ชื่อห้องกระทู้(รวม)ตอบ(รวม)ชม(รวม)คำอธิบายPREFIXID
ชุมนุมจิตวิทยา(คณะสังคม)532520699249ชุมนุมจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์CL0310080


หมายเลขหัวข้อ
12445กระทู้นี้เกี่ยวกับ "หนัง"(MOVIE)
จากคุณ :[มิสเตอร์ดุ๋ย] [สมาชิก]
ล่าสุด=[6/2/2010 9:34:45 AM] ตอบ= [1141] ชม= [107343]  
แจ้งลบ

Page: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 
[Page=4/12]

ข้อความที่=194228

ว้า impaward เขี้ยวจัง เอารูปแค่นี้ก็ไม่ได้
โพสต์ใหม่ดีก่า


[301] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/6/2004 1:51:13 AM] [Hits counter=12290702] แจ้งลบ

ข้อความที่=194239

โอย ว่าจะโพสต์หนังโรแมนติกต่อ แต่ต้องขอไปพักล่ะครับ รู้สึกมึนๆยังไงก็ไม่รู้
คงเพราะ Van Helsing นี่แหละ ก็หนังมันเหนื่อยอ้ะ เคยเป็นแบบนี้ทีนึงตอนดู Battle Royale เรื่องนั้นมันก็ฆ่ากันทั้งเรื่องเหมือนกัน เห็นท่าจะอินกะหนังมากไปหน่อยมั้งเนี่ย

ว่าจะพูดแต่ลืมครับ อยากจะบอกว่า ช่วงต้นเรื่องที่เป็นขาวดำนั่น สุดยอดมาก ได้ใจไปเลยน่ะครับ ผมนี่นั่งติดเก้าอี้ ไม่มีกระดิกไปไหนเลยล่ะ ยอดจริงๆพี่ Stephen

อ้อ อีกอย่าง อะฮึครับ อะฮึ Josie Maran คนที่เล่นเป็นเจ้าสาวแวมไพร์ตัวแรกที่ถูกฆ่าน่ะครับ สวยเหลือเกิน เธอเคยมีผลงานโฆษณาลอรีอัลอยู่หลายตัว จนปัจจุบันก็ยังสวยไม่มีสร่างน่ะครับ แฮ่ๆๆ

ER มาแล้ว ไปดูก่อนล่ะ

[302] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/6/2004 2:45:16 AM] [Hits counter=12291802] แจ้งลบ

ข้อความที่=194698

กลับมาอีกครั้ง หลังจากเมาสลิง Van Helsing ไปพักใหญ่ๆ มาโรแมนติกกันต่อครับ

At First sight (1999) จุดไฟรัก เติมไฟฝัน



ก่อนพูดถึงเรื่องหนัง ขอบอกก่อนนะครับ ว่าน้องๆที่ติดจิตวิทยาทุกคนควรชมหนังเรื่องนี้ เพราะมันต้องใช้ในวิชา Sensation and Perception ซึ่งจะได้เรียนกันประมาณปี 2 เทอมต้นนะครับ ดูๆไว้แล้วกัน

หนังเป็นเรื่องของเวอร์จิล (Val Kilmer) ชายตาบอดที่ได้พบกับ เอมี่ (Mira Sorvino) หญิงสาว Working Woman ซึ่งมาพักตากอากาศที่รีสอร์ทที่เวอร์จิลทำงานอยู่ พวกเขาตกหลุมรักกันครับ แล้วเอมี่ก็มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำให้เวอร์จิลมองเห็นได้อีกครั้ง เธอจึงหาหมอมาช่วยจนเวอร์จิลมองเห็นได้อีกครั้ง แล้วเวอร์จิลก็ต้องปรับตัวเขากับโลกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน นั่นคือโลกแห่งการมองเห็นนั่นเอง

ขอว่าถึงตัวหนังนะครับ จะไม่วิเคราะห์อะไรล่ะ เดี๋ยวอาจารย์จะหาว่าบอกงานให้น้อง หนังก็เรื่อยๆนะครับ 2นักแสดงนำทำหน้าที่ได้ดี Sorvino ก็สวยเหลือเกินนนนน Kilmer ก็เป็นชายตาบอดที่หล่อสิ้นดีเช่นกัน แต่หนังมันเดินเรื่องแบบเรื่อยๆน่ะครับ ไม่เร่งเร้าอะไร ค่อนข้างธรรมดา ไม่หวานอะไรมากล่ะครับ

ก็สรุปว่าไม่มีอะไรเด่น สองดาวครับ
http://imdb.com/title/tt0132512/

[303] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/8/2004 1:00:19 AM] [Hits counter=12347167] แจ้งลบ

ข้อความที่=194707

Ghost (1990) วิญญาณ ความรัก ความรู้สึก



หนังโรแมนติก แฟนตาซีที่ทำเงินระเบิดระเบ้อทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในบ้านเราครับได้ไป 15,177,031 ล้านบาท ในปี 2533 (แล้วก็ลากยาวมาถึงปี 2534) ซึ่งถือว่าสูงสุดแห่งปีทีเดียว หนังก็เป็นเรื่องของคู่รักแซม (Patrick Swayze) กับ มอลลี่ (Demi Moore) ที่รักกันหวานชื้นปานจะกลืนกิน แต่แล้วแซมกลับถูกฆ่าต่อหน้าต่อตามอลลี่เลยครับ ทว่าแม้ตัวแซมจะตายแต่วิญญาณยังอยู่ครับ เขากลับมาเพื่อปกป้องมอลลี่ ตามสัญญารักที่เขากล่าวไว้ว่า จะรักและพิทักษ์เธอไปตลอดกาล

ตัวหนังนั้นดูเพลินสุดๆครับ ซาบซึ้งและสวยงาม Swayze นั้นแสดงได้ดีจริงๆ เขาทำให้คนดูเชื่อครับ ว่าเขารักมอลลี่เหลือเกิน ส่วน Moore ก็สวย น่ารัก ซึ่งถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าช่วงที่หนังฉายนี่ ทรงผมสั้นๆแบบในหนังนี้จะฮิตกันทั่วบ้านทั้วเมืองเลยล่ะ (ก็ครือๆกับทรง กุมภาพันธ์ เมื่อปีกลายล่ะครับ) แต่คนที่เด่นสุดๆจนคว้าออสการ์ไปรับประทานก็คือ เจ๊ Whoopi Goldberg กับบท โอด้า เมบราวน์ หมอผีกำมะลอที่ดันเจอผีจริงๆอย่างแซมป่วนชีวิตเข้าให้ คุณเธอก็ช่างยอดจริงๆเล้ย โดยเฉพาะฉากตรงธนาคารน่ะครับ แค่ชุดที่แต่งก็สุดๆแล้วนั่น ฮาเต็มๆไปเลยทีเดียว

ส่วนต่างๆของหนังก็ทำได้ดีทั้งสิ้นครับ จะเทคนิคพิเศษที่ทำให้แซมดูเป็นผีจริงๆได้ หรือเพลง UNCHAINED MELODY ที่เอามาใช้จนฮิตแบบสุดๆไปกับฉากปั้นหมอรอผัวอันลือลั่น และฉากจบที่ไม่ได้อลังการอะไรมาก แต่สรุปทุกอย่างได้ดีครับ จบแบบนั้นแหละดีแล้ว ไม่ยืดยาดดีด้วย

สองดาวครึ่งสิครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0099653/

[304] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/8/2004 1:25:51 AM] [Hits counter=12347657] แจ้งลบ

ข้อความที่=194710

Muriel's Wedding (1994) น.ส.มิวเรียล รอใครสักคนขอแต่งงาน



ผมเคยพูดถึงหนังเรื่องนี้มาแล้วในหน้าที่ 8 ของบอร์ดนี้นะครับ (ข้อความที่ 79) ลองไปอ่านรายละเอียดอีกทีละกัน ก็จะสรุปสั้นๆนะครับ ว่านี่ไม่ใช่หนังโรแมนติกหรอก แต่ ครับ แต่ มันมีประเด็นเกี่ยวกับการแต่งงานที่น่าสนใจมาก

มิวเรียล (Toni Collette) นางเอกของเรื่องนั้น มุ่งแต่จะแต่งงานครับ เธอมีความเชื่อเหลือเกินว่า การแต่งงานจะนำความสุขอันสูงสุดมาให้เธอ เป็นทุกอย่างที่เธอรอคอย ซึ่งในแง่มุมหนึ่งมันก็จริงนะครับ ต้องยอมรับเลยว่าสำหรับผู้หญิงการแต่งงานเป็นเรื่องที่พวกเธอใฝ่ฝันและตั้งความหวัง โดยเฉพาะในสังคมแบบออสเตรเลีย อังกฤษ หรือ อเมริกาก็ตาม .....บ้านเราก็ด้วยน่ะแหละ นี่ผมพูดถึงส่วนใหญ่นะครับ กลัวคานทองนิเวศน์กันทั้งนั้นแหละ แต่ผู้ชายกลับไม่สนเท่าไหร่ มัวแต่หม้อไปเรื่อย ดีไม่ดีกลัวการแต่งงานด้วยซ้ำไป แบบหนัง The Bachelor ไงครับ

แต่ในหนังทำให้คนดูรู้สึกได้ครับ ว่าการแต่งงานไม่ใช่ทุกอย่าง และไม่ได้แปลว่าความสำเร็จสูงสุด มันยังมีอะไรอีกมากมายเหลือเกินที่เพิ่งเริ่มเท่านั้น ไหนจะต้องสร้างครอบครัว ไหนจะต้องถนอมความรักอีกล่ะ มันแค่เริ่มน่ะครับ

อยากจะบอกว่าหนังทำได้ดีครับ ง่ายๆแต่น่าติดตาม และถ้าสคิดตามผมรับประกันว่าคุณๆจะต้องได้รับอะไรไปจากหนังเรื่องนี้แน่นอน ทั้งแง่มุมเกี่ยวกับชีวิต สังคม การแต่งงาน และค่านิยมที่บางครั้งมันก็กดผู้หญิงอย่างน่าเศร้า เอาเป็นว่าผมอยากให้คุณผู้หญิงดูหนังเรื่องนี้กันครับ โดยเฉพาะคนที่คิดว่าตัวเองไม่สวยน่ะ ดูเลยครับ แล้วคุณจะรู้ว่าชีวิตนี้นอกจากเรื่องความรักแล้วมีอะไรอีกมากมายนัก

สองดาวครึ่งกว่าๆใกล้ๆสามครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0110598/

[305] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/8/2004 1:47:09 AM] [Hits counter=12348012] แจ้งลบ

ข้อความที่=194716

My Best Friend's Wedding (1997) เจอกลเกลอ วิวาห์อลเวง



หนังที่ P.J. Hogan กำกับต่อจาก Muriel's Wedding เรื่องราวก็เกี่ยวกับความรักและการแต่งงานอีกตามเคยครับ โดยได้ Julia Roberts มารับบทนำเป็น จูเลียน พอตเตอร์ นักชิมอาหารชื่อดังที่เพิ่งรู้สึกตัวว่า เธอหลงรักไมเคิล โอนีล (Dermot Mulroney) เพื่อสมัยเรียนเข้าให้ แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ ไมเคิลกำลังจะแต่งงานกับ คิมเบอลี่ วอลเลซ (Cameron Diaz) สาวน้อยน่ารักไร้เดียงสาอีกคน งานนี้จูเลียนจึงลงทุนเต็มที่ทุกวิถีทางที่จะทำให้ไมเคิลกับมาชอบเธอให้ได้

เจ๊ Julia กลับมาเกิดใหม่เต็มๆตัวจากหนังเรื่องนี้ครับ และบทก็ช่างส่งแบบสุดๆ หนังไม่ได้มีแต่ความตลกเท่านั้นนะครับ เรายังจะได้พบกับเหล่าดาราที่ฉายเสน่ห์กันทั้งเรื่อง Cameron Diaz น่ารักครับ ติงต๊องแต่น่ารัก น่าทะนุถนอมแบบสุดๆ แต่ที่เด่นจัดๆอีกคนก็คือ Rupert Everett กับบท จอร์จ ที่หล่อ เท่ห์ แต่เป็นเกย์ครับ เป็นบทที่น่ารักและเรียกเสียงฮาได้มากๆอีกคนหนึ่ง ส่วน Mulroney แม้ไม่เด่นนัก แต่ความหล่อก็น่าจะพอใจสาวๆล่ะนะฮะ

หนังตลกและสนุกครับ ดูเพลิน จะว่าไปคอนเซปต์ของหนังเรื่องนี้มันก็คล้ายๆกับ Muriel's Wedding อยู่เหมือนกัน ในเรื่องนั้นมิวเรียลคิดว่าการแต่งงานคือที่สุดของชีวิต แต่มันใช่แน่หรือ เช่นเดียวกันครับ เรื่องนี้จูเลียนก็พยายามทุกวิถีทางที่จะได้ใจของไมเคิลมา เพราะไมเคิลคือที่สุด แต่มันถูกแน่หรือ มันเป็นทุกสิ่งที่มีค่าที่สุดจริงๆหรือ นี่คือคำถามที่หนังตั้งใส่เรา เพียงแต่ อันนี้เป็นหนังฮอลลีวู้ดน่ะครับ เราต้องทำใจที่หนังไม่สามารถลึกได้ถึงขนาด Muriel หนังแค่ทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่เท่าที่เป็นอยู่ หนังเด่นมากครับในเรื่องความบันเทิง สาระก็มี เพียงแต่มันน่าจะมากกว่านี้น่ะ

แต่ยังไงซะ นี่ก็เป็นความบันเทิงที่ไม่ควรพลาดอยู่ดี
สองดาวครึ่งครับสำหรับเรื่องนี้ 1/2
http://imdb.com/title/tt0119738/

[306] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/8/2004 2:10:27 AM] [Hits counter=12348367] แจ้งลบ

ข้อความที่=194727

Prelude to a Kiss (1992) จุมพิตสะกิดหัวใจ



จริงๆแล้วหนังเรื่องนี้ควรจะเป็นหนังที่ดีมากเรื่องหนึ่ง......เปล่าครับ ไม่ได้แปลว่าหนังเรื่องนี้ห่วยนะครับ คือหนังมันก็โอเคน่ะครับ เพียงแต่ว่ามันยังไม่เข้าที่เข้าทางนักเท่านั้นเอง

หนังเล่าถึง ปีเตอร์ ฮอสกินส์ (Alec Baldwin) และ ริต้า บอยล์ (Meg Ryan) หนุ่มสาวที่ตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว แล้วทั้งคู่ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน และในวันแต่งงานนั้นเอง จู่ๆก็มีชายชราผู้ลึกลับ (Sydney Walker) มาขอจูบเจ้าสาว แล้วนั่นล่ะครับ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์รักแท้ของคู่รักคู่นี้

อย่างแรกที่หนังเรื่องนี้ทำได้อย่างสุดยอด จนผมแทบจะพูดได้เลยว่า สุดยอดที่สุดเท่าที่ผมเคยดูหนังโรแมนติกมา นั่นคือ การแสดงที่สุดยอดของ Baldwin และ Ryan ในช่วงต้นเรื่อง ซึ่งจะเป็นการเล่าถึงวันที่ทั้งสองพบกันเป็นครั้งแรก และเริ่มสนใจซึ่งกันและกัน โอยยยยยยยย คุณเอ้ยยยยยยยยย ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่ว่า 2 คนนี้เล่นได้สุดยอดมากๆ ดูแล้วเชื่อจริงๆว่า 2 คนนี้รักกันน่ะ ทั้งแววตา ท่าทาง การส่งภาษากาย มันบอกแบบชัดสุดๆว่า 2 คนนี้สนใจกันและกันจริงๆ นอกจากนี้หนังยังสร้าง Chemistry (คำนี้ขอยืมมาจาก คุณคัตแมนนะครับ) หรือ บรรยากาศโรแมนติกระหว่าง 2 คนนี้ได้อย่างสมบูรณ์และน่าทึ่ง คนดูจะมีอารมณ์ร่วมตามไปด้วยอย่างแน่นอนน่ะครับ

สรุปจุดนี้ได้สั้นๆว่า ช่วงต้นเรื่องของหนังสามารถทำให้คนดูเชื่อ ซึมซาบ ดื่มด่ำไปกับการตกหลุมรักของทั้งสองคนนี้ได้อย่างเฉียบขาดที่สุดเท่าที่ผมเคยดูหนังแนวนี้มาเลยทีเดียวครับ นี่คือที่สุดจริงๆ ถ้ามีออสการ์สาขาฉากโรแมนติกยอดเยี่ยมล่ะก็ ผมว่าเรื่องนี้ต้องได้น่ะ แบบตลอดกาลด้วย

แต่หนังหลังจากงานแต่งนั้นออกจะธรรมดาครับ ซึ่งก็เป็นการพิสูจน์รักแท้ของทั้ง 2 น่ะนะฮะ มันออกจะเรื่อยๆเปื่อยๆ ธรรมดา และบางช่วงมันก็ดูแหม่งๆด้วย ไม่ลงตัวนัก แต่ Baldwin ยังแสดงได้ยอดเยี่ยมอยู่นะครับ เอาแค่ฉากที่เขาพูดว่า "เมียผมอยู่ไหน" แล้วน้ำตาคลอเบ้าเนี่ย ผมก็แทบเศร้าไปด้วยเลยล่ะครับ Ryan ก็ยังดูมีเสน่ห์อยู่ แต่ปัญหาอยู่ที่การเดินเรื่องที่ยังไม่ลื่นไหลนัก ทำให้ตอนจบไม่ถึงกับประทับใจซักเท่าไหร่ ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกันน่ะครับ เพราะผมรู้สึกว่าผู้กำกับ Norman Ren? เก่งและมีความสามารถมากทีเดียว โอย ไอ้ช่วงต้นเรื่องที่ผมคลั่งนั่นก็ไม่รู้จะบรรยายอย่างไรแล้ว เพียงแต่ช่วงครึ่งหลังมันเฉไปน่ะ แต่ผมก็เห็นใจนะ เพราะถ้าเป็นผม ผมก็ไม่รู้จะกำกับยังไงเหมือนกันน่ะ ถ้าทำได้คงต้องขอเปลี่ยนบทน่ะครับ เปลี่ยนจากชายชรา เป็นหญิงชราแทน ซึ่งผมว่าจะทำให้หนังลื่นกว่าที่เป็นได้มากเลยทีเดียว (เพราะอะไรลองไปดูหนังครับ ถึงจะรู้)

ช่วงแรกของหนัง ผมร่ำๆจะให้สามดาวอยู่แล้ว แต่พอเจอช่วงหลังนี่ก็ไม่ทราบจะทำไงครับ ไม่ใช่ว่าไม่ดี เพียงแต่มันยังไม่ลงตัวน่ะครับ

เลยได้สองดาวกว่าๆไปน่ะสิครับ
http://imdb.com/title/tt0105165/

[307] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/8/2004 2:43:32 AM] [Hits counter=12348922] แจ้งลบ

ข้อความที่=194728

Return to Me (2000) รักครั้งใหม่ หัวใจดวงเดิม



หนังโรแมนติกน่ารักๆที่คุ้มค่าอีกเรื่องนึงครับ พี่ David Duchovny มารับบทเป็น บ็อบ ชายหนุ่มผู้สูญเสียภรรยา(Joely Richardson) ไป เขาก็จมอยู่แต่ในความเศร้าครับ ไม่ยอมไปไหน ไม่สนใจไปเที่ยวหรือนัดเดทใดๆทั้งสิ้น จนกระทั่งเขาได้พบกับ เกรซ (Minnie Driver) สาวเสิร์ฟใจงามที่เขารู้สึกคุยถูกคอกับเธอเหลือเกิน ไม่นานพวกเขาก็เริ่มรักกันครับ แต่มีอยู่อย่างนึงที่บ็อบยังไม่ทราบ นั่นคือเกรซเคยเฉียดตายมาแล้ว แต่เธอรอดได้เพราะ ได้รับการผ่าตัดหัวใจ และหัวใจดวงนั้นก็เป็นของภรรยาของบ็อบนั่นเอง

หนังน่ารักจริงๆนะครับ พี่ David เล่นหนังรักๆก็เป็นเหมือนกันครับ สลัดคราบฟ็อกซ์ มัลเดอร์ได้สบายๆเลยทีเดียว ส่วน Driver นั้นผมว่าเธอไม่ได้สวยนะครับ แต่ดูน่ารัก (ก็มาทางเดียวกับ Janeane Garofalo เลยครับ ไม่สวยแต่ดูน่ารัก) แต่คนที่เด่นๆนี่คือ บรรดานักแสดงสมบทครับที่แย่งกันขโมยซีนตั้งแต่ต้นจนจบ ก็มีพี่ James Belushi, Bonnie Hunt กับ 4 คุณปู่ผู้น่ารักและคอยเรียกเสียงฮาได้ตลอด โดยเฉพาะช่วงที่พวกเขาพยายามเปิดดนตรีสร้างบรรยากาศให้บ็อบกับเกรซน่ะครับ ฮามากๆเลยล่ะ

หนังกำกับโดย Bonnie Hunt ซึ่งเธอก็แสดงด้วยแหละครับ ต้องยอมรับเลยว่าทำได้ดีทีเดียว การกำกับครั้งแรก จัวหวะของหนังสนุกและเฮฮาดีครับ ตลกและโรแมนติกกำลังดีเลยทีเดียวล่ะ

คุ้มค่าระดับสองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0122459/

[308] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/8/2004 3:05:46 AM] [Hits counter=12349138] แจ้งลบ

ข้อความที่=194863

โอ้ แทบจะไม่กล้าโพสต์เลย
เล่นกระหน่ำแนะนำหนังขนาดนี้
เออ ก็ทำไปเรื่อยๆแล้วกันนะ จะคอยอ่าน (ถ้าว่าง)

และ ขอยืนยันอีกเสียง van helsing สนุกมาก ชอบมากกว่า mummy อีก แล้วดูแล้วเหนื่อยจริงๆด้วย

[309] จากคุณ :[เปลือกมังคุด] [ไม่ได้ Login] [5/8/2004 8:15:56 PM] [Hits counter=12366212] แจ้งลบ

ข้อความที่=194899

เราว่า the mummy สนุกกว่า แต่ van helsing ก็ดีนะคะ
ชอบพระเอกแล้วก็คนที่เล่นเป็นมนุษย์หมาป่ามากๆเลย หล่อดีอิอิ
แต่ตอนนี้อยากดูspiderman2 จังเลย ตัวอย่างท่าจะสนุกแฮะ ตัวร้ายก็ทำท่าจะเก่งด้วย(แต่คงแพ้พระเอกอยู่ดี)

[310] จากคุณ :[เชียร์เกิร์ลจัง] [ไม่ได้ Login] [5/8/2004 10:04:47 PM] [Hits counter=12368983] แจ้งลบ

ข้อความที่=194974

ตอนเงียบก็เงียบ ตอนมาก็มากันครบเลยนะ มากันเยอะๆแหละครับดีแล้ว
ไม่งั้นบอร์ดเหงาตายเลย

[311] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/9/2004 1:23:48 AM] [Hits counter=12374052] แจ้งลบ

ข้อความที่=194977

Keeping the Faith (2000) หวังแอ้มเพื่อน ? ต้องเฉือนกันหน่อย



เพิ่งฉายทาง Big Cinema ไปเมื่อกี้เอง แฮ่ๆ ไม่รู้นี่ครับ ไม่งั้นคาบมาบอกตั้งนานแล้ว เพราะหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังโรแมนติก - คอเมดี้ที่เจ๋งเป้งอีกเรื่องนึง เรื่องของ 2 พระหนุ่ม คนนึงเป็นแร็บไบครับ ชื่อ เจค (Ben Stiller) อีกคนก็เป็นบาทหลวง ชื่อ ไบรอัน (Edward Norton) 2คนนี้เป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่เด็กครับ รู้ใจกันดี และในอดีตทั้งสองยังมีเพื่อนอีกคนที่ซี้สุดๆ เธอเป็นผู้หญิงครับ ชื่อแอนนา และตอนนี้เธอก็โตเป็นสาวแล้วด้วย แอนนา (Jenna Elfman) กลับมาหาเพื่อนทั้งสองและคราวนี้แหละ ทั้งคู่ต่างก็แอบชอบแอนนา แล้วมันจะจบอีท่าไหนล่ะเนี่ย

Edward Norton ขึ้นชื่อว่าเป็นดาราคุณภาพนะครับ และส่วนใหญ่บทที่เขาเล่นมันก็ล้วนแต่เป็นขาโหดซะทั้งสิ้น คือถ้าไม่ฆ่าชาวบ้าน ก็ต้องทำอะไรร้ายๆซักอย่างน่ะ แต่กับเรื่องนี้ พี่แกดันกำกับเองด้วย เป็นหนังโรแมนติก และพี่แกก็ทำได้อีกด้วย เออ เก่งไปหน่อยมั้งพี่

หนังออกมาสนุกสนานครับ เล่าเรื่องได้อย่างน่าติดตามและรวดเร็ว ไม่น่าเบื่อเลย ส่วนหนึ่งก็มาจาก 3 ดารานำที่เล่นได้ดีทุกคน โดยเฉพาะพี่ Edward ที่ดูน่ารักแบบไม่น่าเชื่อน่ะครับ ผมล่ะซูฮกเขาเลยว่าเล่นหนังได้ทุกแนวจริงๆ ส่วน Stiller กับ Elfman ก็โอเคครับ ไปกันได้ดี รวมไปถึงดนตรีกับเพลงที่เข้ากับหนังแนวนี้ได้อย่างดี

