ชื่อห้องกระทู้(รวม)ตอบ(รวม)ชม(รวม)คำอธิบายPREFIXID
ชุมนุมจิตวิทยา(คณะสังคม)532520689992ชุมนุมจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์CL0310080


หมายเลขหัวข้อ
12445กระทู้นี้เกี่ยวกับ "หนัง"(MOVIE)
จากคุณ :[มิสเตอร์ดุ๋ย] [สมาชิก]
ล่าสุด=[6/2/2010 9:34:45 AM] ตอบ= [1141] ชม= [105637]  
แจ้งลบ

Page: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 
[Page=3/12]

ข้อความที่=190109

ขยันโพสต์จังพ่อคู๊ณณณณณ นับถือ นับถือ
ไอ้er ก็อยากจะดูนะ แต่มันฉายซะตั้งตีสองไม่ไหวอ้ะ ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันพอดี

[201] จากคุณ :[อาชิเดโอกะ] [ไม่ได้ Login] [4/24/2004 10:17:10 PM] [Hits counter=11772134] แจ้งลบ

ข้อความที่=190260

หนังโรงครับ ไปชนมาเล่าให้ฟัง

Cheaper by the Dozen (2003) ชีพเพอร์ บาย เดอะ โดซ์เซ่น ครอบครัวเหมาโหลถูกกว่า



นั่งจดนั่งจ้องจะไปดูมานานครับ คิดว่าจะชวดซะแหล่ว แต่ก็ฮึดไปดูจนได้ ที่อยากดูก็เพราะมีลุง Steve Martin แสดงนำครับ ซ้ำยังแสดงเป็นพ่อคนอีก เรื่องแสดงเป็นพ่อนี่ ลุงSteve เป็น 1 ในตองอูเลยครับ เล่นได้ดีและเก่งจนผมต้องมาติดตามหนังของพี่แกทุกเรื่องนี่แหละ

หนังเป็นเรื่องของทอม เบเกอร์ (ก็ลุงSteve ไงครับ) คุณพ่อลูก 12 ที่ต้องมาดูแลลูกเหตุเพราะเคท(Bonnie Hunt) ภรรยาของเขาต้องไปทำงานต่างเมืองซัก 2 อาทิตย์ แล้วก็ตามสูตรครับ ความวุ่นวายแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูในบ้านหลังน้อยๆแห่งนั้น ก็ลูกๆนี่โคตรจะเรียบร้อยเหมือนผ้าขี้ริ้วที่ยังไม่ได้พับนี่หน่า เฮ่อ ดูแล้วเหนื่อย

สิ่งที่ต้องยอมรับคือตัวละครมีเยอะครับ เอาเฉพาะลูกๆนี่ก็แทบจะเกลี่ยบทกันไม่ทั่วอยู่แล้ว ดังนั้นจุดนี้ต้องทำใจนิดนึงครับ เพราะหนังไม่ได้ลงลึกเป็นรายคน เรื่องซึ้งๆเชิงดราม่าเลยไม่ค่อยมีให้สัมผัสเท่าไหร่ เรียกว่าดูเอาความสบายใจ เอาสนุกกันล้วนๆเลย ซึ่งถ้าวัดกันในเรื่องนี้ หนังก็ทำได้ดีครับ มีช่วงฮาเป็นระยะๆ ลูกๆก็แสบน่ารักกันทั้งนั้น ใครชอบเด็กล่ะมีตายคาโรงครับ ผมจะบอกให้

ก็ดูแบบสบายๆน่ะครับ อย่าไปคาดหวังอะไรมาก สำหรับผมแค่เข้าไปนั่งดู ลุง Steve แกทำท่ายึกๆยักๆก็คุ้มแล้วล่ะครับ แล้วยังได้เจอ น้องหนู Hilary Duff สุดอวบแต่น่ารักของผมด้วย พร้อมทั้ง Piper Perabo ที่สวยคมกว่าสมัยที่เธอเล่นใน Coyote Ugly อีก เฮ่อ อันนี้คุ้มเป็นการส่วนตัวนะครับ อะฮึอะฮึ

สองดาวประมาณครึ่งก็แล้วกันครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0349205/

[202] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/25/2004 11:45:27 PM] [Hits counter=11796461] แจ้งลบ

ข้อความที่=190264

ไหนๆก็ไหน เอาผลงานของลุง Steve Martin มาระดมแนะนำเลยแล้วกันนะครับ เพราะช่วงนี้อยากแนะนำหนังตลก แล้วพอดี๊ ลุงแกก็เป็นดาวตลกมือหนึ่งอยู่แล้วด้วย

The Man with Two Brains (1983) ผู้ชายสมองแฝด



หนังตลกที่ลุง Steve แกได้ร่วมงานกับผู้กำกับหนังฮาคนเก่งอีกคน Carl Reiner (ซึ่งคู่บุญกับลุง Steve ทำหนังด้วยกันอีก 4 ้เรื่อง) เรื่องของหมอผ่าตัดนามว่าไมเคิล เขาเป็นหมอผ่าสมองที่เก่งที่สุดครับ แล้วเขาก็ได้พบพร้อมทั้งตกหลุมรักสมองก้อนนึงเข้า.........เนื้อเรื่องเริ่มพิลึกแล้วใช่มั้ยครับ ไม่ต้องห่วง ในหนังมีอะไรบ้าๆอีกเยอะครับ

หนังฮาและสนุก พร้อมทั้งมีลูกบ้าเพียบโดยเฉพาะห้องพักของดร.อัลเฟรด (David Warner) คุณหมอสมองอีกคนนั่นก็บ้าสุดๆแล้วครับ คือ พี่แกพักอยู่ในอพาร์ตเมนท์ แต่ตกแต่งภายในเป็นปราสาทยุคโบราณ ประเภทมีประตูไม้ที่สูงชนเพดานอยู่ข้างในน่ะครับ นี่ยังไม่รวมท่ายึกๆยักๆอันเป็นเอกลักษณ์ของลุง Steve อีกนะ ก็บ้ากันเต็มที่ล่ะครับ

สองดาวครึ่งไปน่ะครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0085894/

[203] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 12:00:20 AM] [Hits counter=11796968] แจ้งลบ

ข้อความที่=190267

Little Shop of Horrors (1986) มันมาแปลกๆ



หนังเรื่องนี้เคยสร้างมาแล้วรอบนึง แต่เป็นหนังสยองนะครับ อันนั้นทำโดย Roger Corman เจ้าพ่อหนังสยองเกรดบียุคแรกๆ มาฉบับนี้ เป็นหนังเพลง-ตลกครับ (ดัดแปลงไปขนาดนั้นได้ไงก็ไม่ทราบเหมือนกัน) เรื่องของต้นไม้กินคนที่ได้รับการดูแลโดยซีมัวร์ เคลย์บอร์น (Rick Moranis) แต่เขาไม่รู้ครับว่ามันจะกินคนอ้ะ สุดท้ายเขาเลยต้องกำจัดมัน

หนังมีเพลงสุดไพเราะโดย Howard Ashman ผู้ล่วงลับ (เขาทำเพลงให้กับ The Little Mermaid การ์ตูนคลาสสิคของดิสนี่ย์ด้วย) และเนื้อเรื่องที่ลื่นไหล แค่ฟังเพลงก็คุ้มแล้วครับ ส่วนลุง Steve ของผมมาเล่นเป็นบทสมทบเล็ก ดร.โอริน ทันตแพทย์จอมซาดิสม์ มาเรื่องนี้แกเท่ห์ครับ ร้องเพลงเพราะด้วย

สองดาวครึ่งครับ สนุกดี 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0091419/

[204] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 12:09:18 AM] [Hits counter=11797242] แจ้งลบ

ข้อความที่=190271

Roxanne (1987) สื่อรัก เสน่ห์ลึก



คราวนี้ลุง Steve Martin รับบทเป็น ซี.ดี เบลล์ หัวหน้านักดับเพลิงที่มีจมูกโตแบบสุดๆ และเขาก็แอบชอบร็อกซานน์ (Daryl Hannah) สาวสวยหน้าใหม่ของเมือง แต่ร็อกซานน์เธอกลับไปชอบ คริส (Rick Rossovich) หนุ่มหล่อล่ำซะนี่ ซี.ดี.เลยยอมเป็นผู้ช่วยคริส ในการพิชิตใจร็อกซานน์ ก็เพื่อให้เธอได้สมหวังในความรักนั่นเองน่ะครับ

คราวนี้ ลุง Steve ได้ลงมือดัดแปลงบทภาพยนตร์เอง หนังทำได้สนุกและมีบทพูดชั้นยอด โดยเฉพาะบทพูดจีบสาวทั้งหลายที่ ซี.ดี.ได้สอนคริสไป ต้องยอมรับในความเยี่ยมเลยครับ ส่วนเนื้อหา ก็จัดว่าดี เดินเรื่องได้โอเค แต่ตัวหนังเองยังไม่ถึงกับพีคซักเท่าไหร่ ถึงกระนั้น หนังก็ยังได้ดนตรีดีมาช่วยเสริมความอบอุ่นให้กับหนัง

สรุปว่าก็เป็นหนังดีอีกเรื่องของลุง Steve ครับ
สองดาวเฉียดครึ่งแล้วกัน 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0093886/

[205] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 12:17:15 AM] [Hits counter=11797492] แจ้งลบ

ข้อความที่=190276

My Blue Heaven (1990) พยานเท่ห์ระเบิด



Steve Martin มารับบท วินเซนท์ แอนโทเนลลี่ พยานคดีเจ้าพ่อรายสำคัญ เขาได้รับการคุ้มครองจากเอฟบีไออย่าง บาร์นี่ย์(Rick Moranis) แต่วินเซนท์แกก็ช่างขยันหาเรื่องให้บาร์นี่ย์ต้องคอยปกป้องซะจริง เช่นจู่ๆก็โผล่ไปตามผับยังเงี้ย เฮ่อ จะพิทักษ์พยานคนนี้ไหวมั้ยว้า

เป็นหนังที่ไม่โดดเด่นเท่าไหร่นะครับ ว่าตามจริง แม้ลุง Steve แกจะซ่าส์ แต่หนังไม่ฮาเท่าที่ควร แค่เรื่อยๆเท่านั้น

สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0100212/

[206] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 12:22:10 AM] [Hits counter=11797636] แจ้งลบ

ข้อความที่=190277

Grand Canyon (1991) แกรนด์ แคนยอน



หนังเรื่องนี้ไม่เชิงเป็นหนังตลกน่ะครับ แต่ลุง Steve แกแสดงผมก็ขอเอามาเหมารวมเลยแล้วกันนะครับ เป็นหนังชีวิตของผู้กำกับ Lawrence Kasdan เรื่องราวของคนหลายๆคนที่ได้มาพบเจอกันโดยบังเอิญแล้วชีวิตก็มาข้องเกี่ยวกัน เช่น แมค (Kevin Kline) ชายผิวขาวผู้โชคร้ายและรถมาเสียกลางทาง เขากำลังจะโดนทำร้าย แต่แล้วชายผิวดำอีกคน(Danny Glover) ก็โผล่มาช่วยเขา เขาได้รู้จักกันและเป็นเพื่อนกัน ... อืมม์ ....ก็ไม่ทราบจะเล่ายังไงดีอ้ะคับ เพราะเนื้อหาข้างในค่อนข้างมาก ตัวละครมีมาก แต่ Kasdan สามารถเกลี่ยบทได้สม่ำเสมอดีมาก (จนได้เข้าชิงออสการ์ สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมน่ะครับ)

หนังได้นักแสดงชั้นดีมาประชันฝีมือกัน ส่วน Steve Martin รับบทเป็น เดวิส นักสร้างหนังที่ประสบสถานการณ์คล้ายๆกับแมค แต่ผลลงเอยกลับแตกต่างกัน

หนังมีความเข้มข้นและมีบทสนทนาที่ชวนให้ขบคิด มีแง่มุมชีวิตที่น่าสนใจและน่าติดตาม คอหนังชีวิตไม่ควรพลาดครับ เพราะผมเชื่อว่า คุณจะได้อะไรจากหนังเรื่องนี้ไปไม่น้อยทีเดียว

สองดาวครึ่งกว่าๆครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0101969/

[207] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 12:31:41 AM] [Hits counter=11797879] แจ้งลบ

ข้อความที่=190285

Leap of Faith (1992) อัศจรรย์ไม่เป็นใจ



Stve Martin รับบท โจนัส ไนทิงเกล ชายหนุ่มผู้มีความสามารถทางการพูดอย่างสุดยอด เขาสามารถเกลี้ยกล่อมคนได้ และงานของเขาคือตระเวนไปทั่วอเมริกา อ้างว่าตนคือผู้วิเศษ มีอำนาจมหาศาลรักษาโรคได้ หลอกเงินผู้คน แต่เมื่อเขาเดินทางมาถึงเมืองๆหนึ่ง เขากลับได้พบกับคนและเหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงเขาไปตลอดกาล

หนังดีครับ อันดับแรก ลุงSteve ยังคงเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยม เวลาขึ้นเวทีพูดในหนังทีไรนี่ สามารถดึงคนให้ตั้งใจฟังและจดจ่อที่เขาได้อย่างอยู่หมัด (ลุงแกเคยเป็นนักเดี่ยวไมโครโฟนมาก่อนด้วยครับ เลยสุดจะลื่นไหลเลย) ขณะเดียวกัน หนังก็ทำได้อย่างน่าติดตามเพราะพลังดาราหนึ่ง และเนื้อหาครับ ทำให้เราอยากตามไปดูซิว่าโจนัสจะทำให้คนเชื่อได้อย่างไรว่าเขามีอำนาจ รวมไปถึงบทสรุปที่ทำให้ผมประทับใจในคำว่า ศรัทธากับปาฏิหาริย์ ไปพอสมควรครับ

หนังมีอะไรน่าคิดหลายอย่างนะครับ อย่างการที่โจนัสหลอกคนไปทั่วเนี่ย มันไม่ถูก็จริง แต่เขาก็ใช้จิตวิทยาอย่างนึงเหมือนกัน นั่นคือ การสร้างรอยยิ้มและความสบายใจให้แก่ชาวบ้าน อืมม์ ไอ้รอยยิ้มนี่จัดเป็นยาขนานหนึ่งนะครับ ช่วยเพิ่มกำลังใจก็ได้ ช่วยเพิ่มความสุขก็ได้ ความจริงประการหนึ่งคือ คนเราต้องมีกำลังใจและมีความหวังครับ ถ้าไม่มีก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมเหมือนกันจริงมั้ยล่ะครับ อยู่ไปวันๆมันอาจจะสบาย แต่ซักวันก็ต้องเบื่อ มันต้องหาอะไรมาเป็นแรงใจให้เราอยากอยู่สู้ ดูวันต่อไป เรื่องแบบนี้ก็สำคัญนะครับผมว่า มันจะทำให้ชีวิตเรามีอะไรมากกว่าเป็นแค่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง เรามีจิตใจไงครับ กินอาหารบำรุงขนานไหนก็บำรุงได้ไม่ดีเท่า ให้อาหารใจ ... ผมว่างั้นนะ

แล้วคุณให้อาหารใจ แก่ตัวเองหรือยังครับวันนี้?
สองดาวครึ่งครับผม 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0104695/

[208] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 12:58:01 AM] [Hits counter=11798589] แจ้งลบ

ข้อความที่=190286

A Simple Twist of Fate (1994) ดวงใจพ่อ...ไม่ยอมให้ใครพรากเรา



ลุง Steve Martin มาเขียนบทเองอีกแล้ว จากนิยายของ George Eliot เรื่องของไมเคิล แมคคานน์(ลุง Steve นั่นเอง) ช่างไม้ผู้โดดเดี่ยวและหมดศรัทธาในการใช้ชิวิตร่วมกับใคร เพราะเมียเขาดันไปมีชู้ แต่แล้ววันหนึ่ง จู่ๆก็มีเด็กหญิงตัวน้อยๆเดินเข้ามาหาเขาถึงบ้าน และเขาก็เลี้ยงดูเธอจนเติบใหญ่ แต่พอเธออายุ 10 ขวบ (รับบทโดย Alana Austin) พ่อตัวจริงของเธอ(Gabriel Byrne) ก็มาอ้างสิทธิ์จะรับเธอไป แล้วเขาจะทำอย่างไรถึงจะไม่ให้ใครมาพรากดวงใจของเขาไป

หนังออกจะอืดเกินไปครับ แม้จะได้ดาราคุณภาพทั้ง ลุง Steve ของผม และยังมี Byrne อีก แต่ด้วยความที่จังหวะหนังไม่เร่งเร้าอย่างเต็มที่นั่นเอง ที่เป็นการทำร้ายหนังไปโดยปริยาย แต่ดดยบทผมเชื่อว่าดีครับ เอาแค่ฉากที่ไมเคิลยืนลูบคลำคอกไม้ที่เขาอุตส่าห์ทำขึ้น กะจะให้ลูกในท้องของเมียเขามานอน (แต่ดันเป็นลุกชู้ไปซะนี่) แค่นั้นก็ซึ้งแล้วล่ะครับ

ถ้าไม่อืดและเร้าอารมณ์กว่านี้ ต้องดีแน่ๆ แต่เท่าที่เป็นอยู่นี่ ก็ธรรมดาครับ
สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0111194/

[209] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 1:07:10 AM] [Hits counter=11798815] แจ้งลบ

ข้อความที่=190288

Mixed Nuts (1994) สมาคมคนหลุดโลก



Steve Martin กับบท ฟิลลิป หัวหน้าหน่วยกู้ชีพที่มีหน้าที่คุยโทรศัพท์ปรับทุกข์กับผู้คนที่กำลังลำบาก(เหมือนสายด่วนสุขภาพจิตบ้านเรานี่เองแหละครับ) กับวันคริสต์มาสที่แสนจะวุ่นวาย ตั้งแต่ หน่วยของเขากำลังจะถูกปิด แล้วเขายังต้องเจอกับบุคคลแปลกๆอย่าง คู่สามีภรรยาที่กำลังระหองระแหงกัน (Anthony LaPaglia กับ Juliette Lewis), คุณนายจอมปากจัด (Madeline Kahn), กระเทยแปลงเพศแต่ตัวเล็กกว่าอาโนลด์นิดเดียว (Liev Schreiber) รวมไปถึงเขาต้องระมัดระวังฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังออกอาละวาดอีกด้วย เฮ่อ จะเป็นไงต่อไปเนี่ย

หนังดูได้เรื่อยๆครับ ไม่ถึงกับมันส์อย่างเต็มที่หรือฮาอย่างเต็มสูบนัก ถ้าไม่คาดหวังอะไรก็คงจะสนุกกับหนังพอสมควรครับ

สองดาวกว่าๆครับ
http://www.imdb.com/title/tt0110538/

[210] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 1:14:46 AM] [Hits counter=11798993] แจ้งลบ

ข้อความที่=190289

Sgt. Bilko (1996) จ่าบิลโก้ คนโตกองพันขยับเหงือก



หนังตลกสไตล์ Police Academy และ Down Periscope เรื่องของจ่าบิลโก้ (Steve martin น่ะสิครับ ก็ผมกำลังพูดถึงใครอยู่ล่ะ) หัวหน้ากองร้อยที่โคตรจะเชี่ยวชาญและชำนาญเรื่อง เล่นไพ่ เที่ยวเตร่ และ...ก็เชี่ยวอยู่แต่นี้แหละครับ แต่บิลโก้กำลังจะถูกเล่นงานโดยผู้พันโคลิน ธอร์น (Phil Hartman ผู้ล่วงลับ) คู่แค้นเก่า งานนี้ทั้งบิลโก้และลูกน้องสุดที่รักก็ต้องหาทางช่วยกันเอาตัวรอดล่ะครับ

หนังทำได้สนุกดีพอสมควร กำกับโดย Jonathan Lynn เจ้าเดียวกับ My Cousin Vinny น่ะครับ ดังนั้นเดาได้เลยว่า ช่วงท้ายต้องมีการลุ้นเพื่อแก้เกมตามสไตล์ของผู้กำกับรายนี้อยู่แล้ว

ก็ดูเอาฮาครับ พอเพลินๆ ไม่ต้องคิดมาก
สองดาวกว่าๆครับ
http://www.imdb.com/title/tt0117608/

[211] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 1:21:38 AM] [Hits counter=11799163] แจ้งลบ

ข้อความที่=190290

The Out-of-Towners (1999) คุณผัว คุณเมีย จูงกันมาป่วนเมือง



หนังรีเมคจากฉบับเก่าเมื่อปี 1970 สำหรับฉบับนี้ได้ ลุง Steve Martin กับ Goldie Hawn มาแสดงนำเป็นคู่สามีภรรยาที่มาจากบ้านนอก แล้วก็มาสร้างความปั่นป่วนแกมน่ารักให้กับเมืองใหญ่แห่งนี้

ก็ไม่มีอะไรมากครับ ค่อนข้างเป็นหนังตลกที่ธรรมดาสำหรับของ 2 นักแสดงนำ มีมุขตลกที่เข้าท่าอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับห้ามพลาด เอาเป็นว่า ถ้าว่างๆก็ลองดูครับ ผมเฉยๆอ้ะ ขนาดเป็นแฟนลุง steve นะเนี่ย

สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0129280/

[212] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 1:27:55 AM] [Hits counter=11799339] แจ้งลบ

ข้อความที่=190292

Bowfinger (1999) โบฟิงเกอร์ เปิดกระโปรงฮอลลีวู้ด



Steve Martin พบ Eddie Murphy ในหนังตลกกัดฮอลลีวูดเรื่องเด็ดของผู้กำกับ Frank Oz (Little Shop of Horror) Steve เป็น บ็อบบี้ โบฟิงเกอร์ ผู้กำกับหนังทุนต่ำที่ใฝ่ฝันจะได้ร่วมงานกับ คิท แรมซี่(Murphy) แต่เขาเป็นดาราใหญ่นี่หน่า ย่อมไม่ยอมอยู่แล้ว บ้อบบี้เลยแอบตามถ่ายโดยที่คิทไม่รู้ตัว แล้วเรื่องบ้าๆก็เริ่มต้น

หนังบ้าดีครับ เป็นเหมือนคนสู้ชีวิตรูปแบบหนึ่ง เอ้า นี่ผมพูดจริงนะ บ็อบบี้เป็นผู้กำกับหนังเล็กๆก็จริง แต่เขาไม่ยอมแพ้ หาทางกระเสือกกระสนที่จะทำหนังใหญ่ ก็ชื่นชมในระดับหนึ่งครับ แต่หนังทำออกมาในแนวสุดฮา ซึ่งถ้าคุณๆรู้เรื่องวงในฮอลลีวู้ด จะฮาขึ้นครับ อย่างไอ้นิกายแปลกๆที่ดาราชอบเข้าไปนับถือกันอะไรเงี้ย ถ้ารู้ก็ยิ่งฮาครับ

สนุก ใช้ได้ สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0131325/

[213] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 1:35:25 AM] [Hits counter=11799474] แจ้งลบ

ข้อความที่=190296

Father of the Bride (1991) พ่อตา จ. จุ้น



แล้วหนังเรื่องนี้ก็มาถึง หนังที่ผมที่ชอบที่สุดในบรรดาหนังที่ลุง Steve Martin แกแสดงมา....ไม่ใช่ดิ....ต้องบอกว่า นี่เป็นหนังที่ผมชอบที่สุดเท่าที่ผมเคยดูหนังมา!!!!!!

