณ ที่ผู้วิจัยบอกว่าผลจัดอันดับที่ออกมาได้รับการรับรอง ใครรับรอง หรือเลือกเชิญบางกลุ่มที่อาจจะเห็นด้วย งานวิจัยชิ้นนี้จึงไม่มีเป็นไปตามระเบียบวิธีในการวิจัย" นางจันจิรากล่าว

นางจันจิรากล่าวต่อว่า เห็นด้วยที่ สกอ.จะจัดอันดับ แต่ต้องถูกหลักวิชาการ แต่ครั้งนี้เป็นงานวิจัย และยังไม่เห็นด้วยกับดัชนีชี้วัดส่วนใหญ่ ส่วนที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินผลการศึกษา (สมศ.) เข้าไปประเมินสถานศึกษานั้น ได้วิเคราะห์ตามดัชนีชี้วัด และส่งให้สถานศึกษาดูตลอด จึงเป็นที่ยอมรับ ส่วนที่ สกอ.ขอให้มหาวิทยาลัยส่งข้อมูลเพื่อใช้จัดอันดับในปีต่อไปนั้น ที่ประชุม สสอท.จะพูดคุยกัน โดยจะขอดูตัวชี้วัด ดูหลักการเทียบสถาบันทุกขนาด และ สกอ.ต้องสัมมนาวิจารณ์ระหว่างมหาวิทยาลัยรัฐ และเอกชน รวมทั้ง ต้องมีแบบสอบถามให้ผู้เข้าร่วมประชุมลงความเห็น เพื่อนำข้อสรุปไปดำเนินการ

หน้า 27

[75] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/14/2006 2:01:58 AM] [Hits counter=32657855] แจ้งลบ

ข้อความที่=270847

สมศ.เร่งประกาศจัดกลุ่ม มหาวิทยาลัยไทย73แห่ง
===
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu03140949&day=2006/09/14


นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหลือ (สจพ.) เปิดเผยกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แจกแจงผลการจัดอันดับของมหาวิทยาลัย ที่ สจพ.ตั้งข้อสังเกตทั้ง 4 ประเด็น ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สจพ.ได้หยิบยกเรื่องนี้หารือในที่ประชุม และไม่ยอมรับการแจกแจงดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นการจำแนกคณะที่ สกอ.ยอมรับว่าผิดพลาดเพียงกลุ่มคณะเดียว คือ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ทั้งที่ผิดพลาดในกลุ่มคณะอื่นๆ อีก เช่น กลุ่มคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่ง สกอ.จัดอยู่ในกลุ่มสังคมศาสตร์ ทั้งที่ควรอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยี เป็นต้น ที่ประชุมจึงให้รวบรวมข้อปัญหาทั้งหมดเสนอนายนริศ ชัยสูตร ว่าที่เลขาธิการ กกอ.คนใหม่

นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กล่าวว่า โดยหลักทางวิชาการและกฎหมาย การจัดอันดับมหาวิทยาลัยควรเป็นองค์กรกลางหรือองค์กรอิสระอย่าง สมศ. ซึ่งตามมาตรา 57 ของกฎหมายจัดตั้ง สมศ.ระบุให้การประเมินและตัดสินมหาวิทยาลัย เป็นหน้าที่ของ สมศ. ส่วน สกอ.มีหน้าที่ส่งเสริม หากจะทำก็ควรจะประเมินเพื่อประกันคุณภาพภายใน ทั้งนี้ สมศ.ได้ประเมินมหาวิทยาลัยเพื่อจัดกลุ่มใน 5 ระดับ คือ กลุ่มดีมาก ดี พอใจ ปรับปรุง และต้องปรับปรุง โดยใช้ 7 มาตรฐาน 4 ภารกิจ ซึ่งตัวชี้วัดจะมีทั้งตัวชี้วัดร่วม และตัวชี้วัดเฉพาะตามภารกิจมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นวิจัย พัฒนาสังคม ศิลปวัฒนธรรม หรือผลิตบัณฑิตเพียงอย่างเดียว โดยอีก 3-4 เดือนจะแล้วเสร็จ และประกาศผลได้ 73 แห่งแรกก่อน จากทั้งหมด 260 มหาวิทยาลัย

หน้า 26



[76] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/14/2006 10:08:47 AM] [Hits counter=32662294] แจ้งลบ

ข้อความที่=270864

ทำไมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ยอมรับความจริง

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยในครั้งนี้ ถือว่าเป็นก้าวแรกของกระบวนการพัฒนาการศึกษาของไทย โดยมีผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะจะเป็นตัวกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีความกระตือลืนล้นที่จะพัฒนาการเรียนการสอนให้มาตรฐานดีขึ้น