เป็นอีกหนึ่งหนังตลกโรแมนติกที่ไม่ควรพลาดครับ ยิ่งใครเป็นแฟนพี่ Edward แกล่ะก็ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ เพราะหาโอกาสจะดูบทน่ารักๆแบบนี้จากพี่แกน่ะ ยากนาครับ

สองดาวครึ่งกว่าๆบวกๆฮาๆครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0171433/

[312] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/9/2004 1:44:02 AM] [Hits counter=12374548] แจ้งลบ

ข้อความที่=195031

Keeping the Faith หนุกดีนะ ก็ได้ดูเมื่อคืนนี้นั่นแหละ ชอบเอ็ดเวิร์ด นอร์ตันมากๆเลย
อืม เห็นตัวอย่างทรอยแล้วอยากดูจัง ดาราเพียบ มีแบรด พิทกับออร์แลนโด บลูมด้วย เนี่ย ถ้ามีวิโก้ มอเทนเซ่นอีกคนคงจะแจ๋วเลย แต่แค่นี้หนังก็น่าดูอยู่แล้วล่ะ

[313] จากคุณ :[red-light] [ไม่ได้ Login] [5/9/2004 1:31:59 PM] [Hits counter=12381101] แจ้งลบ

ข้อความที่=195196

โย่ววววววววววววว เย่ ชอบจางๆ มาๆช่วยนึกรีเควส city of angel ด้วยอ่า โรมิโอ&จูเลียต
อย่าลืมๆๆๆ "ไททานิค" เหอๆ ชู้รัก เรือล่ม ม่ะรุ้โนะๆ เอมดูเรื่องไหนก็ร้องไห้ซะส่วนมากอ่ะ
นี่ด้วยๆๆ เอมชอบเรื่องนี้นะแต่ไม่ดังเลยในบ้านเรา และหลายคนที่ไม่ชอบ"Midsummer night's dream
ชอบนี่ด้วย the classic เรื่องนี้ไม่โรแมนติกเอมท้าต่อยเลยอ่า อิอิล้อเล่นค่า หนูรักสโงบม่ะชอบฟามรุนแรงฮ๊า

[314] จากคุณ :[เอ็ม.....มมมมมมมมม] [ไม่ได้ Login] [5/10/2004 7:15:26 AM] [Hits counter=12400321] แจ้งลบ

ข้อความที่=195295

เอ้า ครับ เควสมาเราก็จัดให้ไปเลย

City of Angels (1998) สัมผัสรักจากเทพ เสพซึ้งถึงวิญญาณ



ผลงานการกำกับของ Brad Silberling จาก Casper เรื่องราวของเทวดานัยน์ตาเศร้า เซธ (Nicolas Cage) ผู้ลงมาสัมผัสความรักจากคุณหมอสาว แม็กกี้ ไรซ์ (Meg Ryan) ก็เป็นหนังแนวโรแมนติกที่ทำได้ดีอีกเรื่องครับ จังหวะเนิ่บๆ นิ่งๆเน้นความประทับใจ

แน่นอนครับ ถ้าคุณๆเป็นคอ Action มีสิทธิ์สลบเป็นศพคาที่ตั้งแต่ 30 นาทีแรกของหนังแล้วมั้ง ยิ่งมาฟังเสียงพี่ Nicholas โมโนโทนอีก ไปกันใหญ่เลยครับ แต่ถ้าคุณชอบหนังชีวิตหรือโรแมนติก ดูเถอะครับ ผมว่ามันมีอะไรดีๆแฝงอยู่เยอะ อีกอย่างที่ลืมไม่ได้คือ Dennis Franz ในบทนาทาเนียล แมสซิงเจอร์ ที่เพิ่มสีสันให้กับหนังได้อีกมากทีเดียว

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0120632/

[315] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/10/2004 4:57:31 PM] [Hits counter=12422697] แจ้งลบ

ข้อความที่=195297

Romeo and Juliet (1968) โรมิโอและจูเลียต



ฉบับเก่าของผู้กำกับ Franco Zeffirelli ไม่ใช่เก่าที่สุดนะครับ แต่ฉบับอื่นหาไม่ได้แล้วล่ะ ต้องควานกันน่าดูเลยกว่าจะเจอ ไว้เจอจะคาบมาเล่านะครับ สำหรับฉบับนี้ได้ Leonard Whiting มาเป็น โรมิโอ ส่วนบทจูเลียต รับบทโดย Olivia Hussey เรื่องราวผมคงจะไม่มาเล่าซ้ำแล้วนะครับ คือ คนทั่วโลกก็รู้กันไปถึงไหนถึงไหนแล้วอ้ะ

ส่วนตัวหนังก็ทำเป็นแนวย้อนยุค ตามแบบนิยาย ส่วนต่างๆทำได้ดีครับ แม้จะเป็นหนังเก่า แต่นี่มันไม่ใช่หนังเล่น Effect นี่ฮะ หนังอยู่ที่ฝีมือการแสดงกับการเดินเรื่องล้วนๆ ซึ่งหนังทำได้เฉียบครับ ทั้ง Whiting และ Hussey ต่างเข้าคู่กันได้ดี น่ารักและใสทั้งคู่เลยล่ะครับ ผมล่ะโคตรจะปลื้ม Hussey เลยล่ะครับ เธอไร้เดียงสา น่ารัก ตากลมโต โอย น่ารักจังเลยยยยย ผมดูปุ๊บก็บ้าเธอปั๊บเลยล่ะครับ (แต่ตอนนี้เธอก็สูงอายุแล้วล่ะฮะ เหี่ยวขึ้นเยอะลเย เฮ่อ สังขารไม่เที่ยง)

จุดที่หนังทำได้ถึงมากก็คือ การเข้าคู่ของพระ-นางครับ ดูออกเลยว่าทั้งคู่เพิ่งริรักกันจริงๆ ตอนจีบเนี่ยก็สมจริงๆมากๆ โดยเฉพาะฉากบนระเบียง ที่โรมิโอปีนต้นไม้ขึ้นไปหาจูเลียต ช่วงนั้นทำได้ทั้งน่ารักและโรแมนติกแบบสุดๆ Chemistry นี่ฟุ้งกระจายเลยน่ะฮะ สุดยอดจริงๆ

ยอดและเยื่ยมครับ หนังเก่าๆดูร่วมสมัยและดี ก็มีเหมือนกันนะ
สองดาวสามส่วนสี่ดวงครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0063518/

[316] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/10/2004 5:44:33 PM] [Hits counter=12423196] แจ้งลบ

ข้อความที่=195298

William Shakespeare's Romeo + Juliet (1996) วิลเลี่ยม เชคส์เปียร์ โรมีโอ + จูเลียต



ฉบับนี้ได้ Baz Luhrmann กำกับ และแจ้งเกิด อีก 2 ดาราหนุ่มสาวจนดังไปทั่ว นั่นคือ Leonardo DiCaprio กับ Claire Danes ในบทโรมิโอและจูเลียต

ตัวหนังนั้นทำในแบบร่วมสมัย ทันยุคมากขึ้น แต่บทสนทนายังเป็นลำนำกลอนครับ ขับกันทั้งเรื่อง นี่ถ้าใครไม่ชอบก็คงไม่ชอบอยู่ดีนั่นแหละ แต่ตามนิยายมันมาเป็นกลอนน่ะคับ เพื่อคงความคลาสสิคไว้ เลยต้องทำแบบเนี้ยนั่นแหละ ส่วนการเดินเรื่องก็ฉับไว มุมกล้องได้ใจ การแสดงก็อยู่ในขั้นดีครับ ส่วนต่างๆค่อนข้างลงตัวออกมาในแบบของ Luhrmann ซึ่งก็โดนใจวัยรุ่นได้ไม่ยากครับ

แต่โดยส่วนตัวนะครับ ผมออกจะชอบฉบับเก่ามากกว่าหน่อย ไม่ใช่เพราะผมแกเลยนิยมของเก่า ไม่เกี่ยวนาครับ แต่เพราะ เรื่องความโรแมนติกไร้เดียงสา น่ารักฉบับดูลงตัวมากกว่า และ Whiting กับ Hussey ก็ดูเป็นคู่รักกันจริงๆด้วย อันนี้แล้วแต่ครับ แต่ฉบับนี้ก็ดีเหมือนกันน่ะแหละ

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0117509/

[317] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/10/2004 5:45:11 PM] [Hits counter=12423208] แจ้งลบ

ข้อความที่=195299

William Shakespeare's A Midsummer Night's Dream (1999)
วิลเลี่ยม เช็คสเปียร์ อะ มิดซัมเมอร์ ไนท์สดรีม ตำนานฝากรักบรรลือโลก



เรื่องของ Shakespeare ถูกนำมาทำเป็นหนังอีกครั้งกับเรื่องราวตลกโรแมนติกที่เกี่ยวกับคู่รักน่ะครับ เป็นยังไงอยากให้ไปดูเองมากกว่า เพราะจะว่าไปเนื้อหาไม่มีอะไรเลยครับ เกี่ยวกับเรื่องความรักนั่นแหละ มีรักมีงอนอะไรยังเงี้ย ผมว่าดูเองจะสนุกกว่าครับ เล่าไปไม่มันส์หรอก

หนังได้ทีมดารามือฉมัง ตั้งแต่ Kevin Kline, Michelle Pfeiffer, Stanley Tucci, Rupert Everett, Calista Flockhart (แม่สาวอัลลี่ แมคบีลไงครับ), Christian Bale และสุดสวยตลอดกาล น่ารักของผม Sophie Marceau สวยจริงๆเลย ให้ตายเถอะ

ถ้าถามว่าหนังเรื่องนี้มีอะไร ก็บอกได้ว่ามีความเป็น Shakespeare ไงครับ บทพูดที่ไพเราะ และฮาด้วย งาน Production ก็สวยสิ้นดี การเดินเรื่องมันก็เป็นแนวย้อนยุคแบบแฟนตาซี ผมว่าน่าลองดูครับ อ้อ แน่นอน มีความโรแมนติกด้วย

เป็นอีกหนึ่งงานที่ดัดแปลงจาก Shakespeare ที่ทำได้โอเคครับ ดัดแปลงและกำกับโดย Michael Hoffman

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0140379/

[318] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/10/2004 5:46:12 PM] [Hits counter=12423227] แจ้งลบ

ข้อความที่=195302

One Fine Day (1996) วันหัวใจสะกิดกัน



ก่อนที่ Michael Hoffman จะไปจับงานกำกับเรื่อง William Shakespeare's A Midsummer Night's Dream นั้น เขาทำเรื่องนี้ก่อนครับ เป็นเรื่องของ เมลานี ปาร์คเกอร์(Michelle Pfeiffer) คุณแม่ยังสาวที่จะต้องดูแลแซมมี่ ลูกจอมซน (Alex D. Linz) พร้อมๆกับทำงาน ส่วนอีกคนก็คือ แจ๊ค เทเลอร์ (George Clooney) คอลัมนิสต์หนุ่มที่กำลังตามข่าวสำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมาทำหน้าที่คุณพ่อ เลี้ยงลูกสาวของเขา แม็กกี้ (Mae Whitman) โอย วันนี้เป็นวันที่โคตรวุ่นของทั้ง 2 เลยครับ ทั้งสองได้รู้จักกัน เริ่มด้วยการไม่กินเส้นกัน ตีกัน แต่ก็ลงท้ายด้วย...อะไรคงไม่ต้องเดาให้เสียเวลานะครับ ชื่อหนังก็บอกโต้งๆว่าวันหัวใจสะกิดกัน ไม่ใช่วันแดงเดือดซะหน่อยน่ะ

หนังเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในวันเดียว ซึ่งบอกได้ว่าทำได้ดีโคตรๆน่ะครับ แน่นอน 2 ดารานำฉายเสน่ห์แบบเกินร้อย พี่ George แกก็ยังหล่อคอเอียงตามเคย เรื่องนี้เขาดูเทห์และมีความน่ารักแบบสุดๆ แล้วยังเพิ่มด้วยความฮาขี้เล่น ผมล่ะคลั่งพี่แกจากเรื่องนี้แหละครับ พอดูปุ๊บผมล่ะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแกทันที ยิ่งฉากที่พี่แกปรึกษาจิตแพทย์ โดยใช้ปลาเป็นตัวแทนเขานี่ก็ฮากันเต็มที่ล่ะครับ ส่วน Pfeiffer ก็สบายๆครับ เล่นได้อย่างลื่นไหล ทั้งเปิ่นและมีความเป็นสาวเก่ง แต่ความเป็นจริงน่ะซ่อนความอ่อนแอเอาไว้ ฉากที่เธอยืนกรานไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากผู้ชายนี่ บ่งบอกถึงความเป็นตัวเธอได้อย่างดี

นอกจากนี้ บรรยากาศครับ มันโรแมนซ์กันได้ทั้งรื่อง ทั้งสองแสดงทีท่าว่าจะจีบกันโดยไม่ต้องยื่นดอกไม้หรือพูดหวานๆแม้แต่นิดเดียว แค่พูดครับ พูดกันเชิงหาเรื่อง แต่มันแฝงนัยการจีบได้อย่างยอดเยี่ยม แน่นอนว่าคนที่เสนอการจีบคนแรกย่อมเป็นพี่ George ครับ คือ ถ้าหนุ่มคนไหนอยากก็อปปี้บุคลิกพี่แกไปใช้นี่ ทำได้ทำเลยนะครับ ผมว่าทำสาวๆหลงได้แน่ๆ

และดนตรีกับเพลงประกอบที่อัดกระหน่ำกันตลอดทั้งเรื่อง ชนิดที่ผมดูจบปุ๊บนี่ก็วิ่งไล่ตามล่าหาซื้อ Soundtrack กันให้วุ่นเลยแหละครับ เพลงดีๆทั้งนั้น โดยเฉพาะ Have I Told You Lately ? ที่ Van Morrison ร้องได้อย่างให้อารมณ์สุดๆ กับเพลง For the First Time ที่ดีทั้งโทนและความหมาย ก็ดีขนาดได้เข้าชิงออสการ์น่ะครับ ลองหาฟังดูแล้วกัน

ห้ามพลาด!!!
สามดาวถ้วนครับ
http://imdb.com/title/tt0117247/

[319] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/10/2004 6:06:10 PM] [Hits counter=12423617] แจ้งลบ

ข้อความที่=195306

When a Man Loves a Woman (1994) จะขอรักเธอตราบหัวใจยังมีอยู่



ก่อนที่บางคนจะมีปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดมากเกินไป ผมต้องลดบ้างล่ะครับ ต้องเอารักแท้แบบขมๆมาให้ดูซะแล้วล่ะ ผลงานกำกับของ Luis Mandoki เรื่องของคู่สามีภรรยา ไมเคิลและอลิซ (Andy Garcia กับ ... Meg Ryan อีกแล้ว)พวกเขามีครอบครัวที่ดี ลูกสาว 2 คนที่น่ารัก (Tina Majorino และ Mae Whitman) แต่มรสุมใหญ่ก็มาสู่ครอบครัวนี้ ปัญหามาจากสุขภาพของอลิซครับ เธอมีอาการติดสุราและอาละวาดบ่อยครั้ง อืมม์ ก็มีแต่รักแท้เท่านั้นแหละครับ ที่จะสามารถรักษาครอบครัวนี้ไว้ได้

หนังมันหวานแบบไม่หวานครับ งงมั้ย? คือถ้าหวานในความหมายของท่านคือการรักกันเคียงบ่าเคียงไหล่กันไปไม่ว่ายามสุขหรือยามเศร้า หนังเรื่องนี้ก็หวานโคตรละครับ ไมเคิลก็รักภรรยาเหลือเกิน ดูแลเธอไม่ว่าเธอจะเป็นอะไร คือจะว่าไป ผู้ชายที่ทำเพื่อภรรยาทุกอย่างขนาดนี้มันก็ชักจะหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะครับในโลกเรานี้ ดูแล้วถ้าจะซึ้งก็คงซึ้งตรงความรักแท้ที่ทั้งคู่มีต่อกันนั่นเอง โอย ถ้ายุคนี้เหรอครับ ดีไม่ดีก็หย่ากันไปเป็นที่รียบร้อยแล้ว คู่รักบางคู่ ไม่ได้มีปัญหาด้วยซ้ำครับ แค่เบื่อหรือไม่ก็มีความเห็นไม่ตรงกันแค่เนี่ย เลิกกันแล้ว เฮ่อ มันก็ไม่ใช่เรื่องของผมอ้ะนะครับ เพราะผมเชื่อว่าทุกคนย่อมมีเหตุผลให้เลิกกันยามมีปัญหา แต่ผมอยากให้ดีต่อกันไว้ดีกว่าครับ เพราะอย่างน้อย ช่วงเวลาหนึ่งเขาหรือเธอก็เคยเป็นเหมือนลมหายใจของคุณนะครับ

หนังไม่หวานแบบน่ารักครับ เป็นหนังชีวิตที่ทำให้เราเห็นถึงรักแท้ น่าดูครับ แต่อาจจะเครียดนิดนึงนะฮะ ปรับใจนิดนึง

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0111693/

[320] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/10/2004 6:29:34 PM] [Hits counter=12424358] แจ้งลบ

ข้อความที่=195308

Message in a Bottle (1999)
เมซเซจ อิน อะ บ็อตเติล ความรักฝากมาไกล หมื่นไมล์ก็ไม่แคร์



ผลงานกำกับเรื่องต่อมาของ Luis Mandoki กับเรื่องราวของเทเรซ่า ออสบอร์น (Robin Wright Penn) หญิงสาวที่เก็บขวดที่ลอยน้ำมาติดฝั่งได้ ภายในได้บรรจุข้อความที่บรรยายถึงความรักเอาไว้ เธอจึงตัดสินใจออกตามหาผู้เขียน ซึ่งเธอก็ได้พบกับ แกร์เรท เบลค (Kevin Costner) ชายหนุ่มผู้มีความเศร้าอยู่เต็มหัวใจ อืมม์ สองคนเจอกันแล้ว คิดว่าจะเป็นไงต่อล่ะครับ

หนังเรื่องนี้ โรแมนติกแบบอืดๆครับ เป็นแบบผู้ใหญ่ ไม่หวือหวา ไม่หวานแหวว เน้นกันที่ความรู้สึกมากกว่า ซึ่งผมเฉยๆนะ มันดูได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงอารมณ์อะไร อันนี้แล้วแต่ครับ

สองดาวธรรมดาครับ
http://imdb.com/title/tt0139462/

[321] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/10/2004 6:37:09 PM] [Hits counter=12424631] แจ้งลบ

ข้อความที่=195310

Angel Eyes (2001) แองเจิลอายส์ หัวใจลิขิตรัก



Luis Mandoki กำกับอีกครั้งในเรื่องราวโรแมนติกปนด้วยความเหนือธรรมชาติ ที่ตำรวจสาว ชารอน โพ้ก (Jennifer Lopez) ได้เจอกับสตีเว่น แลมเบิร์ต (James Caviezel) ชายหนุ่มผู้ลึกลับที่เข้ามาในชีวิตของเธอ พวกเขาเริ่มรักกัน แล้วไม่นานชารอนก็ค้นพบความจริงบางอย่าง

อืมม์ หนังมันก็ไม่ได้มีอะไรมากครับ เรื่อยๆ โทนก็ธรรมดา Lopez จริงๆเธอสวยครับ แต่หน้าเธอมันค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นทุกครั้งที่เธอรวบผมขึ้นทีไร หน้าเธอจะกลายเป็นกระทะอั้งโล่ทันที เอ่อ อันนี้เรื่องส่วนตัวครับ ไม่เกี่ยวกับหนัง แค่อยากระบายน่ะฮะ

ส่วนหนัง ผมว่ามันก็เรื่อยๆอีกนั่นแหละ พอๆกับ Message in a Bottle นั่นแหละ

สองดาวครับ
http://imdb.com/title/tt0225071/

[322] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/10/2004 6:45:23 PM] [Hits counter=12424899] แจ้งลบ

ข้อความที่=195311

Moulin Rouge! (2001) มูแลงรูจ ความจริง ความงาม อิสรภาพ ความรัก



หนังรักโรแมนติก น้ำเน่า แต่เพลงเพราะโคตรๆ และฉากสวยสุดๆ เรื่องนี้คือผลงานของ Baz Luhrmann ครับ เรื่องของความรักของหนุ่มนักเขียน คริสเตียน (Ewan McGregor) กับนักเต้นสาวดาวของมูแลงรูจ ซาติน (Nicole Kidman)

แน่นอนครับ หนังมันน้ำเน่า แต่เราสามารถลืมมันไปได้เพราะหนังมีเพลงเยี่ยมๆ ฉากที่โคตรตระการตาตลอดทั้งเรื่อง นักแสดงก็ดีๆทั้งนั้นครับ ไม่ว่าจะ McGregor, Kidman และ Richard Roxburgh ของผม เรื่องนี้พี่แกขี้หลีได้ถึงใจแท้ๆเลยครับ

ไม่มีอะไรนอกไปจากความรัก ฉากสวยและเพลงเพราะ แต่แค่นี้ก็จัดว่าเยี่ยมแล้วครับ
สองดาวครึ่งฮะ 1/2
http://imdb.com/title/tt0203009/

[323] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/10/2004 6:53:32 PM] [Hits counter=12425143] แจ้งลบ

ข้อความที่=195655

สำหรับเรานะ มูแลงรูจให้ 5 ดาวไปเลยล่ะ

[324] จากคุณ :[เชียร์เกิร์ลจัง] [ไม่ได้ Login] [5/12/2004 10:44:44 PM] [Hits counter=12471200] แจ้งลบ

ข้อความที่=195818

สอบเสร็จซะที งานนี้ก็โรแมนติกกันต่อนะครับ แต่หมดแค่หน้านี้นะ จะเปลี่ยนแนวบ้างแล้ว อันต่อไปกะว่าจะไป Sci-fi บ้างล่ะนะครับ

La Boum (1980) ลาบูมที่รัก



จริงๆแล้วจะว่าไป นี่จัดเป็นหนังชีวิตนะครับ เพราะมันเป็นเรื่องของวิค (Sophie Marceau) สาวน้อยวัย 13 ปี ที่กำลังสนุกกับชีวิตไปวันๆ แต่ถ้าจะลิ้งค์ให้มันมาเกี่ยวกับความรักมันก็ได้น่ะครับ เพราะวิคนั้น ก็กำลังเริ่มต้นพบรักเป็นหนแรกอยู่เชียว ชายคนนั้นก็คือ แมทธิว (Alexandre Sterling) หนุ่มวัยรุ่นผู้กำหัวใจของวิคได้ แต่แน่นอนล่ะครับ ลองขึ้นชื่อว่าความรัก มันก็ต้องมีปัญหามาให้ปวดหัวอยู่แล้ว และที่สำคัญวิคปวดหัวเรื่องตัวเองยังไม่พอ ยังมีพ่อแม่ของวิคเอง (Claude Brasseur และ Brigitte Fossey) ที่แม้จะอยู่กินกันมานานปี แต่กลับมีปัญหาที่คาดไม่ถึงขึ้นมา จนบ้านจะแตกแหล่ไม่แตกแหล่อยู่แล้ว แต่บทสรุปจะลงเอยที่ตรงไหน ลองไปหาคำตอบกันครับ

หนังเรื่องนี้ไม่ธรรมดานะขอรับกระผม เพราะหนังได้เข้าฉายในบ้านเราด้วย เมื่อปี 2525 โน่น (ซึ่งเป็นปีเกิดของผมพอดี) และตัวหนังเองก็ยืนโรงฉายอยู่เป็นเดือนๆ โกยไปเป็นล้านบาท ซึ่งยุคนั้นนับเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยนะครับ หนังดังแบบสุดๆ พ่อแม่ผมก็รู้จักหนังเรื่องนี้ครับ และที่ดังไม่แพ้หนังก็คือเพลง Reality ที่โคตรจะเพราะ ชนิดที่พอผมได้ยินก็เป็นต้องไปตามล่าซื้อเพลงนี้มาเก็บไว้ในครอบครองเลยทีเดียว

แล้วหนังเรื่องนี้มีดีอะไร...ประการแรก Sophie Marceau ครับ โอย น่ารักเหลือเกินนนนนน สวย คม ดูทอมบอยนิดๆ แต่ก็แทรกความหวานเอาไว้แบบที่หนุ่มๆอย่างเราๆไม่อาจปฏิเสธได้ เฮ่อ รู้สึกว่าตัวเองเกิดช้ายังไงก็ไม่ทราบครับ ตอนเธอกำลังน่ารัก ผมดั้นเพิ่งเกิด โธ่ พระเจ้า ทำไมไม่ถีบผมลงมาเกิดให้ไวกว่านี้ว้า...ประการต่อมา หนังมีสาระเรื่องเกี่ยวกับความรักแบบ Puppy Love รักแรกรุ่นน่ะครับ ซึ่งเด็กๆที่เพิ่งจะริอ่านมีความรักน่ะนะครับ เอาเรื่องนี้ไปดูก็ดีครับ เป็นการเตรียมตัวและเตรียมใจล่วงหน้า เพราะความรักนั้น จะให้มันสมหวังทุกอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์น่ะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก ต้องมีผิดมีพลาดตามครรลองของมัน เราก็ทำได้แค่เตรียมรับเท่านั้นน่ะครับ ไม่อาจจะไปจัดกระทำกับมันได้

ด้านนักแสดง เฉียบครับ หนังจัดว่าดูได้เรื่อยๆ เพลินและเป็นหนังวัยรุ่นที่ทำออกมาดีเรื่องหนึ่งเลยล่ะครับ แล้วนี่เป็นหนังฝรั่งเศสด้วย โทนและจังหวะบางอย่างมันอาจจะดูขัดๆบ้าง ฟิล์มก็ไม่เนี้ยบเหมือนฮอลลีวู้ดเค้า แต่ถ้ามองข้ามไอ้อะไรเหล่านั้นไป หนังทำได้ดี ไม่ผิดหวังครับ