ดังนั้น ถ้าผมจะอคติในแง่บวกแบบโคตรๆ ก็อย่าถือสาครับ เพราะคนมันชอบหนังเรื่องนี้จริงๆ

เรื่องของจอร์จ สแตนลี่ย์ แบงค์ (Steve Martin) คุณพ่อที่พบว่าลูกสาวของเขา แอนนี่(Kimberly Williams) เจอหนุ่มถูกใจ นามว่า ไบรอัน (George Newbern) แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ เพราะสิ่งที่ทำให้จอร์จแทบบ้าคือ เขาทั้งคู่กำลังจะแต่งงานกัน ...โอ้ พระเจ้า

ทำไมผมถึงชอบหนังเรื่องนี้โคตรๆ อย่างแรก ดาราทุกคนล้วนยอดฝีมือทั้งสิ้น นอกจากที่กล่าวไป ยังมี Diane Keaton ในบทนีน่า ภรรยาสุดน่ารักของจอร์จ (ขานี้วิ่งเข้าชิงออสการ์มากี่รอบแล้วครับ ปีที่แล้วก็ชิง), Martin Short กับ B.D. Wong มาเป็นคู่แต๋วนักจัดเลี้ยงที่เสริมเสียงฮาให้กับหนังได้อย่างสุดๆ โดยเฉพาะสำเนียงที่น่าถีบของ Short ด้านดารานี่โอเคหมดครับ แน่นอนว่า โดยเฉพาะ ลุง Steve ของผม เพราะ เขาเก่งในเรื่องลีลายึกยักสุดฮา อันเป็นเอกลักษณ์ ที่เจ๋งยิ่งกว่าคือ เขาเป็นหนึ่งในดาราที่เล่นเป็นพ่อได้ดีแบบสุดๆ ทั้งๆที่เขาไม่มีลูกเลย แต่เล่นได้อย่างเข้าถึงครับ ทั้งสีหน้าท่าทาง แค่แววตาที่มองลูกหรือตอนที่เขานอนนึกถึงแอนนี่ ตอนยังเป็นเด็กเล็กๆ สีหน้าเนี่ย คุณเอ้ยยยยยยยยยย...มันถึงจริงๆ ดูแล้วนึกว่าไอ้ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวกันจริงๆน่ะ

แล้วการที่จอร์จในเรื่อง ที่เป็นพ่อน่ะนะครับ สาเหตุที่พี่แกต้องเต้นเป็นเจ้าเข้า เมื่อรู้ว่าลูกสาวสุดเลิฟกำลังจะแต่งงาน ก็เพราะ ในอดีตแอนนี่เห็นจอร์จเป็นฮีโร่หมายเลขหนึ่งครับ เหมือนเด็กทั่วไปนั่นแหละ ตอนยังเล็กๆนี่ พ่อแม่คือฮีโร่จริงๆ เอะอะเราก็อ้อน เอะอะเราก็เข้าไปกระแซะใช่มั้ยครับ แต่พอถึงจุดหนึ่ง เมื่อเราเข้าวัยรุ่นบทบาทพ่อแม่เริ่มลดลง ที่ลดไม่ใช่เพราะท่านลดเองแต่ฝ่ายเดียวนะครับ เรานี่แหละที่ค่อยๆลดบทบาทท่านลง เริ่มติดเพื่อน ถ้ามีแฟนก็ติดแฟน ติดเที่ยว ติดโน่นติดนี่ ติดยาก็มี(อันนี้ไม่ดีครับ อย่าทำเลย) สุดท้ายเราก็ค่อยๆห่างจากท่าน

ถ้าลองนึกถึงตรงนี้ก็เข้าใจล่ะครับ ว่าทำไมจอร์จต้องเสียขวัญขนาดนี้

ก็เป็นฮีโร่ของลูกมาเป็น 10 ปี จู่ๆก็มีไอ้หนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้มาคว้าหัวใจลูกไปเนี่ย จะให้ใจร่มๆไหวรึ อีกอย่าง ตามประเพณีทั่วๆไปครับ ลูกสาวแต่งงานก็ต้องไปอยู่กับเจ้าบ่าวที่บ้านทางโน้น ทีนี้แหละ ลูกห่างจากอกขนานแท้เลยล่ะ

แต่ท้ายสุด สุดท้าย .. ก็พ่อน่ะครับ ก็ต้องตามใจลูก อย่างที่จอร์จพูดไว้ตอนต้นเรื่องว่า "ตอนแรกเราก็ห่วงว่าเขาจะเจอคนผิด คนที่หวังจะเคลมแกอย่างเดียว เพราะตอนที่เราเป็นหนุ่มๆก็เคยหวังแบบนั้นเหมือนกันน่ะนะครับ แต่ที่นี้ พอเวลาผ่านไป เราก็เริ่มกลัวว่า ...เขา...จะพบคนถูก....และนั่น เป็นความกลัวแบบสุดๆเลยทีเดียว" สุดท้ายจอร์จก็ยอมให้แต่ง ... แต่ก็นั่นแหละครับ ไอ้งานแต่งนี่แหละตัวดี ช่วงที่จะจัดงาน เตรียมที่บ้านนี่แหละ ที่มีความฮาแบบเต็มพิกัดรออยู่เพียบ ต้องไปดูเองครับ เล่าไปเดี๋ยวไม่สนุก

จริงๆแล้วจอร์จยังมีลูกอีกคน ชื่อว่า แมทตี้ (Kieran Culkin) เป็นลูกชายคนเล็กครับ จุดที่ผมชอบคือ ฉากที่จอร์จมาพูดกับแมทตี้ว่า "ช่วงนี้พ่อยุ่งเรื่องจัดงานแต่งงานให้พี่เขา ลูกโอเคนะ" แมทตี้ตอบกลับได้ประทับใจผมมากครับ "ครับ ผมไม่เป็นไร พ่อไม่ต้องห่วงว่าผมจะขาดความอบอุ่นหรอก"......ที่ผมประทับใจก็คือ เด็กมันคิดเป็นน่ะครับ เข้าใจความหมายของผมมั้ยครับ เด็กรู้จักคิดและรับผิดชอบตัวเองน่ะ รู้ว่าพ่อแม่ยุ่งน้า เข้าใจ ไม่ว่าอะไร เราก็เป็นลูกที่ดีไป ...ผมเลยลองมาคิดว่าเด็กบางคนต้องมาเสียเด็ก เสียคน เพราะพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้ มันก็ไม่ถูกเรื่องนะ คือ ทำประชดพ่อแม่อะไรเงี้ย จะทำไปทำไมล่ะครับ โอเคล่ะ บางคนพ่อแม่ไม่มีเวลาให้จริงๆ ไม่สนลูกเลย อันนั้นก็น่าประชดล่ะจริงมั้ยครับ แต่กับบางกรณี พ่อแม่ไม่ว่างเพียงระยะเวลาหนึ่ง แต่ลูกกลับไม่เข้าใจ หันไปทำตัวเสเพล มันไม่ถูกต้องนา ผมว่า

นอกจากประเด็นเกี่ยวกับครอบครัวที่หนังทำออกมาได้ ประทับใจผมแล้ว ประเด็นชีวิตคู่ก็ดีไม่แพ้กันครับ เอาแค่เรื่องที่แอนนี่กับไบรอันทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ประมาณว่า ไบรอันซื้อเครื่องปั่นให้แอนนี่เป็นของขวัญวันครบรอบ เพราะเขาเห็นว่าแอนนี่ชอบปั่นบานาน่าเชคกิน แต่แอนนี่โกรธ เพราะดันไปตีความคิดว่าไบรอันมองเธอเป็นอีนังก้นครัว กะจะกดขี่ให้เธออยู่แต่บ้าน...ไอ้การมองต่างมุมของหญิงชาย โดยเฉพาะตอนเป็นแฟนกันเนี่ย มันมีอะไรให้ฮาเยอะครับ แต่ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าตอนที่เราเจอ เราก็มืดแปดด้านนะ คิดดูบางทีจู่ๆ เรามาดีๆ แต่แฟนดันหงุดหงิดโมโหอะไรซักอย่างอยู่ เราก็ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร เจ๊แกดันตอบมาว่า "ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ" อ้าว!!! ถ้ารู้แล้วจะถามมั้ยครับ ที่ถามเนี่ยก็เพราะอยากรู้ พอถามต่อว่า "อะไรล่ะ" เจ๊แกก็ยังย้ำต่อว่า "รู้ตัวแล้วค่อยมาพูดกัน" เอ้อ!! ...อะไรนักหนาอ้ะ นี่ผมต้องไปนั่งทบทวนตั้งแต่ตอนก้าวเท้าออกจากบ้านเลยมั้ยว่าทำอะไรมาน่ะ เฮ่อ เรื่องทะเลาะกันแบบนี้ มานึกตอนที่ผ่านไปแล้ว มันก็ฮาดีอยู่อ้ะครับ แต่ตอนที่เจอจริงๆยามนั้น มันมึนตึ้บๆจริง ไม่รู้จะปรึกษาใคร ตอนนั้น ผมก็เคยลองปรึกษาเพื่อน มันแนะนำดีมากเลยครับว่า "เลิกซะ"...ขอบใจไอ้เวร แค่คุยไม่รู้เรื่องมึงจะเลิก ถ้างี้แฟนแกเผลอเหยียบเท้า แกไม่เอามีดไล่จิ้มเลยเรอะฟะ

เนี่ยครับ หนังมีประเด็น สาระดีๆ สื่ออยู่เพียบ บวกด้วยความฮาชั้นยอด และ ....และครับ.. และ อีกสิ่งที่โคตรยอดคือ ดนตรีกับเพลงประกอบประดามี ที่ Alan Silvestri แกบรรจงยัดลงมาแบบเต็มอารมณ์ ดนตรีบิ้วอารมณ์ได้ดี และ เพลงก็เข้ากับฉากนั้นๆแบบโคตะระ

ครับ ผมชอบหนังเรื่องนี้มากที่สุด อาจเป็นเพียงความชอบส่วนตัว คุณๆลองดูแล้วอาจจะเฉยๆก็ได้ อันนี้สุดแท้แต่ครับ แต่สำหรับผม หนังเรื่องนี้คือสุดยอดจริงๆ

อีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ผมรักหนังเรื่องนี้ที่สุดคือ นี่เป็นหนังเรื่องเดียว เรื่องเดียวจริงๆครับ ที่ผมเปิดเมื่อใด พ่อของผมจะมานั่งดูด้วย โดยมิได้นัดหมาย ... ตามปกติพ่อผมเป็นคอ Actionครับ ประเภทไม่เห็นระเบิด ไม่เห็นเลือดเป็นนอนไม่หลับ แต่กับเรื่องนี้ ไม่ว่าผมจะเปิดดูเป็นครั้งที่เท่าไหร่ ไม่ว่าผมจะเปิดดูเมื่อไหร่ ถ้าพ่อผมผ่านมาเจอว่าผมดูอยู่ พ่อผมจะนั่งลงดูด้วย แล้วก็ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น จนหนังจบ แล้วก็ไปทำอะไรของท่านต่อ ครับ ท่านไม่พูดอะไร แต่รอยยิ้มหลังดูจบของท่านนั้น แฝงความนัยไว้อย่างแน่นอน

ห้าดาวเต็มครับ
http://www.imdb.com/title/tt0101862/

[214] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 2:29:56 AM] [Hits counter=11800253] แจ้งลบ

ข้อความที่=190297

ปล. อีกอย่าง โดยบังเอิญครับ หนังเรื่องนี้ติดอันดับ หนังในดวงใจของคุณอาตีตั๋ว - มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์ นักวิจารณ์ที่ผมยกให้เป็น 1 ในดวงใจตลอดกาลของผมด้วย บังเอิญดีนะ ว่ามั้ย ลองหา Cinemag เล่ม 153 มาอ่านสิครับ มี 10 อันดับหนังในดวงใจของคุณอาตีตั๋วอยู่ด้วย มีเรื่องไรบ้างเดี๋ยวว่างๆมาเล่าให้ฟัง

...คิดถึง CINEMAG จัง..จริงๆนะเนี่ย

[215] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 2:33:24 AM] [Hits counter=11800289] แจ้งลบ

ข้อความที่=190300

Father of the Bride Part II (1995) พ่อตา จ.จุ้น 2 ตอน ลุกหลานจุ้นละมุน



ปี 1950 มีหนังเรื่อง Father of The Bride ออกมา ใช่ครับ เรื่องข้างบนนั่นเป็นฉบับรีเมค เช่นเดียวกันในปั 1951 มีหนังเรื่อง Father's Little Dividend ออกมา ใช่อีกแล้วครับ มันคือภาค 2 ของ Father และเรื่องที่ผมพูดถึงนี้ คือ ฉบับรีเมคของมัน

ภาคต่อครับ จอร์จ แบงค์ส (Steve Martin) กลับมาอีกครั้ง คราวก่อนเขาได้ลูกเขย คราวนี้ เขาได้หลานครับ เพราะแอนนี่ตั้งครรภ์แล้ว และขณะเดียวกัน นีน่าเมียรักของเขาก็ดันตั้งท้องอีกเช่นกัน งวดนี้เขาเลยได้เป็นทั้งพ่อและตาในเวลาเดียวกันเลยทีเดียว

นี่เป็นภาคต่อที่คงบรรยากาศความเป็น Father Of The Bride ได้อย่างครบถ้วนครับ ดาราหน้าเก่ามากันครบ บ้านก็หลังเดิม แต่เปลี่ยนเหตุการณ์ใหม่ ทว่ามันก็ยังวุ่นตามเคย หนังยังเรียกเสียงอาได้อย่างดีครับ ความประทับใจก็พอสมควร โดยเฉพาะคนที่ดูภาคแรกมาแล้วก็จะสนุกกับภาคนี้ได้อย่างดี แต่หนังก็ไม่สุดยอดเท่าภาคแรกอีกแล้วล่ะครับ ไม่ได้แปลว่าหนังไม่ดีนะครับ เพียงแต่ ภาคนี้มันจะเน้นฮามากกว่า แม้ดนตรีกับเพลงประกอบจะยังโคตรดีอยู่ก็ตาม แต่เนื้อหา อย่างที่บอกครับ เน้นฮา ประเด็นที่หนังพอจะจับมาเป็นสาระบ้างก็คือเรื่องเกี่ยวกับ วิกฤติวัยกลางคน(Midlife Crisis) หรือ ช่วงชายวัยหมดประจำเดือน (คำนี้ยืมอาตีตั๋วมานะครับ) ที่มาเกิดขึ้นกับ จอร์จพอดี คิดดูครับ ขนาดยังไม่วิกฤติ ลุงแกยังแทบบ้าแล้วนี่ถึงช่วงวัยทองแบบเนี้ย จะเป็นยังไง ซึ่งหนังก็มีประเด็นนี้แหละที่พอจะเป็นชิ้นเป็นอัน นอกนั้นก็เน้นฮาอย่างที่ผมว่าไปแล้ว

แต่ชอบอย่างหนึ่งคือ ตอนจบครับ เป็นการสรุปปิดหนังชุดนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะกับคำถามที่ว่า แล้วจอร์จจะทำอะไรต่อไปหลังจากแอนนี่แต่งงานไปแล้ว .. เราจะได้รับคำตอบครับ

สองดาวครึ่งนะครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0113041/

[216] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 2:50:24 AM] [Hits counter=11800420] แจ้งลบ

ข้อความที่=190303

Bringing Down the House (2003) ญ.หญิงเมียสั่ง จอมป่วนประจำบ้าน



ก่อน Cheaper by The Dozen ก็มีเรื่องนี้แหละครับที่เป็นผลงานร้อยล้านของลุงเขา ครั้งนี้ ลุงแกมารับบทเป็นปีเตอร์ แซนเดอร์สัน ทนายที่หย่าร้างกับเมียและมีลูกติดอยู่ เขาได้ตัดสินใจนัดเจอกับทนายสาวที่เขาพบในอินเตอร์เนท เขาคิดว่าเธอสวย น่ารัก ผิวขาว แต่ผู้หญิงที่มากดกริ่งหน้าบ้านเขาคือ หญิงอ้วน ผิวดำ และเพิ่งแหกคุกมา นามว่าชาร์ลีน (Queen Latifah)...ตายล่ะสิ

หนังฮาตามมาตรฐานครับ สนุกและวุ่นวาย และเรียกเสียงฮาได้ดี ทั้งตลกท่าทางและคำพูดนี่ปลิวให้ว่อนเลย ีอกอย่างดาราสมทบก็ขยันขโมยซีนจริงๆ อย่าง Eugene Levy (เขาคือคนที่เล่นเป็นพ่อของจิมใน American Pie ทั้ง 3 ภาคไงครับ) พี่แกเล่นได้ฮามากครับ รับบทเป็นโฮวี่เพื่อนของปีเตอร์ที่หลงรักชาร์ลีนแบบหัวปักหัวปำ ครับ แม้ชาร์ลีนจะอ้วน จะดำ แต่โฮวี่ ก็รักของเขานั่นแหละ อีกคนก็ป้า Joan Plowright ตอนแรกเห็นนิ่งๆ มาช่วงท้ายป้าแกบ้าได้อย่างสุดยอดจริงๆ ปล่อยแก่เต็มที่ละครับ

อีกคน คนนี้ปลื้มเป็นการส่วนตัวนะครับ Kimberly J. Brown เล่นเป็นลูกสาวคนโตของปีเตอร์ เธอน่ารักอ้ะคับ อิอิอิ น่ารักจิงๆ เอ้า เอารูปมาให้ดูครับ อิอิอิ

หนังฮา และสนุกสนานครับ สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0305669/

[217] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 3:06:29 AM] [Hits counter=11800489] แจ้งลบ

ข้อความที่=190351

เอาล่ะครับ มาต่อกัน เดี๋ยวจะแนะนำหนังฮาอีกซัก 2 เรื่องนะครับ
ไว้หน้าต่อไป ผมจะแนะนำหนัง Action บ้างแล้วล่ะ ไม่รู้ดิ รู้สึกว่าระยะนี้ชีวิตมีรอยยิ้มมากเกินไปมั้ง ต้องหาอะไรมากระตุ้นความรุนแรงในตัวซะบ้าง

Brain Donors (1992) สามเกลอสมองลิง



หนังตลกสุดฮา เรื่องของ 3 หน่อโรแลนด์ ที เฟล็กไฟเซอร์ (John Turturro) ทนายโคตรกะล่อน, จ๊าค (Bob Nelson) คนสวนสมองสามสลึง และ ร็อคโค่ เมลโลเชค (Mel Smith) คนขับแท็กซี่จอมหาเรื่อง เขาทั้ง 3 คนมีจุดประสงค์ร่วมกันคือรวยครับ จึงร่วมมือกันตามเกาะติดแม่ม่ายสาวใหญ่อย่างลิเลียน (Nancy Marchand ผู้ล่วงลับไปอีกคนนึง) เพื่อหวังมรดกติดมือไปคนละเล็กละน้อย แล้วทีนี้ ลิเลียนเธอต้องการจะก่อตั้งคณะบัลเล่ต์ตามเจตนารมย์ของสามีเธอ 3 หนุ่มก็ต้องช่วยเธออย่างเต็มที่ล่ะครับ...... แต่ยิ่งช่วยมันยิ่งวุ่นอ้ะดิ

นี่คือหนังฮาที่ผสมทั้งมุขตลกเจ็บตัว มุขตลกคำพูด มุขตลกอุปกรณ์ พูดง่ายๆอะไรที่สร้างเสียงฮาได้ พี่แกยัดลงมาหมดเลยครับ แล้วส่วนมากก็ได้ผลเป็นอย่างดีซะด้วย ว่าง่ายๆ ใครอยากฮา อยากคลายเครียดก็เอาไปดูได้เลยครับ ฮาดีจริงๆ

สองดาวครึ่งสิครับ หนังฮาออก 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0103872/

[218] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 12:36:04 PM] [Hits counter=11807841] แจ้งลบ

ข้อความที่=190352

Bulworth (1998) บูลเวิร์ธ อุดมการณ์กวนเมือง



ปิดท้ายกันด้วยหนังฮาสำหรับคอการเมือง กำกับและนำแสดงโดย Warren Beatty โดยเขาแสดงเป็น ท่านวุฒิสมาชิกเจย์ บิลลิงตัน บูลเวิร์ธ ที่กำลังจะลงสมัครเลือกตั้ง แต่ผลจากโพล พี่แกหลุดโผครับ เจอแบบนี้เข้าพี่แกเลยสติแตก บ้าไปเลยนั่นแหละครับ กลายเป็นนักการเมืองที่มีลีลาไม่เหมือนใคร นั่นคือ .... พูดแต่ความจริง

หนังเรื่องนี้มีแต่ตลกคำพูดครับ ดังนั้นหนังมันฮาแบบต้องคิดและถ้าคุณเป็นคอการเมือง รับรองว่าต้องชอบเพราะหนังมันกัดทุกอย่าง ตั้งแต่นักการเมืองที่หวงเก้าอี้ พวกหัวคะแนนที่หวังแต่จ้องจะฟันเงิน แล้วก็ไอ้คำสัญญาลมๆแล้งๆที่นักการเมืองทั้งหลายให้ไว้ก่อนได้รับเลือก แต่พอเอาเข้าจริงๆพวกพี่แกไม่เคยจำได้เล้ย (รู้สึกเหมือนชีวิตจริงของคนบางประเทศยังไงก็ไม่ทราบนะครับ) และทีเด็ดของหนังอยู่ตรงที่ พี่บูลเวิร์ธแก แร๊พ ครับ ... ลุง Warren beatty นี่แหละ มาโย่ๆ ว้อทซั่บ แร๊พเรื่องการเมืองแบบสุดมัน

หนังเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากดูหนังฮาคลายเครียดล้วนๆครับ เพราะมันฮาแบบการเมือง ไม่ใช่ตลกท่าทาง แต่บอกได้ว่า หนังน่าลองครับ

สองดาวครึ่งกันเข้าไปครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0118798/

[219] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 12:49:41 PM] [Hits counter=11808314] แจ้งลบ

ข้อความที่=190354

มาแล้วครับ ท่านทั้งหลาย
ถึงเวลาของหนัง Action แล้ว เรามาระเบิดกันให้ตายไปเลยดีก่า

Die Hard (1988) นรกระฟ้า



เริ่มต้นด้วยหนังบู๊ระดับตำนานกันเลยนะครับ กับไดฮาร์ด ใครเป็นคอAction แล้วไม่ดูเรื่องนี้เห็นทีจะไม่ไหวแล้วครับ พลาดไปได้ไง หนังออกจะมันส์ขนาดนั้น จะเอากระสุนปืน ระเบิด ฉากบู๊ตัวตัว วายร้ายมาดผู้ดีมีสมองอย่าง ฮานส์ กรูเบอร์ (Alan Rickman) และพระเอกที่มีสมองพอกันแต่เพิ่มความบ้าเข้ามาอีกกระบุงอย่างจอห์น แมคเคลน (Bruce Willis) ดนตรีประกอบเร้าระทึกของ Michael Kamen และฝีมือกำกับของ John McTiernan ผู้กำกับจอมเร้าขวัญในยุคนั้น (ยุคนี้ฝีมือเริ่มขาลงมากขึ้นเรื่อยๆแล้วครับ)
รวมไปถึงการเดินเรื่องที่น่าติดตาม บทสนทนาที่เข้าท่าเข้าทางอีกต่างหาก

ทั้งหมดที่กล่าวไป เอามารวมกันแล้วก็ได้เป็น หนังAction สุดมันส์แบบที่คอหนังทั้งหลายไม่ควรพลาด
สามดาวสิครับ
http://www.imdb.com/title/tt0095016/

[220] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 1:00:53 PM] [Hits counter=11808611] แจ้งลบ

ข้อความที่=190356

Die Hard 2 : Die Harder (1990) ไดฮาร์ด 2 อึดเต็มพิกัด



ภาคต่อที่ยังสนุกและมันส์อยู่ แม้จะไม่เท่าภาคแรกก็ตาม คราวนี้ จอห์น แมคเคลนของเรา ต้องมาเจอกับผู้ก่อการร้ายอีกครั้ง เป้าหมายของพวกมันคือ ยึดสนามบินและชิงตัวเจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่ที่กำลังถูกนำตัวมายังสนามบินดาเลสแห่งนี้ แต่ปัญหาของพวกมันคือ ที่นั่นดันมีจอห์นอยู่น่ะซี่ ต้องตีกันรับวันคริสต์มาสหน่อยล่ะครับงานนี้

จะว่าไปหนังก็เปลี่ยนแนวจากภาคแรกไปพอสมควรครับ เพราะภาคแรกเน้นการพูดและสถานที่แคบๆ เน้นที่การชิงไหวชิงพริบมากกว่าจะเอาปืนมาไล่ยิงกัน แต่ภาคนี้ ไม่ชิงอะไรทั้งนั้นครับ ควักปืนมาไล่ยิงกันอย่างเดียว วิ่งพล่านทั่วสนามบินเลย ซึ่งแน่นอนว่า ก็มันส์ในแบบหนังเอามันส์ทั่วๆไป แต่หนังได้การเดินเรื่องที่ฉับไว การแสดงที่ยังกวนได้ที่ของ Bruce Willis และผู้กำกับ Renny Harlin ก็ยังสามารถทำหนังบู๊เรื่องนี้ให้สนุกได้ไม่เสียฟอร์มหนังชุด Die Hard

ยังสนุกอยู่ครับ สองดาวครึ่งฮะ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0099423/

[221] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 1:09:52 PM] [Hits counter=11808820] แจ้งลบ

ข้อความที่=190359

Die Hard With a Vengeance (1995) ไดฮาร์ด 3 แค้นได้ก็ตายยาก



บอกตรงๆว่าพอคว้าหนังชุด Die Hard มาดูต่อกัน 3 ภาครวดแล้วมันเหนื่อยยังไงก็ไม่ทราบนะครับ ยิ่งดูภาคนี้นี่เหนื่อยโคตรๆอ้ะ เพราะคราวนี้พี่จอห์น แมคเคลนแกไม่ได้พักเลยน่ะฮะ วิ่งทั่วนิวยอร์คจนสงสัยว่าพี่แกไปอัดยาบ้ามารึเปล่า ถึงได้คึกเสมอต้นเสมอปลายแบบนี้

ศัตรูที่จอห์นต้องรับมือในครั้งนี้ คือ ไซม่อน (Jeremy Irons) ชายลึกลับผู้มีความแค้นบางอย่างกับแมคเคลน และขณะเดียวกันแมคเคลนก็ได้ ซุส (Samuel L. Jackson) ชายผิวดำมาเป็นผู้ช่วยร่วมฝ่าดงระเบิดอีกด้วย

หนังทำได้น่าพอใจกว่าภาค 2 ครับ (จริงๆภาค 2 ก็มันส์ครับ แต่ภาคนี้มันส์และเหนื่อยกว่า)ได้ John McTiernan จากภาคแรกมากำกับให้ ภาคนี้วิ่งพล่าน ระเบิดตรึม หนังได้เอาส่วนดีของ 2 ภาคแรกมาผสมกัน นั่นคือ บทสนทนาที่ต้องใช้สมองและการชิงไหวชิงพริบแบบภาคแรก เอามาบวกกับฉากบู๊ยิ่งใหญ่แบบภาค 2 หนังเลยออกมาเป็นภาค 3 ครับ พี่จอห์นแกตีกับชาวบ้านทุกทีเลย ทั้งตามถนน ตึก ใต้ท่อระบายน้ำ บนเรือ เฮ่อ ...พักซะบ้างเหอะพี่ ผมเหนื่อยแทน

สองดาวครึ่ง มันส์ไม่เลิกครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0112864/

ปล.ข่าวดีครับ ข่าวดี (รึปล่าวก็ไม่แน่ใจ) แต่ Die Hard 4: Die Hardest (2005)
เขาประกาศจะเดินเครื่องแล้วนะครับ ได้ John McTiernan เจ้าเก่ามากำกับและพี่ Bruce ของเราก็มาเป็นจอห์น แมคเคลนหนที่ 4 เนื้อหาจะประมาณว่าจอห์นกับลุกสาวของเขาตกไปอยู่ในเหตุการ์ก่อการณ์ร้ายอะไรซักอย่างนึง ก็เดิมๆน่ะครับ แต่จะสนุกหรือไม่เราต้องรอ Summer ปี 2005 ครับ

[222] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 1:23:37 PM] [Hits counter=11809259] แจ้งลบ

ข้อความที่=190360

เอ้า เอาไปอีกชุด

Rocky (1976) ร็อคกี้



เรื่องก่อนแจ้งเกิดให้พี่ Bruce ส่วนเรื่องนี้ แจ้งเกิดให้พี่ Sylvester Stallone ครับ กับบทร็อคกี้ บัลบัวร์ นักชกปลายแถวฉายา ม้าป่าอิตาเลี่ยน (Italian Stallion) ที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่มีอนาคต แต่ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไปเมื่อ อพอลโล ครีด (Carl Weathers) นักชกอันดับหนึ่งได้จัดงานชกฉลองวันชาติขึ้นโดยเลือกเอานักชกไร้อันดับขึ้นมาประหมัดกับตนเอง และการชกครั้งนี้จะถ่ายทอดไปทั่วประเทศครับ สำหรับอพอลโล มันก็แค่การชกอีกนัดนึง แต่สำหรับร้อคกี้ มันคือโอกาสแห่งความฝันที่เขาไม่เคยแม้แต่จะคิด

พี่สไลแกเขียนบทเองครับซึ่งได้เข้าชิงออสการ์ด้วย สำหรับผู้กำกับก็เป็น John G. Avildsen (ซึ่งได้ออสการ์ไป) หนังยังได้ออสการ์สาขาหนังยอดเยี่ยมกับตัดต่อยอดเยี่ยมมาอีก เป็น 3 ตัว จัดเป็นหนัง Drama ที่มีความเป็น Action ผสมลงไปในระดับที่พอเหมาะ ภาคนี้หนังยังหนัก ดราม่าอยู่ครับ ซึ่งหนังก็หนักแน่นและน่าติดตาม เรียบง่ายแต่ทรงพลัง และที่จะลืมไม่ได้เลยคือ ดนตรีประกอบที่เราๆท่านๆน่าจะติดหูกันดี เพราะบ้านเราเอามาใช้กันบ่อยเหลือเกิน ก็เป็นฝีมือของ Bill Conti ครับ ฟังแล้วให้ฮึกเหิมสิ้นดี

หนังดีครับ เข้มข้น เป็นหนังประเภทคนสู้ชีวิตอีกเรื่องนึง หนังบอกแง่คิดอันเป็นปรัชญาชีวิตชั้นดี นั่นคือ อย่ายอมแพ้ครับ ในสนามชีวิตนี่จะยอมอะไรก็ไม่เลวร้ายเท่ายอมแพ้ เพราะมันจบเลยครับ ชาตินี้ไม่ต้องทำอะไรกินกันพอดี แนวคิดนี้ ใครๆก็รู้ครับ แต่จะทำหรือไม่ นี่สิถึงจะเป็นปัญหาน่ะ

สาวดาวเต็มครับ
http://www.imdb.com/title/tt0075148/

[223] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 1:40:14 PM] [Hits counter=11809653] แจ้งลบ

ข้อความที่=190362

Rocky II (1979) ร็อคกี้ 2



ภาคแรกมันดังครับ ได้เงินไปร้อยกว่าล้าน ได้ออสการ์อีกต่างหาก ถ้าไม่ทำภาคต่อเนี่ย จะนับว่าผิดกาลเทศะอย่างรุนแรง