เป็นธรรมดาที่ว่าคนเรามักจะมองไม่เห็นจุดบกพร่องของตัวเอง ดังนั้นการให้ผู้อื่นมามองตัวเราและวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ ก็ถือเป็นโยชน์มากสำหรับ "ปัญญาชน" ผู้ที่พร้อมยอมรับฟังความคิดเห็น เช่นในกรณีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยนี้

ส่วนเกณฑ์ต่างๆ ที่ สกอ. นำมาใช้ก็เป็นเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (ส่วนใหญ่ไม่เห็นมีใครวิ่งเต้นอะไร) แต่ก็คงจะไม่ใช่เกณฑ์ที่ถูกใจทุกๆ คนแน่นอน นะคะ ท่านอธิการ มธ

ก้าวแรกของการพัฒนาต้องมีทั้งหวานและขื่นขม โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในประเทศ (แต่ไม่ได้หมายความว่ามีคุณภาพ) หากได้รับการประเมินไม่ดี คนที่เสียหน้าคงไม่พ้นผู้บริหาร

[77] จากคุณ :[ประชาชน] [ไม่ได้ Login] [9/14/2006 4:24:27 PM] [Hits counter=32677978] แจ้งลบ

ข้อความที่=270970

บอร์ด มทร.ชี้จุดบกพร่องจัดอันดับรั้วอุดม
===
http://www.thairath.co.th/news.php?section=education&content=19714
ผศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญญบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชมงคล เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชมงคล เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการหารือถึงการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยที่ประชุมมีมติว่า มทร.ควรแสดงจุดยืนเรื่องการประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทยปี 2548 ของ สกอ.ว่ามีความบกพร่องและสร้างความสับสนให้กับสังคม โดยได้ทำหนังสือชี้ประเด็นบกพร่องเสนอต่อนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ดังนี้ 1. ความบกพร่องของการเก็บข้อมูลที่ สกอ.กำหนดให้มหาวิทยาลัยกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ภายในวันที่ 31 ม.ค. 2549 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดและคำจำกัดความตลอดเวลา และการประมวลผลก็ใช้ข้อมูลที่หน่วยงานส่งให้โดยไม่มีการตรวจทาน หรือตรวจสอบสภาพการจัดการเรียนการสอนที่แท้จริง 2. ข้อมูลการจำแนกคณะตามกลุ่มสาขายังมีความสับสน 3. วิธีการคิดบางตัวชี้วัดไม่ถูกต้องและไม่ครอบคลุม 4. ความแตกต่างของงบประมาณที่ได้รับทำให้มีผลต่อการจัดอันดับ 5. ผลการประเมินมีค่าผิดพลาดขาดความน่าเชื่อถือ ลำดับที่ได้จากการประเมินก็ไม่สามารถสะท้อนถึงสภาพที่แท้จริงของมหาวิทยาลัยและคณะได้




ประธานอธิการบดี มทร.กล่าวอีกว่า ในภาพรวม คณะกรรมการอธิการบดี มทร.เห็นด้วยกับการประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย เพราะสามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนามหาวิทยาลัยได้ แต่การประเมินต้องใช้เครื่องมือวัดที่ถูกต้อง เที่ยงตรงและครอบคลุม เป็นที่ยอมรับของมหาวิทยาลัย ที่สำคัญการคำนวณค่าจะต้องมีความถูกต้อง ไม่ใช่แก้ไขข้อมูลและประเมินผลไปเรื่อยๆ เพราะการประเมินผลที่ผิดพลาด ชี้ให้เห็นถึงความด้อยประสิทธิภาพของ สกอ. อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยของ สกอ.ในภาพรวม มทร.จะไม่อยู่ในระดับที่ต่ำมากนัก แต่ก็ต้องการให้มีการประเมินที่ถูกต้องทั้งกระบวนการจัดเก็บข้อมูล การกำหนดดัชนีชี้วัดการตรวจสอบ สอบทานและประมวลผลการประเมินที่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นการประกาศผลการประเมินอย่างไม่ถูกต้อง ไม่สมบูรณ์และขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ดังนั้นจึงขอให้ รมว. ศึกษาธิการ ได้พิจารณาข้อเสนอแนะของ มทร. รวมทั้งข้อสังเกตของสถาบันการศึกษาอื่นๆ มาตรวจสอบผลการประเมิน การทำงานของคณะผู้วิจัยและผู้รับผิดชอบเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วย.