ก็อยากให้ลองดูครับ จะได้รู้ว่า หนังเรื่องนี้มีอะไร ทำไมคนรุ่นพ่อๆแม่ๆเราถึงฮิตกันนักหนา สำหรับผม ดูแล้วเข้าใจครับ มันคือหนังวัยรุ่นที่ดูร่วมสมัย ไม่มีตกยุค เพราะประเด็นความรักของวัยรุ่นมันเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว และยิ่งคนที่เป็นวัยรุ่นก็จะต้องคิด ใคร่ครวญเรื่องความรักกันอยู่เป็นกิจวัตรอยู่แล้วด้วย ดูแล้วก็จะเก็ททันที กับเรื่องของหัวใจสองดวงที่มันมาตรงกันแบบนี้

สองดาวครึ่งกันไปครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0082100/

[325] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/13/2004 9:14:15 PM] [Hits counter=12488972] แจ้งลบ

ข้อความที่=195821

La Boum 2 (1982) ลาบูมที่รัก 2



ผมบอกแล้วใช่มั้ยครับ ว่า La Boum น่ะดัง ภาคแรกก็โกยไปทั่วโลก จนทาง Gaumont บริษัทเจ้าของก็ตัดสินใจเข็นหนังภาคต่อออกมา โดยได้ผู้กำกับคนเก่า Claude Pinoteau ตามด้วยทีมนักแสดงจากภาคแรกครบครัน เรื่องราวในภาคนี้ วิค (Sophie Marceau) อายุ 15ปีครึ่งแล้วครับ แล้วเธอก็พบกับรักใหม่กับ ฟิลลิปเป้ (Pierre Cosso) หนุ่มหน้ามนผู้น่ารัก แล้วความรักครั้งนี้ของเธอจะเป็นไงบ้าง

หนังภาคนี้ ผมชอบมากกว่าตอนก่อนครับ คือ จะว่าสวนกระแสก็แล้วแต่นะครับ เพราะส่วนมากคนเขาจะชอบภาคแรกมากกว่า ที่ผมชอบภาคนี้ก็เพราะ วิคโตขึ้นแล้วครับ ความรักของเธอมันไม่ใช่แค่ Puppy Love อีกแล้ว มันเป็นอะไรที่ก้าวไปอีกขั้นอย่างเห็นได้ชัด ในภาคแรกที่วิคชอบแมทธิวนั้น มันเป็นเพราะตามกระแสวัยรุ่น ที่วัยนั้นการมีแฟนเป็นเรื่องที่แทบทุกคนก็ทำกัน วิคเห็นเขามีเลยมีบ้าง อีกอย่างตอนนั้นมันเป็นความแปลกใหม่ของชีวิต เธอเพิ่งจะมีรักครั้งแรก รวมไปถึงฮอร์โมนวัยรุ่นที่เพิ่งพุ่งพล่านใหม่ๆ ความรักที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับแมทธิว มันจึงจัดว่าอยู่ในระดับรักแรกรุ่นไม่ล้ำลึกเท่าไหร่ครับ ออกจะผิวเผินมากกว่า แต่กับครั้งนี้ ความรู้สึกของวิคจะมามีอิทธิพลมากกว่า รู้สึกดีและปรารถนาจะอยู่ใกล้ รู้สึกมั่นคงเมื่อได้เจอฟิลลิปเป้ มันเป็นอะไรที่ลึกขึ้น

ฉากที่ผมชอบมากคือ ตอนที่วิคไปเที่ยวดึกดื่นจนพ่อแม่ต้องมาตามรับกลับบ้าน วิคก็โดนพ่อแม่สวดซะยกใหญ่จนเธอต้องร้องไห้ออกมา คือ เธอรู้ว่าเธอผิดนะครับ แต่จะทำไงล่ะ ก็ความรู้สึกของเธอมันอยากอยู่ใกล้ฟิลลิปเป้นี่นา เรื่องแบบนี้มันพูดยากนะครับ ใครเคยมีแฟนน่าจะทราบนะครับ ไม่รู้ทำไม อยู่ใกล้คนที่เรารักทีไร มันจะอยากอยู่ไปเรื่อยๆ นานเป็นวันก็ไม่ว่าขอให้ได้อยู่ใกล้ เหมือนมีอะไรซักอย่างมาดึงเราเอาไว้น่ะ และไอ้การที่อยากอยู่ใกล้ๆเขาเนี่ย ไม่ใช่แค่เพราะอยากได้คนคอยกุมมือเท่านั้น และไม่ใช่แค่เพราะอยากได้ยินเสียงเขาเท่านั้น ... แต่มันเป็นเพราะอะไรน่ะเหรอครับ....ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน เออ จริงๆนะ อันนี้ผมจนด้วยเกล้าจริงๆ ไม่รู้ว่ามันคืออะไรจริงๆ และไอ้สิ่งที่อธิบายไม่ได้นี่แหละ ที่เกิดขึ้นกับความรู้สึกของวิคในขณะนั้น และถ้าจะบอกว่าตอนนั้นวิคขาดสติ มันก็ไม่ใช่นะครับ เพราะเธอรู้ว่าอะไรถูกหรือผิด แต่เธอควบคุมตัวเองไม่อยู่จริงๆ เฮ่อ ...พูดยากเหลือเกิน

เนี่ยครับ ไอ้อะไรทำนองเนี้ย มันเกิดขึ้นตลอดทั้งเรื่อง หนังทำสำเร็จให้เราเชื่อว่า 2 คนนี้เป็นแฟนกันจริงๆ แค่นี้หนังก็ตีโจทย์แตกแล้วครับ ส่วนอื่นๆของหนังก็ยังดีไม่มีตก เพลง ครับ เพลง ภาคที่แล้ว Reality มาภาคนี้ ก็มี Your Eyes อีก ก็เพราะอีกแล้วครับ แล้วความหมายของเพลงมันก็บ่งไปถึงความนัยของหนังแต่ละภาคได้เลยนะครับ ภาคแรก Reality ก็เพราะรักภาคแรกนี่มันเป็นเสมือนความฝันไงครับ ไม่ยั่งยืน ซักวันเราก็ต้องตื่นขึ้นมา แต่พอมาภาค 2 Your Eyes นี่เล่นจ้องตาเลยครับ ของจริงชัวร์ อยู่ตรงหน้าแหงมๆ สัมผัสได้ทั้งกายและใจ

ภาคแรกกึ่งชีวิตกึ่งตลก มีโรแมนติกมาแจม ส่วนภาคนี้ โรแมนติกเต็มๆไปแล้วครับ
สองดาวครึ่งกว่าๆบวกๆชอบๆครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0083686/

[326] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/13/2004 9:50:06 PM] [Hits counter=12489525] แจ้งลบ

ข้อความที่=195822

ขออนุญาตข้ามมาฟากหนังจีนบ้างนะครับ

Needing You (2000) ใช่เลย ... รักเธอเต็มเอ๋อ



ภาพยนตร์รักโรแมนติกสุดฮาของ 2 ดาราดัง หลิวเต๋อหัว กับ เจิ้งซิ่วเหวิน โดยซิ่วเหวินรับบท สาวออฟฟิศจอมเอ๋อ ทำผิดพลาดประจำ ส่วนพี่หลิวมาเป็น แอนดี้ หัวหน้าของเธอครับ แล้วจากความเอ๋อนี่แหละ ที่นำทั้งคู่มารักกันในที่สุด

หนังฮาแบบโคตรๆ อันนี้ยกความชอบให้ทีมพากย์พันธมิตรครับ ยิงมุขเข้าไป ส่วน 2 ดาราก็แสดงได้น่ารักกันเข้าไป โดยเฉพาะเจิ้งซิ่วเหวิน ที่เล่นเอ๋อได้ถึงขีดสุดๆ ยิงไอ้มุขขัดโน่นถูนี่เนี่ย ฮาทุกรอบ ส่วนพี่หลิวก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรครับ แต่ตอนหลังก็โกยมุขไปเยอะเหมือนกัน ยิ่งไอ้มุขรถมอเตอร์ไซค์นี่สุดยอดจริงๆ ไปดูกันเองครับ

ด้านความโรแมนติกก็เรื่อยๆครับ มีพอประมาณ แต่ความฮามันจะเด่นมากกว่าเท่านั้นเอง

สนุก ฮา แม้จะไม่หวานแต่ดูเอาฮาครับ อีกอย่างโรแมนซ์ก็ไม่เลวนะครับ
สองดาวครึ่ง 1/2
http://imdb.com/title/tt0244092/

[327] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/13/2004 10:01:11 PM] [Hits counter=12489650] แจ้งลบ

ข้อความที่=195823

Love on A Diet (2001) คู่ตุ้ยนุ้ย พิสดารมหัศจรรย์



ทีมงานเดิมจาก Needing You มาสู่หนังฮาสุดซึ้ง เรื่องของมินิ (เจิ้งซิ่วเหวิน) สาวอ้วนที่เมื่อก่อนเธอไม่อ้วนนะครับ เมื่อ 10 ปีก่อน เธอหุ่นดีและเธอได้พบรักกับคุโรคาว่า (Rikiya Kurokawa) นักเปียโนมือวางอันดับหนึ่ง แต่ก็มีเหตุให้ทั้งสองต้องจากกัน ทว่าทั้งเธอและเขาต่างก็สัญญาครับ ว่าอีก 10 ปี จะกลับมาเจอกันอีกครั้ง แล้วจะเจอกันยังไงอ้ะ ตอนนี้เธออ้วนบั่กกั๊กขนาดเนี้ย แย่แน่ๆเลย แต่ยังครับ ยังมีทางออก นั่นคือลดความอ้วน และโชคชะตาก็นำพาให้มินิไปพบกับ เจ้าอ้วน (หลิวเต่อหัว) เซลล์แมนที่อ้วนพอๆกับเธอทั้งสองเลยจับมือกัน หาทางลดความอ้วนให้ทันกำหนดให้ได้

หนังมีครบถ้วนทั้ง ความฮาและความซึ้ง ไอ้เรื่องความฮานั้น วินาทีนี้แล้ว ผมว่าไม่น่าห่วงแล้วนะครับ พันธมิตรเขาไม่ปล่อยให้หนังลอยนวลหรอก ยิงมุขอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ ไม่ได้ยิงอย่างเดียว เพราะคุณพี่ปริพันธ์ วชิรานนท์ ที่พากย์เป็นพระเอกน่ะ พากย์พี่หลิวได้น่ารักมากครับ น้ำเสียงอ่อนโยนและดูเป็นคนอ้วนจริงๆ ซึ่งนั่นช่วยเสริมอารมณ์ของได้ดียิ่งขึ้นไปอีกมากทีเดียว

ดนตรี เพลงล้วนถึงขีด หนังน่าติดตามและฉากท้ายเรื่อง ตรงไคลแม็กซ์น่ะครับ ที่มินิไปเห็นภาพในวีดีโอนั่น ด้วยภาพที่เห็น ดนตรีที่ได้ยิน และหนังทั้งเรื่องที่ดูมาตั้งแต่ต้น สรุปก็คือ ผมน้ำตาไหลทันทีครับ มันได้ที่จริงๆเลยนะเนี่ย

เป็นหนังจีนอีกเรื่องที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมครับ ทีนี้ครบเลย ทั้งซึ้งทั้งฮาและน้ำตาไหล ที่ซึ้งก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ เพราะรูปของความรักที่มาในแบบของภาพนั่นน่ะ เห็นแล้วไม่ต้องบอก หรือบรรยายใดๆ ก็รู้ครับ ว่าพระเอกรักนางเอกแค่ไหน

สามดาวเต็มๆครับ
http://imdb.com/title/tt0286797/

การที่เรารักใครนั้น ไม่จำเป็นต้องสาธยายหรอกนะครับ การกระทำสิที่มีคุณค่ามากกว่า

[328] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/13/2004 10:22:56 PM] [Hits counter=12489913] แจ้งลบ

ข้อความที่=195827

Tempting Heart (1999) หัวใจเต้น เป็นเสียงเธอ



ปิดท้ายด้วยหนังโรแมนติก เครียดๆ เรื่องความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งนะครับ (Takeshi Kaneshiro กับ Gigi Leung) ที่เริ่มรักกันตอนเรียน แต่แล้วก็มีเหตุให้ห่างกันไป จากนั้นหลายปีต่อมา พวกเขาก็โตเป็นผู้ใหญ่และได้กลับมาพบกันอีกครั้ง แล้วความรักมันจะสานต่อไปหรือไม่น้อ

อันนี้ครบเลยครับ ตอนแรกเป็นรักแบบวัยรุ่น ค่อนข้างวูบวาบ ร้อนแรง และไม่ยั่งยืน แล้วพอทั้งคู่เป็นผู้ใหญ่ อะไรๆก็เปลี่ยนแปลง ทั้งความคิดและสิ่งต่างๆรอบตัวก็เปลี่ยนแปลง อะไรยังเงี้ยครับ ซึ่งหนังโทนค่อนข้างเครียดทีเดียว ยิ่ง 10 นาทีแรกของหนังนี่ผมนึกว่าเป็น กู๋หว่าไจ๋น่ะครับ ดูไปก็เสียวไปว่ามันจะควักมีดมาฟันกันเมื่อไหร่ แล้วหนังก็เปลี่ยนโทนเป็นแนวโรแมนติกครับ แต่ก็จัดว่าค่อนข้างเครียดทีเดียว

หนังไม่สนุกครับ มันจะสนุกได้ไงอ้ะ ก็เล่นเครียดทั้งเรื่องอ้ะ คือ ถ้าคิดจะดูหนังโรแมนติกหวานๆ มีอะไรให้ยิ้มนี่ผิดเรื่องแล้วนะครับ เพราะนี่เป็นหนังชีวิต มีสาระและอะไรๆแฝงอยู่ค่อนข้างมากทีเดียว เป็นแนวความรักแบบผู้ใหญ่น่ะ ถ้าอยากดูก็ได้เลยครับ เพราะผมว่าหนังทำได้ดีมากทีเดียว

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0215240/

[329] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/13/2004 10:54:50 PM] [Hits counter=12490296] แจ้งลบ

ข้อความที่=196129

และแล้วก็ถึงวาระแห่ง Sci - Fi หรือชื่อเต็มๆว่า Science Fiction แปลตรงๆก็คือ นิยายวิทยาศาสตร์ครับ เรื่องราวส่วนใหญ่ที่เป็น Sci - fi ก็มักจะเล่นกับโลกอนาคต, โลกอวกาศ, การเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่เคยมีคนรู้จัก หรือไปมาก่อน และมักจะมีการใส่จินตนาการลงมาอย่างเต็มที่ ไอ้อะไรพวกนี้นี่ ไซไฟเลยครับ

แต่ไม่รู้ทำไม บ้านเรามันชอบแปลไซไฟว่า แอ๊คชั่น ดังนั้นพอหนังไซไฟมีฉากแอ๊คชั่นไม่เต็มที่ก็ออกมาสวดกันหน้าโรงล่ะครับ ว่าหนังไรวะ ไม่เห็นมันส์เลย ก็ปัดโธ่โว้ย นี่หนังไซไฟโว้ย เขาดูตรงจินตนาการ ฉากอลังการมั้ย ล้ำยุคมั้ย ส่วนไอ้ฉากแอ๊คชั่นบู๊มันส์ๆน่ะ มีหรือไม่ก็ได้ ถ้ามีก็คือกำไร แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ไม่ผิดกติกาสากลแต่อย่างใด เข้าใจตามนี้นะครับผม

เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า กับไตรภาคในดวงใจของผม

Back to the Future (1985) เจาะเวลาหาอดีต



หนังที่ครบถ้วนในเรื่องของความบันเทิงครับ เรื่องของมาร์ตี้ แมคฟลาย (Michael J. Fox) เด็กหนุ่มที่ได้รู้จักกับ ดร.เอ็มเมท บราวน์ (Christopher Lloyd) นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง ผู้สามารถค้นคิดประดิษฐ์ยานเจาะเวลา หรือ ไทม์ แมชชีน ขึ้นมาได้ในรูปรถยนต์ธรรมดาคันหนึ่ง แล้วในคืนวันที่มีการทดลองกันนั้น ก็มีเหตุไม่คาดฝันอันทำให้มาร์ตี้ต้องเจาะเวลาโดยไม่ได้ตั้งใจ ย้อนเวลากลับไป 30 ปี เขาได้เจอดร.บราวน์ตอนหนุ่ม แต่ที่วุ่นยิ่งกว่าคือเขาได้เจอพ่อและแม่ (Crispin Glover และ Lea Thompson) ตอนที่ทั้งคู่ยังไม่ได้จีบกันด้วยซ้ำ รวมไปถึงศัตรูตลอดกาลของตระกูลแมคฟลายอย่าง บีฟ เทนเนนท์ (Thomas F. Wilson) ที่จ้องหาเรื่องพ่อของมาร์ตี้ได้ทุกวี่วัน งานนี้มาร์ตี้จึงต้องทำทุกวิถีทางในการช่วยให้พ่อกับแม่ได้เจอกัน ช่วยจัดการเจ้าบีฟ และแน่นอน ช่วยตัวเองในการกลับไปสู่อนาคต

สนุกครับ สนุกมาก หนังช่วงต้นเรื่องอาจจะดูน่าเบื่ออยู่ซักนิด แต่พอมาร์ตี้เจาะเวลาได้เท่านั้นล่ะครับ ความมันส์ก็ไหลตามมาทันที หนังวางเรื่องได้อย่างน่าติดตาม ยิ่งช่วงท้ายก็ลุ้นกันสุดๆล่ะครับ ว่ามาร์ตี้จะแก้ปัญหาทั้งหมดได้ยังไง เอาแค่จะทำไงให้พ่อแม่ได้รักกันนี่ก็ลุ้นตัวโก่งแล้วล่ะครับ เพราะถ้าทั้ง 2 ไม่รักกัน มาร์ตี้ก็จะไม่มีตัวตนในทันที ลุ้นครับ ลุ้นจริงๆ

หนังเขียนบทโดย Robert Zemeckis และ Bob Gale แล้วตัว Zemeckis เองก็รับหน้าที่กำกับด้วย ก็เกิดแบบสุดๆล่ะครับ เพราะหนังทำได้มันส์ สนุกอย่างเต็มที่ รายได้ก็ติดอันดับ Box Office เป็นหนังทำเงินสูงสุดประจำปี 1985 ก็ไม่น่าแลปกใจล่ะครับ ทำออกมาได้ครบเครื่องขนาดนี้ มีทั้งความฮา ความลุ้น ความตื่นเต้น

สามดาวรับประกันครับ
http://imdb.com/title/tt0088763/

[330] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 6:40:37 PM] [Hits counter=12516888] แจ้งลบ

ข้อความที่=196133

Back to the Future Part II (1989) เจาะเวลาหาอดีต ภาค 2



ภาคแรกดัง ที่นี้ทั้ง Robert Zemeckis และ Bob Gale ก็สามารถสานต่อความฝันของพวกเขาได้แล้วล่ะครับ กับการทำมันเป็นไตรภาค ในภาคนี้หลังจากแก้ปัญหาได้ทุกอย่างในคราวก่อน ปรากฏว่ามีปัญหาใหม่ครับ ดร.บราวน์ (Christopher Lloyd) กลับมาหามาร์ตี้ (Michael J. Fox) หลังจากที่ดร. ได้เจาะเวลาไปยังปี 2015 แล้วพบว่าลูกๆของมาร์ตี้กำลังจะเจอปัญหาใหญ่ การผจญภัยครั้งใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น

กับภาคนี้ เสน่ห์ความน่าติดตามแบบเรียบง่ายแต่เจ๋ง ลดลงไปพอสมควร แต่ถึงกระนั้น หนังก็ยังสนุกอยู่ครับ เพราะปมที่ดร.บราวน์กับมาร์ตี้ ต้องแก้ในภาคนี้ค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร เรียกว่ามีการย้อนไปสู่เหตูการณ์ในภาคแรกอีกครั้ง แล้วคนดูก็ต้องลุ้นอีกรอบ ซึ่งก็ทำได้เฉียบครับ

ดนตรีของ Alan Silvestri (ซึ่งพี่แกก็เป็นคอมโพเซอร์คู่บุญของผู้กำกับ Robert Zemeckis น่ะครับ) เก่งจริงๆ เขาเก่งและเชี่ยวสุดๆอยู่ 2 แนวครับ อันนึงก็คือแนวครอบครัวอีกแนวก็เป็นผจญภัย ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังสำแดงฝีมือได้ดีอยู่ ยิ่งฉากช่วงท้ายๆ ดนตรีให้อารมณ์มากทีเดียว

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0096874/

[331] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 6:52:01 PM] [Hits counter=12517129] แจ้งลบ

ข้อความที่=196135

Back to the Future Part III (1990) เจาะเวลาหาอดีต ภาค 3



ภาคปิดท้าย หลังจากภาคที่แล้วดร.บราวน์และยานเจาะเวลาได้ถูกฟ้าแล้วก็หายสาปสูญไป มาร์ตี้ก็กำลังงงอยู่ จนในที่สุดก็พบความจริงว่า ดร.ระเห็จไปสู่ปี 1885 ยุคคาวบอยเฟื่อง ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หากแต่ มาร์ตี้ดันพบว่า ดร.จะต้องถูกฆ่าตายนี่น่ะสิครับ งานนี้มาร์ตี้เลยต้องเจาะเวลาไปอดีตอีกครั้ง แต่งานนี้ยุ่งแน่ เพราะยานเจาะเวลาดันไม่เหลือน้ำมันเลยตอนไปถึงปี 1885 ... แล้วยุคนั้นมีน้ำมันที่ไหนกันล่ะ พวกเขาจะกลับมาได้ไหม แล้วพวกเขายังต้องเจอกับอะไรอีก อันนี้ต้องตามไปดูครับ

ภาคนี้ค่อนข้างเรียบง่ายครับ ไม่มีอะไรหวือหวา เพราะมันเป็นยุคอดีตเลยไม่มีอะไรไฮเทคมาโชว์พวกเรา แต่ถ้าพุดถึงเนื้อหา ภาคนี้ก็ไม่เบาโหว่งหรอกนะฮะ เพราะยังมีพล็อตรองในเรื่องความรักของดร.บราวน์ กับ คลาร่า เคลย์ตัน (Mary Steenburgen) ครูที่ดร.ได้ช่วยชีวิตเอาไว้ รวมไปถึงการต่อกรกับคู่อาฆาตตลอดกาลอย่าง บิวฟอร์ด เทนเนนท์ (Thomas F. Wilson) ซึ่งเป็นปู่ของปู่ของบีฟครับ งวดนี้เล่นกันหนักทีเดียวล่ะ

นับเป็นการปิดท้ายที่โอเคครับ ดูสนุกอยู่ แม้ลูกเล่นจะลดลงไปก็ตามที
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0099088/

[332] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 7:01:12 PM] [Hits counter=12517319] แจ้งลบ

ข้อความที่=196141

นอกจากนี้ Back to the Future ก็เคยถูกนำมาสร้างเป็นการ์ตูนทางทีวีด้วยนะครับ ตั้งแต่ปี 1991 - 1993 ซึ่งช่อง 7 ก็เคยนำมาฉาย ถ้าพูดถึงความสนุก มันก็โอเคสำหรับเด็กๆล่ะครับ ส่วนผู้ใหญ่คงจะเฉยๆ เพราะมันไม่ค่อยโดดเด่นอะไรนัก ซึ่งการ์ตูนที่สร้างจากหนัง มันก็มักจะไม่เด่นเท่าฉบับหนังอยู่แล้ว


โดยรวมๆก็ประมาณสองดาวกว่าๆครับ
http://imdb.com/title/tt0101042/

ส่วน Back to the Future... The Ride (1991) มันก็คือเครื่องเล่น Simulator ชนิดหนึ่งที่ Universal ทำออกมาครับ ซึ่งก็ทำออกมาได้ดีมากทีเดียว มีไดโนเสาร์ รวมถึงอะไรแปลกๆอีกพอสมควร แต่ถ้าจะเล่นก็ต้องตามไปเล่นที่แคลิฟอเนียโน่นน่ะครับ

ถ้าต้องให้ดาว ก็คงให้ซัก สองดาวครึ่งน่ะครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0101392/

[333] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 7:15:18 PM] [Hits counter=12517728] แจ้งลบ

ข้อความที่=196143

ต่อมาคือ มหากาพย์อวกาศที่ดังโคตรๆ ก็คือ Star Wars น่ะครับ โดยผมจะเรียงตามลำดับปีที่ฉายก่อนหลังนะครับ

Star Wars: Episode IV - A New Hope (1977) สตาร์ วอร์ส



หนังดังจนไม่รู้จะดังยังไง และยังเป็นเสมือนตู้เซฟมหึมาของ George Lucas ที่เอามาใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด (จนอดที่จะอิจฉาไม่ได้) เรื่องราวมหากาพย์แห่งอวกาศ ตอนแรก (แต่เป็นตอนที่ 4 ของเรื่องราว) เป็นการเริ่มต้นผจญภัยของลุค สกายวอล์คเกอร์ (Mark Hamill) เด็กหนุ่มธรรมดาที่เจอกับ เบน เคนโนบี (Alec Guinness) เจไดเฒ่า และนั่นคือจุดเริ่มของการเดินทางข้ามดวงดาวเพื่อช่วยเหลือเจ้าหญิงเลอา (Carrie Fisher) และการเผชิญหน้ากับกองทัพแห่งจักรวรรดิผู้ชั่วร้าย ที่นำโดย ดาร์ท เวเดอร์