เหตุการณ์ต่อจากภาคแรก หลังการชกกับอพอลโล ปรากฎว่าการชกครั้งนั้น ผลยังไม่ค่อยเป็นเอกฉันท์ครับ โดยเฉพาะในสายตาคนดูทั้งประเทศ ทำให้ร็อคกี้ต้องขึ้นสังเวียนมาเจอกับอพอลโลอีกครั้ง ครานี้ รู้ผลแน่ๆครับ

ทีมนักแสดงจากภาคแรกมากันครบไม่ว่าจะร็อคกี้, อพอลโล, เอเดรี่ยน(Talia Shire) แฟนของร็อคกี้, พอลลี่ (Burt Young) พี่ชายจอมโวของเอเดรี่ยน และ มิคกี้ (Burgess Meredith) ครูมวยของร็อคกี้ หนังยังมาแนวทางเดียวกับภาคแรกครับ แต่ไม่จับใจเท่านั้นอีกแล้ว ภาคนี้พี่สไลกำกับเอง เขียนบทเอง ซึ่งก็โอเคนะครับ ไม่ได้แย่อะไร เพียงแต่ถ้าจะให้เทียบกับภาคแรก มันยังห่างชั้นกันอยู่ แต่ก็จัดว่าเป็นภาคต่อที่น่าพอใจอยู่ครับ

สองดาวกว่าๆ ใกล้ครึ่งครับ
http://www.imdb.com/title/tt0079817/

[224] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 1:49:01 PM] [Hits counter=11809961] แจ้งลบ

ข้อความที่=190366

Rocky III (1982) ร็อคกี้ 3 ตอน กระชากมงกุฏ



ร็อคกี้ในช่วงต่อมาครับ หลังจากดังสุดๆในนัดที่ชกกับอพอลโล เขากลายเป็นขวัญใจอเมริกันชนทั้งประเทศ เงินทองก็ไหลมาเทมา แต่แล้วบังลังก์ของเขาก็ถูกสั่นโดยการมาของ คับบี้ แลง(Mr. T) นักชกผิวดำที่จะคว่ำร็อคกี้ให้จงได้ ครั้งนี้เจอศึกหนักแล้วครับ

ภาคนี้กลายเป็นหนัง Action เต็มตัวในที่สุดครับ แนวเป็นประมาณการต่อสู้ล้างแค้นบนเวทีมวยซึ่งก็ทำได้มันส์พอสมควร เพียงแต่ว่ามันเป็นการตีกันบนเวที ก็เลยมีอยู่แค่ไม่กี่ฉากน่ะนะครับ จะให้วิ่งพล่านทั่วสนามแบบใน Die Hard มันก็คงไม่ได้ล่ะนะฮะ หนังมวยครับ ไม่มีปืน ต้องเข้าใจ

ถ้าดูเอามันส์ล่ะ ได้เลยครับ
สองดาวกว่าๆครับ
http://www.imdb.com/title/tt0084602/

[225] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 1:55:50 PM] [Hits counter=11810111] แจ้งลบ

ข้อความที่=190367

Rocky IV (1985) ร็อคกี้ 4



ศึกชกนัดนี้ เกิดขึ้นเพราะ อพอลโล ครีด เพื่อนซี้นักชกของร็อคกี้ ถูกชกจนตายตาเวทีโดยอิวาน ดราโก้ (Dolph Lundgren) นักชกหมัดเหล็กไหลจากรัสเซีย ร็อคกี้จึงต้องล้างแค้นคืนโดยการเดินทางไปชกกับอิวานที่รัสเซีย

เป็นการชกนอกประเทศครั้งแรกและครั้งเดียวของร็อคกี้ครับ ภาคนี้เป็นหนัง Action เต็มที่ไปเรียบร้อยแล้ว พี่สไลยังคงกำกับเองอยู่ เขียนบทเองตามเคย ก็ถ้าดูเอามันส์ก็โอเคครับ ด้านสิ่งอื่นๆก็ไม่ค่อยมีอะไรแล้ว ดนตรีก็ไม่ขลังเท่าภาคแรกๆอีกด้วย

ก็เรื่อยๆ ถ้าชอบหนัง Actionก็ดูได้ครับ ไม่ผิดหวัง ถ้าไม่ตั้งความหวังนะครับ
สองดาวกว่าๆครับ
http://www.imdb.com/title/tt0089927/

[226] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 2:02:36 PM] [Hits counter=11810304] แจ้งลบ

ข้อความที่=190371

Rocky V : The Final Bell (1990) ร็อคกี้ 5 หัวใจไม่ยอมสยบ



ภาคสุดท้ายของหนังชุดนี้ เรื่องราวของร็อคกี้ที่กำลังตกอับครับ เพราะโดนภาษีเล่นงานจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว เขาเลยต้องย้ายกลับมาอยู่บ้านเดิม แต่ไฟในตัวของเขายังไม่มอดนะครับ เขาได้พบกับ ทอมมี่ กันน์ (Tommy Morrison) หนุ่มน้อยที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเป็นนักชกชื่อดังและมีร็อคกี้เป็นเทรนเนอร์ให้ ร็อคกี้ก็เอาซะหน่อยล่ะครับ แต่หนทางมันไม่ง่ายนัก เพราะดุ๊ก (Richard Gant) โปรโมเตอร์มวยจอมโกงก็ต้องการทอมมี่ไปเข้าสังกัดตนเหมือนกัน

หนังได้ John G. Avildsen กลับมารับหน้าที่กำกับเหมือนเดิม แต่ความขลังหายไปหมดครับ แม้จะได้บรรยากาศอันแสนอบอุ่นจากภาคแรกมาก็ตาม แต่หนังกลับไม่สนุกอีกแล้ว ไม่เข้มข้นและธรรมดาจนเกินไป และหนังไม่ใช่ Action อีกแล้วครับ กลายเป็นดราม่าแบบภาคแรกไปเรียบร้อย แต่ความดีนี่คนละเรื่องกันเลย เป็นตอนจบที่น่าผิดหวังอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าคิดในอีกแง่ว่า นี่เป็นเรื่องราวชีวิตของคนๆนึง มันก็โอเคครับ เราติดตามดูร็อคกี้มาตั้งหลายปี ก็คิดซะว่าได้รู้เรื่องราวของเขาในช่วงต่อมาแล้วกัน

สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0100507/

[227] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 2:12:42 PM] [Hits counter=11810552] แจ้งลบ

ข้อความที่=190374

Cobra (1986) คอบร้า



มาต่อกันด้วยหนัง Action สไตล์พี่สไลนะครับ คราวนี้พี่สไลรับบทเป็นนายตำรวจ มาเรียน คอแบรตตี้ หรือ คอบร้า มือปราบกระดูกเหล็ก ที่รับภารกิจช่วยเหลือพยานสาว อิงกริด (Brigitte Nielsen) ที่ไปพบเห็นการลงมือฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมของกลุ่มอาชญากรอำมหิต เธอจึงตกเป็นเป้าสังหาร

หนังเป็นแนวบู๊แบบไอ้เดี่ยวลุยเละน่ะครับ พี่คอบร้าแกก็เก่งเหลือเกิน ศัตรูมากันเพียบ แต่พี่แกก็ไล่ฆ่าได้หมด ตามสูตรเลยนะครับ ซึ่งหนังก็เรื่อยๆ ดูเอามันส์ ไม่ต้องคิดอะไรมากทั้งสิ้น คิดมากไปเปลืองสมองครับ

ดูเอามันส์ จบแล้วก็จบกัน ไม่มีอะไรน่าประทับใจ
สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0090859/

[228] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 2:23:47 PM] [Hits counter=11810830] แจ้งลบ

ข้อความที่=190377

Fair Game (1995) แฟร์เกม เกมบี้นรก



ผมกำลังพูดถึงหนังของพี่สไลอยู่ใช่ม้ะ แล้วเรื่องนี้มาเกี่ยวอะไรด้วยบางท่านอาจสงสัย หนังเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่สไลครับ แต่เกี่ยวกับ Cobra เชื่อหรือไม่ครับว่า 2 เรื่องนี้ เป็นหนังเรื่องเดียวกัน!!!

ทั้ง Cobra และ Fair Game ต่างก็สร้างจากนิยายเรื่อง Fair Game ของ Paula Gosling ด้วยกันทั้งคู่ แต่ Cobra นั่นโดนพี่สไลแกดัดแปลงบทครับ เล่นซะแทบจำเค้าเดิมของนิยายไม่ได้เลย กลายเป็นหนังสไตล์พี่แกไปซะได้ ส่วนฉบับนี้ได้ William Baldwin รับบท แม็กซ์ ตำรวจหนุ่มที่ต้องมาคุ้มกันทนายสาวสวยอย่าง เคท (Cindy Crawford - ผลงานแสดงหนังใหญ่เรื่องแรกของเธอ) แล้วทั้งคู่ก็ต้องร่วมกันฝ่านรกและห่ากระสุนกันตามเรื่องตามราว

หนังกำกับโดย Andrew Sipes ซึ่งกำกับหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกแล้วก็เรื่องเดียวครับ ไม่มีใครเรียกใช้บริการแกทำอะไรอีกเลย นั่นคงเพราะตัวหนังเรื่องนี้มันไม่มีอะไรให้น่าจดจำ จะว่าไป Cobra ที่ว่าไม่มีอะไรแล้วของพี่สไล ยังทำได้น่าติดตามและสนุกกว่าเรื่องนี้อีกเป็นกองสองกอง

อย่าหาว่าผมไม่แฟร์ครับ แต่หนังไม่น่าจดจำจริงๆ
ไม่ถึงสองดาวครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0113010/

[229] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 2:35:38 PM] [Hits counter=11811170] แจ้งลบ

ข้อความที่=190378

First Blood (1982) แรมโบ้ นักรบเดนตาย



เรากลับมาหาพี่สไลกันต่อนะครับ กับผลงานแจ้งเกิดลำดับต่อมา ที่ดังตามร็อคกี้มาติดๆ คือเรื่องนี้นี่แหละ กับบทจอห์น เจ แรมโบ้ อีดตทหารเวียดนามที่กลับมาเพื่อเยี่ยมเพื่อน เขามาดีครับและพยามเป็นมิตรกับทุกคน แต่ทว่าทีเซล (Brian Dennehy) นายอำเภอของเมืองที่เขาไปเยี่ยมนั้น กลับเห็นเขาเป็นพวกจรจัดและหาเรื่องเขาทุกวิถีทาง ในที่สุด แรมโบ้ก็ถึงจุดเดือดและเปิดเกมล่าไล่กำจัดพวกของทีเซล

สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจคือว่า ทำไม ชาวอเมริกันบางส่วนถึงต้องรังเกียจอดีตนายทหารจากสงครามเวียดนามกันจังล่ะครับ ก็พอเข้าใจนะ ว่าสงครามเวียดนามมันเป็นเหมือนเรื่องหน้าแตกของอเมริกา แต่ทหารเขาก็เป็นทหารนะครับ เป็นเหยื่อของสงครมเวียดนามแท้ๆด้วย ผมว่าพวกเขาสมควรได้รับการเห็นใจมากกว่า เพราะโดนมาเยอะนะ คิดว่าการถือปืนไล่ยิงคนกลางสงครามมันสนุกนักเหรอฮะสภาพจิตนี่คงจะเละน่าดู เฮ่อ จะไปตั้งแง่กับพวกเขาทำมาย เหมือนกับที่บางคนเหยียดคนผิวดำนั่นแหละ ไม่เข้าท่าจริงๆ

หนังก็มันส์ แบบซุ่มโจมตีครับ ระเบิดเพียบ เป็นการโจมตีแบบทหารพราน มีกับดักและการวางแผน ซึ่งก็ทำได้เมามันส์ดีครับ หนังทำได้น่าติดตามด้วย เพราะเราไม่รู้เลยว่าแรมโบ้จะทำะไรต่อไปและเรื่องมันจะจบลงแบบไหน และหนังยังได้การแสดงที่น่ารังเกียจสุดๆของ Dennehy พี่แกน่าฆ่ามากๆครับ กับอีกคนก็ Richard Crenna ในบทผู้พันเทราท์แมน อดีตหัวหน้าของแรมโบ้ที่ถูกตามมากู้สถานการณ์ในครั้งนี้

หนังสนุกและมันส์ครับ
สองดาวครึ่งกันไปแล้วกัน 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0083944/

[230] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 2:50:31 PM] [Hits counter=11811644] แจ้งลบ

ข้อความที่=190382

Rambo: First Blood Part II (1985) แรมโบ้ นักรบเดนตาย ภาค 2



ภาคต่อที่โกยเงินไปมากกว่าภาคแรก เรื่องราวก็เอามันส์เต็มที่กว่าเดิมด้วยครับ แรมโบ้ถูกตามตัวมารับภารกิจช่วยตัวประกันที่ยังตกค้างในเวียดนาม ก็บู๊กันสนั่นป่าล่ะครับ งานนี้

หนังเขียนบทโดย Kevin Jarre แล้วก็ได้พี่สไลกับ James Cameron (แห่ง Titanic นั่นแหละ) มาร่วมกันสังฆกรรมอีกที บทหนังเลยมันส์ อลังการ ฆ่ากันอย่างเดียวครับ ก็ดูเอามันส์อย่างเดียวเลย เหตุผลไม่ต้องไปคิดให้เสียเวลาครับ

สองดาวครึ่งพร้อมกับความมันส์ครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0089880/

[231] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 3:04:40 PM] [Hits counter=11812224] แจ้งลบ

ข้อความที่=190383

Rambo III (1988) แรมโบ้ 3



หนังภาคสุดท้ายของแรมโบ้ ช่วงต้นเรื่องมีมาถ่ายทำที่ไทยด้วยนะครับ แต่ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากบอกน่ะ

ครั้งนี้ผู้พันเทราท์แมน(Richard Crenna) โดนผู้ก่อการร้ายจับตัวไป แรมโบ้ก็ต้องตามไปช่วย

ภาคนี้ธรรมดาสามัญครับ กลายเป็นอะไรที่น่าผิดหวัง ไม่สนุก ไม่ตื่นเต้นอีกแล้ว น่าเบื่อด้วยซ้ำไป ก็ไม่รู้จะพูดอะไรอีกดี เพราะมันไม่มีอะไรเลยจริงๆน่ะ แม้ตอนท้ายจะมีฉากยิ่งใหญ่ แต่ไม่เร้าใจครับ

สองดาวเชิงลบครับ
http://www.imdb.com/title/tt0095956/

[232] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 3:09:15 PM] [Hits counter=11812428] แจ้งลบ

ข้อความที่=190389

Over the Top (1987) พ่อครับ...อย่ายอมแพ้



พี่สไลรับบท ลินคอล์น ฮอว์ค สิงห์รถบรรทุกที่ต้องการจะผูกสัมพันธ์กับลูกที่ห่างเหินของเขา ก็เป็นหนังตามสูตรพ่อลูกที่ไม่เคยเจอหน้า ต้องมาอยู่ร่วมกันนั่นแหละครับ หนังก็ธรรมดา ไม่มีอะไรน่าจดจำ ไม่ประทับใจแต่อย่างใด

สองดาวแบบสามัญครับ
http://www.imdb.com/title/tt0093692/

[233] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 3:17:59 PM] [Hits counter=11812773] แจ้งลบ

ข้อความที่=190390

Lock Up (1989) ล็อคอำมหิต



แฟรงค์ ลีโอเน่ (พี่สไล) ที่ใกล้จะถูกปล่อยตัว แต่เขากลับโดนผู้คุมจอมโหด (Donald Sutherland) มาหาทางล้างแค้นกลั่นแกล้งเขาทุกวิถีทาง ว่าง่ายๆคือไม่ต้องการให้เขาออกจากคุกแบบมีชีวิตนั่นเอง หนังทำได้โอเคครับ น่าพอใจกว่า Over The Top มากมายนัก ดูได้เรื่อยๆ เหมาะสำหรับคอหนังAction แนวคุกแบบนี้ ถ้าหวังหนังไล่ยิงมันส์ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องนี้ครับ มันในคุกอ้ะ จะให้กระหน่ำแบบแรมโบ้ได้ไงล่ะครับ

สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0097770/

[234] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 3:22:43 PM] [Hits counter=11812939] แจ้งลบ

ข้อความที่=190393

Tango & Cash (1989) 2 โหด ไม่รู้ดับ



หนังบู๊แนวคู่หูตำรวจ เรย์ แทงโก้ (พี่สไล) คือตำรวจผู้ดีที่ทำตามตำราทุกอย่าง ส่วนเกบ แคช (Kurt Russell) คือตำรวจจอมระห่ำ เขาทั้งคู่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยยกเว้นว่า งานของเขามันขัดขวางความเจริญของเจ้าพ่อเพอร์เรท (Jack Palance) ทั้งคู่เลยโดนสั่งเก็บ งานนี้คู่หูที่ไม่ลงรอยกัน ต้องหาจับมือกันถล่มผู้ร้ายแล้วครับ

หนังแนวคู่หูตำรวจอีกเรื่อง ที่ดูได้อย่างเพลิดเพลินในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ครับ จบแล้วจบกัน แล้วหนังก็ไม่ถึงกับมันส์โคตรๆด้วย แต่ก็ทำได้ดีกว่า Cobra, Over the Top, Rambo III และ Lock Up นะครับ ก็ดูได้เรื่อยๆ อย่าไปหวังอะไรครับ

สองดาวกว่าๆครับ
http://www.imdb.com/title/tt0098439/

[235] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 3:29:20 PM] [Hits counter=11813155] แจ้งลบ

ข้อความที่=190397

Cliffhanger (1993) คลิฟฟ์แฮงเกอร์ ไต่ระห่ำนรก



ผู้กำกับ Renny Harlin แห่ง Die Hard 2 : Die Harder มาจับมือกับ พี่สไล สู่หนังAction สไตล์ Die Hard บนยอดเขา เกบ วอล์คเกอร์ (พี่สไล) คือนักกู้ภัยมือหนึ่ง แต่ด้วยอดีตอันเลวร้ายที่เขาไม่สามารถช่วยชีวิตเพื่อนของเขาได้ เขาเลยลาออก แต่แล้วกลับมีผู้ก่อการร้ายนำโดย อีริค (John Lithgow) ได้จับเพื่อนของเขาไว้เป็นตัวประกันเพื่อตามหาเงินที่มาตกอยุ่แถวๆยอดเขาแถบนั้น เกบจึงต้องสวมวิญญาณนักกู้ภัยอีกครั้ง

หนังมันส์ สนุกดีครับ แม้บางช่วงมันจะอืดจนเกินงานไปหน่อยก็ตาม แต่ก็ยังจัดเป็นความบันเทิงที่ใช้ได้ ดูยามว่างเอามันส์ก็ดีนักแลล่ะครับผม

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0106582/

[236] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 3:37:08 PM] [Hits counter=11813432] แจ้งลบ

ข้อความที่=190398

Demolition Man (1993) ตำรวจมหาประลัย 2032



หนัง Action ล้ำอนาคตเรื่องของ จอห์น สปาร์ตัน (พี่สไล) นายตำรวจจอมระห่ำที่โดนลงโทษแช่แข็งตนเอง เพราะทำงานผิดพลาด ไม่สามารถช่วยตัวประกันที่โดนไซม่อน ฟีนิกซ์ (Wesley Snipes) จอมวายร้ายจับไปได้ ทั้งจอห์นและไซม่อนต่างโดนแช่แข็งครับ ต่อมาปี2032 ไซม่อนถูกปลุกและแหกคุกออกมา ทำให้จอห์นต้องตามออกมาเพื่อปราบศัตรูคู่อาฆาตตนนี้ให้จงได้

หนังเรื่องนี้สนุกดีครับ มีมุขตลกและฉากบู๊อยู่ในระดับพอประมาณ นางเอกของเรื่อง ซึ่งก็คือ Sandra Bullock ก็ฉายเสน่ห์ต๊องๆได้ดีพอสมควร หนังดูได้เพลินๆ เอามันส์ครับ (รู้สึกว่าหนังพี่สไลนี่แกจะเน้นเอามันส์กันอย่างเดียวเลยนะครับ)

โอเค สนุกกำลังดี สองดาวครึ่งละกันครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0106697/

[237] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 3:43:27 PM] [Hits counter=11813666] แจ้งลบ

ข้อความที่=190400

The Specialist (1994) จอมมหาประลัย



พี่สไลรับบท เรย์ ควิก มือวางระเบิดอันดับหนึ่งที่ต้องมาเจอกับ เมย์ มันโร (Sharon Stone) สาวร้อนที่มาเพื่อล้างแค้นโจ ลีออน (Rod Steiger) ศัตรูฆ่าพ่อของเธอ เธอจึงต้องขอความช่วยเหลือจากเรย์ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ร่วมด้วย James Woods ในบท เนท เทรนท์ คู่แค้นของเรย์

เป็นหนังแนวระเบิดที่ดูเหมือนจะหวังพึ่งพาพลังซูเปอร์สตาร์ของพี่สไลและเจ๊ Sharon ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะพึ่งไม่ค่อยได้ครับ เพราะบทธรรมดา ไม่แปลกใหม่ ดังนั้นต่อให้ 2 ดารานำแสดงดีแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ (และ 2 ดารานำก็ไม่ได้แสดงดีอะไรมากด้วย แม้ Sharon เธอจะยังเซ็กซี่สุดๆก็ตามทีเถอะ)

สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0111255/

[238] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 3:50:10 PM] [Hits counter=11813953] แจ้งลบ

ข้อความที่=190402

Judge Dredd (1995) จัดจ์ เดรดด์ ฅนหน้ากาก 2115



จัดจ์ เดรดด์(พี่สไลนั่นเองครับ) คือมือปราบอันดับหนึ่งแห่งเมก้าซิตี้ เมืองแห่งอาชญากรรม แต่เขากลับถูกใส่ความวว่าฆ่าคน จนถูกส่งออกไปนอกเมือง เขาจึงจำต้องจับมือกับเฟอร์กี้(Rob Schneider) โจรกระจอกปากมาก ในการกลับมาทวงความเป็นธรรมที่เมก้าซิตี้ และะที่นี่เองที่เขาต้องเจอกับศัตรูที่คาดไม่ถึง ริโค่ (Armand Assante) อดีตคู่หูของเขาเอง

หนังสร้างจากการ์ตูนครับ เลยโม้เต็มที่ เป็นความบันเทิงแบบไม่ต้องคิดถึงเหตุผลใดๆทั้งสิ้น ซึ่งหนังก็ทำได้แบบดูเพลินๆครับ ไม่ถึงกับประทับใจ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก

สองดาวกว่าๆครับ
http://www.imdb.com/title/tt0113492/

[239] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 3:55:45 PM] [Hits counter=11814144] แจ้งลบ

ข้อความที่=190408

Assassins (1995) แอสแซสซินส์ มหาประลัยตัดมหาประลัย



ผลงานของผู้กำกับ Richard Donner (แห่ง Lethal Weapon) จับเอาพี่สไลมารับบทเป็นโรเบิร์ต แรธ ยอดมือปืนอันดันหนึ่ง ที่กำลังอยากจะล้างมือ แต่เขาก็โดนลูบคมโดยนักฆ่ารุ่นน้องจอมจองหอง มิเกล เบน (Antonio Banderas) เขาจึงจำต้องเล่นเกมล่ากับมิเกลก่อนจะล้างมือ ขณะเดียวกันเขาต้องปกป้อง อีเลคตร้า (Julianne Moore) แฮคเกอร์สาวอีกด้วย

หนังทำได้ดีน่าติดตาม และเข้มข้นครับ โปรดทราบด้วยนะครับว่านี่เป็นงานเขียนบทชิ้นแรกของ Andy และ Larry Wachowski พี่น้องที่สรรค์สร้าง ผลงานไตรภาค The Matrix ในเวลาต่อมา บทหนังเฉียบครับ สนุก มีลุ้นและมีการชิงไหวชิงพริบระหว่าง 2 นักฆ่าได้อย่างถึงขีด เป็นหนึ่งในหนังที่เข้าท่าของพี่สไลเลยล่ะครับ มีฉาก Action พอประมาณนะครับ มันจะมาเข้มตรงบทน่ะ

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0112401/

[240] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 4:04:30 PM] [Hits counter=11814375] แจ้งลบ

ข้อความที่=190481

ขอต่อหนังของพี่สไลให้หมดๆนะครับ เอามาให้ดูเป็นชุดๆรายคนแบบนี้ผมจะได้ไม่มึนว่าอันไหนเอามาลงแล้วหรือยังอ้ะนะครับ ดังนั้นช่วงนี้เห็นหน้าพี่สไลแกเยอะไปหน่อย ก็อย่าว่ากันล่ะ

Daylight (1996) เดย์ไลท์ ผ่านรกใต้โลก



คราวนี้พี่สไลแกจับหนังแนวภัยพิบัติบ้างล่ะครับ โดยรับบทเป็นคิท ลาทูร่า อดีตหัวหน้าหน่วยกู้ภัยที่ได้มาพบกับเหตุการณ์อุโมงค์ลอดแม่น้ำถล่มพอดี เขาเลยอาสาเข้าไปช่วยคนที่ยังมีชีวิตอยู่ในนั้น

หนังเข้าสูตรสำเร็จของแนวนี้เลยครับ ตัวเอกต้องมีอดีตเลวร้าย หรือไม่ก็โดนไล่ออกจากหน้าที่ แต่ไปๆมาๆพี่แกกลับเป็นคนเดียวที่ยอมเสี่ยงภัยช่วยคนอื่น ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตัวจริงในตอนนั้นๆ ก็ไม่ทราบว่าหายหัวไปไหนหมด แล้วก็มีการผจญภัยเอาชีวิตรอด มีคนตาย มีผู้เสียสละ และตอนจบ คนที่ดวงดีสุดๆก็จะรอด มันก็เป็นสูตรทั่วๆไป แต่ทว่า ถ้าหากคนทำสามารถจับทางได้ ใส่ลูกเล่นและความตื่นเต้นลงมาได้ถูกจังหวะล่ะก็ หนังก็จะออกมาดี อย่างน้อยๆก็โอเคล่ะครับ ซึ่งกับเรื่องนี้ ผมว่าทำออกมาได้ดีและดูเพลินพอสมควร มีลุ้นและการผจญภัยที่น่าติดตาม คอหนังแนวภัยพิบัติก็น่าลองล่ะครับ เพราะผมว่ามันก็ออกมาไม่เลวเลย

ดูเพลิน สนุก ตื่นเต้น ตามความคิดผมนะครับ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0116040/

[241] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 10:09:10 PM] [Hits counter=11826824] แจ้งลบ

ข้อความที่=190483

Get Carter (2000) คาร์เตอร์ เดือดมหาประลัย



หนังเรื่องนี้ เจ๊งครับ คนดูสวดกันยับ หนังรีเมคมาจากหนังชื่อเดียวกันนี้ปี 1971 แต่อันนั้นจะเป็นแนวแก๊งสเตอร์นะครับ ได้ลุง Michael Caine แสดงนำ (ซึ่งในเรื่องนี้ ลุงแกก็มาแสดงสมทบด้วย) กับฉบับนี้ คาร์เตอร์ (พี่สไล) คือนักทวงหนี้มือหนึ่งที่กลับไปงานศพน้องชายของเขา ขณะเดียวกันก็ตามสืบว่า ใครฆ่าน้องเขาตาย แล้วการทวงแค้นก็เริ่มต้น

ผมว่าหนังมันไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนะครับ อย่างแรก หนังรวมดาราเก่งๆไว้พอสมควร (เก่งแต่ไม่ดังน่ะครับ) การเดินเรื่องก็เรื่อยๆ ไม่เร้าใจอะไร แต่ก็พอดูได้ ลีลามุมกล้องกับโทนสีของหนัง ผมว่าก็น่าสนใจในระดับหนึ่ง นอกนั้นก็เรื่อยๆครับ แต่ผมว่าดูเพลินดี แต่เพื่อนๆผมส่วนมากก็สวดหนังเรื่องนี้กันพอประมาณ อันนี้ก็เห็นทีว่าต้องไปตัดสินด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ

เอาเป็นว่าถ้าว่างๆ ก็ลองดูครับ ประมาณว่าเงินเหลืออะไรยังเงี้ย
สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0208988/

[242] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 10:17:25 PM] [Hits counter=11827146] แจ้งลบ

ข้อความที่=190484

Driven (2001) เร่งสุดแรง แซงเบียดนรก



หนังแนวแข่งรถที่พี่สไลกลับมาร่วมงานกับผู้กำกับ Renny Harlin อีกครั้ง โดยพี่เขามาเล่นเป็น โจ แทนโต้ นักแข่งมือเก๋าที่ต้องรับมือกับนักขับรุ่นใหม่ที่ทั้งหนุ่มและจองหอง

ฉากการแข่งรถทำได้ดีครับ แต่เนื้อหากลับไม่มีอะไรโดดเด่นนัก ที่น่าพูดถึงก็ยังมี Estella Warren ที่เธอสวยดีจังเลยอ้ะคับ อะฮึอะฮึ ...อันนี้นอกเรื่องน่ะครับ เป็นความชอบส่วนตัว(อีกแล้ว)

ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0132245/

[243] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 10:23:24 PM] [Hits counter=11827386] แจ้งลบ

ข้อความที่=190486

D-Tox (2002) ดี-ท็อกซ์ ล่าเดือดนรก



ผมไม่แน่ใจว่านรกจะเดือดหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ผมเดือดพี่สไลครับ!!