[78] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/15/2006 9:04:31 PM] [Hits counter=32734293] แจ้งลบ

ข้อความที่=270971

ราชมงคลสรุปข้อบกพร่องการจัดอันดับ
===
http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=100464&NewsType=1&Template=1
ผศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี ม.เทคโน โลยีราชมงคล (มทร.) ธัญญบุรี เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชมงคล เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของสำนักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยที่ประชุมมีมติว่า มทร. ควรแสดงจุดยืนเพื่อชี้ให้เห็นข้อบกพร่องในการจัดอันดับซึ่ง สร้างความสับสนให้แก่สังคม โดยจะทำหนังสือสรุปประเด็นความบกพร่องเสนอต่อนายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการ รมว. ศึกษาธิการ ได้แก่ 1. ความบกพร่องของการเก็บข้อมูลที่ สกอ. กำหนดให้มหาวิทยาลัยกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ภายในวันที่ 31 ม.ค. 2549 ซึ่งคณะผู้วิจัยมีการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดและคำจำกัดความตลอดเวลาและการประมวลผลก็จะใช้ข้อมูลที่หน่วยงานส่ง ให้โดยไม่มีการตรวจทานหรือตรวจสอบสภาพการจัดการเรียนการสอนที่แท้จริง 2. ข้อมูลการจำแนกคณะตามกลุ่มสาขายังมีความสับสน 3. วิธีการคิดบางตัวชี้วัดไม่ถูกต้องและไม่ครอบคลุม 4. ความแตกต่างของงบประมาณที่ได้รับทำให้มีผลต่อการจัดอันดับ และ 5. ผลการประเมินมีค่าผิดพลาดทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ

ผศ.ดร.นำยุทธ กล่าวต่อไปว่า ในภาพรวมคณะกรรม การอธิการบดี มทร.เห็นด้วยกับการประเมิน เพราะสามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนามหาวิทยาลัยได้ แต่การประเมินจะต้องใช้ เครื่องมือวัดที่ถูกต้อง เที่ยงตรงและครอบคลุมเป็นที่ยอมรับ และการคำนวณค่าจะต้องมีความถูกต้อง ไม่ใช่แก้ไขข้อมูลและประเมินผลไปเรื่อย ๆ เพราะการประเมินผลที่ผิดพลาดจะเป็นการชี้ให้เห็นถึงความด้อยประสิทธิภาพของ สกอ.เช่นเดียวกับ การประกาศผลสอบโอเน็ต-เอเน็ตที่ผ่านมาซึ่งไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น ทำให้เกิดความสับสนและความแตกแยกในกลุ่ม คนต่าง ๆ

“ถึงแม้ว่าในภาพรวมมทร.จะไม่อยู่ในระดับที่ต่ำมากนัก แต่ก็ต้องการให้มีการประเมินที่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นการประกาศผลอย่างไม่ถูกต้อง ไม่สมบูรณ์และขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ดังนั้นจึงจะขอให้รักษาการ รมว.ศธ.พิจารณาข้อเสนอแนะของ มทร.รวมทั้งข้อสังเกตของสถาบันการศึกษาอื่น ๆ มาตรวจสอบการทำงานของคณะผู้วิจัยและผู้รับผิดชอบเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นต่อไป” ผศ.ดร.นำยุทธ กล่าว.

[79] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/15/2006 9:07:19 PM] [Hits counter=32734391] แจ้งลบ

ข้อความที่=271063

วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10418

"ภาวิช"ตั้งทีมปรับปรุง"จัดอันดับม."ปี"49
=====
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu05180949&day=2006/09/18
มทร.ยื่น"อ๋อย"แก้ไข5ข้อผิดพลาด



นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า กรณีที่ให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิในมหาวิทยาลัย เพื่อปรับปรุงการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ประจำปี 2548 ตามที่คณะวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะเห็นสมควร แต่นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ยืนยันว่าจะนำไปใช้ปรับปรุงการจัดอันดับประจำปี 2549 เพราะหากแก้ผลย้อนหลังจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของผลที่ประกาศนั้น จากการพูดคุยกับนายภาวิช เข้าใจว่าเป็นการรับฟังเพื่อนำมาปรับผลการจัดอันดับของปี 2548 แต่เมื่อในทางเทคนิคไม่อาจแก้ไขผลของปี 2548 ได้ ก็ควรต้องรวบรวมข้อมูล และเตรียมทำความเข้าใจเพื่อให้เกิดการตีความที่ถูกต้อง ซึ่งตนขอรับฟังจากคณะทำงานที่จะเชิญผู้แทนมหาวิทยาลัยต่างๆ มาแสดงความคิดเห็นก่อน ก่อนที่จะพิจารณาว่าควรแก้ไขอย่างไร

"การปรับปรุงผลต้องอธิบายต่อสังคมได้ อย่ากลัวว่าจะลดความน่าเชื่อถือ เพราะเป็นเรื่องใหม่ และบางมหาวิทยาลัยอาจไม่ได้เสนอข้อมูลอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ผมยืนยันว่าการจัดอันดับมีประโยชน์มากกว่าผลเสีย ทำให้เกิดการรับรู้ในข้อมูลที่กว้างขวางขึ้นในกลุ่มนักศึกษา มหาวิทยาลัย และบริษัทผู้ที่จะว่าจ้างบัณฑิต" นายจาตุรนต์กล่าว