ต้องยอมรับว่า George Lucas นี่ช่างคิดเหลือเกินครับ เนื้อเรื่องนั้น จะว่าไป มันก็ไม่ได้มีอะไรมากนะ มันเป็นจินตนาการที่เราๆก็คิดได้ แต่พี่ George แกชิงทำก่อนไงครับ เลยดัง มันก็มาทางเดียวกับ Harry Potter นั่นแหละ เรื่องของเด็กใช้เวทย์มนต์หรืออะไรทำนองนี้ เราก็คิดได้นะครับ ผมเชื่อว่านักเขียนหลายคนคิดได้ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะเอามาทำก่อนแค่นั้นเอง เพราะจากพล็อตจากเนื้อเรื่องมันต้องดังอยู่แล้วล่ะ ดังนั้นใครเขียนสำเร็จเสร็จก่อนก็เป็นตาอยู่ได้สบายๆ

สำหรับตัวหนังก็สนุกครับ น่าติดตามดี แต่แน่นอน มันจะมีบ้างที่บางช่วงดูอืดๆไป หรือพวกฉากแอ๊คชั่นก็ไม่ถึงกับมากอะไร แต่มันดูสนุก จัดเป็นความบันเทิงที่ดูเพลินดีครับ แล้วหนังมันก็ค่อนข้างเป็นสูตรอยู่พอสมควร ประเภทเปิดเรื่องมาด้วยแนะนำพระเอก -ผู้ร้าย ก่อนที่จะมาตีกันในตอนจบ ครบสูตรจริงๆ

ตัวละครทั้งหลายก็ล้วนเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ ฮัน โซโล (Harrison Ford) ที่ไปๆมาๆจะเด่นกว่าลุคด้วยซ้ำ เพราะหลากหลายกว่าทั้งในด้านอารมณ์และการเรียกเสียงฮา ก็ไม่แปลกใจที่ Ford จะดังล่ะครับ

ผมว่าผมไม่ต้องบรรยายอะไรอีกแล้วนะ
สามดาวครับ
http://imdb.com/title/tt0076759/

[334] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 7:33:15 PM] [Hits counter=12518265] แจ้งลบ

ข้อความที่=196145

Star Wars: Episode V - The Empire Strikes Back (1980) ดิ เอ็มไพร์ สไตร์ค แบ๊ค



ภาคต่อที่ทำได้เข้มข้นและสนุกกว่าเก่า กับเรื่องราวที่ขมวดปมกันมากขึ้น ตั้งแต่ความรักระหว่าง ฮัน กับ เจ้าหญิงเลอา การกลับมาของดาร์ท เวเดอร์ และ การปรากฏตัวของจอมจักรพรรดิผู้ชั่วร้าย ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะมีอำนาจมากกว่าดาร์ท เวเดอร์เสียด้วยซ้ำ ส่วนลุคก็ต้องมาเจอกับ โยดา ปรมาจารย์เจได ผู้ที่จะฝึกฝนให้ลุคกลายเป็นเจไดในเวลาต่อมา

หนังเดินเรื่องได้อย่างเข้มข้นตลอดครับ เนื้อเรื่องมีการแยกกันไปเป็นส่วนๆ ก่อนจะมาสรุปรวบกันอีกรอบในตอนท้าย ตอนจบของเรื่องก็จบแบบค้างคาเต็มที่ ทิ้งเชื้อให้คนต้องมานั่งรอดูบทสรุปทั้งหมดในภาคต่อไป

โดยส่วนตัว หนังเข้มข้นกว่าภาคที่แล้วครับ สมบูรณ์ในทุกๆส่วน ไม่ชวนหลับแบบภาคที่แล้วด้วย เรียกได้ว่าถ้าไม่ชอบภาคแรก ผมว่าคุณต้องชอบภาคนี้มากขึ้นครับ สำหรับคนที่ชอบภาคแรกอยู่แล้ว ก็คงจะคลั่งภาคนี้ไปเลยล่ะ

สาวดาวครับ
http://imdb.com/title/tt0080684/

[335] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 7:44:11 PM] [Hits counter=12518589] แจ้งลบ

ข้อความที่=196147

Star Wars: Episode VI - Return of the Jedi (1983) รีเทิร์น ออฟ เดอะ เจได



ตอนสุดท้ายของไตรภาคนี้ เป็นการประจัญบานขั้นเด็ดขาดระหว่างฝ่ายกบฎ ที่นำโดยลุค, เจ้าหญิงเลอา และ ฮัน ปะทะกับฝ่ายจักรวรรดิที่นำโดย จักรพรรดิ (Ian McDiarmid) และดาร์ท เวเดอร์เจ้าเก่า การต่อสู้ครั้งนี้ก็จะชี้ชะตาจักรวาลล่ะครับ ว่าจะเป็นอิสระหรือจะต้องตกอยู่ใต้อำนาจของจักรวรรดิไปตลอดกาล

ภาคนี้เนื้อหา ค่อนข้างอ่อนสุดครับ แต่ขณะเดียวกัน ฉากการต่อสู้ ผจญภัยก็มีมากที่สุดด้วย เพราะมันเป็นตอนสรุปแล้วนี่ครับ ต้องตีกันให้เต็มที่หน่อย แต่ถึงกระนั้นหนังก็ยังมีช่วงอืดอยู่บ้างตอนกลางๆเรื่อง ที่พวกลุคได้ไปเจอกับพวกอีวอคนั่นแหละครับ อาจมีเผลอหลับได้ นอกนั้นครึ่งท้ายก็ทำเพื่อความบันเทิงอย่างเดียวเลย

แต่บอกตรงๆ ผมค่อนข้างเสียดายพอสมควรกับการต่อสู้ระหว่างแจ๊บบ้า (ไอ้หนอนยักษ์ตัวอ้วนๆที่เป็นมาเฟียจักรวาลน่ะครับ) กับลุค ซึ่งแจ๊บบ้าโดนกำจัดง่ายเกินไป โธ่ ก็เป็นถึงมาเฟียจักรวาลนี่ครับ มันน่าจะต้องมีดีพอสมควร ไม่ใช่มาโดนปราบง่ายๆแบบนี้ เสียดายจังครับ ยังมีโบบา เฟตต์อีกคน ไปง่ายเหลือเกิน (แต่เห็นเขาว่ากันว่า จริงๆโบบา จะยังไม่ตายครับ และจะมีบทบาทในไตรภาคสุดท้ายของหนังชุดนี้ด้วย ... ถ้ายังทำกันอยู่นะครับ)

ก็เป็นการสรุปที่ค่อนข้างครอบคลุม แต่ความเข้มข้นไม่เต็มที่อย่างที่เคยอีกแล้ว แค่ดูเพลินน่ะครับ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0086190/

[336] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 7:55:41 PM] [Hits counter=12518888] แจ้งลบ

ข้อความที่=196149

Star Wars: Episode I - The Phantom Menace (1999)
สตาร์ วอร์ส : เอพพิโซด I - ภัยซ่อนเร้น



แล้วตำนานอวกาศก็กลับมาครับ คราวนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าไตรภาคที่แล้ว (หรือตอนที่ 4 - 6) หนังจะเล่าถึงชีวิตของแอนนาคิน สกายวอล์คเกอร์ (Jake Lloyd) เด็กน้อยที่จะได้มาเป็นดาร์ท เวเดอร์ในเวลาต่อมา พร้อมกับแนะนำตัวละครอย่าง โอบิวัน เคนโนบี (Ewan McGregor) สมัยที่ยังเป็นเจไดหนุ่ม, เจ้าหญิงเพดเม่ อามิดาล่า (Natalie Portman) ผู้ที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของแอนนาคิน

กับภาคนี้ หนังขาย Effect กันเต็มที่ครับ แน่นอน ด้านเนื้อหาไม่ค่อยมีอะไรนัก ดูเอาจินตนาการแล้วกันครับ แค่ Effect ก็ละลานตาแล้ว ความมันส์ก็โอเคนะครับ การตีกันช่วงท้ายเรื่องทำได้ยิ่งใหญ่ดีทีเดียว รวมไปถึงการดวลดาบเลเซอร์ ซึ่งภาคนี้ถือได้ว่าดวลกันมันส์กว่าตอนที่ผ่านๆมามากทีเดียว

เหมาะสำหรับแฟนๆสตาร์ วอร์สครับ ถ้าลองว่าไม่ชอบหนังชุดนี้ ผมว่าคุณคงเฉยๆกับหนังน่ะครับ เพราะมันมาทางเดียวกันเลย ที่แตกต่างก็แค่ Effect ที่เนี๊ยบและยิ่งใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง

สำหรับผม ชอบครับ ดูเอาเพลินๆดี
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0120915/

[337] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 8:07:38 PM] [Hits counter=12519230] แจ้งลบ

ข้อความที่=196170

Star Wars : Episode II - Attack of The Clones (2002)
สตาร์ วอร์ส : เอพพิโซด II - กองทัพโคลนส์จู่โจม



แล้วนี่ก็เป็นภาคล่าสุดครับ เรื่องราวดำเนินต่อมา โดยภาคนี้จะแบ่งออกเป็น 3 เหตุการณ์เกิดไปพร้อมๆกัน อย่างแรกแอนนาคิน (Hayden Christensen) โตเป็นหนุ่มแล้ว ความรักระหว่างเขากับอามิดาล่า (Natalie Portman) ก็เริ่มกันในภาคนี้นี่เอง ขณะเดียวกันด้านมืดของแอนนาคินก็เริ่มแรงขึ้น โทสะและความเจ้าอารมณ์ของเขาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เหตุที่ 2 คือโอบิวัน (Ewan McGregor) จะต้องไปตามสืบความจริงที่เกิดขึ้นของกองทัพโคลน อันนำเขาไปเผชิญหน้ากับเคานท์ ดูกู (Christopher Lee) อดีตเจไดผู้แปรพักตร์เข้าสู่ด้านมืด และเหตุการณ์ที่ 3 คือ ความแปรปรวนของสภาจักรวาลที่กำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

หนังสร้างปมไว้เพียบ คาดว่า Episode III คงมันส์น่าดูล่ะครับ เอาแค่สงครามโคนส์นี่ก็ทำท่าว่าจะอลังการแบบสุดๆเลยทีเดียว ภาคนี้ทำได้ดีกว่าภาคก่อนครับ เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้น แน่นอน ช่วงกลางๆเรื่องอืดเล็กน้อย แต่พอถึงช่วงท้ายที่เหล่าเจไดรวมพลังกันสู้กับเคานท์ ดูกู และกองทัพของมันนี่ก็ถึงแก่ความมันส์อย่างแน่นอนครับ ฉากรบโคตรจะมันส์ รวมไปถึงอภิมหาเซอร์ไพร์สของปรมาจารย์โยดา ที่ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงสงสัยว่า เจ้าแก่ตัวเขียว เดินงกๆแบบนี้จะมีฝีมืออะไร ลองดูภาคนี้เลยครับ แล้วคุณจะยกตำแหน่งปรมาจารย์เจไดให้แก่ ท่านโยดาอย่างปราศจากข้อสงสัยใดๆ สุดยอดจริงๆ

สำหรับผู้ที่ผิดหวังจากภาคที่แล้ว มาภาคนี้น่าจะกู้ศรัทธาขึ้นมาได้บ้างนะครับ เพราะส่วนต่างๆทำได้ดีมากทีเดียว แล้วผมคิดว่าภาคต่อไปน่าจะมันส์กว่านี้ด้วย เพราะ George Lucas น่าจะเก็บอะไรให้เราอึ้งไว้อีกแน่ๆ อีกอย่าง ฝีมือของ Lucas เนี่ยเริ่มเข้าที่แล้วครับ การที่ EP I ทำได้ไม่ค่อยเท่าไหร่คงเป็นเพราะไม่ได้กำกับซะนาน เพราะตามจริงแล้ว Lucas แกกำกับ Star Wars : EP IV แค่ตอนเดียวเองนะครับ ที่เหลือให้คนอื่นทำหมด แล้วพี่แกก็ไปอยู่เบื้องหลังแทน ก็ให้เวลาแกฟื้นฝีมือนิดนึงครับ

สนุกและมันส์ครับ โอย แค่ได้เห็นโยดาออกรบนี่ผมก็แทบกรี๊ดแล้วล่ะ

สองดาวสามส่วนสี่ดวงครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0121765/

สำหรับ EP III นั่น ต้องรอปี 19 พฤษภาคม 2005 โน่นน่ะครับ ถึงจะได้ดูกัน ในขณะที่ EP VII - IX นั้น ไม่รู้ว่า Lucas แกจะเอาไงแน่ เพราะก็เคยมีข่าวประกาศมาว่าเขาจะทำ แต่แล้วไปๆมาๆ พี่แกก็เกิดบอกไม่อยากทำซะแล้ว ก็ต้องดูกันต่อไปครับ ของแบบนี้มันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

[338] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 8:52:56 PM] [Hits counter=12520347] แจ้งลบ

ข้อความที่=196171

Dark City (1998) ดาร์ค ซิตี้ เมืองเปลี่ยนสมอง มนุษย์ผิดคน



แนวหนัง ไซไฟ - สืบสวน

ผมเคยแนะนำไปแล้วรอบนึง แต่ก็ต้องแนะซ้ำอีกรอบครับ เพราะมันมีอะไรดีอยู่มากเหลือเกิน เรื่องก็คือ ชายคนหนึ่ง (Rufus Sewell) ตื่นขึ้นมาในห้องที่โรแงรม เขาไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เขาทำอะไรอยู่ และไม่นานเขาก็โดนตามล่าทั้งจากตำรวจและคนลึกลับ ตกลงว่าเขากำลังเผชิญกับอะไรอยู่

หนังทำได้ถึงพร้อมแบบสุดๆ จินตนาการโคตรจะล้ำเหลือ ฉากต่างๆก็สวยครับ งดงามและทะมึนมืด หนังกำกับโดย Alex Proyas แห่ง The Crow พี่แกคิดเรื่องเองด้วยครับ (โดยได้ Lem Dobbs กับ David S. Goyer มาช่วยเกลาอีกที) หนังทำได้น่าติดตามแบบสุดๆครับ ตอนแรกๆก็โคตรจะงงล่ะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่พอหนังคลี่คลายปมไป ก็โอเค เริ่มเข้าใจขึ้น แต่พอเราเริ่มเข้าใจอะไรๆปุ๊บ น่าน เอาอีกแล้ว พี่แกก็เอาเซอร์ไพร์สมาเสิร์ฟเราต่อทันที เยี่ยมจริงๆครับ


สามดาวสถานเดียวครับ
http://imdb.com/title/tt0118929/

ข่าวดีคือ ผลงานชิ้นต่อไปของ Alex Proyas คือ หนังเรื่อง I, Robot ซึ่งสร้างจากนิยายของ Isaac Asimov เจ้าแห่งงานนิยายแนวไซไฟ สนุกแน่ครับ หวังว่านะ

[339] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 9:02:07 PM] [Hits counter=12520552] แจ้งลบ

ข้อความที่=196173

The Thirteenth Floor (1999) อุบัติการณ์ล่าทะลุมิติ



แนวหนัง ไซไฟ - สืบสวน

นี่ก็เป็นอีกหนังไซไฟที่ไม่ดังเท่าไหร่ แต่ก็มีดีและน่าลองไม่น้อย เรื่องของดักลาส ฮอลล์ (Craig Bierko) ผู้ค้นคิดประดิษฐ์โลกเสมือนจริงขึ้นมา ก็เหมือนกับหนังไซไฟทั่วไปนั่นแหละครับ เครื่องแบบเชื่อมต่อเข้ากับส่วนต่างๆของร่างกาย จากนั้นก็จะสามารถเข้าไปสู่โลกเสมือนจริงที่สร้างขึ้นมาได้ แล้วไปๆมาๆ ดักลาสก็เริ่มพบกับสิ่งไม่ชอบมาพากล ตั้งแต่การตายอย่างลึกลับของเพื่อนร่วมงานอย่าง แฮนนอน ฟูลเลอร์ (Armin Mueller-Stahl) และการปรากฏตัวของหญิงสาวที่อ้างว่าเป็น ลูกสาวของแฮนนอน (Gretchen Mol) ดักลาสจึงต้องรีบตามหาความจริง เพราะรู้สึกว่า ตัวเขาเองก็เริ่มตกอยู่ในอันตรายเหมือนกัน

ผมว่าหนังน่าสนใจนะครับ ปมต่างๆก็ใช้ได้ การเดินเรื่องก็นับว่าไม่เลว ถ้าเร่งเร้ากว่านี้คงเจ๋งน่ะครับ เอาเป็นว่าถ้าคุณเป็นคอไซไฟ ก็น่าลองอยู่ไม่น้อย

สองดาวกว่าๆ เฉียดครึ่งครับ
http://imdb.com/title/tt0139809/

[340] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 9:13:56 PM] [Hits counter=12520841] แจ้งลบ

ข้อความที่=196176

The Fifth Element (1997) รหัส 5 คนอึดทะลุโลก



แนวหนัง ไซไฟ - แอ๊คชั่น

Bruce Willis รับบทเป็นคอร์เบน ดัลลัส คนขับแท็กซี่ที่จับพลัดจับผลูต้องมาช่วยกอบกู้จักรวาล นั่นคือ การตามหาสิ่งที่เรียกว่า ธาตุที่ 5 ซึ่ง หากไม่มีมัน โลกทั้งใบจะถูกความชั่วร้ายครอบครองไปตลอดกาล กับการผจญภัยครั้งนี้เขาต้องพบกับ ลีลู (Milla Jovovich) สาวต่างดาวที่ถูกส่งมาเพื่อปกป้องธาตุที่ 5 , คุณพ่อวีโต้ คอร์เนเลียส (Ian Holm) นักบวชผู้รับภารกิจปกป้องโลกมาหลายชั่วอายุคน และ ซอร์ก (Gary Oldman) ศัตรูตัวร้ายที่หวังจะครองจักรวาล

หนังกำกับและเขียนบทโดย Luc Besson ครับ (โดยมี Robert Mark Kamen มาช่วยเกลาอีกที) หนังทำได้โม้และเว่อร์สุดๆ แต่ขณะเดียวกันก็มันส์มากๆด้วย เรื่องนี้เป็น ไซไฟ - แอ๊คชั่นเต็มตัวล่ะครับ เอาล่ะคอแอ๊คชั่นทั้งหลาย เรื่องนี้เข้าทางพวกคุณแล้วนะครับ ดูกันได้เลย

งานด้านฉากและอารมณ์ขันค่อนข้างเยอะอยู่ Effect ก็เนี๊ยบดีทีเดียว เป็นหนังที่ดูเอาความบันเทิงได้เลยครับ ดูเอามันส์น่ะ

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0119116/

[341] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 9:24:28 PM] [Hits counter=12521166] แจ้งลบ

ข้อความที่=196178

RoboCop (1987) โรโบคอป



แนวหนัง ไซไฟ - แอ๊คชั่น

ผลงานแจ้งเกิดชิ้นเยี่ยมของผู้กำกับ Paul Verhoeven กับเรื่องราวของ อเล็กซ์ เมอร์ฟี่ย์ (Peter Weller) นายตำรวจที่ถูกฆ่าโดยเหล่าร้าย แต่เขาก็โดนจับไปทดลอง เป็นตำรวจเหล็กนักปราบอธรรม นาม โรโบคอป

หนังรุนแรงครับ ยิงกันกระหน่ำ เลือดสาด แขนขาดก็ได้เห็นกันแบบจะๆ โหดสุดๆไปเลย จึงไม่ใช่ความบันเทิงที่เหมาะสำหรับเด็กซักเท่าไหร่นะครับ แต่ถ้าเป็นอย่างผมเนี่ย ประเภทดูจนชิน จนชักจะเริ่มโรคจิตนิดๆ ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะหนังมันส์ครับ เดินเรื่องเร็ว การต่อสู้ก็ค่อนข้างจะถึงใจ ไม่ผิดหวังล่ะครับ

สองดาวครึ่งกันไปครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0093870/

[342] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 9:34:06 PM] [Hits counter=12521383] แจ้งลบ

ข้อความที่=196179

Robocop 2 (1990) โรโบคอป 2



การกลับมาของหุ่นนักปราบอธรรม โรโบคอป (Peter Weller) คราวนี้เขาต้องมาพบกับ เคน (Tom Noonan) วายร้ายนักค้ายาจอมอำมหิต แต่นั่นยังไม่ร้ายเท่ากับการที่เขายังต้องมาเจอกับ หุ่นโรโบคอป 2 ที่ทางโฮซีพีสร้างขึ้น ด้วยความหวังว่าจะให้มาปกป้องเมืองคู่กับโรโบคอป แต่เจ้าหุ่นมันเกิดบ้าขึ้นมา เพราะสมองที่ใช้กับหุ่นตัวนี้ มันเป็นของ เคนนั่นเอง

หนังยังคงความรุนแรงอยู่อย่างครบถ้วนครับ เด็กๆคงกลัวน่ะ ว่างั้นเถอะ ผมล่ะจำได้เลยครับ ตอนดูในโรงน่ะ ยังติดตาและสยองเอามากๆกับภาพสมองของเคน ซึ่งจะได้เห็นกันแบบจะๆ ดังนั้นกรุณาใช้วิจารณญาณก่อนจะให้ลูกหลานดูด้วยนะครับ

หนังโหด และรุนแรงตามเคยครับ ความสนุกก็นับว่าไม่เลวทีเดยว หนังภาคนี้กำกับโดย Irvin Kershner เจ้าเดียวกับที่ทำ Star Wars : Episode V : The Empire Strikes Back นั่นแหละ ผมว่ามันก็ดูสนุกดีครับ

สองดาวครึ่งอยู่ครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0100502/

[343] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 9:43:14 PM] [Hits counter=12521618] แจ้งลบ

ข้อความที่=196184

RoboCop 3 (1993) โรโบคอป 3 สงครามผ่าเมือง



หนังภาคต่อตอนสุดท้ายครับ กับเรื่องราวของโรโบคอป (เปลี่ยนตัวแสดงเป็น Robert John Burke) ที่ยังต้องกลับมารับมือกับเหล่าร้ายต่อไป แต่คราวนี้ผู้ร้ายที่เขาต้องต่อสู้กลับเป็น OCP บริษัทที่สร้างเขาขึ้นมา นั่นก็เพราะบริษัทนี้กลายเป็นบริษัทหน้าเลือดอย่างเต็มตัวไปแล้วครับ ไล่ที่ชาวบ้านเป็นว่าเล่น โรโบคอป กับ แอน ลูอิส (Nancy Allen) คู่หูจึงต้องร่วมมือกับกองกำลังต่อต้านการเวนคืนที่ดินอย่างไม่เป็นธรรมนี้ และพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับ พอล แม็กดักเกท (John Castle) จอมวายร้ายที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อกวาดล้างชาวบ้าน และหุ่นยนต์นินจาที่ถูกส่งมาต่อกรกับโรโบคอปโดยเฉพาะ

หนังเรื่องนี้ รู้สึกจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนดูซักเท่าไหร่ครับ อย่างแรกอาจเป็นเพราะ หนังไม่รุนแรงครับ ก็คิดดูครับ ภาคก่อนๆนี่ติดเรท R ตลอดมา เลือดและฉากโหดๆมีนับไม่ถ้วน แต่มาภาคนี้เหลือแค่ PG - 13 ซึ่งแปลว่าเด็กดูได้ หนังมันก็ออกมาเป็นหนังสำหรับเด็กจริงๆนั่นแหละครับ ซึ่งที่ทีมงานทำไปก็เพื่อจะได้ทำให้ตลาดมันกว้างขึ้น เด็กดูได้ เงินก็น่าจะได้มากขึ้น จริงมั้ยครับ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ เพราะส่วนใหญ่ ที่คนชอบโรโบคอป ก็จะชอบตรงที่มันรุนแรงและมันส์แบบไม่ตัดทอน แฟนๆจึงค่อนข้างเหนียวแน่นตราบใดที่หนังยังโหดอยู่ แต่พอหนังอ่อนลง แฟนๆขาโหดก็เลยไม่ดูไงครับ แล้วพอดูปุ๊บก็ออกมาด่ากันว่าหนังไม่มันส์ ทีนี้คนที่ไม่ใช่แฟนๆโรโบคอปก็พลอยหนีหายถอยห่างไปด้วย เพราะเห็นเขาว่าไม่สนุกกัน ผลออกมาเลยกลายเป็นความเจ๊งครับ

แต่สำหรับผม ผมชอบนะ หนังภาคนี้ลูกเล่นมากขึ้นครับ ตั้งแต่อาวุธของโรโบคอปที่หลากหลายขึ้น แล้วหนังก็รุนแรงน้อยลง แต่ด้านเนื้อหาผมว่าทำได้ดีนะครับ เรื่องการไล่ที่ชาวบ้านตาดำๆหรือ การที่เหล่าตำรวจไม่ยอมก้มหัวให้กับ OCP อีกต่อไป ถ้าใครดูหนัง Robocop มาตลอดจะรู้ครับว่า OCP กดขี่สับโขกเหล่าตำรวจมากแค่ไหน ทีนี้เมื่อถึงจุดที่พวกเขาทนไม่ได้ จึงตัดสินใจเลือกข้างประชาชน แทนที่จะช่วยพวก OCP อย่างที่เคยเป็น จุดนี้ ผมว่ามันเป็นพัฒนาการที่น่าเชื่อถือดีทีเดียวนะครับ