พี่เขามาเล่นเป็น เจค มัลลอย เอฟบีไอที่ทำงานพลาดจนต้องเสียเมียไป เขาเลยเข้าโครงการบำบัดจิต และสถาบันบำบัดนั่นเองที่เจ้าฆาตกรโหดที่ฆ่าเมียเขา ได้ตามไปฆ่าคนด้วย

หนังได้ Jim Gillespie จาก I Know What You Did Last Summer มากำกับให้ แนวหนังก็ไล่ฆ่าเหมือนกันครับ แต่ I Know ที่ว่าไม่มีอะไรแล้ว พอมาเทียบกับเรื่องนี้ I Know ดูดีขึ้นไปอีกเยอะเลยครับ เฮ่อ หนังไม่ตื่นเต้น ไม่เร้าใจ ไม่อะไรทั้งนั้น ผิดหวังโคตรๆ ทำไมทำกับผมได้ล่ะครับ พี่สไล เอาตังค์ผมคืนมาาาาาา

ดาวครึ่งก็นับว่ามากแล้วครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0160184/

[244] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 10:30:25 PM] [Hits counter=11827570] แจ้งลบ

ข้อความที่=190488

Avenging Angelo (2002) อเวนจิ้ง แองเจโล่ คนอย่างข้า...บอดี้การ์ดใจเพชร



นี่เป็นหนังเรื่องสุดท้ายของ Anthony Quinn ดาราอาวุโสมากฝีมือผู้จากไป เขารับบทเป็นแองเจโล่ เจ้าพ่อที่โดนคู่อริสั่งเก็บ จึงเป็นหน้าที่ของแฟรงกี้ เดลาโน่ (พี่สไลของเรา) บอดี้การ์ดคนสนิทที่จะต้องตามไปปกป้องลูกสาวเพียงคนเดียวของแองเจโล่ (Madeleine Stowe) และขณะเดียวกัน เขาก็ต้องการล้างแค้นให้เจ้านายด้วย

หนังเป็นแนวตลกไปครับ แอบโรแมนติกเล็กๆอีกต่างหาก (ก็ระหว่างแฟรงกี้ กับ เจนนิเฟอร์ ลูกสาวแองเจโล่ไงครับ) ซึ่งถ้าดูแบบไม่คิดอะไรมาก หนังก็พอดูได้ครับ ดูแล้วก็ยอมรับเหมือนกันว่า พี่สไลแกแสดงบทแนวชีวิต หรือแนวโรแมนติกเล็กๆก็พอไหวนะ น่าเสียดายที่บทหนังยังไม่หนักแน่นพอ กดอย ถ้าเขียนได้ดีและมีบทสนทนาที่เฉียบขาดกว่านี้นะ รับรองว่าหนังจะดีกว่านี้มากครับ เท่าที่เป็นอยุ่นี่แค่พอทำเนาเท่านั้นเอง อีกจุดหนึ่งที่ทำให้หนังโอเคขึ้น ก็คือฝีมือการแสดงของ Quinn ที่ยังคงไว้ลายได้เสมอ เขาดูเป็นชายชราใจดีได้จริงๆครับ

เหมาะสำหรับแฟนๆพี่สไล และ ไม่คาดหวังอะไรก่อนดูครับ สำหรับคนอื่นๆ ผมว่าคงไม่ชอบหนังเรื่องนี้หรอก อ้อ หนังเป็นแนวตลกครับ ไม่ใช่ Action ถ้าหวังตรงนี้ล่ะก็เตรียมด่าหนังก่อนดูได้เลยครับ

สองดาวแบบพอทนครับ
http://www.imdb.com/title/tt0275947/

[245] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 10:39:25 PM] [Hits counter=11827881] แจ้งลบ

ข้อความที่=190490

หมดหนังของพี่สไลแล้วครับ (หลายคนแทบจะวิ่งแก้บน) มาดูกันต่อดีกว่า
เราจะยังอยู่ที่หนังบู๊นะครับ

Speed (1994) สปีด เร็วกว่านรก!



หนังแจ้งเกิดของ Keanu Reeves, Sandra Bullock และผู้กำกับ Jan de Bont เรื่องของนายตำรวจหนุ่มแจ๊ค ทราเว่น (Reeves) ที่ต้องมาต่อกรกับวายร้ายโรคจิต (Dennis Hopper) ที่ขู่จะระเบิดรถเมล์คันหนึ่งหากตำรวจไม่ยอมจ่ายค่าไถ่ให้มัน

หนังมันส์ตลอดทั้งเรื่องครับ มีอะไรให้ลุ้นและต้องใช้สมองตลอดเวลา หนังแนวนี้เนี่ยนะครับ ถ้าจะให้มันส์ ไม่ใช่ว่าสักแต่จะใส่ฉากระเบิดหรือฉากยิงกันลงมาเท่านั้น บทหนังเนี่ยสำคัญครับ ต้องทำให้ผู้ร้ายเก่งมากๆเข้าไว้ และขณะเดียวกันพระเอกก็ต้องมีสมองด้วย ให้พระเอกชิงไหวชิงพริบกับผู้ร้ายบ่อยๆนั่นแหละครับ ถึงจะมันส์ และ Speed ก็ทำสำเร็จอย่างงดงาม

คอหนังบู๊ ถ้ายังไม่ดู รีบไปหามาซะ
สองดาวครึ่งสิครับ ระดับนี้แล้วน่ะ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0111257/

[246] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 10:51:25 PM] [Hits counter=11828278] แจ้งลบ

ข้อความที่=190494

Speed 2: Cruise Control (1997) สปีด 2 เร็วกว่านรก!



ภาคต่อที่ไปคนละลู่กับภาคแรกเลย เหตุคราวนี้ไปเกิดบนเรือครับ โดยแอนนี่ (Sandra Bullock) นางเอกจากภาคที่แล้วไปเที่ยวเรือสำราญกับแฟนใหม่ ที่ชื่อว่า อเล็กซ์ ชอว์ (Jason Patric) แต่ทว่าเวรของกรรมจริงๆ ที่ดันมีผู้ร้ายไปก่อการถล่มเรือลำนั้น มันคือ จอห์น ไกเกอร์ (Willem Dafoe) งานนี้ วันพักผ่อนเลยหมดลงเร็วกว่ากำหนดครับ

หนังยังได้ Bullock แสดงนำ ยังได้ Jan de Bont มากำกับ แต่ทำไมความสนุกมันถึงคนละชั้นกับภาคแรกได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ แม้หนังจะลงทุนสูงถึง 110 ล้านเหรียญ แต่กลับไม่ใคร่จะยิ่งใหญ่เท่าใดนัก คือ มันก็มีแค่เรือน่ะครับ ไม่ได้มีอะไรอลังการไปกว่านั้นเลย เรียกว่างานนี้ทุนละลายทะเลไปเยอะมากๆ บทหนังก็อ่อนเหลือเกิน ไม่ได้แปลกไปจากภาคแรกเลย ซ้ำยังดูอืดกว่าด้วย เพราะอย่างน้อยๆภาคแรก เหตุมันเกิดบนรถเมล์กลางเมือง มันก็ยังมีลุ้นมากกว่าเพราะ เราๆต้องมานั่งลุ้นนั่งเสียวว่ารถจะไปชนใครมั้ยใช่มั้ยล่ะครับ แต่ภาคนี้ เหตุมันเกิดบนเรือ เราจะลุ้นอะไรอีกล่ะ จะห่วงว่าเรือจะไปชนปลารึยังไงกันล่ะฮะ ดังนั้นไอ้ประเด็นลุ้นๆก็หายไปเยอะเลยครับ ที่เหลือก็แค่ตามล่าหาผู้ร้ายบนเรือ ซึ่งมันก็ไม่ได้ตื่นเต้นหรือแปลกใหม่แต่อย่างใด

ว่ากันว่านะครับ บทหนังของ Speed ภาคนี้เนี่ย เดิมมันเป็นบทที่เขียนขึ้นสำหรับ Die Hard ภาค 4 ครับ แต่ทาง Fox เกิดเปลี่ยนใจเอาบทนี้มาใช้กับ Speed แทน แล้วก็มีการดัดแปลงไปเยอะมาก จนออกมาเป็นแบบนี้ ซึ่งผมก็ไม่รู้จะว่ายังไงดีอ้ะนะครับ แต่ที่แน่ใจแน่ๆคือ ถ้า Die Hard 4 ดันได้บทแบบที่ปรากฎในหนังเรื่องนี้ไปล่ะก็ รับรองว่า ไม่ Die hard หรอกครับ แต่ Die Sureๆ แน่นอน

ผิดหวังจังเลย แต่ก็ยังพอดูได้ แบบอยากร้องไห้เต็มที
เกือบไม่ได้สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0120179/

[247] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 11:08:05 PM] [Hits counter=11828857] แจ้งลบ

ข้อความที่=190498

Passenger 57 (1992) คนอันตราย 57



หนัง Action สุดมันส์ พลิกความคาดหมาย(แย่ๆ)ของผมอีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องของจอห์น คัตเตอร์ (Wesley Snipes) อดีตตำรวจที่ต้องมาเผชิญกับวายร้ายจอมโรคจิต ชาร์ลส เรน (Bruce Payne) ที่ยึดเครื่องบินทั้งลำเอาไว้ จอห์นจึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะกำจัดมันและขณะเดียวกัน เขาต้องช่วยผู้โดยสารอีกนับร้อยชีวิตด้วย

หนังบู๊ เว่อร์ แต่มันส์ครับ มีหลายๆส่วนที่ดูเว่อร์ไปบ้าง แต่ทำออกมาได้เมามันส์อย่างมาก อีกอย่างหนังสั้นแค่ 80 นาทีเอง ดังนั้น ตลอด 80 นาที หนังก็เน้นเนื้อๆไม่มีการยืดเยื้อให้เสียเวลา Snipes โดดเด่นและแสดงได้ดีในบทพระเอกแบบนี้ เช่นเดียวกัน Payne ที่ดูโรคจิตจนน่ากลัวและไม่มีใครรู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไป หนังฉลาดมากในการที่บอกกับคนดูตรงๆว่า เรนนั้น ไม่รีรอที่จะฆ่าคน (อันนำมาสู่ที่ฉากช็อคความรู้สึกทั้งคนดูและคัตเตอร์อย่างได้ผล) และทำให้หนังลุ้นมากขึ้นอีกด้วย

ตอนแรกผมนึกว่าหนังจะธรรมดาไม่มีอะไร แต่ที่ไหนได้ ...อูย มันส์

อยากดูหนังบู๊เอามันส์ อย่ารอช้า คว้าไปดูได้เลยครับ
สองดาวครึ่งกันเลยทีเดียว 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0105104/

[248] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 11:27:59 PM] [Hits counter=11829494] แจ้งลบ

ข้อความที่=190499

มาต่อที่หนังบู๊บนเครื่องบินอีกซักเรื่อง

Executive Decision (1996) ยุทธการดับฟ้า



หนังเรื่องนี้ก็พลิกความคาดหมายอีกแล้วครับ ไม่ได้พลิกเฉพาะผมนะ พลิกเพื่อนๆผมด้วย ตอนแรกที่ตีตั๋วไปดูกันคิดว่าคงแค่หนังบู๊ทั่วๆไป แล้วเป็นไงล่ะ พอดูเสร็จ ผมกับเพื่อนๆก็ถึงความมันส์ถ้วนหน้าถ้วนตากันเลยทีเดียว

นาจี ฮัสชัน (David Suchet) ผู้ก่อการร้ายที่ยึดเครื่องบินลำหนึ่ง จุดประสงค์ก็คือเพื่อต่อรองให้ปล่อยตัวผู้นำของเขาออกมา ไม่อย่างนั้น เขาจะทิ้งระเบิดที่บรรจุยาพิษร้ายแรงที่สามารถฆ่าคนได้ทั้งเมือง ทางการจึงส่งทีมลับไปจัดการต่อกรกับพวกมันบนเครื่องบิน นำโดย ดร.เดวิด แกรนท์ (Kurt Russell) และ ผู้กองออสติน เทรวิส (Steven Seagal) แผนดับฟ้า เริ่มขึ้นแล้ว

หนังเข้มข้นแบบสุดๆ คนดูก็ต้องลุ้นตั้งแต่เครื่องขึ้นยันเครื่องจอดน่ะครับ เพราะเหตุร้ายมันเกิดขึ้นได้ทุกวินาที และถ้าทีมนี้ทำพลาดเมื่อไหร่ คนทั้งเครื่องและเมืองที่อยู่ใต้เครื่อง จะกลายเป็นอดีตทันที และอย่างที่ผมบอกครับ ยิ่งวายร้ายเก่ง หนังยิ่งมันส์ ซึ่งเรื่องนี้ ตัวนาจีวายร้ายของเรื่องก็ทั้งร้าย ฉลาดและโหดเหี้ยม หนังเลยน่าติดตาม รวมไปถึงฝีมือกำกับของ Stuart Baird ที่ทำเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ก็ทำได้เด็ดดวงขนาดนี้แล้วน่ะครับ ผลงานต่อๆมาของเขาก็เข้าขั้นดี (แต่ไม่ยักกะดังแฮะ) ส่วนนักแสดง ตัว Russell ก็ไปได้ดีครับ กับบทนี้

ส่วนพี่ Seagal จอมหักกระดูกกลับโผล่แค่ 10 นาทีแรกเท่านั้น แต่แค่ 10 นาทีบารมีของพี่เขาก็ออกมาเยอะแล้วล่ะครับ ซึ่งอันนี้ก็มีข่าวลือหลายกระแสเหลือเกิน บ้างก็ว่าที่พี่ Seagal แกมีบทแค่นี้ก็เพราะ บังเอิญพี่เขากับ Joel Silver ผู้อำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ เกิดมีปัญหาผิดใจกัน บทเลยถูกตัดออกไป แต่อีกกระแสก็บอกว่า จริงๆแล้ว บทที่พี่ Seagal เล่นนั้น ไม่มีอยู่ในหนังแต่แรก แต่บังเอิญ พี่เขากับ Silver เป็นซี้กัน Silver เลยเพิ่มบทให้พี่เขาเป็นกรณีพิเศษซะเลย ก็ไม่รู้จะเชื่ออันไหนอ้ะนะครับ ลองพิจารณาดูเอง

สรุปอีกที ว่าหนังดีและเข้มข้น คุ้มค่าที่จะดู
สองดาวครึ่งกว่าๆครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0116253/

[249] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/26/2004 11:48:47 PM] [Hits counter=11830122] แจ้งลบ

ข้อความที่=190503

Black Rain (1989) ฝนเดือด



หนัง Action สุดเข้มข้น จากฝีมือกำกับของ Ridley Scott เรื่องราวของ 2 ตำรวจนิวยอร์ค นิค (Michael Douglas) กับ ชาร์ลี (Andy Garcia) ที่ได้รับภารกิจนำตัวซาโต้ (Yusaku Matsuda - ซึ่งเสียชีวิตไปหลังหนังฉายไม่นานนักด้วยโรคมะเร็ง) ยากูซ่ามาเฟียตัวเอ้กลับไปยังญี่ปุ่น แต่พอพวกเขาถึงที่นั่น กลับเจอตำรวจปลอมมาชิงตัวซาโต้ไป พวกเขาจึงต้องไปตามล่าตัวซาโต้กลับมา โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจญี่ปุ่นเลย นอกจากมาซาฮิโร่ (Ken Takakura) นายตำรวจผู้รักสันโดษเพียงคนเดียวที่ดูเหมือนจะเป็นมิตรกับทั้งสอง

หนังที่กำกับโดน Ridley Scott นั้น ส่วนมากจะเน้นที่การกำกับภาพที่ดูมีระดับ และการแสดงที่เฉียบขาด ดังนั้น 2 เรื่องข้างต้นก็หายห่วงได้ บทหนังนั้นจัดว่าเข้มข้นครับ น่าติดตามตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม อืมม์...เข้าใจนะครับว่าหนังมันเข้มข้นและฉากบู๊ก็พอประมาณมีเท่าที่จำเป็น ไม่ได้เอะอะก็ระเบิด ดังนั้นถ้าหวังความยิ่งใหญ่ล่ะก็หนังเรื่องนี้ไม่มีให้หรอกครับ มีแต่ความข้นน่ะ

ถ้าชอบหนังแนวสืบสวนปน Action เรื่องนี้ยินดีต้อนรับครับ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0096933/

[250] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/27/2004 12:18:51 AM] [Hits counter=11831001] แจ้งลบ

ข้อความที่=190504

So Close (2002) 3 พยัคฆ์สาวมหาประลัย



หนัง Action สุดมันส์สัญชาติจีน กำกับโดย Corey Yuen เรื่องของ 2 พี่น้องนักจารกรรม หลิน (ซูฉี) กับ ซู (จ้าวเหว่ย) ที่รับงานทั้งขโมยและฆ่าตามใบสั่ง แต่งานล่าสุดปรากฎว่าเจ้าของงานต้องการปกปิดหลักฐานทั้งหมด นั่นก็คือตามฆ่าพี่น้องคู่นี้ด้วย ทั้งคู่เลยต้องหาทางรับมือ รวมไปถึงการมาของนักสืบสาว (ม่อเหวินเหว่ย) ที่กำลังตามจับ 2 พี่น้องอีกต่างหาก

หนังมีลีลาการต่อสู้ที่ฉับไวและเร้าใจสุดๆ การสโลว์ภาพนี่ก็เด็ดดีครับ ได้จังหวะดีมาก การแสงดของ 3 สาวก็ถึงขีด และที่ผมชอบหนังเรื่องนี้มากๆอีกอย่างก็คือ เรื่องดราม่าครับ อืมม์ บางคนสงสัยนะว่าไอ้นี่ทำไมขยันย้ำเรื่องดราม่าจังวะ มีแทรกในเรื่องไหนเป็นต้องให้ความสำคัญมันทุกรอบ แหม มันสำคัญย่ะครับ และเรื่องดราม่ามันไม่ค่อยได้รับการเหลียวแลในหนัง Action ซักเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าเรื่องไหนมี ผมก็อดจะพูดถึงไม่ได้เพราะไอ้เรื่องพื้นของตัวละครนี่แหละ ที่จะทำให้หนังหนักแน่นขึ้น และทำให้ตัวละครในเรื่องดูมีเลือดมีเนื้อ น่าเอาใจช่วยมากขึ้น ผมถึงคอยจะย้ำอยู่ประจำ ก็อย่าว่ากันนะครับ เรื่องไหนมีอีก ผมก็คงพูดถึงอีกนั้นแหละ

ตกลงว่าหนังได้ทั้งฉากบู๊ที่ถึงใจและดราม่าที่น่าสนใจในระดับหนึ่ง
มันก็ต้องถึงสองดาวครึ่งอยู่แล้วล่ะครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0300620/

[251] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/27/2004 12:35:33 AM] [Hits counter=11831462] แจ้งลบ

ข้อความที่=190505

The Transporter (2002) เดอะ ทรานสปอร์ตเตอร์ ขนระห่ำไปบี้นรก



อีกหนึ่งงานกำกับของ Corey Yuen (ที่ได้ Louis Leterrier ผู้กำกับศิลป์ของหนังเรื่องนี้มาช่วยทำด้วย) เรื่องของแฟรงค์ มาร์ติน (Jason Statham) นักขนของตามใบสั่งเจ้าระเบียบกับงานล่าสุด คือ ส่งหญิงสาวคนหนึ่ง(ซูฉี)ไปยังจุดหมาย แต่แล้วเขาก็เริ่มค้นพบว่า ตัวเองไปพัวพันกับขบวนการค้าทาสระดับชาติและพวกมันก็ไม่รอช้าที่จะฆ่าเขาปิดปาก

คือว่า..แบบ..หนังมันเน้นสไตล์เกินไปแล้วครับ ลีลาการต่อสู้ในเรื่องมันเต็มไปด้วยสไตล์อ่องกง (แบบ So close นั่นแหละ) ที่ลงตัว การเดินเรื่องก็ว่องไวชวนติดตาม จึงเป็นหนัง Action สไตล์ฮ่องกง (แต่ทุนฝรั่ง) ที่ไม่ควรพลาดครับ

ดูเอามันส์ ห้ามคิดมาก แค่ดูพวกพี่แกเตะกับต่อย ลีลาพริ้วไหวก็คุ้มแล้วครับ
สองดาวกว่าๆ เชิงบวกๆครับผม
http://www.imdb.com/title/tt0293662/

[252] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/27/2004 12:47:53 AM] [Hits counter=11831721] แจ้งลบ

ข้อความที่=190506

ปล.ลืมบอกไป The Transporter 2 กำลังถ่ายทำกันอยู่ครับ ได้ผู้กำกับCorey Yuen คนเดิม
รอชมกันได้เลย หนังจะฉายที่อเมริกา ปีนี้ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่นะ

[253] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/27/2004 12:50:17 AM] [Hits counter=11831793] แจ้งลบ

ข้อความที่=190604

Action แอ๊กช่านนนนนนนนนนน มันส์จิงๆ เอาอีกง่าๆๆ
อื้มช่ายมาประกาศข่าวด้วยค่า เรื่อง Bangkok Film Festival นะคะ
อาทิตย์หน้านี่เอง ที่เอ็มโพเรียมที่เดียวค่า 29 เม.ย.-9พค. นะค้ะ
เช็ครอบหนัง+อ่านเรื่องย่อ ได้ที่ http://www.movieseer.com/bff นะค้า
หนังน่าสนใจก็มีอีกแระ ว้าๆ มีเรื่องเสียเงินแต่ต้นเดือนเยย กำๆๆ

ps.จาติดตามอ่านต่อไปค่า สู้ๆๆ

[254] จากคุณ :[เอ็ม.............มมมมมมมม] [ไม่ได้ Login] [4/27/2004 4:04:19 PM] [Hits counter=11851860] แจ้งลบ

ข้อความที่=190702

เอ็มโพเรี่ยมอีกแล้วหรือครับ อืมม์ ที่นั่นเป็นแหล่งจริงๆเลยนะเนี่ย
ไมไม่มาจัดแถวๆนี้ (เกษตร) บ้างก็ม่ายรู้ ต้องถ่อไปอีกหรือนี่เฮ่อ

น้องเอ็มครับ ถามจริง อ่านแล้วเหนื่อยมั้ยฮะ พี่ก็ระดมโพสต์ซะยังกับห่าฝนเลย แต่เผอิญมันมันส์มือน่ะครับ เพลิน เลยระดมมาซะเพียบ.....เอ่อ...