นายภาวิชกล่าวว่า ได้เสนอรายชื่อคณะกรรมการปรับปรุงแนวทางในการจัดอันดับให้นายจาตุรนต์พิจารณา ประกอบด้วยผู้แทน สกอ., ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.), ที่ประชุมสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.), มหาวิทยาลัยราชภัฏ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อนายจาตุรนต์เห็นชอบจะนำไปสู่การปรับปรุงดัชนีชี้วัดในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ประจำปี 2549 นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่สนใจการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งขณะนี้กำลังจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยด้านการวิจัย มีนายปรีดา วิบูลย์สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตร เป็นประธาน รวมถึงศาสตราจารย์สโมสร ซึ่งเป็นสโมสรของศาสตราจารย์ทั่วประเทศ จะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยในปีต่อไปด้วย ว่าจะต้องปรับปรุงในเรื่องใดให้เหมาะสมต่อไป

"รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ยืนยันว่าการจัดอันดับต้องมีต่อไป เพราะเมื่อทำแล้วจะพบปัญหาต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่ายต่อหัวของบัณฑิตในสาขาเดียวกัน บางสถาบันแตกต่างกันมากถึง 10 เท่า ต้องดูว่าความแตกต่างเหมาะสมหรือไม่ มหาวิทยาลัยที่เก็บค่าเล่าเรียนสูง จัดการศึกษามีคุณภาพสมกับค่าหน่วยกิตที่นักศึกษาต้องเสียหรือไม่ บางแห่งเก็บค่าเล่าเรียนสูงมากแต่จัดอันดับออกมาอยู่ในกลุ่ม 4 คุณภาพแค่พอใช้เท่านั้น" นายภาวิชกล่าว

นายนำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอธิการบดี มทร.กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการจัดอันดับของ สกอ.ต่อนายจาตุรนต์ สรุปข้อบกพร่องจากที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดี มทร.เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดต่อไป ใน 5 ประเด็น 1.บกพร่องในการเก็บข้อมูล 2.ข้อมูลการจำแนกคณะตามกลุ่มสาขายังสับสน 3.วิธีคิดบางตัวชี้วัดไม่ถูกต้อง และไม่ครอบคลุม 4.ความแตกต่างของงบประมาณที่ได้รับทำให้มีผลต่อการจัดอันดับ และ 5.ผลการประเมินมีค่าผิดพลาดขาดความน่าเชื่อถือ ลำดับที่ได้ไม่สะท้อนสภาพที่แท้จริงของมหาวิทยาลัย และคณะ

"อธิการบดี มทร.เห็นด้วยกับการประเมินศักยภาพมหาวิทยาลัยไทย เพราะใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาได้ แต่ต้องใช้เครื่องมือวัดที่ถูกต้อง เที่ยงตรง และครอบคลุม เป็นที่ยอมรับของมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ และการคำนวณค่าจะต้องมีความถูกต้อง" นายนำยุทธกล่าว และว่า ทั้งนี้ ขอให้นายจาตุรนต์พิจารณาข้อเสนอแนะของ มทร.รวมทั้ง ข้อสังเกตของสถาบันการศึกษาอื่นๆ มาตรวจสอบผลการประเมินการทำงานของคณะผู้วิจัย และผู้รับผิดชอบเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น

หน้า 27

[80] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/18/2006 1:24:16 AM] [Hits counter=32809600] แจ้งลบ

ข้อความที่=271123

จัดอันดับม.กระตุ้นการศึกษาไทย !?!
==
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9490000117691
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2549 17:36 น.

JGSEE อันดับ 1 คณะที่มีศักยภาพด้านการวิจัย สาขาวิชาเทคโนโลยี จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยของ สกอ.เผยการจัดอันดับทำห้เกิดการแข่งขันและยกระดับการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่เด็กไยและประเทศไทยจะได้ประโยชน์ ชี้มหาวิทยาลัยควรให้ความสนใจด้านวิจัยเพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้

รศ.ดร.บัณฑิต ฟุ้งธรรมสาร ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมต้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ให้สัมภาษณ์หลังจากที่สถาบันได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ของกลุ่มคณะที่มีศักยภาพด้านการวิจัย สาขาวิชาเทคโนโลยี ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย ภายใต้ “โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย” ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ว่ารู้สึกดีใจที่ประเทศไทยเริ่มมีการจัดอันดับเช่นนี้เกิดขึ้น เพราะจะทำให้หลายมหาวิทยาลัยและหลายคณะ เกิดความรู้สึกตื่นตัว และเริ่มมีการแข่งขันในวงการการศึกษา แข่งกันในแง่การสร้างผลงาน เพื่อเพิ่มมาตรฐานการเรียน การสอน รวมไปถึงการทำวิจัยให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งทั้งปีนี้ ประโยชน์เกิดขึ้น เด็กที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยก็จะได้รับโดยตรง และจะส่งผลให้กลายเป็นบุคคลากรที่มีความสามารถในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