ครับ เรื่องนี้เข้าด่ากันว่าไม่สนุก แต่สำหรับผม หนังยังทำได้ดีครับ แค่รุนแรงน้อยลงเท่านั้นเอง แต่ความน่าติดตามและความมันส์ผมว่ายังครบถ้วนนะ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0107978/

[344] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 10:05:18 PM] [Hits counter=12522195] แจ้งลบ

ข้อความที่=196189

แม้ภาคที่แล้วจะเจ๊ง แต่โรโบคอป ก็ไม่ได้จบลงแค่นั้นนะครับ ยังมีแตกออกมาเป็นตอนๆอีก

เริ่มจากปี 1988 โรโบคอปถูกสร้างออกมาเป็นการ์ตูน ซึ่งก็เคยเข้ามาเป็นวีดีโอในบ้านเราอยู่ม้านสองม้วนมั้ง ซึ่งเท่าที่เคยดู ก็ไม่มีอะไรมากครับ เรื่อยๆ



อันนี้ให้สองดาวครับ
http://imdb.com/title/tt0194622/

RoboCop: The Animated Series (1994)
ต่อมา คือการ์ตูน ซีรี่ส์ที่ทำอีกครั้งในปี 1994 ซึ่งก็ยังคงเรื่อยๆ ไม่มีอะไรน่าจดจำอีกตามเคย
สองดาวครับ
http://imdb.com/title/tt0179605/

Robocop (1994)
จากนั้น Robocop ก็ถูกสร้างเป็นซี่รี่ส์ทางทีวีอีกครั้ง ในปี 1994 นี่เอง กับหนังชุดนี้ เรื่องราวยังคงเกี่ยวกับ โรโบคอป (Richard Eden) แต่คู่หูเปลี่ยนใหม่ครับ เป็น ลิซ่า แมดดิแกน (Yvette Nipar) แทน หนังมีความยาวทั้งสิ้น 23 ตอน เคยมาฉายทางช่อง 3 อยู่ครับ ซึ่งก็เป็นซีรี่ส์ที่พอจะดูเอามันส์ได้ในระดับหนึ่ง

แล้วฉบับนี้ก็เคยออกมาเป็นวีดีโอ อยู่ 3 ม้วนครับ เป็นลิขสิทธิ์ของไรท์ พิคเจอร์ส ซึ่งก็มี
Robocop : The Future Of Law Enforcement โรโบคอป 4 สมองกลสมองคน
Robocop The Series : Prime suspect & Trouble In Delta โรโบคอป 5 คนเหล็กสะท้านเมือง
และ Robocop The Series โรโบคอป 6 ตำรวจเหล็กอันตราย

ฉบับนี้ ก็เรื่อยๆ สองดาวครับ
http://imdb.com/title/tt0108909/

[345] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 10:22:36 PM] [Hits counter=12522966] แจ้งลบ

ข้อความที่=196194

Robocop: Prime Directives (2000) โรโบคอป



และนี่คือ โรโบคอป ฉบับล่าสุด กำลังฉายอยู่ทางช่อง 7 ทุกเช้าวันเสาร์-อาทิตย์น่ะครับ คราวนี้ โรโบคอป (Page Fletcher) ก็ได้เจอคู่หูใหม่อีกครั้ง นามว่า จอห์น เทอเรนซ์ เคเบิ้ล (Maurice Dean Wint) และคราวนี้พวกเขายังต้องมาเป็นศัตรูกันอีกด้วย

หนังกำกับโดย Julian Grant เป็นมินิซีรี่ส์ครับ ความยาว 375 นาที ซึ่งฉบับนี้ ไม่ค่อยมีอะไรอีกตามเคยครับ บางช่วงออกจะดูน่าเบื่ออีกด้วย

สองดาวครับ
http://imdb.com/title/tt0220008/

[346] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 10:29:38 PM] [Hits counter=12523225] แจ้งลบ

ข้อความที่=196198

Mad Max (1979) แมดแม็กซ์



แนวหนัง ไซไฟ - แอ๊คชั่น

หนังแจ้งเกิดของ Mel Gibson ในบท แมดแม็กซ์ นายตำรวจผู้ที่สูญเสียลูกและภรรยาไปด้วยน้ำมือของเหล่าวายร้ายแห่งโลกอนาคต แม็กซ์ จึงต้องการตามล่าล้างแค้นแบบสุดโหด

หนังดูเวิ้งว้างครับ ดูเป็นอนาคตที่หม่นเอามากๆ โลกก็ดูเหมือนจะแหลกเหลว ไร้ซึ่งอารยธรรมใดๆ ดูแล้วมันหดหู่ยังไงก็ไม่ทราบ ทีนี้พอมาเจอกับเนื้อเรื่องที่หดหู่อีกชั้นหนึ่ง หนังเลยกดดันได้อย่างดีเลยครับ

หดหู่และมันส์ตามสไตล์หนังเก่าๆครับ ค่อนข้างดิบๆด้วย ว่าตามจริงน่ะนะ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0079501/

[347] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 10:40:10 PM] [Hits counter=12523544] แจ้งลบ

ข้อความที่=196199

โอว...ไม่ได้เข้ามาที่บอร์ดนี้ตั้งนาน
รู้สึกว่าคุณหมื่นฯ นี่ขยันโพสเหลือเกินนะครับ
ไม่เหมือนกระทู้หนังสือของผม ช่างเงียบเสียเหลือเกิน

ช่วงนี้ผมกำลังบ้าหนังครับ
ไว้จะเข้ามาคุยกับคุณบ่อยๆ

[348] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 10:42:02 PM] [Hits counter=12523607] แจ้งลบ

ข้อความที่=196202

Mad Max 2: The Road Warrior (1981) แมดแม็กซ์ 2



แนวหนัง ไซไฟ - แอ๊คชั่น

ภาคต่อของแมดแม็กซื ครั้งนี้ เขาต้องผจญภัยในโลกที่อนาคตที่ไร้อารยธรรมตามลำพัง และเขาก็ได้เจอกับลอร์ด ฮิวมันกัส (Kjell Nilsson) วายร้ายคนใหม่ ที่หวังจะครอบครองอาณาจักรแห่งเชื้อเพลิง ผู้รักสันติ งานนี้แม็กซ์เลยกลับมาแมดอีกครั้ง

หนังภาคนี้ทำได้ดีและมันส์ยิ่งกว่าภาคแรกครับ ฉากการตีกันก็ทำได้ที่ดีมาก ยิ่งช่วงท้ายนี่ก็เต็มสูบกันไปล่ะครับ กับการไล่ล่ากันด้วยรถ ซึ่งบอกได้ว่าน่าจะถูกใจคอแอ๊คชั่นเป็นอย่างดี โดยเฉพาะพวกที่ชอบความเร็วและแรงน่ะนะครับ

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0082694/

[349] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 10:46:26 PM] [Hits counter=12523743] แจ้งลบ

ข้อความที่=196213

โอ้ว คุณหมาดำ ไม่ได้เจอกันในบอร์ดนี้ตั้งนาน (แต่เจอหน้ากันเกือบทุกวัน)
ช่วงนี้บ้าหนังเหรอครับ ไม่เหมือนผม ตอนนี้ออกจะไปทางบ้ากามมากกว่า (555)
ก็เข้ามาคุยได้เรื่อยๆเลยครับ ชอบเรื่องอะไร เอามาคุยกันได้เลยนะ

เดี๋ยวผมก็จะเริ่มไปอาละวาดบอร์ดของคุณบ้างแล้วนะครับ เพราะหนังสือกับนิยายที่น่าสนใจ ก็มีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เอาไว้ว่างๆจะแวะไปครับ

[350] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 11:01:30 PM] [Hits counter=12524278] แจ้งลบ

ข้อความที่=196218

Mad Max Beyond Thunderdome (1985) แมดแม็กซ์ 3 ตอน โดมบันลือโลก



แนวหนัง ไซไฟ - แอ๊คชั่น

ภาคปิดท้ายไตรภาค (แต่ยังไม่ใช่ภาคสุดท้ายนะครับ) ครั้งนี้แมดแม็กซ์ต้องไปเผชิญกับอานตี้ แอนติตี้ (Tina Turner) ผู้ครองอาณาจักรกลางทะเลทรายผู้ชั่วร้าย

หนังภาคนี้ผมรู้สึกว่าอ่อนลงกว่าตอนที่แล้วๆมากครับ ฉากแอ๊คชั่นก็พอมี แต่การเดินเรื่องไม่จับใจเท่าภาคก่อนๆอีกแล้ว บางช่วงก็อืดจนเกินงาม ความเร้าใจก็ไม่ค่อยมี ไม่ณุ้เป็นเพราะภาคนี้ มีผู้กำกับ 2 คนหรือเปล่า เพราะ 2 ภาคแรกนั้นกำกับโดย George Miller คนเดียวโดดๆ แต่ภาคนี้ได้ George Ogilvie มาอีกคน หนังมันก็เลยกึ่งๆยังไงก็ไม่ทราบ ความสนุกก็ลดลงไปเยอะทีเดียว

ก็สรุปไตรภาคได้ไม่ถึงใจนัก แต่ก็พอทำเนาครับ
สองดาวกว่าๆครับ
http://imdb.com/title/tt0345292/

ขณะนี้ George Miller และ Mel Gibson กำลังจะกลับมาร่วมมือกันอีกครั้งใน Mad Max: Fury Road ภาคที่ 4 ของหนังชุดนี้ ซึ่งจะออกฉายในปี 2005 เห็นบอกว่าคราวนี้ หนังจะกลายเป็นแนวผจญภัยไปอย่างเต็มตัวเลยทีเดียว ก็ต้องติดตามครับ คาดว่าอย่างน้อย ก็น่าจะดีกว่าภาค 3 ล่ะน่า

[351] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 11:08:06 PM] [Hits counter=12524496] แจ้งลบ

ข้อความที่=196225

Rollerball (1975) เกมส์มฤตยู



แนวหนัง ไซไฟ - แอ๊คชั่น

โรลเลอร์บอล คือชื่อของเกมชนิดหนึ่ง ผู้เล่นจะต้องใส่โรลเลอร์เบลด วนไปรอบๆสนามและแย่งบอลจากฝ่ายตรงข้าม เป็นเกมที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและโหดเหี้ยม จนโจนาธาน อี (James Caan) ผู้เล่นมือวางอันดันหนึ่งเริ่มจะไม่อยากเล่นเกมนี้อีกต่อไป แต่ทางผู้บริหารใหญ่ไม่ยอมครับ จึงทำทุกวิถีทางที่จะบังคับให้โจนาธานเล่น ไม่เว้นแม้แต่ ...บังคับกันถึงชีวิต

หนังกำกับ Norman Jewison ผู้กำกับคนเก่งอีกคนแห่งยุค 70 กับหนังเรื่องนี้ ถ้าเอาหัวแบบวัยรุ่นปัจจุบันไป ก็คงต้องบอกว่า หนังมันดูอืดอาดซะนี่กระไร ซึ่งผมก็ยอมรับครับ หนังมันไม่ค่อยจะเร้าใจอะไรมาก ยกเว้นฉากการแข่งโรลเลอร์บอลที่ถ่ายกันแบบ Long Take (ถ่ายแบบรวดเดียว ไม่มีการตัดต่อ) ซึ่งเป็นการโชว์กึ๋นผู้กำกับเลยครับ ถ้าจัดฉากไว้ไม่ดี มีหวังเป็นวันๆก็ยังถ่ายฉากแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งที่น่าสนใจนอกจากอันนี้แล้ว ก็ยังมีเรื่องประเด็นเกี่ยวกับความรุนแรง มาใส่ไว้ ว่าคนเรานั้นชอบความรุนแรง ไม่ต้องอื่นไกลคัรบ ดูอย่างรายการชิงร้อยชิงล้านเป็นต้น ทุกครั้งที่ทางทีมงานอำพี่หม่ำ หรือ พี่เท่ง ก็ตาม มักจะเรียกเรตติ้งคนดูได้ทุกที นี่ก็เป็นสัญญาณบอกเราได้แล้วล่ะครับ ว่าคนเราชอบดูเรื่องหายนะของชาวบ้าน อะไรที่รุนแรง แม้จะไม่อยากดู แต่ลึกๆคนเราก็ชอบเรื่องนี้อยู่ดี อันนี้แล้วแต่จะคิดกันครับ เป็นกำไรคิดแล้วกันนะ

หนังหนุกมั้ย ผมเฉยๆครับ ไม่มีอะไรโดดเด่นนัก แค่เรื่อยๆ ผ่านมาก็ผ่านไป ไม่เร้าใจอะไร
สองดาวกว่าๆครับ
http://imdb.com/title/tt0073631/

[352] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 11:23:21 PM] [Hits counter=12524935] แจ้งลบ

ข้อความที่=196229

กุมภาพันธ์ (2546)



"คุณเชื่อในพรหมลิขิตไหม?"
"Do you believe in destiny?"

ภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ของผู้กำกับปากจัด และมั่นใจในตัวเองสูง "ยุทธเลิศ ลิปปภาค
ถ่ายทำเกือบทั้งเรื่องที่นิวยอร์ค

เป็นเรื่องของคนไทยสองคนที่บังเอิญมาพบกันที่นิวยอร์ค
คนหนึ่งเป็นหญิงที่รู้ตัวว่าตนเองกำลังจะตาย เดินทางมาจากกรุงเทพฯ
คนหนึ่งเป็นชายผู้ทำงานผิดกฎหมายอยู่ในนิวยอร์ค และกำลังต้องการกลับเมืองไทย
เธอถูกเขาขับรถชนทำให้สูญเสียความทรงจำไป จำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตนเอง
เธอจึงอยู่ในการดูแลของเขา ทำให้เกิดเรื่องราวความรักตามมาจากนี้...

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีทั้งนักวิจารณ์ที่ชอบและไม่ชอบ
เป็นเอก รัตนเรือง เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากนิวยอร์ค
หากตัดนิวยอร์คออกไป มันก็จะไม่เหลืออะไรเลย
แต่บางคนก็บอกว่าการถ่ายภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้งดงามดีเดียว

โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเนื้อเรื่องและบทของภาพยนตร์เรื่องนี้ออกจะธรรมดาไปหน่อย พลอตเรื่องบางตอนดูไม่สมเหตสมผลเท่าที่ควร ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องไปถ่ายทำถึงนิวยอร์คด้วย เนื้อหาแบบนี้ถ่ายในไทยก็ได้ แต่ดูไปดูมาการถ่ายภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เข้าท่าทีเดียว โทนภาพของเรื่องออกจะทึมๆ ชวนให้หดหู่และเปลี่ยวเหงาอยู่บ้าง โดยรวมของภาพยนตร์ ผมคิดว่าอยู่ระดับใช้ได้ครับ ดูได้หากไม่คิดอะไรมาก

"คุณเชื่อในพรหมลิขิตไหม" เป็นคำถามจากในเรื่อง
"เชื่อ" ผมตอบ "ผมเชื่อในพรหมลิขิต แต่...ผมเชื่อในการกระทำของมนุษย์มากกว่า"
แล้วคุณล่ะ?

[353] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 11:26:24 PM] [Hits counter=12525048] แจ้งลบ

ข้อความที่=196237

Rollerball (2002) โรลเลอร์บอล



นี่คือ ฉบับรีเมคครับ รีเมคจากไอ้เรื่องข้างบนนั่นน่ะแหละ เรื่องราวก็เหมือนเดิม ที่เปลี่ยนไปคือ ความฉับไวและดาราที่เป็นวัยรุ่นมากขึ้น ได้ Chris Klein มาเป็นโจนาธาน ครอส พระเอกของเรื่อง และได้ Rebecca Romijn-Stamos นาวแบบสาวสุดเซ็กซี่ เจ้าของบทมิสตี๊ค จาก X-Men มารับบทเป็นนางเอก และได้ LL Cool J กับ Jean Reno มารับบทสมทบ อีกทั้งได้ John McTiernan ผู้กำกับจาก Die hard ภาค 1 และ 3 มากำกับอีกด้วย ....

....แต่ทำไมหนังมันเลวร้ายได้ขนาดนี้

หนังไม่มันส์เลยนะครับ โอเค การเดินเรื่องเร็ว แล้วไงครับ เนื้อหาสาระแทบจะจับไม่ติดเลย ความน่าติดตามก็ไม่มี ฉบับก่อนว่าอืดแล้ว ฉบับนี้อืดกว่าครับ งงมั้ยฮะ ผมบอกว่าเรื่องราวมันรวดเร็ว แต่ทำไมมันอืดน่ะเหรอครับ ก็เพราะเนื้อเรื่องมันไม่ไปไหนเลยนี่ครับ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรมันส์ ฉากแอ๊คชั่นไม่มียังพอทำเนา แต่ความน่าติดตามไม่มีนี่ เห็นทีจะอภัยไม่ได้ล่ะครับ

สรุปว่า หนังไม่ประทับใจด้วยประการทั้งปวงครับ ใครอยากเสี่ยงเชิญ
ดาวเดียวครับ
http://imdb.com/title/tt0246894/

[354] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 11:33:52 PM] [Hits counter=12525272] แจ้งลบ

ข้อความที่=196238

เย่ๆ คุณหมาดำมาแล้ว
ผมจะได้สบายขึ้นหน่อย เอามาเยอะๆเลยครับ คุณหมาดำ

[355] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 11:37:55 PM] [Hits counter=12525385] แจ้งลบ

ข้อความที่=196251

Total Recall (1990) คนทะลุโลก



แนวหนัง ไซไฟ - แอ๊คชั่น

Arnold Schwarzenegger รับบท ดักลาส เควด ชายผู้ซึ่งมีภรรยาสวยน่ารัก (Sharon Stone) และชีวิตที่ดูจะสมบูรณ์พร้อม แต่เขาก็ถูกรบกวนด้วยความฝันเกี่ยวกับดาวอังคารตลอดมา ในที่สุด เขาก็เริ่มไปพัวพันกับสิ่งที่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไม่นานก็มีคนมาตามล่าเขา และครอบครัวที่เขามีกลับเป็นเพียงสิ่งหลอกลวง ทีนี้ ดักลาสจึงต้องรีบตามล่าหาความจริง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขา และจริงๆแล้ว เขาน่ะเป็นใคร

ผู้กำกับ Paul Verhoeven จาก Robocop จับงานไซไฟ - แอ๊คชั่นอีกครั้งโดยครั้งโดยได้แรงบันดาลใจจากเรื่องสั้นของ Philip K. Dick เรื่อง We Can Remember It For You Wholesale หนังทำได้อย่างเฉียบครับ งานเทคนิคทั้ง เมคอัพและ Effect อยู่ในขั้นยอดเยี่ยม การคลี่คลายปมก็เป็นไปอย่างน่าติดตาม ฉากก็ยิ่งใหญ่ และล้ำจินตนาการอย่างมาก ความมันส์ก็ถึงระดับ ไม่ว่าคุณจะเป็นคอ Action หรือ ไซไฟ ก็ไม่ควรพลาดทั้งสิ้นครับ

สองดาวครึ่งกว่าๆครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0100802/

[356] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/15/2004 11:56:38 PM] [Hits counter=12526054] แจ้งลบ

ข้อความที่=196254

Impostor (2002) คนเดือดทะลุจักรวาล 2079



แนวหนัง ไซไฟ - สืบสวน

อีกหนึ่งงานที่สร้างจากนิยายชื่อเดียวกันนี้ของ Philip K. Dick เรื่องของ สเปนเซอร์ โอลิน (Gary Sinise) นักวิทยาศาสตร์ที่โดนทางการตามล่า เพราะถูกหาว่าเป็นไส้ศึกจากต่างดาว เขาจึงต้องหนีและตามล่าหาความจริง

จะว่าไปฟังเนื้อเรื่องแล้วมันคล้ายๆกับ Total Recall นะครับ แต่หนังจะเป็นไซไฟสืบสวน ไม่ได้เน้นแอ๊คชั่นแต่อย่างใด ซึ่งผมก็ว่าหนังทำได้น่าติดตามดีล่ะครับ ฝีมือการแสดงของ Gary Sinise, Madeleine Stowe ในบทภรรยาของสเปนเซอร์), Vincent D'Onofrio (ในบท ผู้นำทีมตามล่าตัวสเปนเซอร์) และ ชูรสของเรื่องอย่าง Mekhi Phifer ในบท เคล ผู้ที่ได้พบกับสเปนเซอร์โดยบังเอิญ ทั้งคนล้วนแสดงได้ดี หนังก็น่าติดตาม แต่สาเหตุที่หนังเจ๊ง คงเพราะการโปรโมทไม่ได้ล่ะมั้งครับ หนังเป็นของ Miramax ซึ่งค่ายนี้ถนัดโปรโมตแต่หนังวัยรุ่นครับ พอมาหนังแนวไซไฟทีไร ไม่ได้เรื่องซักที ทั้งๆที่ตัวหนังมันก็มีดีให้พูดถึงอยู่น่ะ เฮ่อ น่าเสียดายจริงๆ

เอาเป็นว่า นี่เป็นหนัง ไซไฟ - สืบสวนที่ทำได้ถึงมากอีกเรื่องหนึ่งครับ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0160399/

[357] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 12:08:24 AM] [Hits counter=12526344] แจ้งลบ

ข้อความที่=196258

Equilibrium (2002) นักบวชฆ่าไม่ต้องบวช



แนวหนัง ไซไฟ - แอ๊คชั่น ... มันส์โคตร

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการโปรโมตที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ของ Miramax - Dimension เจ้าของหนังเรื่องนี้ ที่ทำท่าว่าจะไม่โปรโมตอะไรเลยครับ หนังไซไฟดีๆนี่ตายไปกับบริษัทนี้หลายเรื่องแล้ว ทั้งๆที่มันเจ๋งอ้ะ

กับเรื่องนี้ เป็นแนวแอ๊คชั่นว่าด้วยโลกแห่งอนาคต ที่ๆคนไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทุกคนต้องกินยาระงับความรู้สึกครับ และหากใครไม่ทำตามกฎก็จะมีตำรวจคอยปราบปราม และ จอห์น เพรสตัน (Christian Bale) คือมือปราบอันดับหนึ่ง แต่แล้ววันนึง เขาลืมกินยาครับ เขาจึงเริ่มสัมผัสกับความรู้สึกต่างๆของมนุษย์ และเขานี่เอง ที่จะเป็นผู้ปลดปล่อยให้มวลมนุษย์ได้กลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง

หนังน่าติดตามครับ เดินเรื่องเร็ว มีอืดเล็กน้อย แต่ก็ไม่มากอะไร ที่ดีเด่นเลยก็คือ ลีลาการบู๊ที่ผสมผสานทั้งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัวสุดๆ เอาแค่ฉากยิงปืนนี่ก็เท่ห์โคตรๆแล้วครับ คือ ตามปกติ ยิงปืนนี่ เขาต้องเล็งแล้วก็ยิงออกไปใช่มั้ยครับ แต่กับเรื่องนี้ ลีลาการยิงปืนมันเหมือนกับการออกหมัดไม่มีผิดเลยครับ แล้วคิดดู ถือปืน 2 มือ แล้วยิงปืนเหมือนออกหมัดอ้ะ โอ้โฮ ชุดที่ใส่ก็ยังเป็นเสื้อคลุมดำอีก คิดดูครับ ยิงไป พริ้วไปทั้งเสื้อและลีลาการยิง โอ้ พระเจ้าๆๆๆๆๆๆๆๆ คิดได้ไงวะ

นอกจากนี้ Bale ยังแสดงนำได้ดี จนไม่แปลกใจครับ ที่เขาจะมารับบทบรูซ เวนย์ในแบทแมนภาคใหม่นี้ ท่าจะเท่ห์กันจนตายไปข้างหนึ่งเลยล่ะครับ และที่สำคัญคือ การแสดงออกทางแววตานี่แทบจะเป็นเครื่องหมายการค้าของ Bale ไปแล้วครับ เล่นเรื่องไหน ลองจ้องตาพี่แกดูสิครับ แสดงอารมณ์ออกมาได้ดีมากๆจริงๆ

คุ้มครับ แค่ดูการยิงไปพริ้วไปเนี่ยก็คุ้มสุดๆแล้ว ต้องขอยอมรับฝีมือผู้กำกับ Kurt Wimmer เลยครับ ซึ่งเขารับหน้าที่เขียนบทด้วย เก่งเข้าไปครับ

สองดาวสามส่วนสี่ดวงพริ้วโคตรๆครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0238380/

เสียดายจริงๆ ที่ Miramax ไม่ยอมโปรโมตหนังเรื่องนี้ให้ดีๆ ไม่งั้นล่ะทำเงินไม่รู้เรื่องเลยนา ผมจะบอกให้

[358] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 12:24:47 AM] [Hits counter=12526734] แจ้งลบ

ข้อความที่=196261

The 6th Day (2000) เดอะ ซิกซ์ เดย์ วันล่าฅนเหล็กอหังการ



แนวหนัง ไซไฟ - สืบสวน - แอ๊คชั่น

อีกครั้งกับงานหนังไซไฟ - แอ๊คชั่น ของพี่บึ้ก Arnold Schwarzenegger ที่หลายๆคนภาวนาว่าให้ออกมามันส์เหมือนกับ Total Recall แต่ผลที่ได้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เรื่องราวของ อดัม กิ๊บสัน (พี่บึกอาร์นี่นั่นเอง) นักขับเครื่องบินมือฉมังที่จู่ๆก็กลับไปบ้านและพบว่า ในบ้านของเขานั่น มีตัวเขาอีกคนโผล่เข้าไปแทนซะแล้ว อ้าว ไงล่ะทีนี้ ก็ต้องมาตามล่าหาความจริงกันต่อไปอีกล่ะสิ