....คือว่า....คนอื่นจะมาโพสต์มาแนะนำหนังที่ตัวเองชอบบ้างก็ได้นะครับ นี่เห็นหายกันไปเลย มีผมครองบอร์ดอยู่คนเดียวเอง ชักหนาวๆยังไงก็ไม่ทราบ มาเถอะครับนะ

[255] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/27/2004 11:04:50 PM] [Hits counter=11870679] แจ้งลบ

ข้อความที่=190724

เอ้า มา วันนี้ชนโรงครับ หนังไปดูมาสดๆร้อนๆเลย

Hellboy (2004) เฮลล์บอย...ฮีโร่พันธุ์นรก



หนังสร้างจากการ์ตูนของ Darkhorse Comic เรื่องของจอมวายร้ายเกรกอริ รัสปูติน (Karel Roden) ได้ดำเนินการเปิดประตูมิติไปสู่โลกปีศาจเพื่อจะนำโลกเข้าไปสู่ยุคมืดตลอดกาล แต่พิธีก็ถูกขัดขวาง รัสปูตินโดนกักขังในต่างมิติ และผลจากพิธีนั้นคือ มีเด็กตัวสีแดงรูปร่างเหมือนปีศาจปรากฎตัวขึ้น ดร.เทรเวอร์ บรูม ได้รับเลี้ยงเด็กคนนั้นไว้ โดยให้ชื่อว่า เฮลล์บอย (Ron Perlman) จากนั้นหนังก็ตัดมาปัจจุบันครับ เจ้ารัสปูตินฟื้นมาจนได้ ทำให้เฮลล์บอยกับพรรคพวกต้องตีกับมันตามสูตร

อืมม์ ผมอยากดูหนังเรื่องนี้ครับ แล้วไอ้หนังที่สร้างจากการ์ตูนนี่ผมก็ชอบอยู่แล้วล่ะเพราะจินตนาการมันสูงและแน่นอน มันน่าจะดูเอามันส์ได้ล่ะน่า แต่...คือ ...เอ่อ ...ผมไม่ใคร่จะประทับใจเจ้าเฮลล์บลูบอยนี่เลยอ้ะครับ

คือ หนังมีส่วนที่ดีมากๆคือ Effect และ เมคอัพทั้งหลาย โดยเฉพาะฝ่ามือไฟสีฟ้าของลิซ (Selma Blair) ที่สวยและเนียบจนไร้ที่ติ งานด้านภาพก็ดีทีเดียวครับ แต่ตัวหนังและบท กับการเดินเรื่องมันไม่ค่อยจะเข้ากันซักเท่าไหร่ ตัวบทค่อนข้างธรรมดาไม่ได้แปลกใหม่หรือมีเซอร์ไพร์สอะไรซักเท่าไหร่ เหมือนกับเดินเรื่องไปเรื่อยๆ เจอศัตรูก็ตีกัน แล้วก็จบ คือ ผมก็ไม่เถียงหรอกฮะว่าหนังแนวฮีโร่มันก็ต้องแบบนี้อยู่แล้ว แต่จุดแบ่งระหว่างหนังมันส์กับไม่มันส์คือ ลูกเล่นครับ ถ้าหนังมันเดินเรื่องตามสูตรที่ผมบอกอย่างเดียวโดยปราศจากลูกเล่น มันจะน่าติดตามได้ไงล่ะครับ ยังงี้ฟังเขาเล่าหน้าโรงไม่ดีกว่าเหรอเนี่ย

หนังไม่มีการขมวดปมให้น่าติดตามเลยครับ เหมือนกันเดินเรื่องไปเรื่อยๆเท่านั้น ความสนุกตื่นเต้นไม่เจอเลย ไปๆมาๆ ฉากที่เข้าท่าสุดก็คือตอนที่รัสปูตินทำพิธีในช่วงแรก กับ ตอนที่เฮลล์บอยไปตีกับเจ้าปลาหมึกปีศาจเป็นหนแรก นั่นแหละที่เข้าท่า พูดง่ายๆครึ่งแรก หนังทำได้ดีครับ แต่พอเฮลล์บอยไปตามเก็บกวาดในท่อ หนังเริ่มอืดแล้ว และหนังก็อืดอย่างนั้นไปจนจบเรื่อง มิหนำซ้ำศัตรูก็ตายง่ายโคตรๆ ยิ่งไอ้ตัวยักษ์ท้ายเรื่องนั่น...เฮ่อ.....ตกลงว่าศัตรูที่ร้ายที่สุดก็คือ เจ้าปลาหมึกที่ผมกล่าวไปนั่นแหละฮะ เพราะฟัดกับเฮลล์บอยได้นานสุดแล้วน่ะ

อีกประการ ศัตรูตายง่ายยังไม่พอ แต่ที่ผมสงสัยคือ พี่เอ๊บ (Doug Jones) มนุษย์มัจฉาน่ะครับ จู่ๆบทก็หายไปเลย ตอนท้ายเขาไปลุยรังหัวหน้าใหญ่ พี่แกไปไหนก็ไม่ทราบ ใช้ตัวละครไม่คุ้มเอาเลยครับ เสียดายอ้ะ ทั้งๆที่พี่แกน่าจะมีอะไรแจ๋วๆอยู่

พี่ Guillermo del Toro กำกับครับ เขาเคยทำ Mimic ภาคแรกมา ก็สนุกดีครับ แต่พอมาทำ Blade II หนังกลับอืดชืดยังไงก็ไม่ทราบ มาเรื่องนี้ก็พอกันเลยครับ โธ่ พี่ Guillermo เกิดอะไรขึ้นกับพี่เนี่ย ตอน Cronos กับ Mimic พี่ไม่ยังงี้นี่หน่า เฮ่อ ไม่เข้าใจๆ

ครับ ไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดอย่างนี้มั้ย แต่เท่าที่ถามมา ทุกคนก็เฉยๆกับหนังครับ ผมก็เฉยๆเช่นกัน หนังไม่มีอะไรแปลกใหม่ ดูเอามันส์ยังไม่ค่อยมันส์เลยครับ ผมว่า The League ที่เนื้อเรื่องมั่วๆแล้วยังดูดีกว่าเลยอ้ะ อย่างน้อยฉากตีกันก็มันส์กว่าครึ่งหลังของ Hellboy ล่ะน่า

สองดาวซะแล้วครับผม
http://www.imdb.com/title/tt0167190/

ปล. พี่ Ron Perlman เล่นเป็น เฮลล์บอยได้ดีมากครับ แต่ ....แต่.... หนังมัน...อ้ากกกกกกกกกกก!!!!!

[256] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/27/2004 11:32:48 PM] [Hits counter=11872148] แจ้งลบ

ข้อความที่=190772

วันนี้ว่าจะโพสต์ แต่ไม่ไหวอ้ะคับ เหนื่อยจังเลย

แต่ที่แน่ๆ 5 พ.ค.นี้ Van Helsing เข้า ผมจะรีบไปดูมันวันนั้นแล้วก็คาบมาบอกเลยครับ ว่าเป็นอย่างไร

[257] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/28/2004 2:38:16 AM] [Hits counter=11877394] แจ้งลบ

ข้อความที่=190961

The Replacement Killers (1998) นักฆ่ากระสุนโลกันต์



หนังฮอลลีวู้ดเรื่องแรกของเฮียโจวเหวินฟะที่ยังคงเป็นแนว Action ไล่ยิงกันตามสไตล์ เฮียโจวรับบท จอห์น ลี นักฆ่ามือหนึ่งของเฮียเว่ย (Kenneth Tsang) ที่กลับปฏิเสธในการทำงานชิ้นสุดท้ายที่เฮียเว่ยมอบให้ เลยโดนสั่งเก็บครับ เก็บจอห์นไม่พอ แต่ยังสั่งเก็บครอบครัวของจอห์นที่เมืองจีนด้วย ทำให้เขาต้องรีบทำพาสปอร์ตปลอมเพื่อจะได้ไปยังเมืองจีน นั่นทำให้เขาได้รู้จักกับ เม็ก โคเบิร์น (Mira Sorvino) และทั้งคู่ก็ต้องฝ่าดงกระสุนเพื่อจัดการกับองค์กรนักฆ่าของเฮียเว่ย

หนังถ่ายทำได้ฉับไว ลีลาก็ใช้ได้ครับ เรื่องมุมกล้องจัดว่าโดดเด่น การแสดงของเฮียโจวก็ยังยอดเยี่ยมไม่มีตกโดยเฉพาะลีลาถือปืนสองมือ กับการสะบัดเสื้อ โอย ไม่มีใครในโลกทำได้เท่ห์เท่าเฮียโจวอีกแล้วครับ และนี่ก็คือส่วนดีที่หนังมีอยู่ นอกนั้นหรือครับ

บทอ่อนครับ ไม่เข้มข้นแต่อย่างใด แค่ไล่ยิงไปเรื่อยๆ เนื้อหาก็ไม่ได้แปลกใหม่แต่อย่างใด สิ่งที่หนังพอมีให้ก็แค่ ฉากไล่ยิงเท่านั้นล่ะครับ พูดง่ายๆคือ ดูเอามันส์ได้แค่นั้นเอง นอกนั้นอย่าไปคาดหวังเลยดีกว่าครับ

สองดาวถ้วนครับ
http://www.imdb.com/title/tt0120008/

[258] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/28/2004 11:09:47 PM] [Hits counter=11914637] แจ้งลบ

ข้อความที่=190965

The Corruptor (1999) คอรัปเตอร์ ฅนคอรัปชั่น



ก้าวที่สองของเฮียโจวในฮอลลีวู้ด กับบทตำรวจจีนมือเก๋านิค เชน ที่ต้องมาเทรนตำรวจรุ่นใหม่อย่าง แดนนี่ วอลเลซ(Mark Wahlberg) ให้รู้จักกับโลกแห่งตำรวจที่มันไม่ได้สะอาดเลยแม้แต่น้อย

จะว่าไปแนวมันก็ออกจะคล้ายกับ Training Day อยุ่นะครับ แต่เรื่องนี้มันจะมีกลิ่นอายความเป็นเอเซียอยู่มากกว่าและการเดินเรื่องก็ไม่ได้เข้มข้นเร่งเร้าในระดับนั้น แค่เรื่อยๆเท่านั้น แม้นักแสดงจะมีฝีมือก็ตาม แต่หนังมันไม่ได้มีบทที่แข็งแกร่งพอ หนังจึงออกมาธรรมดา ไม่ได้เจ๋งอย่าง Training Day แต่หนังก็ไม่ได้เลวร้ายหรอกครับ พอดูได้ เพียงแต่ไม่ถึงกับคุ้มอะไรมาก

เรื่อยๆครับ ยังสองดาวอยู่นะเฮียโจว
http://www.imdb.com/title/tt0142192/

[259] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/28/2004 11:18:42 PM] [Hits counter=11915113] แจ้งลบ

ข้อความที่=190972

Bulletproof Monk (2003) คัมภีร์หยุดกระสุน



ครับ เฮียโจวกับบทพระนิรนามผู้ปกปักษ์รักษาคัมภีร์วิเศษที่สามารถทำให้ผู้อ่านเป็นอมตะ บัดนี้เขาต้องตามหาผู้สืบทอดตำแหน่งซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า คาร์ (Seann William Scott) เด็กข้างถนนจอมกะล่อนอาจจะเป็นคนในคำทำนาย แต่ก่อนที่เขาจะรู้ว่าคำทำนายจริงหรือไม่ เขาต้องต่อกรกับจอมวายร้ายชาวนาซี (Karel Roden - ก็คนเดียวกับที่เล่นเป็นรัสปูติน ใน Hellboy นั่นแหละครับ) เสียก่อน

ครับ คือ เฮ่อ ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไง เพราะในใจเนี่ยโคตรจะเชียร์เฮียโจวแบบสุดๆแล้วเนี่ย อยากให้ดัง แต่นี่ยังไม่ดังซะที กับเรื่องนี้ โอเค ฝีมือการแสดงของเฮียโจวนั้นยอดเยี่ยมชนิดที่เอาขึ้นหิ้งสักการะได้แล้วล่ะครับ หรือจะลีลาถือปืนสองมือก็ โอว พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก แต่ครับ แต่บทหนังมันช่างน่าเศร้าเหลือเกินซาร่า

เข้าใจครับว่าเป็นหนังแอ๊คชั่น แต่การจะใส่บทที่เข้าท่าเนี่ย มันลำบากขนาดนั้นเลยเหรอ เอาแค่ไอ้คัมภีร์เนี่ย ผมไม่เข้าใจว่าจะมีมาทำไม ตอนนั้นดูในโรง พอออกมาผมกับเจ้าเจและเจ้ากอล์ฟมานั่งถกกันใหญ่เลยว่า ตกลงไอ้คัมภีร์บ้านี่มีประโยชน์อะไรกับโลกเราบ้าง คือ สรุปได้ว่า ตกลงมันจะมีไว้แค่เพื่อให้คนชั่วตามมาชิงแล้วเอาไปอ่านเท่านั้นเหรอครับ คือถ้าหนังมีเงื่อนไขกำหนดมาว่า ถ้าคัมภีร์โดนทำลายโลกจะสลายหรือปีศาจจะฟื้น มันก็ยังโอเคอ้ะ อย่างน้อยมันก็พอมีเหตุผลให้คนต้องมาปกป้องคัมภีร์บ้าง แต่นี่หน้าที่เดียวที่คัมภีร์มีคือ ทำให้คนเป็นอมตะ และยังมีคนมาปกป้องไม่ให้ใครมาอ่านด้วยนะ แล้วเอ็งจะผลิตคัมภีร์มาทำมายยยยยย ไหนๆก็ไหนๆนะครับ ทำลายคัมภีร์ทิ้งไปดิ เพราะคนดีเขาก็ไม่มาแย่งอ่านอยู่แล้ว มีแต่คนชั่ว ก็ทำลายไปซะเอาให้มันสาปสูญไปก็หมดเรื่อง เฮ่อ

ครับ ก็ถ้าตัดเรื่องบทที่น่าหงุดหงิดนั่นไป ดูเอามันส์ ก็พอไหวน่ะครับ เพราะมีฉากบู๊มาเสิร์ฟตลอด ก็มันล่ากันทั้งเรื่องนี่หว่า ซึ่งก็วิ่งกันไป หนีกันไป แล้วก็พักแป๊บหยอดมุขซักนิดนึง แล้วก็เดินเรื่องต่อ ถ้าดูแบบเรื่อยๆไม่คิดอะไรมาก หนังก็บันเทิงในระดับหนึ่ง

ตอนผมดูสัมภาษณ์เบื้องหลังการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เฮียโจวบอกว่า จริงๆเขาอยากเล่นบทตลกหรือรักโรแมนติกบ้าง ก็อยากให้ฮอลลีวู้ดฟังซะบ้างนะครับ หรือไม่ลองไปหา ขนมจีบมี 2 เข่ง มาดูก็ได้ แล้วจะรู้ว่าเฮียแกโปรขนาดไหน

สองดาวอีกแล้วครับเฮีย
http://www.imdb.com/title/tt0245803/

ปล. ข่าวดีครับ ข่าวดี ผลงานเรื่องต่อไปของเฮียโจวคือ Land of Destiny ซึ่งได้ John Woo มากำกับ (เฮียโจวเล่นหนังเจ๊งมา 3 เรื่อง เพิ่งจะคิดได้เหรอพี่จอห์น) เฮ่อ ก็หวังว่างานนี้คงได้ผวาดซะทีล่ะครับ

[260] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/28/2004 11:42:14 PM] [Hits counter=11915941] แจ้งลบ

ข้อความที่=190978

Rush Hour (1998) คู่ใหญ่ ฟัดเต็มสปีด



ทีนี้มาดูคนที่มาจากฮ่องกงแล้วไปรุ่งที่ฮอลลีวู้ดบ้างล่ะนะครับ เขาคือ เฉินหลง กับงานแรกที่เล่นเอาดังไปทั้วโลกเลย กับบทลี นายตำรวจจอมวิทยายุทธที่ต้องมาจับคู่จำเป็นกับ เจมส์ คาร์เตอร์ (Chris Tucker) นายตำรวจเอลเอพีดีจอมปากมาก ในการตามสืบคดีลักพาตัวลูกสาวกงศุลจีน (Tzi Ma)

หนังทั้งมันส์ ทั้งฮาครับ ลื่นไหลเหลือเกิน แน่นอนครับ ต้องขอบคุณ 2 นักแสดงนำที่ทำได้ฮาเหลือเกิน ฉากการต่อสู้ก็สนุกสิ้นดี ก็ต้องชมผู้กำกับ Brett Ratner ด้วยล่ะครับ ที่คุมหนังได้อยู่ขนาดนี้

หนังAction ตลก ที่มันส์สุดฮา
สองดาวครึ่งกว่าๆกันไปครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0120812/

[261] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/28/2004 11:57:15 PM] [Hits counter=11916730] แจ้งลบ

ข้อความที่=190981

Rush Hour 2 (2001) คู่ใหญ่ ฟัดเต็มสปีด 2



ครับ มาฟัดกันต่อ ลี กับ คาร์เตอร์กำลังมาพักร้อนที่ฮ่องกงครับ อยู่ดีๆก็ดันมีคนเอาระเบิดไปทิ้งไว้ที่สถานทูตอเมริกาประจำฮ่องกง งานพักร้อนเลยจบครับ ทั้ง 2 เลยต้องมาไล่ตีกับริคกี้ แทน (John Lone) และสมุนมือขวาอย่างหูลี่ (Ziyi Zhang)

เอ้า ฮากันเข้า มันส์กันเข้าไป ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดีนะครับ ก็หนังมันดูได้เพลินเหลือเกิน ฉากตีกันก็มันส์อยู่แล้วด้วย ฉากฮาก็ไม่ผิดหวัง เอาเป็นว่าถ้าชอบภาคแรก ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ชอบภาคนี้ล่ะครับ

สองดาวครึ่งอีกแล้ว 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0266915/

[262] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 12:02:52 AM] [Hits counter=11916987] แจ้งลบ

ข้อความที่=190984

ปล. Rush Hour 3 กำลังทำกันอยู่ครับ ผู้กำกับคนเดิม นักแสดงทีมเดิม กำหนดฉายคือ สิงหาคมปีหน้าครับ (ที่อเมริกานะครับ)

[263] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 12:04:46 AM] [Hits counter=11917082] แจ้งลบ

ข้อความที่=190991

Shanghai Noon (2000) เซียงไฮ นูน คู่ใหญ่...ฟัดข้ามโลก



เฮียเฉินกับบทจาง หวัง องค์รักษ์จากเมืองจีนที่เดินทางมายังอเมริกาเพื่อช่วยเหลือองค์หญิงเพ่ย เพ่ย (Lucy Liu) ที่โดนหลู่ฟาง (Roger Yuan) จับมาเรียกค่าไถ่ และที่นี่เองเขาได้เจอกับรอย โอ แบนนอน (Owen Wilson) โจรปล้นรถไฟจอมต๊อง แล้วทั้งคู่ก็จับมือกันเพื่อช่วยเหลือองค์หญิง

หนังเหมือนจะตามรอยความสำเร็จของ Rush Hour นะครับ แล้วดูเหมือนจะเป็นการแก้ตัวของค่าย Buena Vista ด้วย เพราะแรกเริ่มเดิมทีนั้น บทหนัง Rush Hour ได้ถูกเสนอไปยัง Disney ก่อนเพื่อน แต่ที่นั่นดันปฏิเสธครับ แล้วยังบอกอีกว่าทุนสร้าง 30 ล้านของ RH นั้นเยอเกินไปสำหรับหนังที่มีแต่ดาราโนเนมจากฮ่องกง แล้วเป็นไงครับ RH โกยไป 140 กว่าล้าน ทาง Buena Vista (บริษัทใหญ่ของ Disney) ก็รีบตามมาขอคืนดีกับเฮียเฉินเราแทบไม่ทันน่ะสิครับ แล้วก็ทำอันนี้ออกมาอย่างรวดเร็ว

พูดถึงตัวหนังก็ทำออกมาได้ดีครับ น่าติดตามและสนุกสนาน แม้จะยังไม่ลื่นไหลเท่า RH นะ ทว่าหนังก็ดูสนุกดีครับ ไม่ผิดหวังหรอกครับผม อีกอย่างหนังยังแทรกแง่คิดเกี่ยวกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมได้อย่างดีทีเดียว โดยเฉพาะที่จางเหวินพูดว่า "แม้พระอาทิตย์จะขึ้นจากแผ่นดินที่เรามา แต่มันมาตกที่นี่" ก็แปลว่า วัฒนธรรมแม้จะต่างกันแต่มันก็อยู่ใต้ฟ้าเดียวกันอยู่ดีนั่นแหละ

สองดาวครึ่งน่ะสิครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0184894/

[264] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 12:19:10 AM] [Hits counter=11917621] แจ้งลบ

ข้อความที่=190996

Shanghai Knights (2003) คู่ใหญ่...ฟัดทลายโลก



ภาคต่อครับ จางเหวิน (เฮียเฉิน) และรอย โอ แบนนอน (Owen Wilson) ต้องรีบเดินทางไปยังลอนดอนเพื่อตามล่าตัวคนที่ฆ่าพ่อของจาง โดยที่น้องสาวของจางได้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว (รับบทโดย Fann Wong) แล้วศัตรูของพวกเขาในภาคนี้คือ ลอร์ดเนลสัน รัธโบน (Aidan Gillen) ผู้ปองร้ายราชวงค์อังกฤษ และหวูโจว (Donnie Yen) องค์ชายกบฎจากแผ่นดินจีน งวดนี้ตีกันสนั่นบิ๊กเบลล์ล่ะครับ

ผมชอบภาคนี้ครับ โดยส่วนตัวผมเห็นว่ามันฮาขึ้นโดยเฉพาะฉากในโรงแรมช่วงที่รอยงอนจางนั่นแหละ อีกทั้ง Fann Wong นางเอกของเรื่องนี้ (ซึ่งเธอเคยเป็นเซียวเหล่งนึ่งในมังกรหยก 2 ภาคจอมยุทธอินทรี ของสิงค์โปร์น่ะครับ) ซึ่งเธอน่ารักเหลือเกินนนนนนนน โอย ไม่ไหวแล้ว (ทนความน่ารักไม่ไหวครับ) ด้นตัวร้ายก็โดดเด่นนะครับ ทั้ง Gillen และ Yen ทั้งร้ายและเก่งกาจคู่ควรจะต่อกรกับสองพระเอกของเราอย่างยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น งานโปรดักชั่นโคตรสวยครับ โดยเฉพาะฉากตรงหอนาฬิกาท่ามกลางพลุสีสวยๆนั่น โอย สุดยอดจริงๆ อีกทั้งหนังยังมีการสอดแทรกตัวละครที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ลงไปด้วย มันก็ฮาดี ใช้ได้ครับ

สนุกและสนุก สองดาวครึ่งกันไปครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0300471/

[265] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 12:30:37 AM] [Hits counter=11918055] แจ้งลบ

ข้อความที่=191000

The Tuxedo (2002) เดอะ ทักสิโด้ สวมรอยพยัคฆ์พิทักษ์โลก



หนังเรื่องนี้ ไม่มีคำว่า "ฟัด" น่าปลาบปลื้มเหลือเกินครับ กับหนัง Action ปนไซไฟอย่างอ่อนๆ เฮียเฉินมารับบทเป็นจิมมี่ ถง คนขับแท๊กซี่ตีนผีที่ คลาร์ค เดฟลิน (Jason Isaacs) สายลับมือพระกาฬจ้างมาทำงานขับรถให้ตน แต่เมื่อคลาร์คโดนเล่นงาน เขาจึงได้สั่งให้จิมมี่ สวมทักสิโด้ของเขาซะ แล้วก็ใช้มันพิทักษ์โลก โดยต้องมาจับคู่กับเดล เบลน (Jennifer Love Hewitt) CSA สาวมือใหม่ ในการรับมือกับดีทริช แบนนิ่ง (Ritchie Coster) วายร้ายที่หวังครองโลกด้วยน้ำดื่ม

หนังพอดูได้ครับ แต่เทียบกับ 4 เรื่องข้างบนนั่นไม่ได้เลย อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหนังที่อ่อนที่สุดของเฮียเฉินตั้งแต่ก้าวเข้าฮอลลีวู้ดมา หนังมีอารมณ์ขันก็จริงแต่ยังขาดความแปลกใหม่และเฮียเฉินยังไม่ค่อยได้โชว์บทบู๊เหนือมนุษย์ซักเท่าไหร่ด้วย ออกจะธรรมดาครับ อีกอย่างเจ้าทักสิโด้เจ้ากรรมนั่น ผมว่านะจะมีโปรแกรมแปลกๆอยู่อีกเยอะ แต่หนังกลับใช้ไม่คุ้มเลยครับ ไปๆมาๆ โปรแกรมที่แจ๋วที่สุดของเจ้าชุดนี้ก็คือ ตอนที่จิมมี่ต้องแสดงแทนเจมส์ บราวน์ราชาแห่งเพลงโซล นั่นแหละครับ ที่เข้าที่สุด นอกนั้นก็แค่เรื่อยๆ ส่วน Love Hewitt แม้จะยังน่ารักและเซ็กซี่อยู่ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าจดจำ

ก็แค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปครับ สองดาวแล้วกัน
http://www.imdb.com/title/tt0290095/

[266] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 12:43:45 AM] [Hits counter=11918583] แจ้งลบ

ข้อความที่=191004

The Medallion (2003) ฟัดอมตะ



ผลงานกึ่งออลลีวู้ดกึ่งฮ่องกงครับ เฮียเฉินแสดงเป็น เอ็ดดี้ หยาง นายตำราจที่กำลังตามล่าสเน็คเฮด (Julian Sands) จอมวายร้ายที่หวังจะเป็นอมตะด้วยฤทธิ์แห่งเหรียญวิเศษซึ่งอยู่ในความครอบครองของไจ (Alex Bao) เด็กลึกลับคนหนึ่ง เอ็ดดี้ก็ต้องต่อกรกับเหล่าร้ายเพื่อปกป้องเขาล่ะครับ

หนังก็ไม่ต่างจาก The Tuxedo นัก แต่ก็ดูได้เรื่อยๆครับ ถ้าไม่หวังอะไรนะ อย่างน้อยการแสดงของเฮียเฉินก็ยังพอไหว อีกอย่างประเด็นโรแมนซ์ระหว่างเอ็ดดี้กับนิโคล (Claire Forlani) ก็ยังนับว่าดูน่าเชื่อถือทั้งๆที่ตามปกติเฮียเฉินแกไม่ค่อยได้มีโอกาสโรแมนซ์กับใครเท่าไหร่นะ เออ แต่หนังทำได้ไม่เลวหมือนกัน พอๆกับ Lee Evans ที่ฮาใช้ได้ (ที่ฮามากขึ้นอาจเป็นเพราะทีมพากย์พันธมิตรของบ้านเราน่ะครับ ที่พากย์ได้ฮาดีแท้)

สรุปว่าก็ไม่ผิดหวัง แต่ก็แค่เรื่อยๆ
สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0288045/

[267] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 12:58:03 AM] [Hits counter=11919128] แจ้งลบ

ข้อความที่=191008

Agent Cody Banks (2003) พยัคฆ์หนุ่ม แหวกรุ่น โคดี้ แบงค์ส



หนังภาค 2 กำลังจะฉายอยู่ศุกร์นี้แล้ว เลยเอาภาคแรกมาให้รู้จักกันก่อน เรื่องสไตล์สายลับรุ่นจิ๋วนะครับ โคดี้ แบงค์ส (Frankie Muniz) คือเด็กนักเรียนที่ได้รับการฝึกลับๆจากซีไอเอ ให้เป็นสายลับกับภารกิจแรกของเขา นั่นคือ ทำความรู้จักกับ นาตาลี คอนเนอร์ส (Hilary Duff) ลูกสาวของนักวิทยาศาสตร์ เพื่อที่โคดี้จะได้เข้าไปสืบในบ้านของเธอ และจะได้รู้ว่าพ่อของนาตาลีกำลังทำอะไรกับใครอยู่ เพราะที่รู้มา มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

แนวมันก็เป็นสไตล์สายลับรุ่นเยาว์ ซึ่งทำได้สนุกครับ Muniz แสดงได้ดี ดูเก่งน่าเชื่อและขณะเดียวกันเวลาพี่แกต๊องก็ต๊องซะนึกว่าเป็นจริงๆซะอีก ส่วน Duff ก็น่ารักอีกแล้ว แฮ่ๆๆๆๆๆ ส่วนวายร้ายนั้น ตัวที่โอเคหน่อย ก็คือโมเล่ย์ (Arnold Vosloo - พี่อิมโฮเทปจาก The Mummy ทั้ง 2 ตอน) ที่ดูบ้าดีครับ

ตัวหนังมันก็โอเคนะ สนุกดี ดูได้เรื่อยๆ ในระดับพอๆกับ Spy Kids แต่จะจริงจังมากกว่า เอาเป็นว่าถ้าชอบหนังแนวสปายแบบนี้ ก็ลองดูได้ครับ ผมว่าสนุกไม่เลวนะ

ก็สองดาวกว่าๆเฉียดครึ่งครับ
http://www.imdb.com/title/tt0313911/

[268] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 1:13:16 AM] [Hits counter=11919555] แจ้งลบ

ข้อความที่=191010

Volcano High (2001) ศึกป่วนฟ้า โรงเรียนมหาเวทย์



หนังเกาหลีแนว Action เหนือจินตนาการที่ตีกันสุดมันส์ครับ หนังการ์ตูนขนานแท้ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหัวซาน โรงเรียนมหาเวทย์ที่ตอนนี้กำลังเกิดศึกภายใน มีการแบ่งผ่ายเพื่อแย่งชิงคัมภีร์มหาเวทย์ แล้วการมาของนักเรียนใหม่ คิมยองซู (Jang Hyuk) ก็ทำให้ศึกระอุยิ่งขึ้น เพราะเขามาพร้อมพลังอันมหาศาล แล้วเรื่องจะเป็นไงต่อไป