ด้านคุณสมบัติที่ทำให้ JGSEE ได้จัดอันดับเป็นที่ 1 จากคณะ และสถาบันทั้งหมด 50 แห่ง รศ.ดร.บัณฑิต กล่าวว่า การเรียน การสอนของ JGSEE มุ่งเน้นด้านการทำวิจัยเป็นหลัก โดยคณาจารย์ของJGSEE ทุกคนจะต้องมีประสบการณ์ด้านการวิจัย มีศักยภาพในการทำวิจัย การตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการ และการหาทุนวิจัยจากแหล่งเงินทุนวิจัยภายนอก ซึ่งงานวิจัยที่อาจารย์ทำทั้งหมด นักศึกษาจะเข้ามามีส่วนร่วมทำวิจัยด้วย ทั้งในรูปของการทำวิทยานิพนธ์ และหารเป็นผู้ช่วยวิจัยโครงการ จึงเรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับนักศึกษา เพื่อเป็นพื้นฐานของการทำวิจัยต่อไปในอนาคต

“JGSEE ตระหนักดีว่าการผลิตผลงานวิจัยไม่ใช่เพียงเพื่อการตีพิมพ์ผลงานเท่านั้น แต่ต้องเป็นงานวิจัยที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม และเศรษฐกิจ งานวิจัยของ JGSEE ทั้งหมดจึงเกี่ยวกับพลังงาน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ปัญหาที่สำคัญของประเทศ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อส่วนรวมได้จริง อาทิ การวิจัยแง่นโยบาย ทางด้านพลังงาน เรามีการนำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อวิเคราะห์เชิงนโยบายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการตัดสินใจในการวางนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและการประหยัดพลังงาน ทางด้านสิ่งแวดล้อม เรามีงานวิจัยเกี่ยวกับการประเมินศักยภาพและแนวทางในการลดก๊าซเรือนกระจก การวิจัยแง่เทคโนโลยี เช่น การพัฒนากังหันน้ำขนาดเล็กเพื่อผลิตไฟฟ้า ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยใช้องค์ความรู้ภายในประเทศ ในการออกแบบ สร้างต้นแบบ ทดลองจนใช้งานจริง”

อย่างไรก็ดี ในมุมมองของรศ.ดร.บัณฑิต คิดว่าประเทศไทยยังต้องทุ่มเททรัพยากร และมันสมองเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีให้มากกว่าปัจจุบันอีกมากเพื่อให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศหรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย และเวียดนามได้ และหากจะมองในแวดวงการศึกษา จากการประเมินศักยภาพ 500 มหาวิทยาลัยหรือสถาบันชั้นนำของโลก เมื่อเร็วๆนี้ โดย The Institute of Higher Education of Shanghai Jiao Tong University ประเทศจีน ปรากฏว่าไม่มีมหาวิทยาลัยหรือสถาบันใดของประเทศไทยติดอันดับเลย ซึ่งก็เป็นตัวบ่งชี้ว่าเรายังต้องพัฒนากันมากกว่านี้

ทั้งนี้ ผู้สนใจศึกษาระดับปริญญาโท และเอก ในหลักสูตรนานาชาติ ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมขณะนี้บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) กำลังเปิดรับสมัครนักศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ประจำปี 2549 ในสาขาเทคโนโลยีพลังงาน และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2549 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายการศึกษา JGSEE โทร 0-2470-8337-8 ในวันเวลาราชการ หรือที่ www.jgsee.kmutt.ac.th e-mail: academic@jgsee.kmutt.ac.th

[81] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/18/2006 11:29:02 PM] [Hits counter=32834940] แจ้งลบ

ข้อความที่=271126

อจ.จุฬาฯแนะ3ม.ดังงดส่งข้อมูล"จัดอันดับ"
===
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu05190949&day=2006/09/19
รอสกอ.ปรับเกณฑ์ชี้วัดเป็นธรรม