ครับ แม้มันจะไม่ใช่ผลงานที่ดีเด่อะไรนัก แต่หนังก็ทำได้เรื่อยๆครับ ไม่อืดจนเกินไป และการแสดงของพี่บึ้กอาร์นี่ ก็นับว่าช่วยหนังไว้ได้พอสมควร แอ๊คชั่นก็แบบเรื่อยๆ ไม่ได้มากมายอะไรอีกนั่นแหละ ซึ่งถ้าคุณไม่ได้คาดหวังอะไรกับหนังเรื่องนี้ซักเท่าไหร่ล่ะก็ มันก็พอดูแก้เซ็งได้ในระดับหนึ่ง

สรุปว่ามันก็โอเคน่ะครับ ไม่เด่นอะไรมากมาย แต่ก็พอดูแก้เซ็งได้ เอาไว้ว่างๆลองหามาดูแล้วกันครับ เพราะผมว่ามันก็เรื่อยๆ พอไหวน่ะ

สองดาวกว่าๆครับ
http://imdb.com/title/tt0216216/

[359] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 12:39:22 AM] [Hits counter=12527069] แจ้งลบ

ข้อความที่=196265

Planet of the Apes (1968) บุกพิภพมนุษย์วานร



แนวหนัง ไซไฟ - ผจญภัย

ภาคแรกของหนังชุดไซไฟเรื่องยิ่งใหญ่ของวงการ เรื่องราวของ จอร์จ เทย์เลอร์ (Charlton Heston) นักบินอวกาศที่เดินทางมายังอนาคตปี 3900 กว่าๆ ทีนี่ เขาได้พบกับดาวที่แห้งแล้ง และปกครองโดยลิงพูดได้ เขาจึงต้องเอาตัวรอดและหาคำตอบว่า เขาอยู่ที่ไหนกันแน่

หนังกำกับโดย Franklin J. Schaffner สร้างจากนิยายของ Pierre Boulle ประการแรก คือ นี่เป็นหนังเก่านะครับ มันอืดน่ะครับ มีหลายช่วงที่ชวนง่วงอยู่ไม่น้อย แต่ก็ทนนิดน่ะครับ อีกอย่างนี่ไม่ใช่หนังแอ๊คชั่นนะ มันออกจะดราม่า - ไซไฟ - ผจญภัยเอามากๆทีเดียว ดังนั้นเรื่องอืดก็ต้องทำใจครับ

แต่ถ้าพูดถึงจินตนาการผมว่าใช้ได้เลยนะ จุดนี้นับว่าน่าติดตามและน่าสนใจทีเดียว ยิ่งตอนจบนี่ก็อึ้งน่ะครับ เป็นคำตอบที่ชวนอึ้งจริงๆ

ก็เป็นไซไฟที่ทำได้ดีครับ ไม่มันส์แต่น่าสนใจดีทีเดียว
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0063442/

[360] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 12:53:24 AM] [Hits counter=12527445] แจ้งลบ

ข้อความที่=196268

Beneath the Planet of the Apes (1970) ผจญภัยพิภพวานร



แนวหนัง ไซไฟ - ผจญภัย

ภาค 2 กับเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากภาคแรก ซึ่งโลกได้ส่ง เบรนท์ (James Franciscus) นักบินอวกาศอีกรายให้ออกมาตามหาเทย์เลอร์ ที่หายไปให้ภาคแรก ที่นี่เบรนท์ได้พบความจริงเกี่ยวกับเมืองที่อยู่ใต้ดาวดวงนั้น ว่ายังมีอีกเผ่าพันธุ์หนึ่งอาศัยอยู่ และเผ่าพันธุ์นี้ยังมีระเบิดมรณะที่สามารถทลายดาวได้ทั้งดวงอีกด้วย

หนังภาคนี้ผมว่ามันก็ไม่ได้ต่างจากภาคที่แล้วนะ อืดพอๆกัน แต่จินตนาการ ผมว่าดีทีเดียว โดยเฉพาะโลกเมืองวานร ซึ่งผมมันเป็นคนประเภท ชอบครับ ชอบมาก หนังที่มีการเดินทางไปยังดินแดนที่ไม่เคยไปมาก่อนน่ะ มันลุ้นดีครับ ว่าเราจะเจอกับอะไรบ้าง เรื่องนี้ก็โอเคครับ ตอนจบก็เป็นอะไรที่น่าสนใจทีเดียว

อีกอย่าง ผมล่ะชอบ Linda Harrison จังคับ คนที่มารับบทเป็นโนวา ตั้งแต่ภาคแรกนั่นน่ะแหละ ดูสวยน่ารักและเซ็กซี่จังเลยครับ อิอิอิอิ

โดยส่วนตัว ผมยังเห็นว่ามันสนุกและน่าติดตามตามสไตล์ไซไฟอยู่ครับ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0065462/

[361] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 1:00:55 AM] [Hits counter=12527668] แจ้งลบ

ข้อความที่=196270

Escape from the Planet of the Apes (1971) หนีนรกพิภพวานร



แนวหนัง ไซไฟ - ดราม่า

ภาค 3 นี่หลุดไปเป็นดราม่าแล้วครับ เรื่องราวของ คอร์นีเลียส (Roddy McDowall) และ ซีร่า (Kim Hunter) 2 วานรจิตใจงามที่คอยช่วยเหลือเหล่ามนุษย์ใน 2 ภาคที่แล้ว ครั้งนี้พวกเขาได้นั่งยานของเบรนท์ย้อยเวลากลับไปยังโลกในยุคอดีต และแน่นอนครับ สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนอย่างมากมายมหาศาล มีทั้งคนต้อนรับและต่อต้านพวกเขา และในที่สุดพวกที่ไม่ชอบในตัววานรอย่างเขา ก็เริ่มออกตามล่าทั้งคู่อย่างโหดเหี้ยม

ภาคนี้ ผมยังคงชอบอีกตามเคย สาเหตุก็เพราะ ทั้งคอร์นีเลียสและซีร่า ต่างก็เป็นลิงที่ดีนะครับ เขามีจิตใจดี แต่เขาดันต้องมาเจอกับเหล่ามนุษย์ที่ตื่นกลัวต่อความเปลี่ยนแปลงและใจคับแคบ ผลที่ออกมาเลยกลายเป็นเรื่องเศร้า ทั้งๆที่หากจะอยู่กันไปดีๆก็ได้ครับ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่นี่ดันมากลัวแบบบ้าๆบอๆ ซึ่งก็โทษไม่ได้ครับ เพราะพวกที่กลัวนั่น ก็ไม่รู้จัก 2 วานรนี้อย่างที่คนดูรู้จักนี่ครับ

อีกอย่าง คือผมชอบคำพูดประโยคหนึ่งที่ตัวร้ายของเรื่องพูด นั่นคือ โลกเรากำลังประสบปัญหาก็เพราะคำว่าไว้ก่อนนี่แหละ ปัญหาขยะก็ไว้ก่อน ปัญหามลพิษก็ไว้ก่อน ไว้ทำทีหลัง ก็เพราะไอ้การผลัดแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้โลกเก้าวเข้าสู่วิกฤติแบบเนี้ย ต้องถึงเวลาตื่นตัวซะทีแล้วล่ะครับ ผมเห็นด้วยนะ

สรุปว่า หนังทำได้ดีครับ ผมว่า สาระของหนังยังครบถ้วนอยู่
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0067065/

[362] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 1:15:45 AM] [Hits counter=12528194] แจ้งลบ

ข้อความที่=196271

Conquest of the Planet of the Apes (1972) มนุษย์วานรตลุยพิภพ



แนวหนัง ไซไฟ - แอ๊คชั่น

ภาคที่ 4 เรื่องต่อจากภาคที่แล้ว ซึ่งภาคนี้จะเป็นเรื่องของซีซ่าร์ (Roddy McDowall) ลูกชายของคอร์นีเลียสและซีร่า ที่กำลังจะก่อการยึดครองโลก หลังจากที่ทนเห็นเหล่ามนุษย์กดขี่เหล่าวานรไม่ไหว

หนังออกจะเป็นแนวแอ๊คชั่นมากขึ้นครับ แต่เป็นแอ๊คชั่นแบบหนังสมัยเก่านะ ไม่ได้ระเบิดระเบ้ออะไรแบบยุคปัจจุบันหรอก ก็จัดว่ายังพอดูได้ครับ ถ้านับกันถึงความเป็นไซไฟ ก็ต้องบอกว่า ยังน่าสนใจอยู่ เพียงแต่มันอาจจะไม่มากเท่า 3 ภาคแรกเท่านั้นเอง แต่ถ้าคุณๆดูมาแล้ว 3 ภาคและเห็นว่าหนังชุดนี้น่าสนใจ ก็แนะนำว่าให้ดูต่อเลยครับ แต่ถ้าดูมา 3 ภาค ยังไงก็ไม่ชอบ แสดงว่าหนังเรื่องนี้คงไม่ต้องรสนิยมคุณเป็นแน่ ภาคนี้ไม่ต้องดูก็ได้ครับ

สองดาวกว่าๆใกล้ครึ่งครับ
http://imdb.com/title/tt0068408/

[363] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 1:59:29 AM] [Hits counter=12528345] แจ้งลบ

ข้อความที่=196273

Battle for the Planet of the Apes (1973) สงครามพิภพวานร



ตอนสุดท้ายของตำนานพิภพวานร (ในโรงนะครับ เพราะหลังจากจบชุดนี้แล้ว ยังมีการสร้างมาเป็นซีรี่ส์อีก 2 ชุด นั่นคือ Planet of the Apes ในปี 1974 ความยาว 14 ตอน ตอนละ 60 นาที และในปี 1975 ก็มีอออกมาอีกชุดนึง ในชื่อว่า Return to the Planet of the Apes ความยาว 13 ตอน ตอนละ 30 นาที ซึ่งเรื่องราวมันจะเกี่ยวกับ เหล่านักบินอวกาศไปเจอพิภพวานร แล้วก็ผจญภัยกันไปนั่นแหละครับ)

จะเป็นการเล่าถึง ซีซ่าร์ (Roddy McDowall) หลังจากได้ก่อตั้งอาณาจักรวานรขึ้นมาสำเร็จแล้ว เขาก็ต้องเผชิญกับ เหล่ามนุษย์ที่ยังเหลืออยู่ รวมไปถึงการกบฎที่เกิดขึ้นเป็นการภายในอีกด้วย

ก็ไม่ค่อยสนุกครับ อันนี้ว่ากันตรงๆเลย อ่อนที่สุดในหนังชุดนี้ ไม่น่าติดตามหรือตื่นเต้นอีกแล้ว ส่วนประเด็นเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ ก็ไม่แรงหรือชวนให้คิดเท่าตอนแรกๆอีกแล้ว

สรุปคือ ธรรมดาครับ
สองดาวเท่านั้นเอง
http://imdb.com/title/tt0069768/

[364] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 2:00:00 AM] [Hits counter=12528353] แจ้งลบ

ข้อความที่=196275

Doctor Who (1996) ดร.ฮู ผ่าประตูศตวรรษ



แนวหนัง ไซไฟ - ผจญภัย

นี่ถือเป็นซีรี่ส์ทางทีวีที่สร้างต่อเนื่องกันมาโคตรจะยาวนานเลยนะครับ เริ่มสร้างครั้งแรก ก็ปี 1963 แล้วก็ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน มีพักบ้างหยุดบ้าง ตอนนี้รู้สึกจะอยู่ในช่วงหยุดสร้างน่ะครับ หยุดไปตั้งแต่ปี 1989 แล้วนี่ก็กำลังจะสร้างต่ออีกแล้ว มีกำหนดกลับมาปี 2005 น่ะครับ สำหรับเรื่องที่ผมกำลังจะแนะนำนี่ ก็เป็นภาคพิเศษฉบับภาพยนตร์ตอนเดียวจบ ที่เอาไว้ฉายทางทีวี

เรื่องราวของ เดอะ ด็อกเตอร์ (Paul McGann) ผู้ท่องไปตามกาลเวลา และมีหน้าาที่ต่อกรกับวายร้ายในรูปแบบต่างๆ และครั้งนี้เขาต้องเจอกับ เดอะ มาสเตอร์ (Eric Roberts) ปีศาจแห่งกาลเวลาที่ต้องการจะครอบครองโลกในช่วงวันส่งท้ายปีเก่า ปี 1999 งานนี้ ดร.ฮูก็ต้องเจอศึกหนักล่ะครับ

ตัวหนังก็ทำได้ดีครับ ตามมาตรฐานหนังทีวี คือ ดูได้เรื่อยๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ถ้าไม่คิดมาก หนังก็โอเคครับ มีอะไรให้ลุ้นอยุ่เหมือนกันในช่วงท้ายๆน่ะ ก็เหมาะกับคอไซไฟ แล้วกันนะครับ

สองดาวกว่าๆครับ
http://imdb.com/title/tt0116118/

[365] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 2:01:32 AM] [Hits counter=12528369] แจ้งลบ

ข้อความที่=196281

2001: A Space Odyssey (1968) 2001 : ตลุยอวกาศ



และนี่ คืออภิมหากาพย์หนังแห่งอวกาศ ที่ทุกคนได้ดู ต่างยกให้เป็นเสียงเดียวกันว่า หนังเรื่องนี้ดูแล้วมึน!

ไม่ได้พูดเล่นนะครับ ดูแล้วคุณจะรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้แฝงอะไรอยู่เยอะเหลือเกิน แต่ขณะเดียวกันคุณก็จะรู้สึกว่า ไม่สามารถเอาอะไรติดกลับหัวออกมาจากหนังเรื่องนี้ได้เลย เออ คิดดูแล้วกัน กับหนังที่กำกับโดย Stanley Kubrick ซึ่งพี่แกก็เก่งอยู่แล้วครับ ในเรื่องการสร้างปรัชญาในหนัง แล้วหนังยังสร้างจากนิยายของ Arthur C. Clarke นักเขียนจอมปรัชญาอีกคน เมื่อปรัชญามาเจอกับปรัชญา ผลที่ได้ ถ้าไม่มึนล่ะคงจะไม่ไหวล่ะครับ

แต่ที่ผมยอมรับคือ หนังทำออกมาได้ดีเหลือเกิน มีพลังตลอดทั้งเรื่อง มีอะไรแฝงอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ภาพสวย Effect ดี งานเมคอัพก็สุดยอดจริงๆ สุดยอดขนาดไหนรู้มั้ยครับ คืองี้ครับ ปีที่หนังออกฉายนั้น หนังได้เข้าออสการ์ในสาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยมด้วย (ซึ่งได้ชิงปีเดียวกับ Planet of the Apes สาขาเดียวกันด้วย) ซึ่งจะมีอยู่ฉากหนึ่งตอนต้นเรื่องจะเป็นลิงเดินไปเดินมา ทำท่าทำทางต่างๆอยู่ ซึ่งลิงในเรื่องนั้นก็เป็นคนนั่นแหละครับ แต่เมคอัพจนมีสภาพเหมือนลิงจริงๆ ปรากฎว่า รางวัลสาขานี้ตกเป็นของ Planet of the Apes ไป สาเหตุก็เพราะว่า ทางคณะกรรมการ เข้าใจว่า ใน 2001 นั้น ใช้ลิงจริงๆในการแสดง.....เหมือนขนาดไหนคิดดูแล้วกันครับ ก็เป็นเรื่องให้ฮากันไปได้พักนึงเลยล่ะ

สรุปว่า นี่คือหนังไซไฟเรื่องยิ่งใหญ่ครับ ผมก็พอจะรู้ถึงความนัยที่หนังมี แต่อยากจะบอกว่า ต้องค้นเจอเองถึงจะดีครับ ดังนั้น ถ้าคุณเป็นคอ ไซไฟ นี่จึงเป็นผลงานที่คุณต้องดูให้ได้ในชาตินี้เลยทีเดียว

Stanley Kubrick ผู้กำกับ เคยบอกไว้ว่า "ถ้าผมทำหนังเรื่องนี้แล้ว คนดูเข้าใจในทันที นั่นแปลว่า ผมล้มเหลวเสียแล้ว" ... ในความคิดผม ท่านทำสำเร็จครับ

สามดาวเต็มๆครับ
http://imdb.com/title/tt0062622/

[366] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 2:19:39 AM] [Hits counter=12528492] แจ้งลบ

ข้อความที่=196283

2010: The Year We Make Contact (1984) 2010 อุบัติการณ์อาทิตย์ดวงใหม่



ภาคต่อที่ห่างจากภาคแรก ถึง 16 ปี กับเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องจากภาคแรก กับการตามล่าหาคำตอบ ที่ยังค้างคาอยู่ในตอนที่แล้ว ซึ่งหนังก็ให้คำตอบมาหลายอันครับ แต่โดยส่วนตัว ผมคิดว่า การให้คำตอบมันไม่เฉียบคมเท่าให้คำถามหรอก

หนังกำกับโดย Peter Hyams ซึ่งผมต้องขอยอมรับในความกล้าหาญของเขาเลยครับ ที่กล้าทำภาคต่อของหนังระดับ คลาสสิคแบบนี้ ซึ่งเขาก็ทำออกมาได้ไม่เลวครับ นับว่าน่าติดตามอยู่ แต่ออกจะอืดไปหน่อย ถ้าพูดกันถึงความเป็หนนังโดยไม่อิงกับภาคแรกนะครับ หนังก็ไม่เลว ยังคงความเป็นปรัชญาไว้ได้อย่างดีพอสมควร

ก็ไม่เลวครับ พอไหว ถ้าตัดความอืดออกไปได้ หรือไม่ก็เปลี่ยนความอืดให้เป็นพลังอย่างที่ภาคแรกทำได้ล่ะก็ คงดีกว่าเนี้ย
สองดาวเฉียดครึ่งครับ
http://imdb.com/title/tt0086837/

[367] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 2:30:53 AM] [Hits counter=12528613] แจ้งลบ

ข้อความที่=196327

Lost in Space (1998) ทะลุโลกหลุดจักรวาล



แนวหนัง ไซไฟ - ผจญภัย - แอ๊คชั่น

นี่ก็เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากซีรี่ส์สุดฮิตในปี 1965 เรื่องของครอบครัวโรบินสันที่ออกเดินทางไปยังอวกาศเพื่อที่จะได้ไปสู่อัลฟ่าไพร์ม ดินแดนใหม่ที่เตรียมไว้เพื่อให้มนุษย์ได้ไปอยู่กัน แต่แล้วเกิดความผิดพลาด เมื่อดร.แซคคารี่ สมิธ (Gary Oldman) วายร้ายหนึ่งในพวกกบฎได้ลอบเข้ายาน แล้ววางระเบิดเอาไว้ ทำให้ยานเดินทางออกนอกเส้นทาง ไปสู่จักรวาลแห่งใหม่ ที่ยังไม่มีใครรู้จัก พูดง่ายๆ พวกเขาหลงแล้วล่ะครับ

ตัวหนังนั้นออกจะผิดแผกจากฉบับซีรี่ส์ไปพอสมควร ไอ้โครงเรื่องการหลงอวกาศนั่นยังคงอยู่ครับ แต่โทนมันนี่สิ ไปคนละลู่เลย ฉบับดั้งเดิมนั้น มันจะเป็นซีรี่ส์ผจญภัยสนุกๆ สำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่น่ากลัวและไร้พิษภัย แต่พอมาฉบับหนังนี่กลายเป็นหนังกึ่งๆโหดหน่อยๆน่ะครับ ประเภทถ้าเด็กดูคงมีหลายฉากต้องจ๊ากแน่ ซึ่งก็พอเข้าใจครับว่าพี่ Akiva Goldsman คนเขียนบทแกคงอยากจะทำให้หนังมันดูจริงจังขึ้น ส่วนผู้กำกับ Stephen Hopkins แกก็ทำแต่หนังออกจะโหดๆอยู่แล้วด้วย ผลออกมามันเลยเป็นแบบนี้ ซึ่งเท่าที่ถามดู แฟนเก่าๆของซีรี่ส์ชุดนี้ไม่ใคร่จะชอบฉบับนี้ซักเท่าไหร่น่ะครับ

แต่สำหรับผม ซึ่งไม่ได้เป็นแฟนซีรี่ส์ฉบับนี้ (ก็แหงล่ะครับ มันฉายตอนปี 1965 ผมจะเกิดทันมั้ยล่ะ ยกเว้นถ้าระลึกชาติได้ ไม่แน่ผมอาจเคยดู) ซึ่งผมก็เคยได้ดูแค่เล็กๆน้อยๆ ไม่กี่ตอน แต่ก็พอจะจับทางได้ และไม่แปลกใจที่แฟนเก่าจะไม่ชอบ แต่ผมก็ว่าหนังมันดูสนุกดีครับ แนวมันจริงจังและดูเอามันส์ได้พอสมควร อีกทั้งบทหนังก็ซับซ้อนไม่น้อย ช่วงท้ายนี่ก็มีลุ้นอยู่พอสมควรล่ะครับ อีกอย่างตัวคนในครอบครัวโรบินสันนั้น ก็มีปมทั้งสิ้น นี่คงกะจะเอาไว้เล่นในภาคต่อๆไปน่ะครับ แต่เผอิญภาคแรกนี่ดันไปไม่สวยซักเท่าไหร่ โครงการภาคต่อเลยพับไปโดยปริยาย

หนังก็สนุกครับ มันออกจะโหดนิดๆ จะให้เด็กดูก็คอยปิดตาแกหน่อยละกัน
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0120738/

[368] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 1:39:07 PM] [Hits counter=12534750] แจ้งลบ

ข้อความที่=196333

The Adventures of Buckaroo Banzai Across the 8th Dimension (1984)
บัคคารู บันไซ



แนวหนัง ไซไฟ - ผจญภัย

เป็นหนังแปลกอีกเรื่องครับ เรื่องของบัคคารู บันไซ (Peter Weller) ผู้ที่เป็นทั้งนักผจญภัย, หมอผ่าตัดมือเยี่ยม และ นักดนตรีร็อค ที่ได้รับภารกิจให้ไปปราบปรามเหล่าเอเลี่ยนจากนอกโลก ที่นำโดยลอร์ด จอห์น วอร์ฟิน (John Lithgow) พวกมันมาเพื่อครองโลก และแน่นอนว่าบัคคารู ไม่ยอมให้มันทำได้แน่ๆ

รูปแบบของหนังมันออกจะแปลกๆอยู่ไม่น้อยครับ เป็นไซไฟ มีผจญภัยไปโน่นไปนี่ ประเภทว่าถ้าคุณเป็นคนหัวช้าตามหนังไม่ค่อยจะทัน ดูหนังเรื่องนี้มีแววมึนสูงครับ นอกจากนี้นี่ยังจัดเป็นหนังรวมดาวดาราหน้าแปลกทั้งสิ้นอีกด้วย พูดง่ายๆหนังเรื่องนี้มีอะไรแปลกๆเยอะครับ และหนังมันก็ออกจะบ้าๆด้วย เพียงแต่มันไม่สุดขั้วซักเท่าไหร่ แต่แค่นี้ก็หลุดโลกไปพอสมควรแล้วครับ เหตุผลไม่ต้องไปนึกเลยครับ คิดซะว่านี่เป็นโลกแห่งไซไฟ ที่อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ก็แล้วกัน

ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณล่ะครับ ว่าชอบหนังแนวแปลกๆแบบนี้มั้ย ฉากแอ๊คชั่นไม่ค่อยมีอะไรนะ
สองดาวกว่าๆครับ
http://imdb.com/title/tt0086856/

[369] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 1:51:07 PM] [Hits counter=12535017] แจ้งลบ

ข้อความที่=196344

คุณหมื่นฯ ครับ คุณจะขยันไปถึงไหนครับ
โพสเอาๆ เก็บกดหรือยังไงครับ
มีหนังทุกแนวแล้วที่คุณโพสมา
แต่ขาดไปอีกแนวนึงครับ รู้ไหมว่าแนวอะไร

[370] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 2:18:52 PM] [Hits counter=12535541] แจ้งลบ

ข้อความที่=196358

นอกจากหนังชุด Star Wars ที่มีแฟนติดกันหนึบแล้ว นี่ก็เป็นซีรี่ส์ผจญภัยในอวกาศอีกเรื่อง ที่มีแฟนๆติดกันงอมแงมไม่แพ้ Star Wars นั่นคือ Star Trek ครับ

ซึ่งแฟนๆของ Star Trek นี่จะมีอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกเรียกตัวเองว่า Trekkies พวกนี้จะติด Star Trek ครับ ประมาณว่าชอบ แต่จะไม่ถึงกับยอมตายถวายชีวิต อย่างผมเงี้ย ผมก็จัดอยู่ในประเภทนี้ และอีกพวกหนึ่ง เรียกตัวเองว่า Trekkers พวกนี้ติดขนานหนักครับ ประเภทว่าหนังอวกาศเรื่องไหนจะมาใหญ่ไปกว่า Star Trek น่ะไม่ได้ ถึงขนาดตอนนั้นที่ Star Wars : EP I เพิ่งเข้าฉายใหม่ๆ ปรากฏว่าบรรดา Trekkers ตามเมืองต่างๆ ได้รวมกำลังกันไปเดินประท้วงหน้าโรงหนังที่ฉาย Star Wars นัยว่าเป็นการประกาศศักดาน่ะครับ ว่า Wars น่ะ ไม่เท่าไหร่หรอก ต้อง Trek สิถึงจะของแท้ ... เฮ่อ ... ทำไปได้นะเพ่ เอาน่ะ ผมก็พอเข้าใจ

Star Trek: The Cage (1965)