หนังโม้กันบรรลัยวายป่วงเลยครับ Effect เนี้ยบสุดๆ ฉากตีกันก็มันส์เหลือแสน ดนตรีรึ ก็ช่างเร้าอารมณ์เสียนี่กระไร คือถ้าจะดูเอามันส์กรุณาคว้าไปดูเลยครับ เหตุผลอย่าไปสน เพราะหายังไงก็ไม่เจออยู่แล้ว ดาราก็เล่นกันได้ดีครับ โดยเฉพาะ Kim Su-ro ผู้รับบทฉางหยาง นักเรียนจอมกวนโอ๊ย หัวหน้าแห่งพรรคโคทมิฬ พี่แกช่วยเสริมความมันส์และความบ้าขึ้นเยอะครับ ชนิดที่ถ้าหนังขาดเขาไปนะ รับรอง ไม่สนุกอย่างนี้หรอกครับ อีกประการ ทีมพากย์พันธมิตรก็บ้ากันเข้าไป ยิงมุขกระจายเลยครับ ตอนดูในโรงฮาโคตรๆ

หนังมี 2 แบบนะครับ แบบแรกที่ฉายในโรงซึ่งไม่ครบครับ ถ้าอยากดูครบต้องตามไปดูฉบับเต็มความยาว 2 ชั่วโมงแล้วจะเข้าใจเนื้อในมากขึ้น เพราะจะมีตัวละครบางตัวที่ไม่ได้โผล่ในโรงมาโผล่ในฉบับนี้ด้วย แต่ถ้าว่าตามจริง การพากย์น่ะครับ ฉบับในโรงจะมันส์กว่า ลูกเล่นเยอะกว่า ส่วนฉบับเต็มผมว่าพากย์ธรรมดาอ้ะ

เอามันส์ เอามันส์ และเอามันส์สถานเดียวครับ
สองดาวเฉียดครึ่งกันไปข้างนึงเลยครับ
http://www.imdb.com/title/tt0301429/

ถ้ามีสาระอะไรบ้าง คงถึงครึ่งน่ะครับ แต่นี่ไม่มี ก็เอาไปแค่นี้ก่อนแล้วกัน

[269] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 1:27:40 AM] [Hits counter=11919849] แจ้งลบ

ข้อความที่=191011

มาต่อกันที่หนังไตรภาคของผู้กำกับ Robert Rodriguez

El Mariachi (1992) เลือดล้างเลือด



ตอนแรกของตำนานนักฆ่ากีตาร์ปืน เอล มาริอาชี่ (Carlos Gallardo) กับการต่อกรกับวายร้ายที่ครองเมืองอยู่ หนังก็เป็นแนวไอ้เดี่ยวท้าลุยน่ะครับ ไล่ต่อสู้ไปเรื่อยๆ เอามันส์อย่างเดียว สไตล์ภาพมันเป็นหนังทุนต่ำน่ะครับ แค่ 7,000 เหรียญเอง ได้ขนาดนี้ก็นับว่าใช้ได้ทีเดียวครับ แต่มาเสียที่ตอนจบซญึ่งมันง่ายจนเกินไป อะไรกันเนี่ย ลุยมาตั้งนาน จบง่ายแบบนี้ เซ็งนะเนี่ย

คือว่า ผมเฉยๆนะครับ หนังดูได้เรื่อยๆ ไม่ถึงกับรู้สึกว่ามันส์มากมายอะไร มันก็น่าลองอยู่ครับ สไตล์หนังทุนต่ำน่ะ ไม่ยิ่งใหญ่อะไรหรอก ส่วนผมก็อย่างที่บอก เฉยๆครับ ไม่ได้ชื่นชอบอะไรมากมาย เอาเป็นว่าคอแอ๊คชั่นลองดูแล้วกันครับ เผื่อจะชอบ อาจจะเห็นต่างจากผมก็ได้

สองดาวน่ะครับ
http://www.imdb.com/title/tt0104815/

[270] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 1:37:05 AM] [Hits counter=11920076] แจ้งลบ

ข้อความที่=191014

Desperado (1995) ้เดสเพอราโด ไอ้ปืนโตทะลักเดือด



ภาคต่อ ที่ว่ากันตามจริงคือ เอาภาคแรกมารีเมคนั่นแหละครับ เพียงแค่ทุนสูงขึ้นเลยทำอะไรได้มากขึ้น อย่างฉากยิงกันในบาร์อะไรเงี้ย มันดูยิ่งใหญ่ขึ้น และยังได้ Antonio Banderas มาแสดงเป็น เอล มาริอาชี่ด้วย หนังก็มาทางเดียวกับภาคแรกครับ ไอ้เดี่ยวลุยในเมือง แล้วก็สู้กับวายร้ายที่ครองเมือง ก่อนที่จะจบแบบ....มันจบง่ายอีกแล้วครับ เฮ่อ เอาอีกแล้วพี่ Robert ทำไมจบแบบนี้อีกแล้ววะ โธ่

หนังก็เอามันส์ตามเคยครับ และผมก็เฉยๆอีกแล้วด้วย ไม่ได้ติดใจอะไร เอาเป็นว่าถ้าชอบภาคแรก ก็น่าจะสนุกกับภาคนี้ครับ ถ้าเฉย ภาคนี้ก็คงเฉยเหมือนเคย แบบผมเนี่ย แต่ที่ไม่เฉยคือ Salma Hayek ครับ เรื่องนี้ฉายแววสวยเซ็กซี่เต็มๆ ไอ้ผมมันก็เฉยไม่ไหวล่ะฮะ แฮ่ๆๆๆ

สองดาวครับผม
http://www.imdb.com/title/tt0112851/

[271] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 1:45:19 AM] [Hits counter=11920280] แจ้งลบ

ข้อความที่=191015

Once Upon a Time in Mexico (2003) เพชฌฆาตกระสุนโลกันตร์



ตอนสุดท้ายปิดตำนานครับ เอล มาริอาชี่กลับมาอีกครั้ง ในภารกิจปกป้องแผ่นดินเม็กซิโกจากการรุกรานของกบฏจอมชั่วอย่าง บาริลโล (Willem Dafoe) และ มาร์เกซ (Gerardo Vigil)

งวดนี้ยิงกันมันส์ระห่ำหนักกว่าตอนที่แล้วๆมาอีกครับ ถึงกับระเบิดเมืองกันเลยล่ะ ซึ่งก็มันส์กันไปข้างนึงเลยทีเดียว แต่การเดินเรื่องครั้งนี้ซับซ้อนขึ้น จนอาจทำให้งงได้ ก็ตั้งใจนิดนึงนะครับ เดียวมึนจะหาว่าไม่เตือนนะ ดาราทุกคนล้วนทำได้ดี โดยเฉพาะ Johnny Depp อืมม์ พี่แกกวนตีนสุดๆจาก Pirates of The Caribbean แล้วยังมากวนต่อในเรื่องนี้ กวนมากๆครับ แล้วยังเท่ห์แบบโคตรๆด้วย แค่ฉากที่พี่แกเดินดุ่ยๆเข้าไปยิงพ่อครัวนั่นก็เหลือเกินแล้วครับ เป็นสีสันชั้นยอดของเรื่องเลยทีเดียว

หนังออกจะครบเครื่องขึ้น ทั้งฉากยิงกันและมุขฮา ผมล่ะโคตรชอบตอนที่ 3 มือปืนของเราจะเดินเข้างานของท่านประธานาธิบดี แล้วต้องมาเล่นดนตรีให้ยามฟังน่ะฮะ ฮาโคตรๆ หนังจัดว่าดูได้เรื่อยๆ ผมนั้นค่อนข้างชอบภาคนี้ที่สุดอ้ะคับ เพราะอะไรๆมันลงตัวมากทีเดียว สนุกดี โดยเฉพาะความกวนของพี่ Johnny

ก็สองดาวกว่าๆเกือบครึ่งน่ะครับ
http://www.imdb.com/title/tt0285823/

[272] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 1:54:50 AM] [Hits counter=11920471] แจ้งลบ

ข้อความที่=191017

ครับ ผมทราบครับ ว่าพี่ Robert Rodriguez แกมีอีกไตรภาคนึง
ซึ่งคนละแนวโดยสิ้นเชิงกับ เอล มาริอาชี่เลย

Spy Kids (2001) พยัคฆ์จิ๋วไฮเทค ผ่าโลก



เกรกอริโอ้ คอร์เตซ (Antonio Banderas) และ อิงกริด (Carla Gugino) คือสายลับมือดีที่ตกหลุมรักกันและแต่งงานกัน พวกเขามีลูกสองคน คือ คาร์เมน (Alexa Vega) และ จูนิ (Daryl Sabara) พวกเด็กๆไม่รู้หรอกครับว่าพอ่แม่เป็นสายลับ จนกระทั่งงานชิ้นล่าสุดที่พวกเขาทำดันพลาดท่าและโดนจับไปโดยเฟแกน ฟลูบ (Alan Cumming) พิธีกรรายการเด็กที่มีแผนครองโลกอยู่ ทำให้ลูกๆทั้งสอง ต้องออกโรงช่วยพ่อแม่ของพวกเขา แล้วการผจญภัยก็เริ่มต้น

นี่คือหนังที่เป็นความฝันของพี่ Robert ครับ แกอยากทำหนังผจญภัยไตรภาคสำหรับเด็กมานานแล้ว โปรดสังเกตครับ หนังปราศจากความรุนแรงแล้วยังแฝงแง่คิดเกี่ยวกับครอบครัวอยู่เพียบ เหมือนกับพี่ Robert แกสำนึกผิดอะไรซักอย่างน่ะครับ ประมาณว่าทำหนังรุนแรงมาเยอะเลยชดเชยด้วยกนังชุดนี้ ซึ่งมันก็ไม่เชิงหรอกนะฮะ จริงๆพี่แกตั้งใจจะทำตามความฝัน ตามจินตนาการของเขา ดังนั้นทั้งเรื่องนี่ตอบสนองความฝันในวัยเยาว์ของพี่แกทั้งนั้น อย่างไอ้ตัวนิ้วมือเดินได้นั่น ก็คือภาพวาดที่พี่แกเคยวาดไว้ตอนเด็กๆน่ะครับ เฮ่อ ปลอดปล่อยซะเต็มที่เลยนะพี่

หนังผจญภัยทำได้ดูเพลินดีมากครับ เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ก็ดูได้ อะไรๆในหนังมันพร้อมจะฮาได้ตลอดครับ โดยเฉพาะการกัดกันของ 2 พี่น้องที่มีอะไรให้ฮาได้ตลอด อาวุธอุปกรณ์ก็ไฮเทค

อีกอย่างที่ต้องยอมรับคือพี่ Robert แกบ้าครับ ทำหน้าที่เกือบทุกอย่างในหนัง ตั้งแต่กำกับ เขียนบท อำนวยการสร้าง ตัดต่อ ช่วยทำดนตรีอีก ช่วยมิกซ์เสียงด้วย คุม Effect อีก คุมกล้องอีก เฮ่อ นี่ถ้าพี่แกทำได้คงลงไปเล่นหนังเองแล้วล่ะครับ คนหรือซูเปอร์แมนวะเนี่ย

สนุกครับ น่าสนใจ น่าติดตามเป็นความบันเทิงไร้พิษภัย
เอาไปสองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0227538/

[273] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 2:15:28 AM] [Hits counter=11920776] แจ้งลบ

ข้อความที่=191019

Spy Kids 2: Island of Lost Dreams (2002) พยัคฆ์ไฮเทค ทะลุเกาะมหาประลัย



1 ปีต่อมา เขาก็กลับมาอีกครั้งครับ พี่ Robert แกพาเอา 2 พี่น้องคาร์เมนกับจูนิกลับมารับหน้าที่สายลับจิ๋วอีกหน ครั้งนี้พวกเขาได้เป็นสายลับจิ๋วเต็มตัว และภารกิจที่ได้คือ การเดินทางไปยังเกาะลึกลับที่ว่ากันว่า มีสัตว์ประหลาดเต็มไปหมดและหากใครไปจะไม่ได้กลับมาด้วย

ภาคนี้ก็ตามความฝันอีกแล้วครับ แต่เป็นความฝันอีกอัน นั่นคือ ความฝันแนวผจญภัย ถ้าใครเกิดทันสมัยโน้นนะครับ (ผมก็ไม่ทันหรอก) ยุคที่หุ่นสต็อปโมชั่นกำลังเป็นของใหม่ (พวกหุ่นปั้นที่เขาต้องถ่ายทีละสเต็ปแล้วก็เอามาต่อกันน่ะครับ) อย่างที่เราเห็นในหนังผจญภัยยุคก่อนอย่างพวก ซินแบดอะไรทำนองนี้ มันจะมีตัวประหลาดเป็นไฮไลท์เลยครับ แต่ละตอนของซินแบดคนดูก็จะลุ้นกันว่า ซินแบดจะไปเจอตัวประหลาดแบบไหนบ้าง ไอ้พวกนี้แหละ ที่มาโผล่ในเรื่องนี้ ลองสังเกตดูสิครับว่าสัตว์ประหลาดแต่ละตัวที่โผล่ในเรื่องนั้น มันจะกึ่งสไตล์เก่าๆ อย่างไอ้พวกโครงกระดูกยังเงี้ย เก่าแก่ของแท้เลยครับ ก็เป็นการคารวะหนังผจญภัยยุคเก่าแบบกลายๆอ้ะนะครับ

ส่วนตัวหนัง มันอ่อนกว่าภาคแรก แต่ไม่ต้องห่วง ดูการผจญภัยก็โอเคแล้ว สนุกออก อืมม์ ในกรณีที่คุณชอบนะครับ คือถ้าเห็นว่าไอ้เรื่องพวกนี้มันหลอกเด็กก็คงจะไม่ชอบเท่าไหร่หรอก ส่วนผม ผมสนุกครับ ชอบ มันบ้าสมสไตล์หนังยุคเก่าดี ยิ่งเจ้าตัวประหลาดงูทะเลนั่น สุดยอดครับ สีสวยและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ช่างคิดจางงงงงนะพี่ Robert

แล้วก็ตามเคยครับ ภาคนี้ฮาอยู่ ยิ่งเรื่องที่เกรกอริโอ้ (Antonio Banderas) ต้องมาตีกับแม่ยายของเขาเนี่ย ฮาจริงๆ แค่หน้าพี่แกตอนที่เห็นแม่ยายนี่ก็สุดยอดแล้วล่ะ

สองดาวครึ่งตามเคยครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0287717/

[274] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 2:29:24 AM] [Hits counter=11920945] แจ้งลบ

ข้อความที่=191023

Spy Kids 3-D: Game Over (2003) พยัคฆ์ไฮเทค 3 มิติ



ตอนสุดท้ายของหนังชุดนี้ จบลงด้วยการทำเป็น 3 มิติ... อืมม์ ...ก็ตอบสนองตัณหาพี่ Robert กันเข้าไปล่ะครับ ภาคนี้ จูนิต้องเข้าไปช่วยคาร์เมน พี่สาวของเขาในโลกแห่งเกมที่สร้างโดยทอยเมคเกอร์ (โอ้! พระเจ้า พี่ Sylvester Stallone ของผมกลับมาแล้ว) การผจญภัยแบบ 3 มิติจึงเริ่มขึ้น

หนังอ่อนครับ อ่อนเหลือเกิน หนังมามีดีตรง Effect ที่มันก็ต้องดีอยู่แล้วล่ะครับ ยุคนี้พ.ศ.นี้แล้วนี่หน่า บอกตรงๆว่าน่าเสียดายเหมือนกัน เพราะนี่เป็นหนังปิดไตรภาค คือถ้าทำออกมาประทับใจเน้นเนื้อหา มันย่อมตราตรึงอยู่ในใจผู้คน (แบบที่ Austin Powers ทำครับ แม้ภาค 3 จะไม่ซึ้งมาก แต่ก็จบได้ประทับใจกว่าที่คาดคิด) แต่นี่ดันไปทำ 3 มิติ เอ้า ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของพี่ Robert แกนะครับ แกทำไปแล้วนี่หน่า

การทำแบบนี้มันได้อย่างเสียอย่างครับ คือ ถ้าเลือกทำ 3 มิติแล้ว จะมาทำหนังให้บทเข้มข้นซับซ้อนก็ไม่ได้เลย เพราะว่า หนัง 3 มิติต้องใช้ตาอย่างมากครับ แล้วทีนี้ถ้าหนังซับซ้อน ไหนจะต้องเพ่งไหนจะต้องคิด อันตรายนะครับ ทำเป็นเล่นไป เพราะตากับสมองมันใกล้กันมากครับ ถ้าใช้งานหนักๆพร้อมกัน มันย่อมไม่ดีต่อสุขภาพเป็นแน่ ดังนั้นถ้า 3 มิติ ก็ต้องไม่ซับซ้อนน่ะครับ เลยออกมาเป็นแบบเนี้ย

สรุปว่าปิดไตรภาคได้ไม่สมใจเท่าไหร่ แต่สำหรับพี่ Robert ผมเชื่อว่าเขาสมหวังแล้วครับ และการที่ผมได้ดูไอ้หนังไตรภาคทั้ง 2 เรื่องของเขานี่ก็ทำให้ผมรู้จักด้านต่างๆของพี่เขาเยอะเลย

ก็สองดาวนะครับพี่ Robert
http://www.imdb.com/title/tt0338459/

[275] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/29/2004 2:41:14 AM] [Hits counter=11921092] แจ้งลบ

ข้อความที่=191445

ครับ ระยะนี้นอนดึก ก็โพสต์โน่นโพสต์นี่ฆ่าเวลาไป รอดู ER นั่นแหละครับผม ตั้งตีสองครึ่งโน่น เลยทำสารพัดอย่างแก้เบื่อไป เอาล่ะครับ มาต่อกันที่อีกหนึ่งไตรภาคซึ่งมีพี่ Robert Rodriguez มาเกี่ยวข้องอีกตามเคย

From Dusk Till Dawn (1996) ผ่านรกทะลุตะวัน



เรื่องของ 2 พี่น้องจอมโจรตระกูลเก๊กโค่ (George Clooney กับ Quentin Tarantino) ที่กำลังหลบหนีการจับกุมของตำรวจ พวกเขาได้จับเอาครอบครัวฟูลเลอร์เป็นตัวประกันในการข้ามพรมแดนไปยังเม็กซิโก เมื่อการข้ามพรมแดนสำเร็จ ทั้งหมดก็เข้าไปพักกินดื่มในบาร์แห่งหนึ่ง หารู้ไม่ครับว่าที่นั่นเป็นรังแวมไพร์ ทีนี้ใครจะเป็นโจร ใครจะเป็นใครไม่รู้ล่ะครับ ทุกคนได้แต่รวมมือกันจัดการกับเหล่ากองทัพค้างคาวผีที่รองาบพวกเขาอยู่

หนังมันส์ดิบและรุนแรงตามสไตล์พี่ Robert มาบวกกับพี่ Quentin ดังนั้นการที่แขนมันจะขาด คอมันจะกระจุยก็เป็นเรื่องปกติของพวกเขาครับ งานนี้พี่ Robert กำกับ และได้พี่ Quentin มาร่วมอำนวยการสร้างและเขียนบทให้ (ร่วมกับ Robert Kurtzman ) หนังก็มั่วกันอย่างเมามันครับ ตอนแรกดูท่าจะเป็นหนังแนวนัวร์ โจรหนีตำรวจธรรมดา แต่ซักพัก ผีมากันเต็มไปหมดเลยครับ ทีนี้ความมันส์และโหดก็นำมาเสิร์ฟแบบไม่ยั้งกันเลยล่ะ ซึ่งตรงนี้หนังก็ทำได้ดีครับ อีกอย่างบทสนทนาที่น่าสนใจตามแบบฉบับก็ยังมีครบถ้วน หนังเลยสนุกไปเรื่อยๆครับ

ถ้าประสงค์จะชมหนังโหด ยิงกันมันส์ๆ แล้วก็เป็นการยิงกับแวมไพร์ซะด้วยล่ะก็ เอาเรื่องนี้ไปเลยครับ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0116367/

[276] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/30/2004 12:59:36 AM] [Hits counter=11974045] แจ้งลบ

ข้อความที่=191457

From Dusk Till Dawn 2: Texas Blood Money (1999) พันธุ์นรกผ่าตะวัน



ภาคต่อครับ เป็นเรื่องของกลุ่มโจรที่ต้องการปล้นธนาคาร นำทีมโดย บั๊ก (Robert Patrick - ก็เจ้าที-1000จากคนเหล็กภาค 2 ไงครับ) แล้วทีนี้บังเอิญหนึ่งในพวกเขาดันโดนค้างคาวผีที่บินมาจากบาร์ในภาคแรกนั่นน่ะครับ กัดเข้า เลยกลายเป็นแวมไพร์ ทีนี้ใครที่ยังไม่เป็นแวมไพร์ก็ต้องสู้ตายล่ะครับ ไม่งั้นเสร็จแน่ เงินก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะต้องมาเสียชีวิตเอานา

เอ่อ คือ เฮ่อ ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้นกับหนังเรื่องนี้เลยครับ เพราะแรกเริ่มเดิมทีนั้น หลังจากที่หนังภาคแรกไม่ดังนัก แต่ทั้งพี่ Robert Rodriguez กับ Quentin Tarantino ก็ยังแสดงเจตนารมย์สร้างตอนต่อ โดยแบ่งหน้าที่กันเสร็จสรรพครับว่า ภาค 2 นี้พี่ Quentin แกจะเขียนบทและกำกับให้ ส่วนภาค 3 ก็เป็นหน้าที่พี่ Robert เขียนบทไป ส่วนใครกำกับค่อยมาว่ากัน แต่แล้ว ไม่ทราบว่าทำไมพี่ Quentin แกถึงเกิดเปลี่ยนใจไม่เอาแล้ว โดดมานั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสร้างแล้วหาคนอื่นมากำกับซะแทน ซึ่งภาคนี้กำกับโดย Scott Spiegel ไป แล้วหนังก็ออกมาทุนต่ำแบบสุดขั้วครับ ไม่มันส์เลย คนละระดับกับภาคแรกโดยสิ้นเชิง ก็ดีที่ผมรู้ว่าพี่ Quentin แกเปลี่ยนใจไม่กำกับน่ะ ผมเลยไม่หวังอะไรมาก แต่กระนั้น หนังก็ยังไม่สนุกอยู่ดี เฮ่อ ทำไงได้อ้ะ มันเป็นไปแล้วนี่หว่า

สรุปว่าเป็นหนังภาคต่อแบบเจตนาที่ไม่เจตนาครับ คือ ตอนแรกเจตนาจะทำ แต่แล้วหมดไฟหรือไงไม่ทราบ ความเจตนาที่จะทำเลยลดลงไป แล้วหนังก็...เฮ่อ

ดาวครึ่งก็กรุณาแล้วครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0120860/

ปล. แต่อย่างน้อย โปสเตอร์ก็สวยครับ ...มีดีแค่นี้แหละ

[277] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/30/2004 1:13:29 AM] [Hits counter=11974684] แจ้งลบ

ข้อความที่=191470

From Dusk Till Dawn 3: The Hangman's Daughter (2000) เขี้ยวนรกดับตะวัน



ปิดตำนานซะที กับตอนสุดท้ายของไตรภาค แต่เนื้อเรื่องนี่เกิดก่อน 2 ภาคแรกนะครับ เป็นการย้อนเวลาไป 100 ปีที่แล้ว กับเหตุการณ์อันเป็นจุดกำเนิดของเอสเมอรัลด้า หรือ ซานตานิโก้ แพนเดอโมเนียม (Ara Celi) ซึ่งเธอคือเจ้าหญิงแห่งแวมไพร์ผู้ครองบาร์แห่งนั้นในเวลาต่อมาอีก 1 ศตวรรษ ซึ่งถ้าใครจำได้ ในภาคแรกนะครับ จะมีตัวละครที่ชื่อเอสเมอรัลด้าเหมือนกัน ครั้งนั้นรับบทโดย Salma Hayek เธอก็คือคนเดียวกันน่ะครับ

ตัวหนังนั้นน่าพอใจกว่าภาค 2 อย่างมาก (ไม่มีทางที่จะเลวร้ายได้ขนาดนั้นแล้วครับ) ภาคนี้ก็จัดว่าโอเคนะครับ ดูได้เรื่อยๆ ซึ่งก็ได้ Álvaro Rodríguez กับพี่ Robert เจ้าเก่ามาเขียนบทให้ กำกับโดย P.J. Pesce (ซึ่งก็ไม่ดังอ้ะคับ) อ้อ ลืมบอกไป หนังนี่ลงวีดีโอเลยนะครับ ที่อเมริกาน่ะ ภาค 2 ก็ลงวีดีโอเลยเหมือนกัน

หนังก็โอเคครับ แต่ไม่เด็ดเท่าภาคแรก แค่ดูได้เรื่อยๆ
เกือบๆสองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0120695/

[278] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/30/2004 1:25:47 AM] [Hits counter=11975410] แจ้งลบ

ข้อความที่=191500

เอาล่ะนะครับ เราก็ Action กันมาพอสมควรแล้ว เปลี่ยนแนวบ้างดีกว่า เดี๋ยวหน้าถัดไป (29) ผมจะไปหนังโรแมนติกแล้วนะฮะ เตรียมปรับหัวใจด้วยล่ะครับ ส่วนนี่ก็เป็นหนัง Action สุดท้ายในเซทนี้

Virtuosity (1995) ซิด 6.7 มือปราบผ่าโปรแกรมนรก



Denzel Washington รับบท พาร์คเกอร์ บาร์นส์อดีตนายตำรวจที่โดนจำคุกเพราะทำงานผิดพลาดจนทำให้คนตายไป และระหว่างที่เขาอยู่ในคุก เขาคือหนูทดลองที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ชอบนำมาเพื่อเข้าเล่นในโปรแกรมเสมือนจริง ในการฝึกไล่จับผู้ร้าย และพาร์คเกอร์คือผู้เดียวที่สามารถต่อกรกับ ซิด 6.7 (Russell Crowe) สุดยอดวายร้ายในนั้นได้ แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งเกิดไปปล่อยให้ ซิด ออกมาสู่โลกแห่งความจริง ดังนั้นคงไม่ต้องเดานะครับ ว่าตำรวจทั้งกองก็ไม่สามารถรับมือซิดได้ นอกจาก พาร์คเกอร์เท่านั้น

หนังเป็นแนว Action กึ่งไซไฟครับ ตรงที่เจ้าซิดเนี่ยเป็นวายร้ายที่ไม่ธรรมดา มันสามารถรักษาบาดแผลของมันด้วยเศษแก้ว ก็มันไม่ใช่คนนี่ครับ ดังนั้นใครจะยิง จะเอามีดมาจิ้มมันก็ไม่เจ็บ ดังนั้นมันก็ลุ้นพอสมควรว่า พาร์คเกอร์จะฆ่าสิ่งที่ไม่ตายได้อย่างไร ซึ่งตัวหนังนั้น ก็ทำได่น่าพอใจครับ ไม่ถึงกันมันส์โคตรแต่ก็น่าติดตามพอดู ซึ่งอันนี้ต้องยกความดีความชอบให้ Washington กับ Crowe ครับ ที่แสดงได้ดี โดยเฉพาะ Crowe ที่ชั่วได้สมบูรณ์แบบจริงๆ

หนังไม่ได้เน้นระเบิด หรือ ความอลังการครับ หนังแค่ไล่ล่าแล้วก็ไล่ยิงกัน ผมว่ามันก็สนุกไม่เลว ทีนี้คุณๆต้องลองไปพิสูจน์เองล่ะครับ
สองดาวกว่าๆครับ
http://www.imdb.com/title/tt0114857/