นายไพฑูรย์ สินลารัตน์ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า กรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ตั้งคณะทำงานรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นั้น การจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย และต่างประเทศ ควรมองคนละรูปแบบ การใช้แนวทางของต่างประเทศเท่ากับเปลี่ยนมหาวิทยาลัยไทยให้เป็นเครือข่าย หรือคล้ายๆ สาขาของมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ดังนั้น เกณฑ์ และวิธีการหลักๆ ต้องแตกต่างกัน โดยเกณฑ์ของไทยควรมีเป้าหมาย และลักษณะเฉพาะ ที่สำคัญในต่างประเทศจะจัดอันดับเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีภารกิจเดียวกัน เช่น มหาวิทยาลัยที่ดีเด่นด้านการเรียนการสอน ด้านสภาพแวดล้อม ด้านหอพัก เป็นต้น แต่ของไทยกลับใช้เกณฑ์เดียวทั้งหมด เหมือนพยายามจับมหาวิทยาลัยที่แตกต่างกันมาวิ่งลู่เดียวกัน ซึ่งไม่เป็นธรรมกับมหาวิทยาลัยเล็กๆ

"เห็นชัดว่าเป้าหมายการจัดอันดับของ สกอ.ไม่ชัดเจน มหาวิทยาลัยที่ควรได้อันดับ 1-2 กลับไม่ได้ หากมีเป้าหมายกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยพัฒนา ก็ต้องมีเกณฑ์ที่ต่างกัน จึงอยากเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยหลักๆ อย่างจุฬาฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ไม่ให้ข้อมูล สกอ.จนกว่าแน่ใจว่าเกณฑ์ชี้วัดเป็นธรรมกับมหาวิทยาลัยเล็กๆ ซึ่งมีตัวอย่างมหาวิทยาลัยโตเกียวที่เห็นว่าเกณฑ์ของเอเชียวีกไม่เป็นธรรม จึงไม่ให้ความร่วมมือส่งข้อมูลไปให้ อีก 2 ปีต่อมาเอเชียวีกก็หยุดจัดอันดับ ส่วนหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดอันดับนั้น อาจเป็นหน่วยงานเอกชน จะบอกได้ว่า สกอ.ควรดำเนินการอย่างไรกับมหาวิทยาลัยเหล่านั้น ผมเห็นด้วยที่ มธ.ถอนตัว เมื่อเห็นว่าไม่เป็นธรรม เกณฑ์ไม่ชัดเจน" นายไพฑูรย์กล่าว

หน้า 27


[82] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [9/19/2006 3:34:34 AM] [Hits counter=32837807] แจ้งลบ

ข้อความที่=271131

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ สกอ. ทำงานเอาหน้าหรือเปล่า องค์กรจัดอันดับมหาวิทยาลัยมีอยู่แล้ว มีคุณภาพกว่าด้วย สมศ. ไง ดร.สมหวัง น่าเชื่อถือกว่า ภาวิช ตั้งเยอะ

[83] จากคุณ :[Alakazum] [ไม่ได้ Login] [9/19/2006 7:50:55 AM] [Hits counter=32838806] แจ้งลบ

ข้อความที่=272355

จุฬาฯติดอันดับม.ชั้นนำของโลก 2 ปีซ้อน
=====
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9490000126483
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 ตุลาคม 2549 18:48 น.

จุฬาฯติด 200 อันดับแรกมหาวิทยาลัยชั้นนำโลกของ The Times Higher ประจำปี 2549 ย้ำม.ชั้นนำทุกแห่งให้ความสำคัญต่อการจัดอันดับมากสะท้อนให้เห็นถึงความอยู่ตัวของการจัดอันดับและความมีมาตรฐานระดับโลกของมหาวิทยาลัยที่ยังคงอยู่ ขณะที่ประเทศไทยยังขาดงบสนับสนุนจากรัฐบาล

รองศาสตราจารย์ ดร. วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แม้จะเลื่อนจากอันดับที่ 121 ปีที่แล้ว เป็น 161 ปีนี้ แต่คะแนนรวมของจุฬา ฯ ในปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 26.7 เป็น 31.2 และเมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตทของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อปีที่แล้วอยู่ในอันดับเดียวกับจุฬา ฯ คือ 121 ปีนี้ได้รับการจัดอันดับเป็น 163 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยากง่ายในการรักษาอันดับโลกได้ชัดเจนขึ้น

รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยชั้นนำทุกแห่งในปัจจุบันจะให้ความสำคัญและความเชื่อถือต่อการจัดอันดับนี้อย่างมาก โดยได้ทุ่มเททรัพยากรต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อให้มหาวิทยาลัยชั้นนำของตนได้เข้าไปอยู่ใน 200 อันดับแรก แต่ประเทศไทยยังขาดการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐอย่างสมเหตุสมผล ในขณะที่ต่างประเทศได้ทำกันอย่างชัดเจน และมุ่งหมายที่จะเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม ในอาเซียน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังคงรักษาอันดับที่ 3 รองจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และมหาวิทยาลัยนันยาง สิงคโปร์

[84] จากคุณ :[ปัญญา] [สมาชิก] [10/10/2006 7:35:55 PM] [Hits counter=33282347] แจ้งลบ