ซีรี่ส์ Star Trek นั้น ก่อกำเนิดขึ้นในปี 1966 (ซึ่งจะว่าไป ก็มาก่อน Star Wars นะ) แต่ถ้าให้ว่าตามจริง Star Trek ตอนแรกสุดกลับมีตั้งแต่ปี 1965 แล้วในชื่อว่า Star Trek: The Cage ซึ่งฉบับนั้น ตัวนำของเรื่องคือ กัปตันคริสโตเฟอร์ ไพค์ (Jeffrey Hunter) เป็นหนังสำหรับฉายทางทีวีของช่อง NBC และ มร.สป็อค (Leonard Nimoy) มนุษย์ต่างดาวชาววัลแคนหูแหลม ก็เริ่มปรากฏตัวตั้งแต่ฉบับนี้แล้วล่ะครับ
http://imdb.com/title/tt0059753/


Star Trek (1966 - 1969) ตะลุยจักรวาล



http://imdb.com/title/tt0060028/

จากนั้นพอปี 1966 Star Trek ก็เริ่มกลับมาอย่างจริงๆจังๆอีกครั้ง ในรูปแบบซีรี่ส์เรื่องยาวที่ฉายต่อเนื่องนานถึง 3 ปี ความยาว 79 ตอน โดยคราวนี้ ผู้นำของเรื่องก็คือ กัปตันเจมส์ ไทบีเรียส เคิร์ก (William Shatner) และก็ได้มร.สป็อคมาร่วมขบวน ตามด้วยเหล่าลูกเรือแห่งยานเอ็นเตอร์ไพร์ส อันประกอบไปด้วย คุณหมอเลนเนิร์ด "โบนส์" แม็กคอย (DeForest Kelley), สก็อตตี้ (James Doohan) ช่างเครื่องปาฏิหาริย์ผู้มากความสามารถ, ไฮคารุ ซูลู (George Takei) ต้นหนคนเก่ง, พาวเวลล์ เชคอฟ (Walter Koenig) และ อูฮูร่า (Nichelle Nichols) ลูกเรือหญิงที่แกร่งไม่แพ้ชาย ทั้ง 7 คนนี้ กลายเป็นตัวละคร Star Trek รุ่นแรกอย่างเป็นทางการ มีแฟนๆติดกันตรึม และแน่นอน พอซีรี่ส์จบลงในปี 1969 บรรดาแฟนพันธุ์แท้ ต่างเรียกร้อง ให้พวกเขากลับมา ซึ่งพวกเขาก็กลับมาอยู่พักนึงในปี 1973 -1975 ในรูปแบบการ์ตูนซีรี่ส์ ความยาว 22 ตอน ซึ่งก็ได้ดาราจากฉบับเดิมมาพากย์ให้



http://imdb.com/title/tt0069637/

ปล.เรื่องจากฉบับข้างบน ผมยังไม่มีโอกาสได้ดูเต็มๆซักที (ได้ดูแค่นิดๆหน่อยๆน่ะครับ) จึงยังไม่ขอให้ดาวนะครับ เพราะมันจะไม่ยุติธรรม คิดซะว่าแค่แนะนำก็แล้วกัน



และแล้ว Star Trek ก็ขึ้นจอใหญ่
Star Trek: The Motion Picture (1979) สตาร์ เทร็ค



แนวหนัง ไซไฟ - ผจญภัย - ปรัชญา

7 ลูกเรือจากฉบับซีรี่ส์ต้นฉบับ กลับมาอีกครั้งบนจอเงิน ซึ่งครั้งนี้พวกเขาต้องเผชิญกับยานลึกลับที่ชื่อว่า วี-เจอร์ และมันมาเพื่ออะไรบ่งอย่าง แต่ระหว่างทางที่มันมาน่ มันทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าครับ จึงทำให้ทีมลูกเรือยานเอ็นเตอร์ไพร์สทุกคน ต้องรีบเข้าสกัดมัน ก่อนมันจะมาสู่โลก

ภาคแรกนี่ ถ้าพูดถึงตัวหนังนะครับ มันมาเป็นแนวปรัชญาครับ เดินเรื่องแบบอืดๆ ดังนั้นถ้าพูดถึงความมันส์ เก็บพับไปได้เลยครับ ซึ่งหนังค่อนข้างเหมาะกับแฟนๆของ Trek มากกว่า เพราะต้องใช้ความอดทนในการชมสูงมากทีเดียว และหนังยังยาวตั้ง 2 ชั่วโมงกว่า ถ้าคุณไม่ชอบหนังไซไฟ - ปรัชญา - อวกาศแบบนี้ล่ะก็ เตรียมเอาผ้าห่มไว้ข้างตัวได้เลยครับ หลับแน่ๆ ผมรับรอง

ส่วนผม ผมก็โอเคกับหนังแนวนี้อยู่แล้วครับ เลยดูได้สบายๆ มีเบื่อๆอยู่บ้าง แต่แค่ได้เจอกับ 7 ลูกเรือนี่ก็คุ้มแล้วล่ะ รวมไปถึงงาน Effect ที่เจ๋งมากสำหรับยุคนั้น และการเฉลยตัวตนที่แท้จริงของ วี - เจอร์ ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจมากทีเดียว

สรุปว่า ถ้าคุณชอบหนังอวกาศ เรื่องนี้น่าจะเหมาะกับคุณครับ ผมก็ว่าใช้ได้
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0079945/

[371] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 2:49:51 PM] [Hits counter=12536311] แจ้งลบ

ข้อความที่=196360

ชื่อชอบชวนหาเรื่อง (2546)



โดย บัณฑิต ฤทธิกล ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องบุญชูทั้ง 8 ภาค และอีกหลากหลายผลงานกำกับ อาทิเช่น สตางค์ 14 ตุลาสงครามประชาชน ฯลฯ แม้จะประสบความล้มเหลวจากภาพยนตร์เรื่องล่าสุด สาปเสือที่ลำน้ำกษัตริย์ ซึ่งไม่เป็นที่สนใจของประชาชนมากนัก แต่ในเรื่องชื่อชอบชวนหาเรื่องนี้ เขากลับมาหาแนวทางเดิมที่ตนเองถนัดคือ แนวคอมมานดี้ ในเรื่องนี้มีนักแสดงชื่อดังมาเป็นดาราสมทบมากมายครับ ไล่ตั้งแต่รุ่นเก่าไปจนถึงรุ่นใหม่

ชื่อชอบฯ เป็นเรื่องราวของชอบ ชายหนุ่มหน้าตาละอ่อน วันธรรมดาถือศีล 5 วันพระถือศีล 8 เขาต้องเผชิญกับโชคชะตาที่ว่าที่พ่อตา-ผู้มีอิทธิพลในภาคเหนือหยิบยื่นให้ คือต้องหาเรื่องผู้คนไปตลอดทางเป็นระยะเวลา 7 วัน ในการไปสู่ขออร-ผู้ซึ่งเป็นแฟนของเขา ที่จังหวัดเชียงราย
ในการเดินทางครั้งนี้เขาได้พบกับหลิน-สาวสวยที่ขอเดินทางไปกับเขาด้วย ตลอดการเดินทางของเขาและเธอเต็มไปด้วยเรื่องราวต่างๆ มากมายจนเกือบเอาตัวไม่รอด เพราะต้องหาเรื่องผู้คนไปตลอดทาง แต่มันก็ทำให้ความรู้สึกดีๆ ระหว่างชอบและหลินก่อตัวขึ้นทีละน้อย....

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากความสนุกสนานและมุกตลกที่กระจายอยู่ทั่วเรื่อง แม้ในบางส่วนของเรื่องผู้กำกับพยายามจะสะท้อนถึงปัญหาและพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นอยู่ในสังคมไทย และคงไม่มีวันหมดสิ้นไปได้ เช่น การชิงทรัพย์ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ การแสดงกิริยาหยาบคายของกระเป๋ารถเมล์ การลวนลามผู้หญิงบนรถโดยสาร ฯลฯ
ทางด้านการแสดง ตัวเอกของเรื่องแสดงไม่ค่อยสมบทบาทเท่าที่ควร ออกจะเกร็งๆ แข็งๆ ไปบ้างในบางสถานการณ์ พลอตเรื่องไม่สมจริงเท่าใดนักเนื่องจากเป็นภาพยนตร์เบาสมอง แต่โดยรวมแล้ว ดูเอาสนุกอย่างเดียวครับ พอจะแก้เครียดด้วยเสียงหัวเราะได้บ้าง

7 วันต้องหาเรื่องไปตลอดทาง
หากว่าที่พ่อตาของคุณกำหนดเงื่อนไขแบบนี้ในการไปสู่ขอลูกสาว
ถ้าเป็นคุณ คุณจะรับเงื่อนไขนี้ไหมครับ?

[372] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 3:01:00 PM] [Hits counter=12536621] แจ้งลบ

ข้อความที่=196362

Star Trek II: The Wrath of Khan (1982) สตาร์ เทร็ค 2 ตอน ศึกสลัดอวกาศ



แนวหนัง ไซไฟ - แอ๊คชั่น - ผจญภัย

หลังจากภาคแรก ทำเงินไปไม่น้อย (82.3 ล้าน ในอเมริกา) แต่ก็มีทั้งชมทั้งด่าล่ะครับ ที่ชมส่วนใหญ่ก็เป็นแฟนๆ Trek เพราะมันเข้าทางอยู่แล้ว แต่ที่ด่าก็เพราะ หนังมันจะปรัชญาไปถึงไหนกาน ไปจะหลับอยู่แล้วโว้ย ด้วยเหตุนี้ทีมงานจึง เปลี่ยนครับ มาเป็นแนว ไซไฟ - แอ๊คชั่นซะเลย โดยคราวนี้จับเอา ข่าน (Ricardo Montalban) คู่อาฆาตตั้งแต่สมัยซีรี่ส์ ซึ่งเคยปรากฏตัวในตอนที่ 22 ของปีแรก และพี่แกก็โดนกัปตันเคิร์กของเรา เล่นงานครับ งานนี้พี่แกได้ทีเลยกลับมาแก้แค้นกันอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

หนังทำได้สนุกขึ้น ไม่น่าเบื่อแล้วครับ น่าติดตามตลอด ยิ่งช่วงท้ายๆนี่ก็ลุ้นกันกระจายล่ะครับ ว่ากัปตันเคิร์กจะแก้เกมยังไง จะเอาชนะมันยังไง นี่แหละครับ ที่สนุกและหนังภาคนี้ก็จัดเป็นต้นแบบที่อีกหลายๆตอนต้องเดินตามทีเดียว รวมไปถึงตอนจบที่ชวนสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับแฟนๆของ Star Trek

สนุกและเร้าใจ แฟนสตาร์เทร็คและหนังอวกาศไม่ควรพลาดครับ
สองดาวครึ่งกว่าๆครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0084726/

ปล. คุณหมาดำครับ ผมรู้นะ หนังแนวไหน ไว้ผมคัดดีๆแล้วจะเอามาแน่ๆครับ อิอิอิอิ

[373] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 3:03:37 PM] [Hits counter=12536693] แจ้งลบ

ข้อความที่=196367

เอามาลงในบอร์ดเลยครับ ถ้าคุณแน่จริง
ผมจะรอดูนะครับ

[374] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 3:16:35 PM] [Hits counter=12536979] แจ้งลบ

ข้อความที่=196368

Star Trek III: The Search for Spock (1984)
สตาร์ เทร็ค 3 ตอน ค้นหาสป็อคมนุษย์มหัศจรรย์



ภาคที่ 3 ซึ่งต่อเนื่องจากตอนก่อน ในการผจญภัยไปบนดวงดาว เจเนซิส ซึ่งว่ากันว่าเป็นดาวแห่งการเกิดใหม่ และเป็นอีกครั้งที่ลูกเรือเอ็นเตอร์ไพร์ส ต้องเจอกับคู่อาฆาตตลอดกาล นั่นคือ พวกคลิงก้อนนั่นเอง

ภาคนี้ได้ Leonard Nimoy หรือ มร.สป็อคของเรา ลงมือกำกับครับ ซึ่งก็ทำได้ดีพอสมควร แต่แน่นอน มันจะมีบางช่วงที่อืดๆไปบ้าง แต่ถ้าพูดภึงความน่าติดตามก็ประมาณหนึ่งครับ ยิ่งไปกว่านั้น ภาคนี้จะเป็นการเปิดปมที่ทำให้ กัปตันเคิร์กโกรธแค้นพวกเผ่าพันธุคลิงก้อนในเวลาต่อมา นับว่าเข้มข้นพอสมควรล่ะครับ

สองดาวครึ่งอยู่ดีครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0088170/

ปล. แฮ่ๆๆๆๆ จะพยายามครับ แต่ผมโดนลบบอร์ดแน่ๆเลยล่ะ

[375] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 3:20:00 PM] [Hits counter=12537044] แจ้งลบ

ข้อความที่=196369

Star Trek IV: The Voyage Home (1986) สตาร์ เทร็ค 4 ตอน ข้ามเวลามาช่วยโลก



นี่คือ ตอนที่ทำเงินสูงที่สุดครับ ได้ไป 109 ล้าน สาเหตุน่าจะมาจาก อารมณ์ขันที่มากขึ้น เพราะครั้งนี้เหล่าลูกเรือเอ็นเตอร์ไพร์ส ต้องย้อนเวลาไปสู่อดีต เพื่อตามหาปลาวาฬครับ ... คืองี้ฮะ ในยุคอนาคตนั้น ปลาวาฬสูญพันธุ์ไปจากโลก แล้วทีนี้เกิดมียานลึกลับ มามาดเดียวกับวี - เจอร์เลยครับ มาเพื่อตรวจสอบว่า ยังมีปลาวาฬอยู่บนโลกมั้ย หากไม่มีโลกจะถูกทำลายครับ ผมเล่ามันอาจจะฟังแหม่งๆนะครับ แต่มันมีเหตุผลของมันแล้วกัน ต้องไปดูเองครับ

หนังยังได้ Leonard Nimoy กำกับตามเคย ซึ่งหนังสนุกและฮามากสุดๆครับ น่าติดตามด้วย เพราะพวกเขามาจากอนาคตไงครับ อะไรเปิ่นๆจึงเกิดขึ้นเพียบ แล้วยังต้องมาลุ้นอีกว่า จะขนปลาวาฬไปได้ยังไง

สนุกสุดๆ ไม่ผิดหวังครับ รวมไปถึงดนตรีประกอบที่ฟังเสนาะหู จากฝีมือของ Leonard Rosenman ทำให้นี่เป็นตอนที่มันส์ที่สุดอีกตอนหนึ่งของ Star Trek ครับ

สามดาวครับ
http://imdb.com/title/tt0092007/

[376] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 3:28:53 PM] [Hits counter=12537175] แจ้งลบ

ข้อความที่=196373

Star Trek V: The Final Frontier (1989) สตาร์ เทร็ค 5 ตอน สงครามสุดจักรวาล



ภาคนี้ได้ William Shatner กัปตันเคิร์ก พระเอกของเรามากำกับครับ เรื่องราวของไซบ็อก (Laurence Luckinbill) ชาววัลแคนที่ต้องการจะเดินทางไปยังดินแดนที่เรียกว่า อาณาจักรสุดขอบจักรวาล ไซบ็อกเลยยึดเอ็นเตอร์ไพร์สเพื่อใช้ไปยังดินแดนแห่งนั้นซะเลย และที่นั่น อะไรรอพวกเขาอยู่กันแน่

นี่กลายเป็น Trek ตอนที่อ่อนที่สุดครับ แน่นอน คนที่จะชอบภาคนี้ก็ต้องชอบ Trek ครับ ไม่งั้นด่ากันแน่ๆ ขนาดแฟนๆ Trek ยังไม่ค่อยจะชอบกันเลยน่ะ ส่วนผมก็เห็นว่ามันไม่เลวร้ายอะไร เพียงแต่ไม่สนุกหรือตื่นเต้นอะไรมาก ออกจะเฉยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับน่าผิดหวังอะไร แค่ไม่มีอะไรให้ประทับใจเท่านั้น

สองดาวเฉียดครึ่งครับ
http://imdb.com/title/tt0098382/

[377] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 3:35:25 PM] [Hits counter=12537311] แจ้งลบ

ข้อความที่=196375

Star Trek VI: The Undiscovered Country (1991) ศึกรบสยบอวกาศ อวสานสตาร์เทร็ค



แนวหนัง ไซไฟ - ผจญภัย

ตอนสุดท้ายที่แสดงโดยนักแสดงชุดดั้งเดิม เนื้อหาภาคนี้จะเกี่ยวกับ การที่พวกคลิงก้อนจะเซ็นต์สัญญาสงบศึกและจับมือกันเพื่อสร้างสันติภาพ แต่แล้วกลับมีผู้ไม่เห็นด้วย และทำการลอบสังหารผู้นำคลิงก้อน อันเป็นการจุดชนวนสงความให้บังเกิดขึ้นอีกครั้ง

หนังกลับมาสนุกและตื่นเต้นอีกครั้งครับ กำกับโดย Nicholas Meyer คนเดิมที่กำกับภาค 2 ของหนังชุดนี้มาแล้ว หนังทำได้น่าติดตาม มีการทิ้งปมอยู่ตลอด รวมถึงการประจัญบานในตอนท้ายเรื่องก็ทำออกมาได้มันส์ดีทีเดียวครับ

ผู้ที่ผิดหวังมาจากภาคที่แล้ว ผมว่าน่าจะพอใจกับภาคนี้นะ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0102975/

[378] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 3:42:09 PM] [Hits counter=12537448] แจ้งลบ

ข้อความที่=196379

หลังจากนักแสดงชุดดั้งเดิมจาก Trek ต้นแบบ โบกมืออำลา ประกาศว่าจะเลิกแสดงแน่แล้ว โดยเฉพาะ Leonard Nimoy หรือ มร.สป็อคของเรา เป็นตัวตั้งตัวตีที่จะเลิกเล่นเลยครับ ดังนั้นทาง Paramount Pictures บริษัทเจ้าของจึงไม่รอช้าที่จะเข็นเอาลูกเรือ Trek ชุดใหม่ให้มารับช่วงต่อ ซึ่งก็ต้องเท้าความกันนิดนะครับ

สำหรับ Trek ชุดใหม่นี้ ก็คือ ชุด Star Trek: The Next Generation ที่ออกฉายในปี 1987 -1994 ความยาวทั้งสิ้น 178 ตอน ซึ่งเคยนำมาฉายในบ้านเราอยู่ปีนึงละมั้งครับ ฉายทางช่อง 7 ตอนบ่ายๆ ในชื่อ ตะลุยจักรวาล 2 เจาะจักรวาลใหม่



http://imdb.com/title/tt0092455/

ในชุดนี้ลูกเรือจะเป็นของยานเอ็นเตอร์ไพร์ส - ดี ประกอบไปด้วย กัปตันฌอง - ลุค พิคาร์ด (Patrick Stewart) เจ้าของสัญลักษณ์หัวโป้งเหน่งนั่นแหละครับ, วิลเลี่ยม ที. ไรเกอร์ (Jonathan Frakes) ผู้ช่วยของพิคาร์ด, เดต้า (Brent Spiner) หุ่นยนต์ช่างพูดผู้อยากเป็นคนที่ดูเหมือนจะเป็นตัวตายตัวแทนของ มร.สป็อค จากชุดที่แล้ว, จอร์ดี้ ลาฟอร์ซ (LeVar Burton) ช่างผู้มีปัญหาทางสายตา, วอล์ฟ (Michael Dorn) ชาวคลิงก้อนจอมพลังและเจ้าอารมณ์, คุณหมอ เบฟเวอร์ลี่ ครัชเชอร์ (Gates McFadden) และ เดียนน่า ทรอย (Marina Sirtis) ที่ปรึกษาประจำยาน ซึ่งก็ป็น 7 คนเท่าเดิมนั่นแหละครับ ซีรี่ส์ชุดนี้ก็ดังไปพอสมควร มีแฟนๆอยู่เยอะ จนทาง Paramount เชื่อมั่นว่าจะมารับช่วงต่อจากชุดที่แล้วได้แน่ๆ และพวกเขาก็คิดถูก



Star Trek: Generations (1994) สตาร์ เทร็ค ผ่ามิติจักรวาลทลายโลก



ภาคที่ 7 ของหนังชุดนี้ ซึ่งจับเอาเรื่องราวของ ทีมลุกเรือชุดเก่าให้มาเจอกับชุดใหม่ได้อย่างเฉียบคม ทั้งกัปตันเคิร์ก (William Shatner) และ กัปตันพิคาร์ด ได้มาเจอกันในการผจญภัยเพื่อกอบกู้จักรวาลให้พ้นจากความบ้าคลั่งของ ซอรัน (Malcolm McDowell)

นับเป็นการส่งต่อที่ทำได้ดีครับ แม้บางช่วงมันจะอืดๆไปบ้าง แต่ตอนท้ายหนังก็สรุปทุกอย่างได้ดี ชนิดที่หากใครรักกัปตันเคิร์กมากๆก็คงจะซึ้งไม่น้อยทีเดียว กับตอนจบแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ดนตรีประกอบของ Dennis McCarthy ก็ยังมีท่วงทำนองที่ชวนประทับใจอย่างมากทีเดียว

ไม่เลว ยังใช้ได้ ตามมาตรฐานครับ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0111280/

[379] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 4:05:38 PM] [Hits counter=12537967] แจ้งลบ

ข้อความที่=196382

โอย...อ่านไม่ทันแล้วครับคุณหมื่นฯ
เพลาๆ หน่อย

[380] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 4:16:33 PM] [Hits counter=12538201] แจ้งลบ

ข้อความที่=196384

Star Trek: First Contact (1996) เฟิสต์ คอนแทคท์ ผ่าสงครามยึดโลก



ในภาค 8 นี้ ทีมลูกเรือแห่ง Star Trek: The Next Generation ซึ่งนำโดยกัปตัยพิคาร์ด ก็ได้เป็นตัวนำอย่างเต็มที่ การผจญภัยครั้งนี้ พวกเขาต้องเจอกับศัตรูเก่าอย่าง เผ่าพันธุ์บอร์ก หรือ ซอมบี้แห่งจักรวาล โดยที่พวกบอร์กได้เจาะเวลาไปหวังจะทำลายอดีตของมนุษย์ชาติ ทำให้กัปตับพิคาร์ดและลูกเรือทั้งหมด ต้องตามไปสกัดกั้นแผนร้ายนี้

หนังมาทางเดียวกับ Star Trek II: The Wrath of Khan เลยครับ คือ เขาจับเอาตัวร้ายจากฉบับซีรี่ส์มาตีกับพระเอกบนจอใหญ่ แฟนๆก็สนุกกันเป็นแถบๆล่ะครับ ในขณะคนที่ไม่เคยดูมาก่อน อาจจะมึนหน่อยๆว่ามันไปไงมาไง แต่ผมเชื่อว่าคงทำความเข้าใจได้ไม่ยากครับ

เอางี้ ผมเท้าความให้นิดนึง พวกบอร์กเคยตีกับลูกเรือเอนเตอร์ไพร์สมาแล้วรอบนึง ในตอนที่ชื่อว่า The Best Of Both Worlds (ซึ่งโปสเตอร์ที่ผมเอามาให้ดูในข้อความที่แล้วนั้น ก็คือตอนนี้นี่เองล่ะครับ) แล้วเรื่องของเรื่องคือ กัปตันพิคาร์ดแกโดนจับไปทำเป็นบอร์กด้วย แต่โชคดีที่ลูกเรือช่วยออกมาได้ นั่นจึงเป็นความแค้นที่พิคาร์ดต้องการสะสางกับบอร์ก

ความสนุกนั้น ค่อนข้างครบเครื่องครับ มีทั้งแอ๊คชั่น อารมณ์ขัน หนังได้ Jonathan Frakes มากำกับ ซึ่งเขาก็รับบทเป็นผู้การ ไรเกอร์ส ผู้ช่วยของพิคาร์ดในเรื่องนั่นแหละครับ ซึ่งเรียกได้ว่าเขาจับทางหนังชุดนี้ได้อยู่หมัดทีเดียว

สองดาวสามส่วนสี่ดวงครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0117731/

[381] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 4:19:44 PM] [Hits counter=12538272] แจ้งลบ

ข้อความที่=196385

Star Trek: Insurrection (1998) อินเซอร์เร็คชั่น ผ่าพันธุ์อมตะยึดจักรวาล



แล้วหนังก็เดินทางมาถึงภาคที่ 9 ครับ การผจญภัยครั้งนี้ลูกเรือต้องต่อกรกับเผ่าพันธุ์ร้าย ที่หวังจะครองครองดาวบาคูที่รักสงบ งวดนี้มีมวยก็มีครับ

ภาคนี้แม้จะยิ่งใหญ่น้อยกว่าภาคที่แล้ว แต่ความสนุก ดูเพลินยังมีครบถ้วนครับ ตัวละครในเรื่องก็ดูมีเลือดมีเนื้อขึ้น การต่อสู้ก็สนุกใช้ได้ มีอะไรให้ฮาอยู่หลายอย่างเหมือนกัน หนังยังได้ Jonathan Frakes กำกับตามเคย ซึ่งก็ไม่มีปัญหาครับ ทำได้ดีตามเคย

งาน Effect นี่จัดว่ายอดครับ สวยงามมากๆ โดยเฉพาะฉากไล่ล่าท่ามกลางหมู่เมฆกลางอวกาศนั่น ดูแล้วทึ่งกันไปเลยล่ะ

สรุปว่าไม่ผิดหวังครับ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0120844/