[279] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA] [ไม่ได้ Login] [4/30/2004 1:49:09 AM] [Hits counter=11976601] แจ้งลบ

ข้อความที่=192899

แฮ่กๆๆๆ
โอ้โห!! แป๊บเดียว เขียนได้แยะเยยอ่า
นี่เพิ่งถึงบ้านเมื่อไม่นานเองค่า ไปเกษตรมา ไปรับน้อง เย่ๆๆ เปนลูกนนทรีแร้ว
ใช่แระค่า "แวน เฮลซิ่ง" น่าดูมากๆ ไม่พลาดอย่างแน่นอน
อ่านไปมักจะพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย(มีบ้างที่อ่านแระ แง่มๆ จิงอ่า โดยเฉพาะกริมลินตลกเนี่ย!555)
ชอบจังเลยเขียนวิจารณ์อย่างงี้อ่ะ ทำให้แบบได้รู้อะไรๆเยอะขึ้นมากโข บางเรื่องเอ็มไม่รู้ด้วยว่ามี ไปเช่ามาดูแระชอบอ่า ต้องขอบคุณอย่างสูงที่แนะนำ อิอิ
ps1 ติดตามเสมอค่าๆๆ ตามภาษาคนรักหนัง
ps2 พรุ่งนี้ไปร้านพี่แว่น สงสัยตังหมดตั้งแต่ต้นเดือน

[280] จากคุณ :[เอ็ม......มมมมมมมมม] [ไม่ได้ Login] [5/2/2004 1:19:08 AM] [Hits counter=12123840] แจ้งลบ

ข้อความที่=192911

เฮ่อ เหรอครับ ยินดีด้วยนาคับน้องเอ็มมมม ได้เป็นลูกนนทรีกะเขาแล้ว
เอ แต่ติดคณะไรไม่ยักบอก คราวหน้าผ่านมาบอกบ้างก็ดีนาคับ

ตอนแรกนึกว่าจะหมดอนาคตกับการโพสต์ซะแหล่ว เพราะคอมดันเจ๊ง
วันนี้ก็เหนื่อยทั้งวันล่ะครับ ตระเวนซ่อม กลับมางานนี้ก็เป็นวินโดว์ XP ก็กะมาฟัดกับทั้งหนอนทั้งไวรัสกันเต็มที่ล่ะครับ แต่ไม่เปงไร พร้อมสู้อยู่แล้ว

ดังนั้นระยะนี้ โพสต์น้อยก็อย่าแปลกใจครับ เพราะผมต้องมานั่งตั้งเครื่องใหม่กันแบบเต็มที่เลย เนี่ย ตัวอย่างหนังเก่าๆที่อุตส่าห์หามาหายเหี้ยน พวก Dracula อะไรเงี้ย ต้องไปนั่งโหลดมาใหม่อีก แต่นั่นยังไม่ซวยเท่าเพลงหนังจีนครับ เวบประจำเกิดมาพร้อมใจกลับบ้านเก่ากันหมดเลย ไม่รู้จะคิดถึงบ้านอะไรขนาดนั้น งวดนี้มีเหนื่อยครับผม

ก็ขอแสดงความยินดีอีกครั้งนะครับ ที่น้องทำได้ รวมไปถึงน้องๆทุกคนเลยนะครับที่เอนท์ติด ส่วนที่ไม่สมหวังก็อย่าไปเศร้าหมองครับ อนาคตคนเรามีหลายเส้นทาง และทางแห่งความสำเร็จก็ไม่ได้มีแค่เส้นเดียวซะด้วย ซักวันโอกาสจะเป็นของเราครับ อย่าลืมคว้าไว้ล่ะ

พี่ก็จะเอาใจช่วยทุกคนเลยนะครับผม ....แม้จะไม่เคยเห็นหน้าก็เหอะ แต่ก็คนเหมือนกันนี่หว่า ว่าม้ะ
ps1 ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ
ps2 เหลือเงินไว้บ้างก็ดีนาครับ เพราะเดือนนี้ ไม่ได้มีแต่ Van Helsing นะครับ ยังมี Troy, Shrek 2, The day After Tomorrow, Kill Bill Vol 2 อีกนะครับ นี่ยังไม่นับ Harry ตอนวันที่ 4 มิ.ย อีกนะเนี่ย

[281] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/2/2004 1:49:50 AM] [Hits counter=12124901] แจ้งลบ

ข้อความที่=193090

มาเริ่มโปรแกรมหนังโรแมนติกกันได้แล้วนาครับ
เริ่มกันด้วยหนังที่ผมเคยแนะนำไปแล้ว เอามาเล่าใหม่อีกครั้งนึง อย่างสั้นๆ

Il Mare (2000) ลิขิตรักข้ามเวลา



ภาพยนตร์รักโรแมนติกหวานซึ้งไปถึงเนื้อในเรื่องนี้ ก็มาเปิดกระแสความดังของหนังเกาหลีในบ้านเรา หนังทำได้อบอุ่น และถึงอารมณ์ครับ ดนตรีก็นุ่มกันเข้าไป จังหวะของหนังทำได้น่าติดตามครับ แต่ก็นั่นแหละ คุณๆต้องพกอารมณ์โรแมนซ์ไปตอนดูหนังเรื่องนี้ด้วยนะครับ เพื่อจะได้เข้าถึง แต่ถ้ากำลังเครียดๆ เหงาๆ กำลังอยู่ลำพังคนเดียวหรือเพิ่งอกหักมาหมาดๆ ไปดู ผมว่าคงเศร้าพอสมควรเลยหล่ะครับ พิจารณาเองละกัน

หนังรักที่อบอุ่นเรื่องนี้ สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0282599/

[282] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/2/2004 8:29:45 PM] [Hits counter=12156187] แจ้งลบ

ข้อความที่=193105

My Sassy Girl (2001) ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม



ผมจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ให้มากความนะครับ เพราะมันฮิตกันจนผมเกือบจะรำคาญแน่ะ ช่วงนั้นน่ะ ไอ้ประโยคประมาณว่า "อยากตายเหรอ" หรือ "นายตายแน่" มันมากระแทกหูผมอยู่ทุกวัน ... ผมว่าหนังเรื่องนี้มีส่วนทำให้ผู้หญิงก้าวร้าวขึ้นนะครับ (อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวครับ ไม่เกี่ยวกับหนัง)

หนังฮาครับ ทีมพากย์พันธมิตรทำได้ท็อปฟอร์มมาก ยิ่งไอ้ตอนบนรถไฟนั่นพี่ติ่ง (หรือชื่อจริงว่าพี่สุภาพ ไชยวิสุทธิกุล) แกระดมใส่มุขได้แบบสุดๆ พี่ติ่งนี่แหละครับ เจ้าของเสียง "เน่กสเตชั่น ทองหล่อ!"

ด้านโรแมนติก็มาหนักเอาช่วงท้ายครับ คงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก แค่ฉากกฎเหล็ก 10 ข้อ กับ ตะโกนข้ามเขา ก็ทำเอาผมน้ำตาซึมกันไปเลย

สามดาวสิครับ
http://www.imdb.com/title/tt0293715/

ปล. ในที่สุด My Sassy Girl ฉบับฮอลลีวู้ดก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้วครับ คาดว่าจะเข้าปี 2006 ผู้กำกับนั้นคือ Gurinder Chadha ผู้กำกับหญิงที่ทำเรื่อง Bend It Like Beckham นั่นแหละฮะ ซึ่งเธอก็จะดัดแปลงบทจากต้นฉบับด้วยตัวเองเลย แต่ใครแสดงนั้น ยังไม่ทราบครับ ต้องลุ้นกันต่อไป

[283] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/2/2004 8:47:16 PM] [Hits counter=12157095] แจ้งลบ

ข้อความที่=193108

The MatchMaker (1997) คู่สมไม่ต้องสร้าง



ก็เป็นหนังโรแมนติกน่ารักๆนะครับ ซึ่งก็เคยพูดถึงมาแล้วในหน้า 8 ก็สรุปได้ว่า น่าดูครับผม

สอวงดาวครึ่งน่ะฮะ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0119632/

[284] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/2/2004 8:54:57 PM] [Hits counter=12157525] แจ้งลบ

ข้อความที่=193127

She's All That (1999) สาวเอ๋อ...สุดหัวใจ



อีกหนึ่งหนังวัยรุ่นโรแมนติกพลิกความคาดหมายแห่งปี 1999 เรื่องราวของแซค (Freddie Prinze Jr.) ที่พนันจะทำให้สาวเอ๋อประจำไฮสคูลอย่างเลนี่ (Rachael Leigh Cook) กลายเป็นสาวงามให้ลงได้ แล้วก็ตามสูตรครับ พอแซคได้เข้าใกล้เลนี่มากเท่าไร เขาก็ได้รู้จักและรักเธอมากขึ้นเท่านั้น

แม้จะเป็นหนังสูตรสำเร็จ แต่ความลื่นไหลของเนื้อหาและนักแสดงทำให้เราพอจะลืมข้อด้อยต่างๆไปได้ หนังทำได้ดีครับ สนุกและดูเพลิน Rachael เธอก็น่ารักเหลือเกิน สวยและน่ารักเอามากๆ ส่วน Freddie ก็หล่อเข้าไป ดาราสมทบก็ทำได้ดีครับ แล้วยังได้เจอ Anna Paquin ด้วย ฮี่ๆๆๆๆ น่ารักจังเยย

ผมว่าหนังทำได้เหมาะกับวัยรุ่นดีครับ มันไม่ใช่แนวความรักแบบผู้ใหญ่ เพราะแนวผู้ใหญ่นั้นส่วนมากนะครับ มันจะเป็นการแสวงหาคู่ชีวิต หาคนที่จะร่วมเรียงเคียงหมอนเราไปตลอดกาล ในขณะที่ความรักของวัยรุ่นมันจะไม่ถึงขนาดนั้นครับ มันจะประมาณว่า เราอยากได้ใครซักคนอยู่เคียงข้าง คอยจูงมือและซบยามเหงาๆหรือเหนื่อยมากๆอะไรทำนองนั้น พูดง่ายๆรักของวัยรุ่นมักจะแสวงหาความหวาน แต่รักของผู้ใหญ่มันออกจะแสวงหาความมั่นคงน่ะครับ

เรื่องนี้ ก็รักแบบวัยรุ่นซึ่งทำออกมาดีครับ หวานพอดีไม่เลี่ยนเกินไป มีมุขฮาแทรกเป็นระยะๆ เพลง Kiss Me ก็ฮิตติดลมบนกันไปเลยช่วงนั้นน่ะ ส่วนต่างๆออกมาน่ารักและลงตัวดีครับ หนังก็มีสาระแทรกอยู่นะครับ เอาง่ายๆเรื่องของแซคที่จะต้องทำตามความปรารถนาและคาดหวังของพ่อแม่ มันก็กดดันนะครับ แล้วนี่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อด้วย ถ้ากดดันมากๆแล้วทำอะไรผิดพลาดไปก็แย่อะดิ แต่นี่แซคไม่กดดันตัวเองครับ เขาพยายามทำตามความฝันตัวเองมากกว่า สิ่งไหนที่ไม่เหมาะกับเขา เขาก็เลือกที่จะไม่ทำ ... ไอ้คำว่าทำตามความฝัน กับ เอาแต่ใจมันออกจะคาบเกี่ยวกันอยู่นะครับ แต่สำหรับผม ผมว่า การทำสิ่งที่เราชอบมักจะดีกว่าน่ะครับ เพราะเราจะหาข้อดีเป็นกำลังใจในการทำมันตลอดเวลา และเราก็จะสู้ต่อไปได้เรื่อยๆ

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0160862/

[285] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/2/2004 9:32:04 PM] [Hits counter=12159890] แจ้งลบ

ข้อความที่=193151

Down to You (2000) รักหนสอง ต้องลึกสุดใจ



หนังเรื่องนี้ก็จัดว่าตามรอยความสำเร็จของ She's All That มาน่ะครับ ได้ Freddie Prinze Jr. คนเดิมมารับบทนำเป็น อัลเฟรด คอนเนลลี่ นักศึกษาที่ได้มาพบเจอกับ อีโมเจน (Julia Stiles) สาวสวยน่ารัก แล้วทั้งคู่ก็รักกัน แต่ด้วยความแตกต่างครับจึงทำให้มีปัญหากัน แล้วรักนี้จะลงเอยยังไงน้อ

อืมม์ หนังไม่ดังนักครับ ส่วนผมดูแล้วเห็นว่าโอเค โอเคจริงๆนาครับ อย่างแรกคือเรื่องนักแสดงน่ะเลิกห่วงเถอะ ใช้ได้อยู่แล้ว ด้านเนื้อเรื่องนั้น มันก็ยังคงเวียนวนอยู่แต่ตรงที่ว่า ฉันรักเธอ เธอรักฉัน มีแค่นี้จริงๆนะครับ เป็นเรื่องของความรักล้วนๆ และไม่เชิงโรแมนติกครับ เป็นเรื่องของความรักจริงๆ ซึ่งใครเคยมีก็คงปฏิเสธไม่ได้นะครับ ว่าความรักน่ะไม่ได้มีแต่เรื่องโรแมนซ์เพียงอย่างเดียว มันต้องมีปัญหา การทะเลาะ ไม่เข้าใจกัน เกิดขึ้นควบคู่ไปด้วย ซึ่งหนังก็นำเสนอตรงนี้ได้ดี เหมือนกับเราได้นั่งดูชีวิตรักของชายหญิงคู่หนึ่ง ว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีทั้งสุขและทุกข์ ตอนสุขนี่ก็แทบจะแกะจากกันไม่ออก แต่พอมีปัญหากันก็แทบจะมองหน้ากันไม่ติด (ทั้งๆที่อยากจะมองหน้าจะตายไปอ้ะ) ไอ้อะไรแบบนี้นี่แหละครับที่ทำให้ผมชอบหนังเรื่องนี้ในระดับหนึ่ง

ตอนต้นเรื่องหนังก็แนะนำให้เรารู้จักอัลและอีโมเจน เห็นเขารักกัน แล้วก็สวีทจนท้ายสุดมีปัญหากัน ผมชอบอ้ะคับ หนังเอาปัญหาที่คู่รักวัยรุ่นส่วนใหญ่ต้องเคยเจอกันมาทั้งนั้น เช่น ขัดใจเรื่องข้าวของเครื่องใช้ หรือ ฝ่ายหนึ่งมีอารมณ์อยากสวีทด้วยแต่อีกฝ่ายกลับไม่มีอารมณ์จะสวีทยังเงี้ย มันใช้เลยอ้ะคับ แล้วแน่นอน แต่ละฝ่ายก็ย่อมมีโลกของตัวเอง ซึ่งจุดนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายพร้อมจะเข้าใจความเป็นอีกโลกหนึ่งของเขามั้ย ถ้าไม่ก็ต้องแยกกันน่ะครับ เพราะเข้ากันไม่ได้ ซึ่งอัลกับอีโมเจนก็ทำท่าจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน

ผมว่าหนังเรื่องนี้ตั้งชื่อไทยได้ตรงกับเนื้อในมากๆครับ เพราะในเรื่อง ความรักมันจะเกิดขึ้นสองครั้ง ครั้งแรกก็อย่างที่บอก เกิดตอนเรียน แล้วความรักครั้งที่สองก็มาเกิดอีกทีตอนที่ 2 คน เป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้ว อะไรๆมันจึงเปลี่ยนไป ซึ่งผมว่าผู้กำกับ Kris Isacsson (พี่แกเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วยครับ) ทำออกมาได้ดีและถึงพอสมควร ดูหนังแล้วจะรู้สึกเลยครับ ว่าอารมณ์ครึ่งแรกกับครึ่งหลังมันแตกต่างกัน ครึ่งแรกเป็นรักวันรุ่น ดูสดใสมีเรื่องฮาๆเพียบ แต่พอมาครึ่งหลังหนังดูโทนเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาจริงๆ

แต่ถ้าว่ากันถึงตัวหนัง มันก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ มันยังคงเป็นเรื่องรักๆธรรมดานั่นเอง ทว่าตรงเนื้อในนี่สิ ผมว่า Isacsson สังเกตแง่มุมความรักของวัยรุ่นออกมาได้เข้าท่าครับ

หนังไม่ถึงกับดีครับ แต่ในหนังน่ะมีดีนะ อันนี้แล้วแต่ด้วยนะครับ เผอิญผมดูหนังแล้วคิดตามอยู่แล้วด้วย ถือเป็นกำไรน่ะครับ แล้วนี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับหัวใจด้วย ผมเลยคิดว่ากำไรเรื่องแบบนี้ก็ดีเหมือนกันครับ เพราะปรับใช้ได้จริง

สองดาวเฉียดครึ่งครับ
http://www.imdb.com/title/tt0186975/

[286] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/2/2004 10:20:43 PM] [Hits counter=12164054] แจ้งลบ

ข้อความที่=193234

พบกับตัวอย่างล่าสุดของ The Village หนังใหม่ของผู้กำกับ M. Night Shyamalan

แห่ง The Sixth Sense, Unbreakable และ Signs

http://www.movie-list.com/trailers.php?id=village

[287] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/3/2004 3:37:39 AM] [Hits counter=12175822] แจ้งลบ

ข้อความที่=193858

Boys and Girls (2000) บอยส์ แอนด์ เกิร์ลส์ เจอแล้วต้องเจ๋อ แน่เลยเธอกับฉัน



อืมม์ นี่ก็ตามกันมาครับ She's All That แล้วก็ Down To You จนมาถึง Boys And Girls 3เรื่องแต่รสเดียวกัน แล้วก็ได้ Freddie Prinze Jr. มาแสดงนำอีกตามเคย ในบทแนวเดิมๆครับ โดยเขาเป็น ไรอัน วอล์คเกอร์ ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะดวงสมพงษ์กับ เจนนิเฟอร์ เบอร์โรว์(Claire Forlani) เหลือเกิน เพราะหลับตาเดินยังมาเจอเธอเลย ทั้งสองเลยรู้จักกัน คบหา และรักกัน ... คาดไม่ถึงเลยนะเนี่ย

หนังกำกับโดย Robert Iscove ซึ่งพี่แกก็ไม่ใช้ใครอื่นครับ เป็นคนกำกับ She's All That นั่นเอง แล้วก็เอาสูตรเดิมๆของตัวเองมาทำอีกครั้ง โดยงานนี้เนื้อหาออกจะไปคล้ายกับ Down To You อยู่เหมือนกัน เป็นเรื่องของคู่รักวัยรุ่นที่ต้องเจอกับปัญหาต่างๆ รักกัน เดี๋ยวก็มีทะเลาะกัน อะไรทำนองเนี้ยอ้ะนะครับ สูตรเดียวกับ Down เลย แต่เรื่องนี้ออกจะลื่นไหลน้อยกว่า และคู่พระ-นางนั้น ก็ไม่ค่อยเข้ากันนัก (ผมว่ากับ Julia Stiles จะดูเข้ากันกว่านะ) เรื่องนี้เลยค่อนข้างธรรมดาครับ ไม่มีอะไรน่าจดจำนัก

ก็ถ้าคุณๆชอบ 2 เรื่องข้างบนนั่น เรื่องนี้ก็น่าลองครับ เพราะมันก็มาทางคล้ายๆกันน่ะแหละ เพียงแค่จะอ่อนลงตามลำดับเท่านั้นเอง

สองดาวครับ
http://www.imdb.com/title/tt0204175/

[288] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/5/2004 1:52:50 AM] [Hits counter=12257896] แจ้งลบ

ข้อความที่=193862

Summer Catch (2001) แข่งเกมลุ้น วุ่นเกมรัก



เรามาเจอกับ Freddie Prinze Jr. ให้มันเบื่อขี้หน้ากันไปเลยดีกว่าครับ พี่แกยังคงรับบทแบบเดิมๆ พระเอกในหนังโรแมนติก-กีฬาที่เกี่ยวกับเบสบอล เขาเล่นเป็น ไรอัน ดันน์ ส่วนนางเอกก็คือ Jessica Biel ในบทเทนลี่ย์ พาร์ริช สาวรวยครับ ซึ่งทั้งคู่ตกหลุมรักกัน แต่เพราะทางฝ่ายหญิงมีฐานะ พ่อของเธอจึงมักจะกีดกันไรอัน ให้อยู่ห่างๆจากลูกสาวของเขา .. เฮ่อ แปลกใหม่เหลือเกิน

ครับ คือว่า เอ่อ เฮ่อ มันไม่ไหวแล้วนาครับ นี่ถ้า พี่Freddie แกไม่รีบเปลี่ยนบทของตัวเอง เขาจะต้องตายไปกับหนังแนวนี้ (โชคดีที่พี่แกไปเล่นใน Scooby-Doo แม้จะไม่เด่นสุดๆ แต่ก็เอาตัวรอดได้ล่ะน่า) ส่วน Biel สวย เซ็กซี่ แต่หนังมีให้แค่นั้นน่ะครับ โอเค เธอก็เล่นได้ดีพอสมควรครับ แต่หนังมันไม่เอื้อให้เธอได้แสดงอะไรซักเท่าไหร่ คนที่เด่นๆ ก็มีแค่ Matthew Lillard ในบทเพื่อนจอมบ้าของไรอัน นี่ถ้าหนังไม่มีพี่ Matthew ล่ะก็ หนังจะแย่ไปกว่านี้อีกมากเลยครับ

สรุปว่า หนังไม่โดดเด่นเอาซะเลยครับ มันไม่ไหวแล้วน่ะ สูตรจนไม่รู้จะสูตรยังไง เนื้อเรื่องเดาได้ ไม่เร้าอารมณ์ใดๆ เหมือนดูหนังทีวีมากกว่า จริงๆพล็อตจะทำให้มันดีก็โอเคนะครับ เพราะมีซับพล็อตอย่างเรื่องของสมาชิกในทีมของไรอัน ที่ทำท่าว่าจะมีปมอยู่หลายคน อย่างไอ้คนที่ไปชอบผู้หญิงอ้วนๆนั่นน่ะ แต่หนังนำเสนออย่างผิวเผินจนเกินให้อภัยน่ะครับ ผมว่าใน Friday the 13th Part 3 ยังนำเสนอเรื่องพวกนี้ได้ดีกว่าเลยนะเนี่ย เฮ่อ

ไม่ถึงสองดาวล่ะครับ งานนี้ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0234829/

[289] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/5/2004 2:11:34 AM] [Hits counter=12258201] แจ้งลบ

ข้อความที่=193864

Sleepless in Seattle (1993) กระซิบรักไว้บนฟากฟ้า



มาเจอหนังโรแมนติก 100 ล้านกันดีกว่าครับ กับเรื่องราวน่ารักๆที่เกิดขึ้นในค่ำคืนหนึ่ง เมื่อโจน่าห์ บอลด์วิน (Ross Malinger) เด็กชายที่เห็นว่าแซม (Tom Hanks) พ่อของเขาดูเศร้าเหลือเกิน นับแต่ภรรยาของเขาเสียไป โจน่าห์แม้จะคิดถึงแม่เหมือนกันแต่ก็อยากให้พ่อหายเศร้าครับ ก็เลยโทรไปรายการวิทยุ เพื่อเล่าเรื่องของพ่อออกอากาศ แล้วในคืนนั้นเอง แอนนี่ รี้ด (Meg Ryan) ก็เป็นหนึ่งในผู้ฟังรายการนี้ด้วย เธอรู้สึกเหมือนกับต้องมนต์กับเรื่องราวนี้ ยิ่งตอนที่แซมพูดระบายความรู้สึกว่าคิดถึงภรรยาที่ตายไปแค่ไหน เธอยิ่งรู้สึกอยากรู้จักผู้ชายคนนี้ แล้วในที่สุด ทั้งคู่จะได้พบกันหรือไม่ ... ไปดูต่อเองครับผม

สิ่งที่น่านับถือประการหนึ่ง ในหนังเรื่องนี้คือ พระ-นางไม่ได้เจอกันเลยนะครับ ไม่ได้มีวาระสวีทกันเลย แต่หนังมันสามารถโรแมนติกได้ มันสามารถทำให้เราสัมผัสถึงอารมณ์ความรักที่ฟุ้งกระจายอยู่ในหนังได้ มาทางเดียวกับ Il Mare เลยครับ เอ ต้องบอกว่า Il Mare มาทางเดียวกับเรื่องนี้ถึงจะถูกนะ เพราะเรื่องนี้มาก่อน .. ครับ คือหนังได้ฝีมือของ 2 ดารานำ ทั้ง Hanks และ Ryan ไปกันได้ทั้งคู่ เด่นกันดีแท้ แล้วหนังก็มีมุขฮาแทรกกันมาเป็นพักๆ ก็ฮาสุดๆล่ะครับ โดยเฉพาะตอนที่ โจน่าห์ โทรไปโวยวายกับวิทยุว่าพ่อกำลังจะโดนผู้หญิงไม่ดีคว้าไปกินแล้วนั่น ฮามากๆครับ ตัว Malinger ก็แสดงได้น่ารักประมาณหนึ่ง

หนังมันอบอุ่นดีนะครับ เป็นเรื่องของคนอ้างว้าง 2 คนที่อยู่กันคนละฟากฟ้า แต่หัวใจตรงกัน เลยได้มาบรรจบกัน ถือเป็นหนังโรแมนติก-คอมาดี้ ที่ทำได้ดีเรื่องนึงเลยครับ

สองดาวครึ่งกันไปครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0108160/

[290] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/5/2004 2:33:28 AM] [Hits counter=12258479] แจ้งลบ

ข้อความที่=193867

You've Got Mail (1998) ยูฟว์ กอท เมล เชื่อมใจรักทางอินเตอร์เน็ท



พระ-นางคู่เดิมและผู้กำกับคนเดิม (Nora Ephron) จาก Sleepless in Seattle กลับมาสร้างความประทับใจอีกเป็นคำรบสอง ในหนังโรแมนติกเรื่องใหม่

แคธลีน เคลลี่ (Meg Ryan) กับ โจ ฟ็อกซ์ (Tom Hanks) ได้ติดต่อคุยกันทางเมลล์ในเน็ท แต่ทั้งสองไม่รู้นำครับ ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ชื่ออะไร เป็นการติดต่อแบบไม่ถามชื่อแบบคนเล่นเน็ทในยุคแรกๆน่ะแหละ แคธลีน คือ เจ้าของร้านขายหนังสือเล็กๆที่ชื่อว่า The Shop Around The Corner ส่วน โจ คือ เจ้าของร้านหนังสือรายใหญ่ที่กำลังจะทำให้ร้านของแคธลีนเจ๊ง เอาล่ะสิ แล้วสองคนนี้จะได้เจอกันมั้ย

เรื่องของบรรยากาศความประทับใจนั้น เรื่องนี้ออกจะน้อยกว่า Sleepless เล็กน้อย แต่จะมาเน้นฮาครับ มีมุขเป็นตันยิงกันกระจายในหนังเรื่องนี้ ถ้าเก๊ทน่ะนะครับ อย่างเรื่องความแตกต่างของผู้หญิงกับผู้ชายในอเมริกา เช่น ผู้ชายมะกันแทบทุกคนต้องเคยอ่านนิยาย The Godfather กันมาแล้วทั้งนั้น อะไรยังเงี้ย หนังเอามาใช้ได้อย่างสนุกทีเดียว แล้วครั้งนี้ ทั้ง Hanks และ Ryan ต่างก็ฉายเสน่ห์แบบคู่กัดกันตลอดทั้งเรื่อง น่ารักมากเลยครับ อย่างไอ้ตอนที่โจกวาดไข่ปลาคาร์เวียร์ไปจนหมดจาน(ในงานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์) แล้วแคธลีนก็ตั้งหน้าตั้งตาด่าไปชุดใหญ่หาว่าไร้น้ำใจอะไรเทือกนั้น แค่ฉากนั้นก็สื่อถึงตัวตนของทั้ง 2 ได้แล้วล่ะครับ