ข้อความที่=272375

จุฬาติดคงไม่แปลก
แต่เมือไรมเกษตร จะติดกับเขาบ้างนาาาา
มหาลัยอื่น เรื่มโชว์ผลงานระดับโลกกันแล้ว
ด้วยขนาดขององค์กร ที่ใหญ่ วิทยาเขต มากมาย ค่อนข้าง conservative ที่มาก มองโดยรวมๆ คงเป็นการยากแล้วหละที่เราจะวิ่งตามหลังมหาลัยอื่นให้ทัน ซึ่งยากต่อการจัดการ ต่อให้เก่งแค่ไหน
ขนาดอธิการบดี ยังไมไ่ด้เลย ไม่รู้เรื่องไปถึงไหน การเมืองล้วนๆ

ผู้บริหารองค์กร ส่วนใหญ่จะเลือกคนที่มีวิสัยทรรศน์ องค์กร ขับเคลือนด้วยองค์ความรู้ไม่มีที่ไหนให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ มาเลือกผู้บริหาร แล้วจะตามคนอื่นทันไหมเนี้ยยยย



[85] จากคุณ :[good] [ไม่ได้ Login] [10/11/2006 12:47:26 AM] [Hits counter=33289471] แจ้งลบ

ข้อความที่=272376

3 มหาลัยดัง จุฬา ธรรมศาสตร์ มหิดล

แต่ก่อนจำได้นะ จุฬา ธรรมศาสตร์ เกษตร

[86] จากคุณ :[555] [ไม่ได้ Login] [10/11/2006 12:49:42 AM] [Hits counter=33289642] แจ้งลบ

ข้อความที่=272458

เห็นด้วยกับข้างบน

ตอนนี้นะ จะเป็นจุฬา ธรรมศาสตร์ มหิดล ที่จริง3ที่นี่เค้าก็พัฒนากันมาเรื่อยๆ ไม่ได้ก้าวกระโดดอะไร
แต่ปัญหาคือ เกษตร ไม่รู้ว่าอยู่กับที่หรือก้าวถอยหลัง

จุฬาติดมหาลัยโลก แม้ว่าไอ้สำนักที่จัดอันดับ Time education มันดูจะมั่วๆก็เหอะ แต่ก็ยอมรับว่าเจ๋วอยู่
ยังรั้งตำแหน่งมหาลัยอันดับหนึ่งในประเทศได้อยู่

ธรรรมศาสตร์นี่ คว้าเช้มป์โลกหลายรายการแล้ว จริงๆแล้วในระดับinternational ในอเมริกากับยุโรปเค้า recognize ธรรมศาสตร์มากกว่าจุฬาฯเสียอีก แม้กระทั่งเด็กsiit ที่ดูเหมือนจะมีแต่พวกมีเงินแต่ไม่มีสมอง เด๋วนี้ ส่งเด็กไป MIT berkeley tokyoกันได้แล้ว

มหิดลไม่ต้องพูดถึง สายวิทย์เดี๋ยวนี้ทิ้งจุฬาไปแล้ว เรื่องงานวิจัยนี่อันดับ1ประเทศไปแล้ว

3มหาลัยนี้แต่ละปี ส่งเด็กไป Harvard หรือ ม.โตเกียวกันได้แทบทุกปี

สิ่งที่เกษตรควรทำ คือหันมามองจุดยืน และสภาพของตัวเองในปัจจุบันนี้ ว่าทำไมยังไปไม่ถึงใหน
บางเขนทำไมยังเหมือนย่ำอยู่กับที่ ในขณะเดียวกันก็ยังมีการพยายามเปิดวิทยาเขตไม่สิ้นสุด
input ที่ได้เข้ามา คุณภาพลดลงเรื่อยๆมีแต่ปริมาณที่ไม่ได้สัดส่วนกับงบประมาณ facilities และคณาจารย์

ผู้บริหารจะรู้ไหมว่า เด็กสายสังคมสายมนุษย์ศาสตร์ที่บางเขน ตอนนี้ยังต้องวิ่งไปซีรอกซ์หนังสือที่ห้องสมุดธรรมศาสตร์ กับจุฬา เวลาทำรายงาน

มันก็ไปแปลกหรอกที่ปัจจุบันเกษตร จะไม่อยู่1ใน3 ยิ่งไปกว่านั้นระวังจะโดดม.เชียงใหม่แซงด้วยซ้ำไป

[87] จากคุณ :[เป็นห่วง] [ไม่ได้ Login] [10/13/2006 3:10:58 AM] [Hits counter=33342040] แจ้งลบ