ปล. มันมันส์มืออะ คุณหมาดำ ผมจะพยายามหยุดแล้วล่ะนะครับ จะได้ไปดูแผ่นอื่นๆแทน 555

[382] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 4:26:43 PM] [Hits counter=12538380] แจ้งลบ

ข้อความที่=196387

Star Trek นี่มันเข้าขั้นมหากาพทางอวกาศเลยนะครับ ปาเข้าไปกี่ภาคแล้วนั่นน่ะ
ยอมรับครับว่าผมไม่เคยดูเลยสักภาค แต่อ่านที่คุณหมื่นฯ โพสแล้วชักอยากดูขึ้นมาแฮะ

[383] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 4:31:58 PM] [Hits counter=12538462] แจ้งลบ

ข้อความที่=196388

Star Trek: Nemesis (2002) สตาร์ เทรค : เนเมซิส



ตอนที่ 10 ซึ่งเป็นตอนล่าสุดของหนังชุดนี้ แต่ผมชักเสียวๆว่าจะเป็นตอนสุดท้ายซะแล้วล่ะครับ เพราะรายได้น้อยมาก ทั้งๆที่หนังทำได้สนุกออก

ครั้งนี้กัปตันพิคาร์ดต้องเจอกับ ชินซอน (Tom Hardy) วายร้ายที่เกิดมาจากการโคลนตัวเขา และเป้าหมายของชินซอนคือ ครองจักรวาล งานนี้พิคาร์ดจึงต้องต่อสู้กับด้านมืดที่มีตัวตนจริงๆของตัวเองแล้วล่ะครับ

หนังได้ Stuart Baird มากำกับ ซึ่งเขาก็เคยฝากผลงานหนัง Action ชั้นดีอย่าง Executive Decision มาแล้ว หนังก็ยังสนุกและเร้าใจดีครับ มีอะไรมันส์ๆอยู่เยอะ รวมทั้งการต่อสู้ช่วงท้ายก็ชวนลุ้นไม่น้อย รวมถึงมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม หนังถึงไม่ประสบความสำเร็จ

สรุปว่า ผมชอบครับ ยังเป็น Trek ที่สนุกอยู่ ไม่ผิดหวังหรอก ถ้าคุณเป็นคอน่ะนะ
สองดาวครึ่งกว่าๆครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0253754/

ล่าสุด ก็มีข่าวครับ ว่าจะสร้างต่อ แต่ยังไม่มีอะไรแน่นอนเลย ตอนนี้ ได้แต่ร้องเพลงรอครับ

[384] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 4:35:47 PM] [Hits counter=12538558] แจ้งลบ

ข้อความที่=196390

ครับ คุณหมาดำ หนังมันสร้างกันมาต่อเนื่องแบบสุดๆเลย

ผมชอบนะ แต่อย่างเจ้าเต่าอูมบอกเฉยๆอ้ะ อันนี้คงแล้วแต่คนน่ะครับ ถ้าชอบแนวอวกาศ ผมว่าก็น่าจะชอบนะ อยากดูมายืมได้ครับ ผมมี ตอนนี้ก็นั่งภาวนาอยู่เนี่ย ว่าเขาจะทำออกมาเป็น วีซีดี ใหม่อีกมั้ย ถ้ามีละก็ ผมเก็บกวาดชัวร์ครับ ไม่ต้องห่วง

โอย เหนื่อย

[385] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 4:39:01 PM] [Hits counter=12538642] แจ้งลบ

ข้อความที่=196391

เหนื่อยก็ไปพักดูแผ่นก่อนก็ได้ครับคุณหมื่นฯ
สอบเสร็จแล้ว เวลาว่างเหลือเฟือ ทั้งวันทั้งคืนไปเลย

ป.ล. ทำไมผมกับคุณต้องมาคุยกันในนี้ด้วยเนี่ย
วันนี้คุณกับผมโพสไปคนละกี่กระทู้แล้ว

[386] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 4:48:19 PM] [Hits counter=12538887] แจ้งลบ

ข้อความที่=196395

Galaxy Quest (1999) สงครามเอเลี่ยน บึ้มส์จักรวาล



แนวหนัง ไซไฟ - ตลก - ผจญภัย

สำหรับหนังเรื่องนี้ ถือว่าทำออกมาล้อ Trek แบบน่ารักและฮาสุดๆครับ เรื่องราวมันเกี่ยวกับ ซีรี่ส์แนวอวกาศที่ชื่อว่า Galaxy Quest ซึ่งทำฉายทางทีวีอยู่พักนึง พอเสื่อมความนิยมก็เลิกสร้างกันไป ทีนี้บรรดานักแสดงนำอย่าง เจสัน เนสมิธ (Tim Allen) ผู้รับบทเป็น กัปตันปีเตอร์ ควินซี่ เทกการ์ต, เกวน เดอมาโก้ (Sigourney Weaver) ผู้รับบทเป็นทาวนี่ย์ เมดิสัน, อเล็กซานเดอร์ เดน (Alan Rickman) ผู้รับบทเป็น ดร.ลาซารัส ซึ่งก็ทำมาเพื่อล้อ สป็อคกับเดต้า แห่งหนังชุด Trek โดยเฉพาะล่ะครับ

พวกเขาเหล่านี้ ก็ตกงานกันเป็นแถบล่ะครับพอซีรี่ส์เลิกสร้าง แต่ยังพอหากินกับการเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต แต่ถึงกระนั้นทุกคนก็เซ็งกับการเดินสายแบบนี้เต็มทีแล้ว และในช่วงที่พวกเขาเบื่อสุดๆนี่เอง ปรากฏว่ามีมนุษย์ต่างดาวตัวจริง เดินทางมาติดต่อขอความช่วยเหลือ โดยพวกต่างดาวนี้เข้าใจผิดคิดว่า ทุกคนในซีรี่ส์เป็นนักบินอวกาศจริงๆ และมีฝีมือจริง ส่วนพวกนักแสดงก็ดันไปเข้าใจว่า พวกนี้ก็เป็นแค่พวกคลั่งซีรี่ส์อีกกลุ่มนึง ก็เลยรับงานไปส่งๆ

แล้วไงล่ะครับ รู้ตัวอีกที ทุกคนก็ได้มาอยู่บนยานจริงๆและเจอกับวายร้ายต่างดาวของจริง ตายล่ะสิ งานนี้จะรอดมั้ยเนี่ย เพราะหากตายล่ะก็ ตายจริงนะครับ ไม่มีการสังคัตอีกต่อไป...

ถ้าคุณชอบ หนังชุด Trek รับประกันว่าคุณต้องฮากับหนังชุดนี้แบบสุดๆแน่นอน เพราะหนังกัดความเป็นซีรี่ส์อวกาศแบบเต็มๆ นักแสดงก็เรียกเสียงฮาได้แบบสุดๆ โดยเฉพาะ พี่ Sam Rockwell ซึ่งกลัวตายสุดๆ เพราะพี่แกเคยรับบทเป็นตัวละครที่โดนฆ่าไปในซี่รี่ส์ Galaxy Quest ไงครับ งานนี้พี่แกเลยวิตกจริตตลอด ว่าตูจะตายมั้ยว้า อะไรยังเงี้ย ดูไปฮาไปตลอดครับ

แล้วหนังก็เริ่มมามันส์ในช่วงท้าย เมื่อเหล่านักเสดงหลอกๆ จำต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อช่วยเหล่ามนุษย์ต่างดาวตาดำๆให้รอดพ้นจากพวกอันธพาลต่างดาว ซึ่งก็ทำได้ลุ้นแบบสุดๆครับ ทั้งมันส์ทั้งฮา ชนิดที่กว่าจะเอาชนะพวกนั้นได้นี่ ก็เล่นเอาคางเหลืองไปเป็นแถบๆครับ มันส์ถึงใจจริงๆเลย

สรุปว่า คุ้มค่าควรดูครับ ถ้าคุณชอบหนังแนวนี้ล่ะก็
สาวดาวครับ
http://imdb.com/title/tt0177789/

[387] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 5:00:22 PM] [Hits counter=12539182] แจ้งลบ

ข้อความที่=196397

เด็กจิต บ้ากระทู้ครับ
รู้ๆกันอยู่

[388] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 5:01:40 PM] [Hits counter=12539231] แจ้งลบ

ข้อความที่=196400

ว้าว นี่ผมระดมโพสต์หนัง ไซไฟ มามากขนาดนี้เลยเรอะ
อืมม์ ต้องเปลี่ยนบ้างแล้วล่ะครับ เดี๋ยวจะเลี่ยนกันซะก่อน เดี๋ยวหน้าถัดไป ผมจะเอาหนังชีวิตมาลงให้บ้างล่ะนะครับ งั้นนี่ขอส่งท้ายหนัง ไซไฟ ด้วยเรื่องนี้ครับ

Evolution (2001) อีโวลูชั่น...รวมพันธุ์เฉพาะกิจพิทักษ์โลก



แนวหนัง ไซไฟ - ตลก

เรื่องราวเกี่ยวกับ ปรสิตจากนอกโลกที่ติดมากับอุกกาบาต แล้วมันก็เติบโตอย่างรวดเร็ว แน่นอนครับ มันกะจะยึดโลกตามฟอร์ม แต่โชคดีที่ยังมีเหล่านักวิทยาศาสตร์จอมเพี้ยนอย่าง ดร.ไอร่า เคน (David Duchovny), ดร.อัลลิสัน รี๊ด (Julianne Moore), ศจ.แฮร์รี่ บล็อค (Orlando Jones) และ เวนย์ เกรย์ (Seann William Scott) ไอ้หนุ่มที่หวังจะได้เป็นนักดับเพลิงมือหนึ่ง ทั้ง 4 ก็ร่วมมือกัน หาทางยับยั้งภัยร้ายครั้งนี้ล่ะครับ

หนังกำกับโดย Ivan Reitman จาก Ghost Busters ทั้ง 2 ภาค ดังนั้นแนวหนังมันจึงออกมาไม่ต่างกันนักครับ อันนี้ก็มีฮาแทรกอยู่เยอะ แต่ช่วงท้ายไม่ค่อยลุ้นซักเท่าไหร่ ถึงกระนั้น หนังก็ยังถือว่าเป็นความบันเทิงที่ดูเพลินๆได้ดีครับ

ดูได้ แต่อย่าไปคาดหวังอะไรมากครับ สนุกดีอ้ะ เหตุผลสาระไม่ต้องไปคิดถึงให้มากความ ผมชอบน่ะครับ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://imdb.com/title/tt0251075/

[389] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 5:16:49 PM] [Hits counter=12539608] แจ้งลบ

ข้อความที่=196402

โฆษณาคั่นจังหวะ...
มาแวะเวียนเยี่ยมกระทู้ ^^

[390] จากคุณ :[PenPen] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 5:20:02 PM] [Hits counter=12539711] แจ้งลบ

ข้อความที่=196409

เอาล่ะครับ หน้านี้ เป็นหนังชีวิตนะครับ หรือภาษาอังกฤษว่า ดราม่า (Drama) นั่นแหละ

ต้องเริ่มด้วย หนังเรื่องนี้ครับ

The Shawshank Redemption (1994) ชอว์แชงค์ มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง



ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมที่ทุกคนต่างยกให้เป็นที่ 1 หรือไม่ก็ที่ 2 ในทุกสถาบันวิจารณ์ พูดง่ายๆคือ บูชากันแทบจะทุกที่น่ะครับ กับหนังที่สร้างจากเรื่องสั้น Rita Hayworth and Shawshank Redemption ของ Stephen King (ใช่ครับ เจ้าเดียวกับที่เขียนนิยายสยองทั้งหลายนั่นแหละ) กำกับและดัดแปลงเป็นหนังโดย Frank Darabont

เรื่องราวของแอนดี้ ดูเฟรย์ (Tim Robbins) นายธนาคารที่ติดคุกข้อหาฆ่าภรรยาและชู้ตาย เขาถูกส่งมายังคุกชอว์แชงค์ ที่นั่นเขาได้พบกับเพื่อนนักโทษที่ดีอย่าง เรด (Morgan Freeman) และเจอกับผู้คุมจอมโหดอย่าง แฮดเล่ย์ (Clancy Brown) กับ พัสดีแซมมวล นอร์ตัน (Bob Gunton) ผู้ไม่เคยจริงใจกับใคร และที่นี่เอง ที่ดูเฟรย์ได้พบกับมิตรภาพที่แท้จริงพร้อมๆกับบทเรียนชีวิตที่เขาจะไม่มีวันลืม

ดูครับ ต้องดูให้ได้ หนังมันดีเกินเหตุ ไม่ทราบว่าอะไรนักหนา ถ้าถามว่าหนังมีอะไรเด่นมั้ย ผมตอบไม่ได้นะครับ เพราะทั้งเรื่อง มันธรรมดา เดินเรื่องแบบเรื่อยๆ ไม่เร้าอะไรมาก แต่มีพลังตลอด น่าติดตามตลอด มีอะไรแฝงอยู่ตลอด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพี่ Frank แกทำออกมาได้ขนาดนี้ได้อย่างไร ประทับใจครับ เป็นหนังคุณภาพขนานแท้ ยาว 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่ไม่น่าเบื่อเลยครับ

เนื้อในมีอะไรอีกมากครับ เหมาะมากสำหรับคนที่ไร้ความหวังในชีวิต ลองดูสิครับ ท่านอาจจะได้เจออะไรดีๆในหนังเรื่องนี้ก็ได้ ผมว่าต้องเจอแหงมๆครับ ผมก็คงไม่บรรยายอะไรมาก ต้องดูเองครับ ถึงจะรู้

คอหนังไม่ว่าแนวไหนก็ตาม ห้ามพลาด ลองว่าถ้าคุณเป็นคอหนังแล้ว เรื่องนี้ ต้องดูครับ

สี่ดาวเต็มๆครับ
http://imdb.com/title/tt0111161/

[391] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 5:35:29 PM] [Hits counter=12540050] แจ้งลบ

ข้อความที่=196410

เย่ เริ่มมากันแล้วเหรอครับ
บอร์ดจะได้ไม่ร้าง ดีแล้วๆ

[392] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 5:37:01 PM] [Hits counter=12540085] แจ้งลบ

ข้อความที่=196412

คุณกับผมจะแข่งกันโพสใช่ไหมครับ คุณหมื่นฯ ผมโพสจนมึนไปหมดแล้ว
หนังที่คุณเอามาโพส ผมอยากดูมากครับ โดยเฉพาะชอว์แชงค์
พอจะมีวีซีดีบ้างไหมครับ เอามายืมดูหน่อย

[393] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 5:41:52 PM] [Hits counter=12540195] แจ้งลบ

ข้อความที่=196418

คุณหมาดำครับ
พี่กตแกก็สั่งผมมาตั้งปีนึงแล้วครับ ผมยังหาวีซีดี Shawshank มาให้แกไม่ได้เลย มีแต่VDO น่ะครับ
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหนังดีๆมันหายากจัง ยกเว้นไปร้านแว่นที่จตุจักรน่ะครับ ที่มีความเป็นไปได้สูง
ผมก็จะพยายามหาต่อไปครับ

ดูท่าเราจะบ้ากระทู้กันสุดๆเลยแฮะ

[394] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 5:48:38 PM] [Hits counter=12540367] แจ้งลบ

ข้อความที่=196422

ผมคงจะพอแต่เพียงเท่านี้อ่ะครับคุณหมื่นฯ
ขอตัวไปดูหนังก่อนนะครับ ไว้ตอนดึกๆ เจอกันใหม่

[395] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 5:52:13 PM] [Hits counter=12540457] แจ้งลบ

ข้อความที่=196425

Van Helsing (2004)



โดย Stephen Sommers ผู้กำกับ The Mummy และ The Mummy return นำแสดงโดยพี่ Hugh Jackman จาก X-Men ทั้งสองภาค Kate Beckinsale จาก Underworld และ Richard Roxburgh จาก The League

เป็นเรื่องราวการตามล่าตามร้างปีศาจของนักล่าปีศาจนาม Van Helsing ผู้ที่สูญเสียความทรงจำในอดีต โดย Van Helsing เป็นตัวละครในนิยายสยองขวัญของ Bram Stoker ซึ่งในครั้งนี้เขาต้องมาเผชิญกับเหล่าปีศาจที่เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นท่านเคาท์ Dracula ดร.Frankenstein และมนุษย์หมาป่า
หลังจากกำจีด ดร.Hyde งานต่อมาของ Van Helsing คือตามล่าท่านเคาท์ จึงจ้องเดินทางไปเพนซิลวาเนีย อีกด้านหนึ่งท่านเคาท์ต้องการตัว ดร.Frankenstein เพื่อนำมาทดลองในการปลุกชีวิตของลูกๆ นับพันตัว ส่วนมนุษย์หมาป่าดูเหมือนไม่ค่อยเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยครับ แต่ก็มาเกี่ยวในตอนสุดท้าย ในการกำจัดท่านเคาท์

ก่อนไปดูยังคิดไม่ออกเลยครับว่าจะเอามาเชื่อมโยงกันยังไง แต่คนเขียนบทก็จับมันมาเชื่อมโยงกันได้อย่างชาญชลาด แต่พลอตตรงที่มาของตัวละครต่างๆ อาจจะอ่อนไปหน่อย อาจเป็นเพราะว่าตัวละครในเรื่องเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องท้าวความให้มากมาย

ดูๆ ไปก็สนุกและตื่นเต้นดีครับกับฉากแอ๊กชั่นที่กระหน่ำมาอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ดูไปดูมาก็ชักเอียนครับ ทำให้เกิดอาการง่วงเอาได้อยู่เหมือนกันตอนกลางๆ เรื่อง หนังทำตามสูตรครับ สู้กันไปสู้กันมา ไม่มีอะไรให้ประหลาดใจหรือพลิกความคาดหมายเท่าไร

โดยรวมแล้วก็ใช้ได้ครับ สเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ทำได้ดี ถ้าพลอตเรื่องทำได้ดีกว่านี้อีกนิดก็คงจะดีมากเลยครับ ตัดฉากแอกชั่นออกไปบ้าง เพิ่มน้ำหนักของตัวละครเข้ามาอีกหน่อย บรรยากาศทึมๆ มัวๆ ในเรื่องชวนให้น่าตื่นเต้นดี แต่ผมว่าพลอตและบรรกายาศใน The Mummy ดูน่าตื่นเต้นกว่า สุดท้ายท่านเคาท์ตายง่ายไปหน่อยครับ โดนไม่กี่ทีเอง เดี้ยงเสียแล้ว

ป.ล. ขอโพสใหม่นะครับ เดี๋ยวจะผิดคอนเซปท์ เพราะว่าไม่มีรูป อันเก่าแจ้งลบไปแล้วครับ

[396] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 5:55:54 PM] [Hits counter=12540570] แจ้งลบ

ข้อความที่=196427

แล้วมาอีกล่ะครับ คุณหมาดำ ผมคงจะป้วนเปี้ยนอยู่ซักพักนึงนะ

ขอต่ออีกหน่อยแล้วกัน

The Green Mile (1999) เดอะ กรีน ไมล์ ปาฏิหาริย์แดนประหาร



แนวหนัง ชีวิต

แล้วเขาก็กลับมา ผู้กำกับ Frank Darabont จัดการดัดแปลงนิยายของ Stephen King อีกครั้ง กับเรื่องราวในคุกอีกตามเคย เรื่องที่เกิดขึ้นในแดนประหารที่ถูกเรียกว่า เดอะ กรีน ไมล์ ที่นั่น มีพอล เอจคอมบ์ (Tom Hanks) เป็นหัวหน้าผู้คุมอยู่ และเขาก็ได้พบกับ จอห์น ค็อฟฟี่ย์ (Michael Clarke Duncan) นักโทษผิวดำร่างยักษ์ที่ผิดข้อหา ฆ่าเด็กสาว 2 คน และค็อฟฟี่ย์ ก็ได้นำเอาปาฏิหาริย์มาสู่คุกแห่งนี้ครับ

แม้หนังจะไม่สุดยอดเท่า Shawshank แต่นี่ก็ถือได้ว่าเป็นหนังดีอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดครับ หนังนาวกว่า 3 ชั่วโมง แต่น่าติดตามตลอด ไม่น่าเบื่อเลย ทำได้ไงวะพี่ หนังมีพล็อตให้เราอยากติดตามต่อน่ะครับ ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นมาอีก ซึ่งทุกอย่างล้วนยอดเยี่ยม ตั้งแต่นักแสดงมาจนถึงการเดินเรื่อง ที่เรียบง่าย เนิ่บๆ แต่ทรงพลัง โอย เก่งเกินไปแล้วพี่ Frank

นี่เป็นอีกเรื่องครับ ที่ทำได้ดี ไม่ดีเท่า Shawshank นะ แต่ก็จัดเป็นหนังดีที่คุ้มค่าแก่การชมครับ สามดาวกันไปครับ
http://imdb.com/title/tt0120689/

[397] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 6:16:06 PM] [Hits counter=12540860] แจ้งลบ

ข้อความที่=196428

The Majestic (2001) เดอะ มาเจสติค ผู้ชาย 2 อดีต



แนวหนัง ชีวิต

ผลงานการกำกับลำดับต่อมาของ Frank Darabont ที่ไม่ได้มาจากงานของ Stephen King แล้วล่ะครับ เป็นเรื่องของ ปีเตอร์ แอ๊ปเปิ้ลตัน (Jim Carrey) นักเขียนบทภาพยนตร์ที่โดนแบล็คลิสต์ หาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ เขาจึงทำท่าว่าจะหมดอนาคตในโลกภาพยนตร์ ด้วยความเศร้าและเมา เขาเลยขับรถตกสะพาน ลอยไปติดในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง และเมื่อเขาฟื้นขึ้นมา เขาก็พบกับ แฮร์รี่ ทริมเบิ้ล (Martin Landau) ชายชราผู้มั่นใจเป็นอย่างมากว่า ปีเตอร์ คือลูกชายที่หายสาปสูญไปในช่วงสงครามโลกของเขา ปีเตอร์นั่น อยากจะเริ่มชีวิตใหม่อยู่แล้วครับ เขาเลยใช้โอกาสนี้เริ่มต้นใหม่ แต่ทว่า ทางการยังไม่ยอมปล่อยเขาครับ

หนังออกจะอ่อนไปหน่อยในเรื่องบทที่กะขายความประทับใจ ซึ่งก็ถือได้ว่าหนังดีนะครับ แต่สู้ 2 เรื่องก่อนของ พี่ Frank ไม่ได้เลย อาจเป็นเพราะเรื่องนี้พี่แกไม่ได้เขียนบทเองก็ได้ (Michael Sloane เขียนบทครับ) อารมณ์เลยไม่ลึกเท่าที่ควร ตัวหนังเองก็ดูเรื่อยๆ ไม่ทรงพลังอย่างคราวก่อนๆ การแสดงของ Jim Carrey ก็ไม่ได้เด่นอะไรนัก แต่คนที่เด่นสุดๆก็คือ Landau ครับ ที่เล่นได้อย่างสุดยอดและน่าประทับใจอย่างมากจริงๆ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเด่นครับ

สรุปว่าก็เป็นหนังที่ไม่เลวหรอกครับ ดูได้ อย่าไปหวังอะไรมากก็แล้วกันครับ แล้วคุณจะพบว่าหนังเรื่องนี้มันก็มีอะไรดีๆอยู่ไม่น้อย
สองดาวครึ่งคัรบ 1/2
http://imdb.com/title/tt0268995/

[398] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 6:27:51 PM] [Hits counter=12541148] แจ้งลบ

ข้อความที่=196469

ขยันโพสจริงๆ ครับ นับถือมากๆ
คุณหมื่นฯ นี่นอกจากบ้ากามแล้ว
ยังบ้าหนังมากๆ เลยนะครับ

[399] จากคุณ :[หมาดำ] [ไม่ได้ Login] [5/16/2004 9:50:25 PM] [Hits counter=12547018] แจ้งลบ

ข้อความที่=196623

Forrest Gump (1994) ฟอร์เรสต์ กัมพ์ อัจฉริยะปัญญานิ่ม



แนวหนัง ชีวิต

ดีกรีรางวัลก็แทบไม่ต้องพูดถึงล่ะครับ คว้าไป 6 ตัวรวมทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปีด้วย กับเรื่องราวของนายฟอร์เรสต์ กัมพ์ (Tom Hanks) ชายหนุ่มผู้ใสซื่อ มีชีวิตดั่งขนนกที่ลอยตามลมครับ ลมพัดไปทางไหน เขาก็ไปทางนั้น นั่นทำให้ชีวิตของเขาได้เจอกับอะไรที่หลากหลายเอามากๆ และนั่นก็ทำให้หนังเรื่องนี้ น่าติดตามไปตลอด 140 นาทีเลยทีเดียว

หนังดีครับ ยังไงก็ต้องดูอีกเรื่องนึงแล้ว น่าติดตามและให้แง่คิดเยอะดีทีเดียว ดูเอาเพลินก้ได้ครับ เพราะหนังทำได้สนุกอีกต่างหาก เป็นผลงานของผู้กำกับ Robert Zemeckis แห่ง Back To The Future ทั้ง 3 ภาคนั่นแหละ พี่แกก็เก่งเหลือเกินจริงๆ ดนตรีของ Alan Silvestri ก็ไม่ต้องพูดถึงครับ เพราะไพเราะถึงขนาดโดนละครไทยเวียนเอามาใช้จนปัจจุบันก็ยังไม่เลิกเลย

ไม่ดูจะเสียดายนะครับ
สี่ดาวเต็มครับ
http://imdb.com/title/tt0109830/

[400] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [5/17/2004 6:56:36 PM] [Hits counter=12568267] แจ้งลบ


Page: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 
[Page=4/12]