ผมว่าหนังสนุกนะครับ เน้นฮาและยังโรแมนติกในระดับหนึ่ง น่าประทับใจไม่น้อย หนังไม่ได้หวานจนเลี่ยน โอย แต่ดู 2 ดารานำกัดกันผมก็ว่าคุ้มแล้วนะครับ ทั้งฮาและน่ารักจริงๆ

สองดาวครึ่งตามเคยครับ 1/2

[291] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/5/2004 2:54:29 AM] [Hits counter=12258657] แจ้งลบ

ข้อความที่=193868

ว้า ลืมลิ้งค์ข้างบน
http://www.imdb.com/title/tt0128853/

[292] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/5/2004 2:55:30 AM] [Hits counter=12258664] แจ้งลบ

ข้อความที่=193871

พูดถึงหนังโรแมนติกฮาๆแล้วนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้พอดี

Forget Paris (1995) ฟอร์เก็ต ปารีส บอกหัวใจให้คิดถึง



พล็อตคร่าวๆของหนังเรื่องนี้คือ มิคกี้ กอร์ดอน (Billy Crystal) กรรมการบาสเกตบอล เดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อฝังพ่อของเขา และที่นั่นเขาได้เจอกับเอลเลน แอนดรูวส์ (Debra Winger) แล้วพวกเขาก็ตกหลุมรักกันครับ แล้วชีวิตของพวกเขาก็มีรักบ้าง หลงบ้าง ทุกข์บ้าง ปนเปกันไปตามประสาคู่รักทั่วๆไปน่ะครับ ฟังดูพล็อตมันก็ธรรมดาใช่มั้ยครับ ก็จริงครับ พล็อตน่ะไม่แปลกใหม่ แต่ข้างในนี่สิ ... มันส์

จริงๆนะครับ จัดเป็นหนังโรแมนติกที่มันส์มากเรื่องนึง มันส์ยังไงน่ะเหรอครับ ก็มันส์ฮาน่ะสิฮะ ฮากันทั้งเรื่อง ไม่ทราบจะยิงมุขอะไรกันนักหนา อันนี้ความดีความชอบต้องยกให้พี่ Billy เขาเลยครับ ใช่ฮะ พี่แกแสดงนำเป็นพระเอก แล้วยังกำกับอีก เขียนบทร่วมกับ Lowell Ganz & Babaloo Mandel ด้วย ซึ่งพี่ Billy นี่แกขึ้นชื่อลือชามากในฐานะนักแสดงตลกที่มีความสามารถอย่างสูง โดยเฉพาะตลกคำพูดและตลกสถานการณ์ ก็เขานี่แหละครับ ที่ดำรงตำแหน่งพิธีกรบนเวทีออสการ์มาหลายสมัยสุดๆ นั่นก็เพราะพอพี่แกเล่นมุขทีไรล่ะก็ไม่มีแป๊กล่ะครับ มุขแพรวพราวมากๆจนชาว Hollywood ไว้ใจ ก็คนมันเก่งนี่ครับ

ตัวหนังนั้น เป็นแนวโรแมนติกครับ มีฉากหวานๆอยู่มากและขณะเดียวกันมุขฮาๆก็แทรกมันลงไปตรงฉากทำนองหวานๆเนี่ยแหละ แล้วไม่ทำให้เสียจังหวะด้วย เออ ไม่รู้พี่ Billy แกทำได้ไงครับ มันลื่นไหลจนน่าสงสัยน่ะ ไม่รู้แกไปบนอะไรไว้รึปล่าวนะเนี่ย ออกมาสนุกเหลือเกิน

แล้วหนังมันเป็นแบบเล่าแฟลชแบ๊คน่ะฮะ แบบเปิดเรื่องมาก็ให้บรรดาเพื่อนๆของพระ-นาง นั่งล้อมวงคุยกันแล้วก็เป็นการเล่าเรื่องของพระ-นางไปในตัว ซึ่งจุดนี้ก็ฮาอีกครับ เพราะพวกเพื่อนๆนี่แหละ วันดีคืนดีก็ลุกขึ้นมาตีกันระหว่างเล่า พอตีกันเสร็จก็มานั่งเล่าต่อ เออ เอาเข้าไปสิครับ

เอาเป็นว่า จังหวะหวานก็หวานดี ช่วงฮานี่ก็เหลือเกินล่ะครับ ดนตรีของ Marc Shaiman ก็ทำได้ดีครับ สรุปว่าหนังค่อนข้างสนุกและลงตัวเอามากๆเลยทีเดียวล่ะ

สองดาวครึ่งกว่าๆบวกๆฮาๆครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0113097/

[293] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/5/2004 3:30:31 AM] [Hits counter=12258928] แจ้งลบ

ข้อความที่=193930

A Little Romance (1979) รักนิดๆ สะกิดหัวใจ



หนังน่ารักๆ เรื่องของแดเนี่ยล มิชอน (Thelonious Bernard) เด็กหนุ่มชาวฝรั่งเศสผู้หลงใหลในภาพยนตร์อเมริกัน และ ลอเรน คิง (Diane Lane) สาวน้อยอเมริกัน ทั้งสองมาเจอกันในกองถ่ายหนังที่แม่ของลอเรนกำลังถ่ายทำอยู่ แล้วนั่นคือจุดเริ่มต้นของความโรแมนซ์เล็กๆที่เกิดขึ้นระหว่างหนุ่มสาววัยกระเตาะคู่นี้หล่ะครับ

George Roy Hill คือผู้กำกับมือเก๋าคนเก่งอีกท่านหนึ่งครับ (ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2002) สไตล์ของเขาคือโทนหนังสบายๆ ดูเพื่อความบันเทิงได้และมีสาระอีกด้วย ผลงานเด่นๆก็มี Butch Cassidy And The Sundance Kid หนังคาวบอย กับ The Sting หนังตลกเรื่องของ 2 นักต้มตุ๋นที่ทำได้ดีจนได้ออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไป ซึ่งหนังที่เขาทำก็ดีๆทั้งนั้นล่ะฮะ เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน โทนยังเป็นแบบสบายๆ ดูเพลินๆ ซึ่งทั้ง Bernard และ Lane ก็แสดงได้ดีครับ แต่คนที่เด่นสุดๆก็คือ Laurence Olivier ซึ่งมาเล่นเป็นจูเลียส ชายชราผู้ช่วยสานความฝันให้กับคู่รักตัวน้อยๆคู่นี้ ท่านเซอร์ลอว์เรนซ์แสดงได้ดีสุดๆครับ รับรองว่าคุณๆจะต้องรักตัวละครนี้แหงมๆ

ครับ หนังไม่ได้หวานเว่อร์ ก็มันเป็นแนว Puppy Love นี่ครับ เป็นความรักแบบเด็กๆ แต่ถึงกระนั้นมันก็เป็นความบันเทิงที่คุ้มค่าทีเดียวนะฮะ

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0079477/

[294] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/5/2004 12:43:32 PM] [Hits counter=12263846] แจ้งลบ

ข้อความที่=194156

เอาล่ะ มาแนะนำกันต่อ เดี๋ยวจะแนะนำไปจนหมดหน้านี้ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวหน้าต่อไป จะพูดถึง Van Helsing ที่ผมเพิ่งไปดูมา

Pretty Woman (1990) ผู้หญิงบานฉ่ำ



หนังเรื่องดังที่แจ้งเกิด Julia Roberts ด้วยบทวิเวียน โสเภณีสาวข้างถนนผู้มีจิตใจงาม เธอได้พบเจอกับ เอ็ดเวิร์ด ลิวอิส (Richard Gere) นักธุรกิจหนุ่ม ซึ่งเมื่อเขาได้รู้จักเธอมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งชอบเธอมากเท่านั้น สุดท้ายก็รักกันน่ะแหละฮะ

ด้วยสูตรแบบซินเดอเรลล่า (ประเภทว่าหญิงจนๆได้พบกับหนุ่มรวยๆ แล้วก็รักกันน่ะครับ ถ้าบ้านเราเรียกว่า น้ำเน่า) ซึ่งเอาใจผู้ชมอยู่แล้ว ตัวหนังก็ดูสนุกครับ เจ๊ Julia เธอฉายเสน่ห์แบบสุดๆ สวย ฉลาด เซ็กซี่ มีครบ พระเอกไม่รักก็ไม่ไหวแล้วล่ะครับ ส่วน Gere ก็เรื่อยๆครับ เข้าขากับเจ๊ Julia ได้ดี แต่ก็โดนเจ๊แกขโมยความเด่นไปหลายครั้งเหมือนกัน ถึงกระนั้นก็เหอะ ต้องยอมรับครับว่าคู่นี้ขึ้นจอแล้วเหมาะสมกันแบบสุดๆ ซึ่งเป็นอะไรที่หาได้ยากจริงๆ อันนี้ก็ต้องชมผู้กำกับ Garry Marshall ด้วยครับ ที่คุมหนังได้และทำออกมาดีด้วย

ใครจะว่าน้ำเน่าก็สุดแท้แต่ครับ หนังดูเอาเพลิน สบายใจ แบบที่สาวๆเก็บเอาไปฝันได้เลยว่า ซักวันจะได้เจอพระเอกขี่ม้าขาวแบบนี้บ้าง

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0100405/

[295] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/5/2004 10:30:31 PM] [Hits counter=12283364] แจ้งลบ

ข้อความที่=194183

Runaway Bride (1999) สาวกลัวฝน อลวนทุกวิวาห์



พอ Pretty Woman ดังทาง Touchstone Pictures บริษัทผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการก็คิดจะทำ Pretty Woman 2 ต่อในทันที แต่ก็นั่นแหละครับ ทั้ง Richard Gere, Julia Roberts และ ผู้กำกับ Garry Marshall ก็ยังไม่ตกลงชัวร์ๆซักที จนเวลาผ่านไปเกือบ 10 ปีน่ะครับ พวกเขาจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ในหนังเรื่องนี้ ซึ่งก็สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนที่อยากเห็นคู่ขวัญคู่นี้ขึ้นจออีกครั้ง ได้หายคิดถึงกัน

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อไอค์ เกรแฮม (Richard Gere) นักเขียนคอลัมนิสต์ที่ได้ยินเรื่องของแม็กกี้ คาร์เพนเธอร์ (Julia Roberts) สาวผู้ที่กลัวพิธีวิวาห์ครับ ทิ้งเจ้าบ่าวที่งานแต่งมาหลายรายแล้ว แม้จะเป็นเรื่องจริงก็ตาม แต่แม็กกี้ก็ไม่พอใจครับ ที่มีคนเอาเรื่องไปตีพิมพ์โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างนี้ เธอเลยเล่นไอค์ซะจนโดนเจ้านายเฉ่ง ทำให้ไอค์ต้องรีบเดินทางไปกู้ชื่อตัวเองโดยการสืบหาความจริงเกี่ยวกับตัวแม็กกี้ แล้วไงล่ะครับ เขาก็ชอบเธอเข้าน่ะสิถามได้

อีกหนึ่งหนังโรแมนติกที่ดูเพลินอย่างมากครับ มีมุขฮาๆแทรกเข้ามาเต็มไปหมด เพลงก็ดีๆทั้งนั้น ส่วนดารา โอย คุณ จะห่วงทำไม บทแบบนี้ขนมเลยล่ะครับ ส่วนต่างๆทำออกมาเพื่อความบันเทิงทั้งสิ้น บทพูดคมๆก็มีเยอะ ยิ่งไอ้คำขอแต่งงานนั่นยิ่งไปกันใหญ่

หนังสนุกครับ แต่ดูแล้วอย่าไปคิดมากนะครับ ดูเอาเพลินจริงๆครับ
สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0163187/

[296] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/5/2004 11:31:55 PM] [Hits counter=12286172] แจ้งลบ

ข้อความที่=194188

That Old Feeling (1997) รักกลับทิศ ชีวิตอลเวง



แดน เดอ โมรา (Dennis Farina) กับ ลิลลี่ เลนเนิร์ด (Bette Midler) คือพ่อแม่ของมอลลี่ (Paula Marshall) แต่ทั้งคู่หย่ากันครับ แยกทางกันไปนานทีเดียว ไม่ได้เจอกันเลย จนกระทั่งมอลลี่จะแต่งงาน ทั้งสองจึงได้มาพบกันอีกครั้ง และการพบกันครั้งนี้ ทำให้ถ่านไฟเก่าคุขึ้นมาจนได้

หนังมันฮาตั้งแต่พล็อตแล้วครับ สามีภรรยาแยกทางกัน แล้วก็กลับมาเจอกันตอนแก่ตัวแล้วทั้งคู่ แล้วยังมาเกิดอารมณ์พิศวาสต่อกันอีก เออ เรื่องความรักนี่ไม่เกี่ยงอายุจริงๆครับ ปูนนี้แล้วยังมีงี้อีก ส่วนตัวหนังนั้นก็อยู่ในระดับเรื่อยๆเท่านั้นน่ะครับ ไม่ได้ฮาแตก แต่ก็นับว่าดูสนุกอยู่บ้าง ถ้าไม่ไปหวังอะไรน่ะนะครับ Farina กับ Midler ก็ไปกันได้ครับ แค่ฉากที่ทั้งคู่ระทวยเข้าหากันก็ฮาแล้วครับ อีกคนที่น่าจดจำ (สำหรับผม) คือ Paula Marshall (ไม่ใช่ Taylor นะครับ) ซึ่งผมว่าน่ารักดี ผมชอบเธอมาตั้งแต่สมัยเล่น The Flash หนังเรื่องแรกของเธอแล้วล่ะ ล่าสุดเธอยังมาโผล่ใน Cheaper By the Dozen ด้วย ที่เล่นเป็นคุณแม่บ้านข้างๆที่หวงลูกชายนั่นไงล่ะครับ แต่ในเรื่องนั้นรู้สึกเธอแก่จังเลยแฮะ

หนังก็ไม่เลวครับ แต่มันไม่ได้โรแมนซ์อะไรนัก เน้นตรงฮามากกว่า ซึ่งก็พอขำครับ ไม่ถึงกับฮาแตก

สองดาวกว่าๆครับ
http://www.imdb.com/title/tt0120318/

[297] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/5/2004 11:50:14 PM] [Hits counter=12286868] แจ้งลบ

ข้อความที่=194195

Frankie and Johnny (1991) สั่งหัวใจ อย่าให้มีเครื่องหมายคำถาม



อีกหนึ่งผลงานการกำกับของ Garry Marshall โดยจับเอา 2 ดาราคุณภาพมาเล่นหนังคู่กัน นั่นคือ Al Pacino กับ Michelle Pfeiffer ในหนังโรแมนติกแบบผู้ใหญ่ครับ ... ผมไม่ได้หมายถึงหนังผู้ใหญ่แบบน้าน รู้นะคิดอะไรอยู่ มันเป็นความรักแบบผู้ใหญ่น่ะครับ อย่างที่ผมเคยบอกอ้ะ ประมาณมุ่งแสวงหาคู่ชีวิตและความมั่นคง ไม่ได้ปิ๊งฉาบฉวย โดย Pacino เป็น จอห์นนี่ ส่วน Pfeiffer เป็น แฟรงกี้ ทั้งคู่ได้มาทำงานในร้านอาหารเดียวกันครับ จอห์นนี่เลยส่งขนมจีบไป แต่แฟรงกี้ไม่ค่อยเล่นด้วยเท่าไหร่ สาเหตุก็เพราะเธอเคยเจ็บมามากน่ะครับ เธอเลยกลัวที่จะมีความสัมพันธ์ บอกแล้วว่ามันเป็นความรักสไตล์ผู้ใหญ่จริงๆอ้ะ

ดังนั้นความหวานจึงไม่ค่อยมีครับ มันจะเน้นการพูด เกี่ยวกับชีวิต มุมมองของหัวใจอะไรมากกว่า ดังนั้นถ้าคุณคิดจะเลือกหนังดูสบายๆกับยาหยีล่ะก็ เรื่องนี้ไม่น่าจะเหมาะล่ะครับ เพราะมันถกประเด็นชีวิตกันทั้งเรื่องเลย ไอ้พวกหวานมาซึ้งไปล่ะไม่ค่อยมีล่ะครับ

ดังนั้นหนังเหมาะสำหรับคนที่อยากจะได้แง่คิดเพิ่มเติมเยวกับแง่มุมของหัวใจมากกว่า ฝีมือนักแสดงก็เข้ม ดีครับ ถ้าคิดว่าแนวหนังสไตล์นี้ เข้าทางกับคุณ ก็อย่ารอช้าครับ หามาดูได้เลย

สองดาวครึ่งครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0101912/

[298] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/6/2004 12:18:41 AM] [Hits counter=12287637] แจ้งลบ

ข้อความที่=194217

How to Lose a Guy in 10 Days (2003) แผนรักฉบับซิ่ง ชิ่งให้ได้ใน 10 วัน



แอนดี้ แอนเดอร์สัน (Kate Hudson) คอลัมนิสต์สาวที่กำลังจะทำคอลัมน์ เกี่ยวกับการบอกวิธีว่าต้องทำยังไง ถึงจะชิ่งจากผู้ชายได้ใน 10 วัน แล้วเธอก็เลือกเป้าหลายในการทดลอง นั่นคือ เบนจามิน แบร์รี่ (Matthew McConaughey) นักโฆษณาหนุ่มอนาคตไกล และขณะเดียวกันทางฟากแบร์รี่ ก็มีคนมาท้าให้เขาจีบหญิงให้สำเร็จใน 10 วัน เป้าหมายก็คือ แอนดี้ เอาล่ะสิครับ คนนึงจีบเพื่อเป็นแฟน อีกคนจีบเพื่อให้เลิก มันจะเป็นยังไงล่ะทีนี้

หนังขายเสน่ห์ 2 ดารานำแบบเต็มที่ เนื้อหาข้างในก็น่ารัก ดูเพลินมิใช่น้อย ผมชอบอ้ะคับ ชอบมากๆด้วย เพราะจะว่าไปหนังมันกัดพฤติกรรมของคนเป็นแฟนกันแบบเต็มๆ อย่างตอนที่เบนกับแอนดี้ไปดูแข่งกีฬา แล้วแอนดี้จะเอาโค้ก เบนในฐานะผู้ชายก็ต้องออกไปซื้อใช่มั้ยครับ ทั้งๆที่โคตรอยากดูกีฬาเลย แล้วซื้อมาปุ๊บ เจ๊แอนดี้แกยังจะจู้จี้เอาไดเอทโค้กอีก เออ คือ ใครเคยเจอสถานการณ์ทำนองนี้ในชีวิตจริงก็ต้องฮาอ้ะครับ ดีไม่ดีฮาทั้งน้ำตาเลยแหละ แล้วหนังก็เล่นกับเรื่องแบบนี้ตลอดทั้งเรื่อง ก็เพราะแอนดี้ต้องการสลัดเบนไปไงครับ เลยต้องงัดสารพัดมารยาหญิงที่จะทำให้ผู้ชายรำคาญได้ ออกมาจนหมด ผมล่ะฮาไปทั้งเรื่องเลยล่ะครับ

แต่ขณะเดียวกัน ดูไปก็คิดไปล่ะครับ ว่า เออ ผู้หญิงที่จุดที่เรารำคาญก็จริง แต่ตัวเราเหล่าผู้ชายเนี่ย ก็มีกะเขาเหมือนกันนะครับ คู่รักทุกคู่ล้วนมีปัญหาเกี่ยวกับการปรับตัวทั้งนั้น รายไหนปรับได้ก็ดีไป รายไหนปรับไม่ได้ก็เลิกกันไป เรื่องแบบนี้พูดยากครับ เพราะบางคู่ก็เลิกกันด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ค่อยขึ้น แต่เราจะไปว่าก็ไม่ได้เพราะเราไม่ใช่เขานี่ครับ ปัญหานั้นพวกเขาอาจจะรับไม่ได้จริงๆเลยต้องเลิกไป คือจะไปบอกว่า "เลิกด้วยเรื่องแค่นี้เองเหรอ เป็นเรา เราไม่เลิกหรอก" บอกน่ะบอกได้ครับ แต่เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆซะหน่อย จะไปคิดแทนคนอื่นได้ไงเล่า

แต่ยังไงก็เหอะ มีปัญหาก็แก้ครับ พูดกันดีๆก่อนดีกว่านะ ถนอมความรักกันไว้ดีกว่า ผมว่านะ

เรื่องนี้ สองดาวครึ่งครับ เป็นโรแมนติก-คอเมดี้ที่ไม่น่าพลาดจริงๆ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0251127/

[299] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/6/2004 1:00:50 AM] [Hits counter=12289370] แจ้งลบ

ข้อความที่=194224

ถึงเวลาแล้วครับ ขอคั่นด้วยรายการพิเศษ สำหรับหนังผจญภัยเรื่องนี้

Van Helsing (2004) แวน เฮลซิ่ง นักล่าล้างเผ่าพันธุ์ปีศาจ



Stephen Sommers ผู้กำกับแห่ง Deep Rising, The Mummy และ The Mummy Returns กลับมาอีกครั้งในหนัง Action ผจญภัยอภิมหามันส์แห่งปี เรื่องราวของ แวน เฮลซิ่ง (Hugh Jackman) นักล่าปีศาจที่คราวนี้ต้องมารับมือกับ เคานท์ แดร็กคูล่า (Richard Roxburgh) จอมปีศาจแห่งทรานซิลเวเนีย ยังมีมนุษย์หมาป่ากับอสูรของแฟรงเก้นสไตน์อีก ตีกันมันส์ล่ะงานนี้

หนังมันส์ตลอดครับ ไม่ได้พักหายใจกันเลยล่ะ คือมีพักอย่างมากก็ไม่เกิน 5 นาทีน่ะฮะ นอกนั้นไม่วิ่งก็ไล่ยิง ไม่ยิงก็กระโดดไปโน่นมานี่ ช่วงท้ายนี่ยังกับสไปเดอร์แมนน่ะครับ มันโหนกันตลอดเลย

Effect เฉียบเนี้ยบ ดนตรีของ Alan Silvestri ก็ได้ใจเหลือเกิน ให้อารมณ์ผจญภัยแบบเกินร้อย ให้ความมันส์ด้วย อลังการด้วย จนผมต้องยกตำแหน่งจอมคอมโพเซอร์แห่งหนังผจญภัยให้แล้วล่ะครับ เพราะใน The Mummy Returns พี่แกก็ทำนะฮะ อันนั้นก็ดี อันนี้ยิ่งเจ๋งน่ะครับ

นักแสดงต่างสมบทบาททุกคนไม่ว่าจะ Hugh Jackman, Kate Beckinsale และพี่ Richard Roxburgh ที่เป็นแดร็กคูล่านั่นแหละ พี่แกดูจะสนุกกับบทเหลือเกินครับ ยิ่งสำเนียงน่ะ เจ้าประคุณเอ้ย สุดยอดอ้ะ ช่วงนี้พี่แกชักจะเก่งขึ้นเรื่อยๆแล้วนะครับ เล่นหนังระยะหลังๆนี่ สำเนียงไม่ซ้ำน่ะ เดี๋ยวก็อเมริกัน เดี๋ยวก็อังกฤษ นี่ไปโรเมเนียเลย นับถือครับ นับถือ เรื่องหน้าจะไปชาติไหน ผมจะติดตามต่อไปครับ แล้วเรื่องนี้พี่เขาหล่อด้วย จัดเป็นแดร็กคูล่าที่เจ้าเสน่ห์มากที่สุดคนหนึ่งในโลกภาพยนตร์เลยทีเดียว อีกคนที่เด่นก็คือ David Wenham ในบทคาร์ล พระฝึกหัดที่เรียกเสียงฮาได้ในหลายวาระ เป็นน้ำจิ้มชั้นหนึ่งให้หนังเลยครับ

แล้วอีกคนที่ต้องชื่นชมก็คือ พี่ Stephen นี่แหละครับ ทำหนังได้บันเทิงมาก แต่ที่สำคัญคือบท โอเคครับ มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมายก็จริงแหล่ แต่ บทเรื่องนี้ไม่ได้เขียนง่ายๆนะครับ เพราะต้องจับเอาตำนานแดร็กคูล่า, แฟรงเก้นสไตน์ และมนุษย์หมาป่า มาเย็บรวมกัน เป็นเรื่องใหม่ ซึ่งในหนังมันจะเป็นตำนานใหม่เลยครับ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉบับนิยายซักเท่าไหร่ แค่ขอยืมชื่อมาเท่านั้น ซึ่งก็เขียนได้สมเหตุสมผลตามแบบของหนังแนวนี้ อย่างการที่หนังบอกว่าทำไมแดร็กคูล่าถึงสนใจงานของดร.แฟรงเก้นสไตน์ นั่นก็เพราะ งานของดร.นั้น เป็นงานที่ท้าอำนาจพระเจ้า แดร็กคูล่าเลยสนับสนุนเต็มที่ เพราะพี่แดร็กกับพระเจ้าไม่ถูกกันอยู่แล้ว เนี่ยครับ มันดูสมเหตุผลดีจัง (ในแง่ของนิยายผจญภัยนะครับ ไม่ใช่แง่ของโลกแห่งความจริง) ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมพี่ Stephen ถึงใช้เวลานานจัง (3 ปี หลัง The Mummy Returns) ในการเขียนบท...และผมสังหรณ์ว่าพี่แกจะเขียนบทเป็นไตรภาคด้วยล่ะ

หนังมันส์ครับ ถ้าคุณเป็นคอ Action ผจญภัยนะ ไม่ควรพลาด ถ้าคุณรอคอยก็ไม่ควรพลาด หนังทำได้ถึงมากๆครับ น่าติดตามตลอด 2 ชั่วโมง หนังยังสรุปได้ดีครับ และมีภาคต่อแหงมๆ เพราะมีอีกหลายปมที่ยังค้างคา เอาแค่ว่า แวน เฮลซิ่งมีชาติกำเนิดมาจากไหนนี่ก็สร้างได้แล้วครับภาคนึง นี่ยังมีเรื่องมือซ้าย มือขวาแห่งพระเจ้าอะไรอีกด้วย ท่าจะลากได้ยาวล่ะครับ

ไปดูได้เลยครับ ไม่ผิดหวัง กับหนังอภิมหามันส์แห่งปีเรื่องนี้ เป็นการเปิดฤดูซัมเมอร์ได้เฉียบมากครับ แค่เริ่มก็มันส์แล้ว พอดูหนังจบนี่แทบอยากจะหาสปอนเซอร์มาดื่มซักขวดน่ะครับ มันเหนื่อยเหลือเกิน ก็ไม่ได้พักเลยอ้ะ

เฉียดสามดาวครับ 1/2
http://www.imdb.com/title/tt0338526/

[300] จากคุณ :[หมื่นทิพ TRAVOLTA - XP] [ไม่ได้ Login] [5/6/2004 1:45:55 AM] [Hits counter=12290610] แจ้งลบ


Page: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 
[Page=3/12]