ข้อความที่=272482

เห็นด้วยกับข้างบนค้าบ แต่ไม่อยากให้เอาไปเปรียบเทียบกับ มหาวิทยาลัยไหน
อยากให้คงเอกลักษณ์ความเป็นเกษตร ฯ เอาไว้
ช่วยเหลือประชาชนของประเทศที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรดีกว่า
อย่าลืมว่าประเทศไทย ยังไงก็หนีไม่พ้นการเกษตรนะ

[88] จากคุณ :[*ไม่เขียนชื่อ*] [ไม่ได้ Login] [10/13/2006 7:23:15 PM] [Hits counter=33349838] แจ้งลบ

ข้อความที่=272493

คงไม่ทิ้งหรอกการเกษตร การเกษตรยังก็คงเป็นจุดแข็ง แต่ไม่อยากให้ยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆเราจะเป็นวิทยาการเกษตร หรือเป็นมหาลัยศาสตร์ของแผ่นดิน ที่รวมทุกศาสตร์ จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้มันต้องรวมทุกๆศาสตร์ มีความหลากหลายมากขึ้น ขนาดเป็นมหาลัยด้านเกษตร ก็ยังไม่โดดเด่นอะไรมากกมายปัจุจุบันหลายๆมหาลัยก็สนใจด้านนี้และสามารถทำได้ดี ทั้งจุฬา และมหิดล

เอาแบบไม่ต้องเป็นนักวิชาการ ไม่ต้องอาศัยบทวิจัย มองแบบนิสิต คนธรรมดาคนทั่วไป ก็พอจะรุ้ได้ว่ามหาลัยเกษตรตอนนี้พัฒนาหรือถอยหลัง อยุ่อันดับไหนของประเทศ

วิสัยทรรศ ผู้บริหารสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนามหาลัย ขอดูตัวอย่าง มหิดล มหาลัยด้านการแพทย์ แต่หลังๆพัฒนาสาขาอื่นอย่างอิสระไม่ยึดติด ทั้งด้านดนตรี การบริหารใช้เวลาไม่กี่ปี ทั้ง
วิยาลัย นานาชาติ วิทยาลัยการจัีดการ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ไม่น่าจะถึง 10 แต่คิดว่าคุณภาพน่าจะแซงเกษตรไปแล้วนะ มองแบบมันเป็นไปในปัจจุบัน ถ้ามองสาขาเหล่านี้ เปิดมา 30 -50 ปีไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

[89] จากคุณ :[55555] [ไม่ได้ Login] [10/13/2006 11:34:22 PM] [Hits counter=33354057] แจ้งลบ

ข้อความที่=272500

พี่ไทยชอบเปรียบเทียบแฮะ
แปลกว่ะ ทำตัวเองให้ดีที่สุดก่อนดีกว่า
ที่บอกว่าการเกษตรเป็นจุดแข็งของ ม.นี้น่ะ จริงป่าว
ขอนแก่น เชียงใหม่ มอ. ลาดกระบัง เขาตามมาใกล้ทันแล้ว
แต่เราไม่ต้องไปดูเขาหรอก เอาแค่นี้ของตัวเองให้ดีพอก่อนเถอะ
ไม่ต้องไปใส่ใจกับการจัดอันดับด้วย
แล็ปวิจัยอาจารย์แต่ละคนน่ะ ทำไงจะเอานิสิตปริญญาตรีไปช่วยงานให้เยอะ ๆ
แล็ปตั้งเยอะตั้งแยะ แต่ไม่สามารถดึงคนเข้าไปช่วยงานได้
เงินทำวิจัยก็น้อย
ถ้าอยากได้งานวิจัยที่เข้มแข็งจริง ๆ น่ะ ควรป้อนเด็กปริญญาตรีเข้าไปให้มาก ๆ ด้วยครับพี่น้อง

[90] จากคุณ :[*ไม่เขียนชื่อ*] [ไม่ได้ Login] [10/14/2006 12:11:57 PM] [Hits counter=33360251] แจ้งลบ

ข้อความที่=272687

เปรียบเทียบก็มีข้อดี
ที่ทำให้เรารู้ว่าเราอยู่ตรงใหน ระดับใหน คนอื่นไปถึงใหน
มันก็จะได้เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการพัฒนา
เพราะบางที่เรามัวแต่คิดว่า ตรงนี้ดีแล้ว ดีที่สุดแล้ว
แต่เมื่อเจอกับคนอื่น เรากลับเห็นข้อแตกต่าง และจุดด้อยที่ต้องปรับปรุงของเรา

[91] จากคุณ :[จงพัฒนากันต่อไป อย่าหยุดนิ่ง] [ไม่ได้ Login] [10/20/2006 12:42:08 AM] [Hits counter=33460694] แจ้งลบ


Page: 1 
[Page=1/1]

หมายเลขกระทู้ =16481 [ข่าวด่วน!..สกอ. ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย]
หน้า=1/1
[Hits counter=95664693]